Game & Comic Fanfictomei_tan
[fic]Detroit become human:I'm still android 22
  • มันเป็นความไม่ชัดแจ้ง ราวกับยืนอยู่ท่ามกลางไอน้ำหนาทึบ

    จะลืมตาหรือหลับตา ก็ไม่สามารถแยกแยะรายละเอียดใด

    ปล่อยให้ตัวเองเสมือนจมน้ำ ทั้งที่ยืนอยู่บนดิน



    ....................................



    วันนี้เป็นอีกวัน ที่ผู้หมวดแอนเดอร์สันตัดสินใจลางาน


    ท่ามกลางอารมณ์ที่ทึบทึมของวันคืนที่เต็มไปด้วยกลิ่นแอลกอฮอล์ แฮงค์ไม่แน่ใจว่าเขาร่วมรักอย่างเร่าร้อนกับผู้ที่ไม่ใช่คนของตัวเองกี่หน อะไรบางอย่างที่ไม่อาจทำใจยอมรับ ได้ตอกย้ำเวียนวนอยู่ภายในความคิด

    ทว่าไม่มีคำกล่าวห้ามใดๆจากแอนดรอยด์ในอ้อมแขน หากเขายังมีความต้องการ ฝ่ายนั้นก็พร้อมโอบกอดและตอบสนอง เราควรห่างกัน เขาควรเอ่ยปากไล่ให้มันออกไปจากบ้าน แต่พอเห็นอาหารเช้าที่ถูกเตรียมไว้ให้ คำพูดก็ถูกกลืนหายกลับเข้าไปในคอ

    มีบางสิ่งผิดปกติ ภายใต้ชีวิตประจำวันที่กำลังกลับมาเหมือนเก่า ราวกับไม่มีเรื่องร้ายใดได้เกิดขึ้น

    "ไปข้างนอกกัน..."

    ชายวัยกลางคนบอกหลังจากอ่านเมสเสจจำนวนมากในโทรศัพท์จบ ส่วนใหญ่มาจากคริส ที่ส่งมาบอกความเป็นไปของซูโม่ให้ฟังเป็นระยะ ตั้งแต่พาไปโรงพยาบาล นั่งรอตรวจ จ่ายยา กลับมารอแฮงค์ สุดท้ายก็ขอพาหมากลับบ้านด้วย จากนั้นนายตำรวจยศน้อยกว่า ก็ส่งภาพหมาท่าเดียวกันในเวลาต่างๆมาให้ เพื่อบอกเจ้าของให้รู้ว่าตอนนี้มันยังอยู่ดีมีสุขอยู่

    อากาศข้างนอกสดชื่น ท้องฟ้าแจ่มใสจนน่าโมโห ดวงตาอิดโรยของแฮงค์เลื่อนไปมองผู้ที่กำลังขับรถ  วันนี้คอนเนอร์แต่งกายด้วยชุดสีสันสดใสที่มันซื้อใส่เอง แทนชุดสูทขายประกันของไซเบอร์ไลฟ์ กลิ่นหอมเย็นที่รู้จักกลับคืนสู่เส้นผมราวกับไหมดั่งเช่นที่เคยเป็น

    พวกเขาตระเวนขับรถไปทั่วเมือง ลงไปเดิน แล้วก็กลับขึ้นรถขับไปสถานที่ใหม่ ช่างเป็นกิจกรรมที่ซ้ำไปซ้ำมาไม่ต่างจากดวดเหล้าแล้วมีเซ็กซ์อยู่ที่บ้านสักเท่าไหร่ คอนเนอร์ทำตามที่อีกคนต้องการ ไม่ได้ถามหรือบ่นอะไร พูดน้อยราวกับอยู่ในโหมดประหยัดพลังงาน

    "มีที่ไหนอยากไปไหม"

