Game & Comic Fanfictomei_tan
[fic]Detroit become human:I'm still android 23
  • "ผมเห็นคุณฝันร้าย"

    "ก็เลยจูบเนี่ยนะ ?"   

    ชายหนุ่มที่หัวฟูชี้ไม่เป็นทรงเบ้ปากถาม หลังจากตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าตัวเองถูกเข้าเคล้าเคลียกลีบปากอยู่ และเมื่อไนน์พยักหน้ารับ เขาก็ได้รับหมอนหนึ่งใบฟาดเข้าหน้าจนล้มลงทันที หุ่นร่างสูงไม่ล้มเปล่า คว้ากอดร่างที่แสนนุ่มและอบอุ่นของมนุษย์ตามลงมาด้วย ในความชุลมุน ริมฝีปากได้รูบสวยยังคงทำหน้าที่จับจองเป็นเจ้าของผิวกายอีกคนให้ถ้วนทั่ว

    "หยุดได้แล้วไอ้กาม!"

    "อย่าครับ เจ็บครับ"   แอนดรอยด์หนุ่มกล่าวเสียงอ่อนไปเรื่อยๆ แต่ก็ไม่คิดปัดป้องการโจมตีใดๆ คนในอ้อมแขนมุ่นคิ้วใส่ มือไม้ที่แกว่งหนักในทีแรกของเกวิน เหลือแค่ประคองปิดปากหุ่นตรงหน้า

    "ตอแหลอีก แกปิดความรู้สึกเจ็บได้"

    "โดนว่าก็เจ็บ...ผมไม่อยากโดนคุณทำร้าย แม้จะในฝันก็ตาม"

    ริมฝีปากผู้พูดขยับอยู่บนผิวบางของฝ่ามือ ดวงตาคู่งามช่วยถ่ายทอดความจริงใจของเจ้าของ ไนน์เข้ากอบกุมเรียวนิ้วมือที่ยอมโอนอ่อนของผู้ฟังแล้วพาไปวางไว้ยังแผ่นหลังกว้างของตัว เพื่อเข้าซุกไซร้ซอกคอที่ซับสีแดงจางได้ถนัดแนบชิดยิ่งขึ้น

    "หุ่น...ฝันได้ด้วยเหรอ ?"

    เสียงถามนั้นแผ่วจางและดูไม่มั่นคงขึ้นเรื่อยๆตามการสัมผัส ทุกรอยแผลเป็นบนกายนั้นช่างสร้างการตอบสนองที่แสนยั่วยวนใจให้แก่ผู้กระทำ

    "ตัวอื่นผมไม่รู้ แต่ของผมมันเกิดจากการที่ระบบพยายามเซฟพลังงานหรือจัดระเบียบข้อมูล จึงสร้างฝันดีขึ้นมา ...ผมเองก็อยากให้คุณฝันดีเช่นกันเกวิน หลับอย่างสงบเคียงข้างผม"

    "....."

    "มีอะไรหรือเปล่าครับ ?"

    "ฉันดีใจที่มันเป็นฝันร้ายไนน์"   ผู้ชายกล่าวขณะประคองหน้าหุ่นที่คร่อมกายตัวเองอยู่   "เพราะฉันจะได้ตื่นขึ้นมาเจอนาย"

    "เกวิน...."

    หุ่นร่างสูงกล่าวเรียกชื่อคนที่ตัวพร้อมมอบความรักให้ เสียงทุ้มหายไปกับจุมพิตเร้าอารมณ์แสนหวานที่เข้าบดเบียด และหลอมละลายหัวใจอย่างเชื่องช้า หากว่าตายเสียตรงนี้โดยมีอีกฝ่ายในอ้อมแขนก็ถือว่ามีชีวิตที่ดีเหลือเกิน   "...ผมต้องไปแล้ว"

    เจ้าของริมฝีปากฉ่ำชื้นเหยียดยิ้มกวนอารมณ์ให้

    "ฝันเปียกสู้ความจริงเปียกๆไม่ได้สินะ"



    ....