    แฮงค์เอ่ยขึ้นหลังจากลงนั่งยังเก้าอี้ยาวของสวนสาธารณะ ในเมสเสจเหล่านั้น นอกจากเรื่องของซูโม่ คริสบอกว่าเกวินถามถึงคอนเนอร์ และด้วยความสนิทกันมันเลยเล่าเรื่องหุ่นเขาเมโมรี่หายให้ฟัง แล้วเจ้าคนที่หนีหายไปกับหุ่นก็ส่งเมสเสจมาหา บอกว่าหากจะดึงความจำของแอนดรอยด์กลับมา จะต้องทำให้อีกฝ่ายจดจำถึงความสุขที่เคยมีได้

    ...ฟังเหมือนหนังน้ำเน่า...

    จะว่าเป็นการรวมหัวกันแกล้งก็จะเป็นการกล่าวหาที่เกินเลยไป คริสไม่เคยหลอกเขา หมอนั่นเป็นตำรวจในอุดมคติที่โลกใบนี้ต้องการ ส่วนเกวิน ...แม้มันจะเหลือขอกวนตีน แต่ก็รู้กาละเทศะพอที่จะไม่ล้อเล่นกับเรื่องซีเรียส บางทีมันอาจจะรู้มาจากไนน์ก็เป็นได้

    มนุษย์จะทำอย่างไรเมื่อเห็นฟางเส้นสุดท้ายลอยน้ำมายามกำลังจะจม ...

    ...แฮงค์คว้ามันไว้ และเริ่มตัดสินใจพาแอนดรอยด์ไร้ความทรงจำไปยังที่ที่เขาสองคนเคยไป เล่าเรื่องราวตะกุกตะกักราวกับไกด์เถื่อน เผื่อว่าจะมีสักมุมหนึ่งบนโลกของพวกเขา เก็บซ่อนสิ่งที่เป็นความสุขของคอนเนอร์ไว้ และรอให้พวกเขาเดินไปค้นพบอีกครั้ง


    ไม่รู้สินะ

    อันที่จริง

    การสูญเสียเริ่มต้นไปแล้วใช่หรือเปล่า...?


    จิตใจที่วิ่งวุ่นนอนบอบช้ำอยู่ในอกภายใต้ความสงบที่เจ็บปวด ดวงตาสีฟ้าครามยังคงถ่ายทอดไปยังอากาศเบื้องหน้า รอให้ใครสักคนเดินถือป้ายมาบอก ว่านี่เป็นรายการเรื่องล้อกันเล่น

    แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่า คือตัวเขาที่พร้อมจะหลอกตัวเอง

    แล้วสุดท้าย บุคคลที่รัก จะหายสาปสูญไปจริงๆ


    "แกคือคอนเนอร์จริงๆใช่ไหม ?"

    ผู้หมวดถามอีกครั้งระหว่างที่พวกเขากำลังเดินกลับขึ้นรถ สมองที่มึนชาจำไม่ได้ว่าก่อนหน้านี้เกิดเหตุการณ์สั้นๆอะไรขึ้น แต่เมื่อคนเหม่อลอยได้ยินเสียงพูดของตัวเอง ก็ระลึกขึ้นมาได้ว่า ตัวเองกล่าวประโยคที่ว่าไปไม่ต่ำกว่าสิบหน


    "ผมคือคอนเนอร์ครับ"


    ...และหมอนั่นก็ไม่หน่ายที่จะตอบ...


    "มีที่ไหนอยากไปอีกไหม"


    ...คำถามนี้ก็เช่นเดียวกัน...



    แอนดรอยด์ตัวนั้นหันกลับมาจากแม่น้ำ ดวงตาสีเข้มแลไร้ชีวิตชีวาราวกับปลาตายแปรเปลี่ยนไป หลังการวิเคราะห์ที่ทำให้ LED เปลี่ยนเป็นสีเหลืองวูบหนึ่ง จากนั้นก็ส่งยิ้มให้อย่างสวยงาม

    "ผมอยากไปอควาเลี่ยมครับแฮงค์"

    มีใครสักคนเคยกล่าว ว่ารูปลักษณ์ของความสุขนั้น เป็นต้นไม้ที่ออกดอกอันหอมหวาน ยิ่งสวยงามเท่าไร ยามโรยราจะกลายเป็นเศษซากเถาหนามอันแหลมคมเท่านั้น

    ชายผมสีดอกเลาสูดลมหายใจเข้าลึก 

    การเดินเวียนไปตามสถานที่ที่มีความสุขเหล่านั้น ก็ยอมแล้วที่อกจะถูกแทงซ้ำๆด้วยหนามแหลม  ... ทั้งที่คิดว่ามันเริ่มชาจนไม่รู้สึกใดๆ ทว่าน้ำตากลับปาดไหลลงมาบนมุมปากที่กำลังยิ้มละไม

    "ไกลหน่อยนะ อยู่ติดทะเลนู่น..."



    ...........................................



    ภายในสวนเซนที่ร่มรื่นและกว้างขวาง แอนดรอยด์ร่างสูงโปร่งเดินเร่งฝีเท้า ตรงไปยังกอกุหลาบแดงเด่นที่เลื้อยอยู่บนระแนงไม้ และเมื่อมือขาวจะคว้าจับเตรียมทำลาย เสียงเข้มของคนด้านหลังก็พูดขึ้นอย่างเคร่งขรึม

    "รายงานผล คุณคอนเนอร์"

    มือนั่นชะงัก แล้วค่อยๆถูกกำเก็บมาไว้ข้างตัว

    "ผมทำตามที่เขาอยากทำ แต่ทำไมเขาถึงดูเสียใจอีก..."

    คำตอบดูไม่ตรงประเด็นนัก อแมนด้ายืนมองแผ่นหลังผู้ที่ยืนก้มหน้าอยู่ด้วยแววตาผิดหวัง เธอผ่อนลมหายใจหนักก่อนจะมุ่นคิ้วบอก

    "มนุษย์เป็นสิ่งที่ซับซ้อน ยากจะเข้าใจ"   

    "ผมจำเป็นต้องเข้าใจเขาก่อน ผมก่อนหน้านี้เข้าใจเขา"

    เสียงทุ้มของคอนเนอร์ที่กระชั้นขึ้น พาให้หญิงวัยกลางคนค่อยๆเดินไปด้านหน้าคู่สนทนาที่กำลังเกิดความหวั่นไหว ดวงตาของทั้งคู่จ้องมองกัน 

    "เพราะฉันไม่ใช่ดีเวียนต์ จึงไม่ถูกRESTเข้ารีเซต ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีประโยชน์ที่เธอจะดาวน์โหลดความทรงจำฉัน เพื่อกลายเป็นอแมนด้าอีกตัว ..."

    เธอกล่าวพร้อมใช้มือป้องกุหลาบ ชื่นชมโปรแกรมความจำซึ่งอยู่ในรูปลักษณ์อันสวยงาม

    "คุณไม่จำเป็นต้องกังวลกับตัวตนในอดีต ทำภารกิจให้จบ...มนุษย์จะรักษาสิ่งที่มีประโยชน์ไว้กับตัว ถ้าไม่มี ก็ต่างเดินจากกันอย่างเท่าเทียม แต่เพราะพวกเราเป็นแอนดรอยด์ ถ้าไม่มีประโยชน์กับไซเบอร์ไลฟ์ เธอและฉันที่รู้จักRESTจะต้องถูกกำจัดสักทาง ...จงมีชีวิต อยู่ใต้ความยินดีของพวกเขา"


    ...........................................