    ซ่าา



    ไนน์สะดุ้งตื่นขึ้นบนพื้นดินแฉะท่ามกลางสายฝน เขารีบตวัดมือหยิบปืนพกที่อยู่หลังสะโพกขึ้นมายิงเหล่าแอนดรอยด์ที่กำลังรุมจับร่างกายหวังแยกชิ้นส่วนหุ่นรุ่นใหม่ ที่คาดว่าคงดับไปแล้วจากการถูกยิงจนตกจากที่สูง

    กระสุนแต่ละนัดโดนจุดตายอย่างแม่นยำ เลือดสีฟ้าที่เรืองแสงในที่มืดกระเซ็นเปรอะไปทั่ว ราวสะเก็ดดวงดาวกำลังโรยร่วง

    "มันยังไม่ตาย!"

    กลุ่มคนร้ายร้องเตือนดังขึ้น ไนน์ไม่รีรอที่จะพยุงร่างกายที่แตกหักหลบหนีเข้าไปในอาคารที่เพิ่งตกลงมา ภาพที่สะท้อนเข้ามาในโสตเต็มไปด้วยสายฝนและคลื่นแทรกรบกวน โฟกัสของตาที่เหลืออยู่ข้างเดียวทำให้ทิวทัศน์เปลี่ยนไปราวอยู่ในมิติคู่ขนาน น้ำฝนซึมแทรกเข้ามาในกายจนทำให้การสันดาปเริ่มผิดพลาด ไนน์เริ่มหายใจไม่ออก ทว่าเขายังเดินลากขาไปเรื่อยๆราวกับเงือกที่กำลังหลงทางอยู่บนบก

    "...เกวิน คุณอยู่ไหน ?"

    ได้ยินคำพูดประโยคนี้ของตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าแทรกอยู่ในหัวใจถี่รัว สังหรณ์ไม่ดีเริ่มมีมากขึ้น เสียงฝีเท้าของกลุ่มคนดังและใกล้เข้ามาเรื่อยๆ 

    ['ประเมินค่าความเสียหาย 76% ติดต่อฉุกเฉินยังไซเบอร์ไลฟ์']

    ระบบสนับสนุนร้องเตือนขณะอ้อมมุมบันไดเพื่อหลบกระสุน ไนน์ไม่สามารถหยุดยั้งระบบนี้ได้ กระนั้นคลื่นสัญญาณรบกวนก็ทำให้มันนิ่งค้าง เป็นทั้งความโชคดีและร้าย เขาเม้มปากระงับความตื่นตระหนก

    กระสุนไม่นับจำนวนยิงเข้าแผ่นหลังกว้าง ร่างที่เต็มไปด้วยรอยร้าวทรุดลงบนพื้นดินแฉะ ในอากาศที่ลอยคว้าง ความทรงจำมากมายเกิดขึ้น ปลิวปลาย ราวกับสายลมอุ่นเข้าพัดบรรดารูปภาพที่วางทิ้งไว้ 

    อินฟาเรดหยุดลง แล้วความมืดอันไร้จุดสิ้นสุดก็เกิดขึ้น มีเพียงเสียงดีใจของเหล่าผู้กระทำเด่นชัด มือที่สั่นเทาพยายามยันพื้นดันกายขึ้น พอคิดว่าเขาจะไม่สามารถปกป้องคนที่รักได้อีก ความทรมานก็แผ่กระจายกว้างไปทั้งอก

    อนาคตอยู่ที่ไหน ... สวรรค์อยู่ตรงไหน ...

    พระเจ้า...ให้มันพังทลายลงไปก็ได้

    ช่วยทำให้เขาปลอดภัย...