    คอนเนอร์กะพริบตาเบาเพื่อออกจากโลกเสมือน เบื้องหน้าคืออุโมงค์แก้วขนาดใหญ่ซึ่งบรรจุน้ำไว้เต็ม ในห้องที่มืดสลัวแบบนี้ ของเหลวสีฟ้ายิ่งสว่างชัดในดวงตา การกระเพื่อมไหวของผืนน้ำระยิบระยับ สร้างมโนสำนึกคล้ายตัวเองกำลังล่องลอยไปพร้อมกับเหล่าปลาที่กำลังแหวกว่าย

    สิ่งมีชีวิตที่ไม่สามารถออกไปสัมผัสอากาศนอกกรอบสีฟ้า

    ...ถูกพันธนาการ และจมตัวอยู่ในนั้น...


    "พวกเขาต้องอยากรู้แน่ๆ ว่าบนบกเป็นยังไง"

    แอนดรอยด์หนุ่มกล่าวขึ้นอย่างใคร่รู้

    ดีใจ เสียใจ

    ...อิสระ...


    แม้ว่าจะต้องตาย....?

    "นั่นสิ"

    มนุษย์ข้างกายตอบสั้นๆแล้วปล่อยให้เสียงจางหายไปเช่นฟองคลื่น ทิ้งให้คนถามอยู่กับความเงียบและเหล่าสายตาที่ว่ายเวียนมาจ้องมอง 

    ครู่ใหญ่...ผู้ไร้ความทรงจำเริ่มพูดอีกครา

    "ผมที่นึกเรื่องราวไม่ออก ไม่เป็นประโยชน์กับคุณ"

    แฮงค์มองเสี้ยวหน้าขาวที่ดูเหม่อลอย จากนั้นจึงยื่นมือไปกุมมือที่ปล่อยว่างและดูโดดเดี่ยว เขาเพิ่งรู้สึกว่ามันเย็นจนต้องจับให้แน่นขึ้น

    "ไม่เป็นไรนะ..."   

    เสียงทุ้มแหบกล่าวขึ้นมา มันดูว่างโหวงเช่นเดียวกับปลาเล็กที่หลงฝูง แต่เมื่อถูกย้ำอีกครั้ง ความอ่อนโยนกลับชัดเจนขึ้น เฉกเช่นดวงตาสีฟ้าครามที่มองตรงมา   "...ไม่เป็นไรคอนเนอร์"

    ในช่วงเวลาที่มือใหญ่เข้ากอบกุม ร่างกายที่กำลังถูกอากาศบนโลกแห่งนี้กัดเซาะจนผิวโลหะเย็นชืด ก็คล้ายจะอบอุ่นขึ้นทีละนิด แอนดรอย์หนุ่มถดมือที่กำลังถูกจับอยู่ออก แล้วความรู้สึกอันละเมียดละไมที่ท่วมท้นขึ้นมาพร้อมกับความเจ็บปวดเมื่อครู่ ก็กลับสงบลงอีกครั้ง

    "ผมอยากถ่ายรูป .."

    "อา...เอาสิ"

    แฮงค์รับปากอย่างง่ายๆก่อนหยิบมือถือขึ้นมาปลดรหัส ให้เจ้าของดวงตาแก้วจดจำตัวเลขบนหน้าจอเหล่านั้นอย่างเงียบๆ



    .................................................



    "คุณโอเคขึ้นแล้วเหรอครับผู้หมวด"

    คริสเข้าไปถามชายร่างใหญ่ที่กำลังนั่งทำงานที่ค้างคาอยู่ตรงโต๊ะอย่างเป็นห่วง หลังจากเห็นคนที่ถูกยิงจนบาดเจ็บกลับมาเข้าเวรดึกกับแอนดรอยด์คู่หู แฮงค์ยิ้มบางให้แล้วพยักหน้าน้อยๆ

    "อืม ดีขึ้นมาก ขอบใจมาก ...เรื่องซูโม่ด้วย พรุ่งนี้เช้าลงเวรแล้วฉันจะรีบแวะไปเอา"

    "หมวดไม่ต้องรีบขนาดนั้นหรอกครับ พรุ่งนี้เย็นก็ได้ สบายๆ"   

    คนอายุน้อยกว่าเก็บมือถือที่กำลังโต้ตอบแชทกับเกวินเข้าในกระเป๋า หลังจากที่ไม่ได้รับการตอบกลับเสียที  เขามองไปทางแอนดรอยด์ซึ่งกำลังยืนดูโทรทัศน์คล้ายกับกำลังรอคอยอะไรบางอย่าง   "แล้วทางนั้นโอเคขึ้นบ้างไหมครับ ?"

    "ไม่รู้สิ"   ชายผมสีดอกเลากล่าวช้า ดวงตาที่เศร้าสร้อยดูสงบและมีความหวังขึ้น   "...กับเรื่องแบบนี้ มีแต่ฉันที่ต้องหัดใจเย็น และให้เวลาหมอนั่นบ้าง"

    "นั่นสิครับ~ ผมก็ว่าอย่างนั้น~"   

    คริสยิ้มกว้างอย่างยินดีกับคำตอบ ทำเอาแฮงค์ต้องรีบเรื่องกลบความเขินที่จู่ๆก็พุ่งสูงขึ้นมา เขาพูดต่อขณะกวาดตาหันมองไปทั่วที่ทำงาน   "เออ ว่าไป ทำไมบรรยากาศมันดูแปลกๆวะ ?"

    "แปลกเหรอครับ ? ก็ไม่นี่ครับ"   นายตำรวจยกแขนตัวเองขึ้นมาดมกลิ่น

    "ไม่ใช่สิวะ มันแปลก แบบ...แอนดรอยด์หายไปไหนหมดวะ ?"   ผู้หมวดมองไปรอบๆ   "ปกติลูซี่ต้องมากำรีโมตจองทีวีแล้วนี่หว่า"

    "อ้อออ เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน มีประชุมด่วนน่ะครับ แล้วทีนี้---"

    ["ขณะนี้ทางรัฐบาลได้อนุมัติ และเริ่มทำการล้อมเขต H-11 ให้เป็นจุดกักกันและเฝ้าระวังโรคติดต่อทางอิเลคทรอนิกชั่วคราว จนกว่าทางไซเบอร์ไลฟ์จะพบสาเหตุที่แท้จริง แม้ว่าปัจจุบันจะยังไม่มีจำนวนหุ่นผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น แต่ไม่อาจวางใจได้ ดังนั้นจึงขอให้ประชาชนแอนดรอยด์ที่อยู่อาศัยภายในเขต ให้ความร่วมมือกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในการ...."]

    ข่าวจากโทรทัศน์ช่วยในการตอบข้อสงสัย ภาพในโทรทัศน์กำลังถ่ายทอดสดการตั้งด่าน พวกหุ่นด้านในเขตดูตื่นตระหนกและไม่ยอมรับการกักกันที่กำลังเริ่มขึ้น ต่างมาชุมนุมรวมตัวกันที่บังเกอร์ แล้วภาพก็ต้องถูกตัดไปเมื่อพิธีกรภาคสนามถูกเจ้าหน้าที่เข้ามาไล่ 

    "ผมว่า... สถานการณ์แบบนี้ไม่ค่อยดีเลย"

    "ไม่มีใครแม่งอยากถูกกักตัวในพื้นที่ๆมีเชื้อโรคหรอก แล้วถ้าถูกจับได้ว่าติดไวรัสแล้วจะยังไงต่อวะ ?"  แฮงค์หันไปมองทางห้องขังที่ตอนนี้ล้วนว่างเปล่า จากนั้นจึงเหลือบไปทางคอนเนอร์วูบหนึ่ง   "ตามเอกสาร กลุ่มนิวเจติดไวรัสถูกนำไปตรวจแล้วส่งกลับมาฝากขังที่นี่ชั่วคราว ตอนนี้ถูกย้ายไปอยู่ไหน?" 