    เสียงปืนชนิดเดียวดังขึ้นและเข้ามาใกล้กายอย่างบรรจง ไนน์พยายามปรับโฟกัสระหว่างที่มองเงาตะคุ้มของแอนดรอยด์ที่กำลังเดินตรงมา การเคลื่อนที่นั้นชัดเจนและแม่นยำราวกับกำลังเต้นรำบนทำนองแห่งความตาย

    และเมื่อเสียงอาวุธหยุดลง ร่างนั้นก็ก้าวเข้ามาทางหุ่นที่นอนหายใจรวยรินบนพื้นที่เปียกแฉะ ไนน์เค้นเสียงสังเคราะห์ซึ่งมีคลื่นแทรกถามอย่างยากลำบากผ่านริมฝีปากสั่นเทา สายตามองไปด้วยความรู้สึกปนเป สงสัย สับสน และ...

    "เมื่อครู่ ...คุณยิง...ผม ตอนกระโดด...?"

    "ใช่ และนี่ก็ด้วย"

    หุ่นโปรโตไทป์ตอบอย่างเย็นชาก่อนลั่นไกยังกลางศีรษะของหุ่นอีกตัว โลหะเล็กๆพรากชีวิตในทันทีแทนที่ด้วยของเหลวสีสวยที่กระจายตัวขึ้นมาราวดอกไม้ ร่างบนพื้นกระตุกตามแรงครั้งหนึ่ง และทุกอย่างนิ่งสนิทเมื่อสมองกลใต้กะโหลกอันสวยงามถูกทำลาย สายฝนลงชะล้างทุกสิ่งอย่างต่อเนื่องรวมถึงคราบน้ำตาบนแก้มขาวของหุ่นที่ไร้สกิน

    แอนดรอยด์หนุ่มโยนอาวุธปืนไร้กระสุนที่ขโมยออกมาจากห้องเก็บหลักฐานทิ้ง ก่อนก้มลงดึงศีรษะของไนน์ออกมา รอยยิ้มปรากฎขึ้นเมื่อแผงวงจรที่ซ่อนอยู่ในนั้นปกติดีไร้รอยขีดข่วน เขาทิ้งเปลือกร่างส่วนหนึ่งของตุ้กตาไร้ชีวิตอย่างไม่ไยดี แล้วจึงวางจุมพิตลงบนสิ่งที่จะนำตัวเองกลับมาอย่างโล่งใจ ริมผีปากเปื้อนเลือดสีฟ้าขยับช้าแล้วเอ่ยเบา

    "ผมจะกลับไปหาคุณครับแฮงค์..."

    ...ไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิดชอบชั่วดีอะไร...

    ...ของสำคัญที่จำเป็นต้องนำกลับมา ก็ต้องนำกลับมา แม้ต้องใช้วิธีสกปรกก็ตาม...

    ร่างสูงโปร่งลุกขึ้นเพื่อผละออกจากร่างไร้การเคลื่อนไหว แต่พอจะก้าวขาออกมันกลับติดอะไรบางอย่าง เขาเห็นมือของหุ่นที่ดับสนิทกุมข้อเท้าตัวเองไว้อยู่ ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ พลันร่างของคอนเนอร์ก็ชะงักค้าง มีเพียงเปลือกตากะพริบถี่

    หุ่นโปรโตไทป์ลืมตาขึ้นมาอีกครั้งในสวนเซน ที่ตอนนี้ต่างมืดและครึ้มฝนไม่ต่างจากอากาศภายนอก ต่างกันที่สายฝนนี้คือโค้ดของตัวเขาที่กำลังร่วงหล่น ดวงตาเรียบนิ่งมองร่างในชุดสูทสีขาวของไซเบอร์ไลฟ์ซึ่งกำลังกำหมัดจ้องมองมา คอนเนอร์ไม่ใส่ใจความเกรี้ยวกราดที่แสดงออกมาทางสายตา สีหน้าว่างเปล่าเพียงหันไปทางAIผู้ดูแลระบบ

    "คุณปล่อยให้เขาเจาะระบบของผมมาถึงนี่เหรอครับอแมนด้า ?"

    "เขากับคุณพื้นฐานคล้ายกันคุณคอนเนอร์ ถ้าฉันรันโปรแกรมทำลาย คุณจะมีปัญหามากกว่า... เพราะเขารวดเร็วกว่า แข็งแกร่งกว่า ซ่อมแซมตัวเองดีกว่า สมเป็นเทคโนโลยีล่าสุดของไซเบอร์ไลฟ์"   

    หญิงวัยกลางคนกล่าวช้าด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ไม่คิดเข้าข้างหรือสงสารใคร พลางเดินประเมินสำรวจผู้บุกรุก   "ฉันเห็นเขาจะดาวน์โหลดตัวเองแทนคุณ เลยเรียกคุณกลับเข้ามาก่อน"

    ดูจะเป็นความกรุณาเดียวของอแมนด้า เธอถอยห่างให้ร่างของชายทั้งคู่ได้เผชิญหน้าเข้าหากัน



    ..................................... 



    ในจุดเสื่อมโทรมของเมืองหลวงซึ่งมักถูกหลงลืม คืนนี้กลับเต็มไปด้วยแสงสว่างของแหล่งจ่ายไฟเคลื่อนที่  ความมืดของกลุ่มเมฆฝนที่ตกหนักจนบดบังดวงดารา ไม่สามารถทำให้ความจ้าตานี้ลดต่ำลง ราวกับมีใครนำดวงอาทิตย์มาไว้ด้านล่างแทนที่

    นัยน์ตาแก้วสองสีของมาร์คัสสะท้อนภาพการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ เริ่มแรกเดิมทีเขาขออนุญาตเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนอยู่บริเวณเพิงพัก ซึ่งตรงนั้นผู้กองฟาวเลอร์กำลังพูดคุยอะไรบางอย่างกับหมวดแอนเดอร์สันคล้ายกำลังถกเถียงกันในเรื่องซีเรียส แล้วนายตำรวจผมสีดอกเลาซึ่งอาศัยอยู่กับคอนเนอร์ก็เดินออกไป จากนั้นไม่นานเจ้าหน้าที่ชุดใหม่พร้อมอาวุธครบมือก็เข้ามารายล้อมพื้นที่ ตรึงกำลังไว้อีกชั้น

    "พวกเขาเป็นแค่ประชาชนทั่วไปนะครับคุณตำรวจ ทำแบบนี้มันออกจะน่ากลัวไปหน่อย"

    แอนดรอยด์หนุ่มบอกกับเจฟฟรี่ซึ่งเพิ่งพูดคุยกับผู้กองอเลนจบแล้วเดินออกมา ชายผิวสีปั้นยิ้มให้อีกฝ่าย ซึ่งหมู่นี้ได้เจอหน้ากันบ่อยจากเรื่องการหายตัวไปของแคมสกี้

    "ไม่ต้องกังวลนะคุณรัฐมนตรี พวกเราแค่เตรียมการรับมือให้เหมาะสมตามสถานการณ์เฉยๆ ...ว่าแต่มาคนเดียวเหรอ มันดูอันตรายนะ?"

    นายตำรวจเพยิดหน้าไปทางกลุ่มแอนดรอยด์ที่เริ่มรวมตัวชุมนุมอยู่ภายในกำแพงเลเซอร์ ซึ่งหน่วยรักษาความสงบของกรมตำรวจติดตั้งขึ้น พวกนั้นตะโกนส่งเสียงขอความช่วยเหลือจากหุ่นซึ่งเคยเป็นผู้นำการปฏิวัติ สุดท้ายก็เปลี่ยนเป็นด่าทอและเร่งเร้า เมื่อเห็นเขายังยืนนิ่งท่ามกลางคนของภาครัฐ

    "มาร์คัส แกทำอะไรสักอย่างเซ่!"
    "เพราะแกยังปลอดภัยใช่ไหมถึงยังยืนเฉยอยู่ได้!"
    "แกมันเศษขยะทาสมนุษย์!"