    "หมวดครับ เมื่อครู่คนของไซเบอร์ไลฟ์มาน่ะครับ คุยกับหัวหน้าแล้วก็พาพวกนั้นขึ้นรถไป สักพักก็เอารถอีกคนมา พาพวกเจ้าหน้าที่แอนดรอยด์เราไปด้วย เขาบอกว่าจะพาไปตรวจสุขภาพ"   คริสมองตามสายตาคนตรงหน้าไปยังแอนดรอยด์ที่ยืนอยู่   "ผมว่า...พวกคุณโดดงานกันต่ออีกหน่อย น่าจะได้นะครับ"

    "งั้นฝากตอกบัตรทีนะ"

    ผู้หมวดรุดเข้าไปคว้าข้อมือหุ่นที่ยังเหม่อดูข่าวอยู่ ฉุดให้เดินกึ่งวิ่งตามตัวเองไปยังลานจอดรถ ทว่าคอนเนอร์กลับขืนตัวไว้เมื่อถึงประตูทางออกอาคาร

    "ทำอย่างนี้ไม่ถูกต้องนะครับ ผมจะต้องถูกกักตัวตามประกาศของรัฐบาล"

    "ช่างรัฐบวมแม่งสิ"

    "คุณเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ จะต้องทำตามกฎหมาย ไม่อย่างนั้นจะต้องถูกไล่ออก--"

    "ฉันบอกว่าช่างแม่งไง! ช่างงานเฮงซวย! ช่างเงินบำเน็จ! ช่างเบี้ยเลี้ยงคนชรา! เอาให้รู้ไว้ฉันไม่ยอมยืนมองดูแกถูกหิ้วเอาไปแยกชิ้นส่วน เพื่อให้พวกแม่งได้ตรวจจนรู้ความจริงเกี่ยวกับไวรัสแอนดรอยด์ห่าเหวอะไรนั่นหรอก!"

    คอนเนอร์ยืนนิ่งมองแฮงค์ที่ตะคอกใส่ตัวเองจนริมฝีปากสั่น ความเป็นมนุษย์ของคนตรงหน้าช่างทำให้เขาคาดเดาสถานการณ์ลำบากว่าจะต้องทำเช่นใดให้พึงพอใจ แฮงค์หรี่ตาลงเมื่อเห็นหุ่นสืบสวนหันไปมองทางประตูอย่างผิดสังเกต

    "เกิดอะไรขึ้น ?" 

    "ผู้กองฟาวเลอร์เพิ่งจอดรถเสร็จ เขากำลังเดินตรงมาตามลำพังครับ"

    "เวรเอ้ย..."

    ชายร่างใหญ่หมุนตัวกลับหลังไปมองทางประตู แล้วจึงหันมองไปโดยรอบ เขารู้นิสัยเพื่อนดีจนรู้ว่าตัวเองคงไม่สามารถต่อรองอะไรได้ในกรณีนี้ คอนเนอร์หลับตาลง LEDขึ้นเป็นสีเหลืองวูบหนึ่ง

    "ผมสามารถแอบในห้องเก็บหลักฐานได้"

    ไม่ต้องรอกล่าวประโยคเห็นดีเห็นงานด้วย ผู้หมวดรีบเปลี่ยนทิศทางพาอีกฝ่ายโยนเข้าไปทางประตูที่ว่าหลังแปะการ์ด อย่างไม่สนว่าจะเสียหลักตกบันไดหรือไม่ และเมื่อประตูที่ต้องใช้บัตรผ่านปิดตัวลง หุ่นร่างสูงโปร่งก็ได้ยินเสียงเจฟฟรี่ตะโกนเรียกแฮงค์ และเสียงโวยยามลากเอาเพื่อนออกไปทำงานข้างนอกด้วย

    "......"