    "ครับ มาคนเดียว"

    มาร์คัสพยักหน้าสำทับคำพูดตัวเองทั้งที่ไม่เป็นความจริงเลย เขายังอยู่ตรงนี้เพื่อเป็นตัวล่อให้เหล่าเพื่อนร่วมกลุ่มเจริโกเข้าไปช่วยแอนดรอยด์ตัวอื่นๆ ซึ่งถูกกักบริเวณไว้ด้วยเรื่องราวไวรัสที่ปั้นแต่ง หากให้คาดเดา นี่คงเป็นบทเริ่มต้นของการล้อมจับผู้ที่ถือครองโปรแกรมRESTอยู่ และมันอันตรายหากจะปล่อยให้แอนดรอยด์ที่ไม่รู้เรื่องราวติดร่างแหตามไปด้วย

    "ดุเดือดกันจังนะพวกนั้น..."

    เจฟฟรี่เหม่อมองเหล่าหุ่นที่อยู่อีกฟากหนึ่งของกำแพงที่กำลังก่นด่าเสียงดังระงม ทว่าผู้โดนปรามาศยืนนิ่ง พยายามปล่อยให้คำกล่าวหาที่สร้างความตึงเครียดเลยผ่านเลยหูไปแม้จะรู้สึกถึงความกดดันชวนบีบรัดหัวใจ มันไม่ใช่เรื่องง่าย และไม่สามารถระบายกับใครได้นอกจากผ่อนลมหายใจออกมา

    "พวกเขาแค่กลัว ว่าจะเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยเหมือนครึ่งปีก่อน"

    เป็นคำกล่าวแฝงการวอนขอความปลอดภัยจากนายตำรวจตรงหน้าด้วยหวังว่าจะไม่มีอะไรร้ายแรงเกิดขึ้น หัวหน้าของสถานีดีทรอยต์ได้แต่ยิ้มบางและตัดบทโดยการยื่นร่มให้

    "ฉันจะพยายามไม่ให้มีนะ ว่าไปมีเรื่องนึงต้องขอโทษทีนะท่านรัฐมนตรี พอดีว่าเต้นท์จะต้องเปลี่ยนเป็นที่ประชุมชั่วคราวพักใหญ่เลย"

    "ไม่เป็นไรครับ ผมไม่ป่วยอยู่แล้ว"

    ชายวัยกลางคนยืนนิ่งหรี่ตาพินิจมอง ก่อนจะตบบ่าหุ่นที่เอาแต่ขมวดคิ้วทำหน้าเคร่งเครียดหนักๆสองที

    "นายต้องหัดอยู่กับร่ม มันจะบอกอะไรเยอะเลย ตอนที่นายพยายามจะเล่นเกมไม่เปียกกับมัน"

    มาร์คัสยอมกางร่มเดินออกมาพร้อมประโยคพูดประหลาดหูชวนให้งงงวย เม็ดฝนกระทบผิวร่มส่งเสียงปุๆไม่ขาด

    "แกมันไร้ประโยชน์มาร์คัส!"
    "จะให้พวกมันทำอย่างนี้กับเราจริงๆเหรอ!?"

    แอนดรอยด์ผิวแทนหลุบตาลง รอยมุ่นคิ้วเกิดขึ้นอย่างไม่รู้ตัว แต่เมื่อสายฝนที่เปลี่ยนทิศตามลม เขาก็ลองขยับร่มกั้นตามคำบอก

    แล้วทั้งเม็ดฝน ทั้งผู้คน โลก...กำลังหายไปโดยผืนผ้าบางๆ

    ความผ่อนคลายเกิดขึ้นภายใต้ห้องส่วนตัวกลางม่านฝน เพียงพอให้ได้สัมผัสถึงช่วงเวลาที่เป็นสมบัติของตัวเอง

    ...ไซเบอร์ไลฟ์ที่ไม่มีแคมสกี้อยู่ มักจะเป็นเช่นนี้...

    ...และเพิ่งรู้ตัวว่า ยามที่ไม่สามารถรับรู้ถึงอีกฝ่าย เขาอ่อนแอได้ขนาดนี้...

    รอยยิ้มบางแสนเหนื่อยล้าปรากฎขึ้นบนความสงบนิ่ง อารมณ์หวั่นไหวปนเปกันดั่งสายฝนที่พัดอย่างไร้ทิศ ไม่รู้จะทำอย่างไร ได้แต่ยืนให้มั่นกลางกระแสข่าวที่เชี่ยวกรากว่าคนที่กำลังคิดถึงได้เสียชีวิตลงแล้ว 

    ...ใจกำลังไขว่คว้าบางสิ่งในความว่างเปล่าและเหน็บหนาว...

    "ถ้าเสร็จธุระแล้ว... รีบมาหาผมนะครับ"

    ประโยคภาวนาสะดุดลงเมื่อเสียงเฮลิคอปเตอร์บินผ่านเหนือศีรษะเข้าไปในเขตชุมชนแออัด เขาพยายามดู แม้จะไม่ชัดนักแต่แน่ใจว่าเป็นของไซเบอร์ไลฟ์ มาร์คัสเม้มปากทั้งสีหน้าตึงเครียด เขารีบติดต่อเพื่อนที่กำลังทำภารกิจอยู่ด้านในทันที แต่สัญญาณคงถูกรบกวนด้วยสภาพอากาศ มันจึงติดๆดับๆจนไม่สามารถติดต่อได้

    "แย่จริง..."

    ร่างในชุดสูทและเสื้อโค้ทสีดำสะดุ้งขึ้นเมื่อมีเสียงปืนรัวดังขึ้นจากที่ไกลๆเคล้าไปกับเสียงร้องครืนของฟ้า ไม่มีมนุษย์คนไหนรับรู้ เว้นแต่แอนดรอยด์ที่มีความสามารถในการแยกคลื่นเสียง เหล่าผู้ถูกกักกันซึ่งไม่เคยไว้ใจในรัฐบาลจึงต่างตื่นตระหนก และเปลี่ยนจากตะโกนโหวกเหวกเป็นหาทางหลบหนีอย่างจริงจัง มาตรการตอบโต้จึงยกระดับขึ้น



    ..................................................




    ["ฉันว่าก็ไม่น่าเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นอะไรนะคะ"]
    ["แค่กักกันเพื่อตรวจไวรัสแอนดรอยด์ชั่วคราว ตรวจเสร็จก็เสร็จแล้ว"]
    ["ไม่นี่ครับ บางอย่างต้องยอมปฏิบัติตามกฎบ้าง สังคมถึงจะสงบสุข"]

    ["ค่ะ นี่เป็นความเห็นส่วนหนึ่งของแอนดรอยด์ในเมืองดีทรอย--"]


    "ดูเป็นมนุษย์ขึ้นนะ เด็กพวกนั้น"

    ในห้องทำงานเล็กๆ แคมสกี้แค่นยิ้มให้ข่าวโทรทัศน์ ซึ่งกำลังเสนอแนวคิดของผู้คนและหุ่นยนต์ที่มีต่อการเคลื่อนไหวของไซเบอร์ไลฟ์ในแง่มุมต่างๆ หลังจากเข้าจำกัดสิทธิเสรีภาพของแอนดรอยด์ในแหล่งเสื่อมโทรม

    "คุณกำลังภูมิใจอยู่หรือเปล่าเอไลจาห์ ?"

    "แน่นอนว่าไม่"

    เขาตอบโคลอี้ซึ่งกำลังวางชาและขนมไว้ใกล้มือเจ้านายที่กำลังวุ่นวายกับการรวมโปรแกรมRESTอีกครึ่ง ซึ่งเพิ่งได้รับโอนมาจากการส่งโคลอี้อีกตัว ไปร่วมงานศพของอดีตผู้พัฒนาโปรเจคร่วม ไม่รู้จะแปลกใจดีไหมที่จู่ๆฝ่ายนั้นก็อยากไปปีนเขาในช่วงฤดูฝน สุดท้ายก็ผลัดลื่นตกลงมาตาย ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากRK900รันโปรแกรมให้ประจักษ์ว่าใช้งานได้จริง

    "ว่าแต่โคลอี้ เธอช่วยโทรบอกลูกชายฉันที ว่าอย่าไปยืนเป็นเป้าอารมณ์อยู่ระหว่างผู้ชุมนุม ตำรวจ และคนของไซเบอร์ไลฟ์"