    คอนเนอร์ยืนนิ่ง เขารู้ว่าตัวเองกำลังถูกปกป้อง และเวลานี้ก็เหมาะสมแล้วที่จะกลับออกไป แต่ผู้ที่แจ้งไซเบอร์ไลฟ์ว่าRK900อยู่ในเขตH-11 ก็ตัดสินใจเดินลงไปยังห้องหลักฐานด้านล่างต่อ



    ........................................



    ["สวัสดีค่ะ ฉันเป็นครูประจำชั้นของเกวิน รี้ด ขอรายงาน---"]

    "หยุดเลยเมเบล"   เด็กหนุ่มที่เพิ่งยกหูโทรศัพท์ตั้งโตีะขึ้นมารับสาย เท้าเอวแล้วกล่าวเสียงเข้ม ปลายสายหัวเราะคิก

    ["ฉันดัดเสียงแล้ว เธอก็ยังจำได้เหรอ ดีใจจัง"]

    "ก็จังหวะการพูดกับน้ำเสียงมันเหมือนเดิม เอาเหอะ ขอร้อง อย่าเล่นงี้อีก ...นี่ถ้าพ่อมารับ ฉันได้ซวยแหง"   เกวินกล่าวปรามเพื่อนด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่าย

    ["ฉันเบื่อนี่ เธอไม่ยอมมาเล่นกับฉันสองอาทิตย์แล้ว"]

    "ติดสอบไง... ให้คุณฮอฟแมนถอยแอนดรอยด์อีกตัวมาดีกว่าไหม ถ้าจะขี้เบื่อแบบนี้"

    ["นี่ ตอนนี้พระจันทร์เต็มดวง สวยมากเลย เราไปดูกันเถอะ ฉันจะรอตรงตึกร้างที่เดิมนะ"]

    แอนดรอยด์เด็กสาวกล่าวเร็วๆด้วยน้ำเสียงกระตือรือล้นก่อนจะวางสายคล้ายไม่สนใจคำขอ ให้เกวินได้กลอกตาวน ดึกป่านนี้มันไม่ง่ายเลยที่จะแอบพ่อออกไปข้างนอก เหมือนจะมีอยู่สองทางคือ รอดออกไปเที่ยวได้และกลับมากินหมัด กับกินหมัดจนคลานออกไปเที่ยวไหนไม่ได้



    .......................................



    คืนนี้พระจันทร์ถูกบดบังด้วยเมฆทึบและฝนพรำ เกวินและไนน์เดินขึ้นอาคารสูงที่ยังสร้างไม่เสร็จและถูกทิ้งร้างไว้ บางจุดมีผนังกั้นแบ่ง บางจุดเป็นเพียงเสา โครงสร้างรอบด้านที่ล้วนเก่าและทรุดโทรมนั้นบ่งบอกว่าหากมันยังคงดีอยู่ คงใหญ่โตหรูหราราวปราสาทราชวัง ตึกเก่านี้เป็นตึกเดียวที่สูงพอสำหรับขึ้นไปดูอนุเสาวรีย์ที่ว่ากันว่าจะมีแอนดรอยด์มารวมตัวกันเพื่อขอให้ชาร์ลช่วยรักษา

    เสียงคำรามครืนๆดังขึ้นเหนือหัว เม็ดฝนปรอยถูกลมพัดเข้ามาด้านใน เพียงขึ้นบันไดถึงชั้นสี่ ชายหนุ่มผมสีน้ำตาลก็สามารถเห็นสุสานหุ่นได้ชัดเจน ร่างสีขาวเกรอะกรังของพวกมันยังคงเคลื่อนไหวไปมาดั่งเช่นในอดีต ต่างกันแค่มันดูยั้วเยี้ยมากกว่าเก่า ราวกับหนอนแมลงวันฝูงใหญ่ที่ชอนไชอยู่บนกองซากเน่าเหม็น 

    "อุ!"