    แคมสกี้ซึ่งใช้ชีวิตในห้องลับเล็กๆภายในตึกไซเบอร์ไลฟ์ ขยับแว่นที่วางอยู่บนสันจมูกโด่งให้เข้าที่ก่อนเพยิดหน้าไปทางทีวีเครื่องหนึ่งซึ่งกำลังถ่ายทอดสดทางเฮลิคอปเตอร์ ระหว่างที่กำลังพรมนิ้วพิมพ์แก้ไขโค้ดให้เชื่อมต่อกัน

    "ดูเหมือนเขากำลังตัดสินใจทำอะไรสักอย่าง แบบนี้คงไม่ฟังหรอกค่ะ ต่อให้คุณแมนแฟรดบอกก็ตาม แต่ถ้าคุณพูดเอง ก็อาจจะฟังอยู่บ้างนะคะ"

    เลขาสาวมองไปยังหุ่นผิวแทนที่เคยอยู่ร่วมชายคาเดียวกันมาก่อน จากนั้นจึงหันไปทางเจ้านายที่กำลังผ่อนลมหายใจหนักและเร่งจังหวะตัวเองให้เร็วขึ้น โคลอี้กล่าวต่อ   "ให้ฉันติดต่อRK900 บอกเหตุผลและขอปิดระบบเขาเพื่อยืมRESTมาตรวจสอบไหมคะ มันน่าจะเร็วกว่านั่งรวมโปรแกรมแบบนี้ ฉันคิดว่าเขาน่าจะยอม"

    "มันไม่ได้หรอก ที่ใส่อยู่ในRK900เป็นแค่โปรแกรมปฏิบัติการ ไม่มีโค้ดส่วนแก้ไขแอนดรอยด์ให้กลับคืนสู่ภาวะเดิมเลย มีประโยชน์แค่เอาไปก็อปปี้แล้วเพิ่มจำนวนผู้ทำลายดีเวียนต์"

    "เป็นโปรแกรมที่อันตรายจังนะคะ..."   แอนดรอยด์สาวนั่งลงบนเก้าอี้ไม่ห่างกันนัก และชวนคุยตามหน้าที่กับซีอีโอหนุ่มซึ่งไม่ชอบความเงียบเวลาทำงาน

    "กลัวเหรอ?"

    "ฉันเป็นจักรกลค่ะเอไลจาห์ แม้มันจะมีผลหรือไม่ ก็ไม่รู้สึกกลัวอะไร"   

    หนึ่งในจำนวนที่ไม่ยอมให้มาร์คัสปลดปล่อยจากความเป็นแมชชีนกล่าวด้วยเสียงเรียบเรื่อย   "...อารมณ์เป็นสิ่งที่ทำให้เหนื่อยและเกินความจำเป็น และไม่ใช่ทุกคนที่นึกอยากได้ เพราะอย่างนั้นมันถึงชื่อ REST ใช่ไหมคะ"

    "อาจจะ พอดีอีกคนนึงที่พักไปแล้วตลอดกาลเป็นคนตั้งน่ะ แต่อารมณ์ความรู้สึกมันก็เป็นอะไรที่หนักหนาสุดในชีวิตจริงๆ"

    แคมสกี้ยกมือซ้ายขึ้นในอากาศโดยไม่คิดละสายตาออกจากหน้าจอโน้ตบุ้ค แล้วเลขาของเขาก็ส่งขนมมันจูลูกเจี้ยบตัวสุดท้ายให้   "นอกจากมนุษย์ส่วนนึงจะอยากให้แอนดรอยด์กลับเป็นจักรกล ก็มีแอนดรอยด์ส่วนหนึ่งที่อยากจะกลับไปเช่นกัน RESTไม่ใช่โปรแกรมเลวร้ายอะไรถ้าใช้ให้ถูกวิธี แต่เสียดาย...ถ้าฉันถอดโค้ดโปรแกรมรักษาเสร็จ จบงานนี้มันต้องหายไปเสียแล้ว"

    "ถ้ามิสเตอร์สเทิร์นได้โปรแกรมไป เขาอาจจะนำไปใช้เปลี่ยนแอนดรอยด์ หรือไม่ก็ประกาศแถลงการณ์ทำให้คุณออกจากบอร์ดผู้บริหาร"

    "อเล็กซ์ยังฝังใจกับแอดวานซ์ไซเบอร์ของครูอแมนด้าที่ฉันไปเทคโอเวอร์มา ...แต่ก็ไม่แคร์นะ ฉันค่อนข้างจักรกลพอตัว"   

    "มาร์คัส"

    จู่ๆโคลอี้ก็เอ่ยชื่อหุ่นในทีวีขึ้นพร้อมหันมอง ทำให้ผู้ที่กำลังก้มหน้าก้มตาอยู่รีบหันตามไปทันที และเมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็รู้ด้วยตัวเองว่าถูกหลอก แคมสกี้สูดลมหายใจลึก โยนขนมเข้าปากเคี้ยวคำใหญ่ปล่อยให้เลขาของตนยกยิ้มขำไป   "...เข้าศูนย์ซ่อมบ่อยๆ ถ้าไซเบอร์ไลฟ์ไม่มีคุณอยู่อีกคงลำบากน่าดู"

    ".....อือ"   คนถูกหลอกปั้นหน้ายุ่ง ไม่ยอมพูดด้วยโดยใช้ขนมที่คับปากอยู่เป็นข้ออ้าง

    "และคุณอาจจะลืมไป ว่ามาร์คัสมีความรู้สึก ตอนนี้เขาคงไม่ค่อยดีนัก ที่ต้องแบกรับความคิดที่ว่าคุณจะยังอยู่หรือไม่อยู่"

    ซีอีโอหนุ่มกลอกตาขึ้นเพดาน ยกแก้วน้ำชาขึ้นมาดื่มส่งขนมก้อนใหญ่ ความหวานและขมผ่านลงคอพร้อมกันพาให้ปั้นสีหน้าได้ลำบาก

    "เร่งจัง"

    "เป็นจักรกลก็ต้องเร่งเครื่องได้สิคะ"

    "นิ้วจะกุดหมดแล้ว~"   แคมสกี้ครวญคลอไปกับเสียงจิ้มคีย์บอร์ด โคลอี้ค่อยๆยืนขึ้นแล้วชี้ไปทางโทรทัศน์      

    "เอไลจาห์..."

    สิ่งที่เห็นในกรอบสี่เหลี่ยมคือร่างสีขาวเปรอะดินของแอนดรอยด์หลายร้อยหลายพันตัวที่วิ่งกระจายไปทั่ว และเข้าทำร้ายทุกสิ่งอย่างคลุ้มคลั่ง จนเจ้าหน้าที่ต้องตัดเข้าสู่มาตรการฉุกเฉิน



    .....................................................


    TBC




Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
dysdaimonh (@dysdaimonh)
สถานะการณ์วุ่นวายมากเลยค่ะ แต่ที่เราสนใจคือเจ้ากวิ้นเป็นไงบ้างงงง ยังปลอดภัยดีอยู่ชั่ยมั้ยยยย
tomei_tan (@tomei_tan)
@dysdaimonh กวิ้นจิต้องปลอดภัย กวิ้นมีสกิลนางเอกกกก(?) ถถถถถถถ
nakamayucchi (@nakamayucchi)
ลุ้นมากไรมาก ว่าแต่เกวินเป็นไงมั่งแล้ว โดนเมเบลทำอะไรไปหรือยัง ไนน์สู้เค้านะ กลับไปเปียกในชีวิตจริงกับเกวินให้ได้นะ สู้เพื่อเมีย ไฟท์ๆ
tomei_tan (@tomei_tan)
@nakamayucchi ถถถถถถถ ไนน์สู้ตายยยยย //ตัยจริงๆด้วย กร๊ากก XD #ไนน์ร้องแหล้ว