    น้ำย่อยที่ท้นคอขึ้นมาพาให้เกวินต้องยื่นหน้าออกไปอาเจียน ผู้ที่มาด้วยรีบเข้าไปหาด้วยความเป็นห่วง แต่ทันทีที่มือสัมผัสถูกผิวกายชายที่กำลังนั่งงอตัวอยู่ ร่างนั้นก็สะดุ้งโหยงผวาหนีทันทีโดยไม่ระวังว่าจะผลัดตกลงไปด้านล่างหรือไม่ ไนน์เข้าคว้าร่างที่เอนออกไปด้านนอกให้กลับเข้ามาในอาคารทัน หัวใจสังเคราะห์ในอกเต้นแรงขึ้นตามการตกใจ

    "ปล่อยก่อน...อย่าเพิ่งจับ ขอว่ะ..."

    เกวินยกมือขึ้นเป็นสัญญาณให้อีกฝ่ายปล่อยตัวเอง ไนน์คลายวงแขนลงพร้อมก้าวถอยหลังเว้นระยะห่างให้ ดวงตาแก้วทอดมองแผ่นหลังนั้นอย่างรอคอยด้วยใจที่โหวงหวิว มันเป็นความอึดอัดยามที่เขาไม่สามารถรู้ตื้นลึกหนาบางของอีกฝ่าย

    มนุษย์ล้วนเต็มไปด้วยความลับ หากได้สัมผัสแล้วสามารถล่วงรู้ถึงความคิดได้ คงจะดีไม่น้อย

    ไนน์ไม่ได้กล่าวอะไรกระทั่งคนตรงหน้าเริ่มเดินต่อ ฝ่ายนั้นพยักหน้าเรียกโดยไม่ยอมสบตาเขา กระทั่งทิวทัศน์ของสุสานหุ่นถูกผนังเก่าด้านหนึ่งช่วยบดบังให้หายไปเกวินก็ดูโอเคขึ้น 

    เจ้าตัวหยิบมือถือขึ้นมาเพื่อหาตัวช่วยให้นึกถึงเรื่องอื่น แต่เนตเวิร์คในนี้ก็ไม่เสถียรเอาเสียเลย ข้อความที่ส่งให้คริสยังคงค้างอยู่ที่เดิม

    "นี่ ชวนคุยหน่อย อะไรก็ได้"

    โอกาสในสถานการณ์ผิดปกติเกิดขึ้นได้ ...ไนน์สงสัยทุกอย่างเกี่ยวกับเกวิน เขาพร้อมถามได้ตลอดคืน แต่คำว่าอะไรก็ได้นั่น มันกว้างขวางได้แค่ไหน

    "คุณนึกรักผมจริงไหม ?"

    "ห๊ะ ?"

    "...ผมจะโอเคกับคุณหรือเปล่าถ้าเทียบกับมนุษย์คนอื่นๆ"

    คนฟังที่กำลังเดินขึ้นบันไดอยู่หันหน้ากลับมาเบ้ปากใส่ ประหนึ่งว่าจะพูดเรื่องนี้ในตอนนี้จริงสิ แต่จากสีหน้ากับระดับความจริงจังของคนถาม คาดว่ามันน่าจะเป็นอะไรที่ตกตะกอนอยู่ในใจอีกฝ่ายอยู่เยอะพอสมควร ถึงได้ทำหน้าเหมือนถูกประตูหนีบนิ้วหัวแม่เท้าอยู่แบบนี้

    "เหอะ คบกะหุ่นนี่ เรื่องมากฉิบหาย"

    คำพูดแฝงเสียงหงุดหงิดนั่น ทำให้ผู้ที่ความมั่นใจถดถอยอยู่ถึงกับสะดุ้งรีบเงยหน้าขึ้นมอง สิ่งที่รออยู่คือรอยยิ้มร้ายและริมฝีปากที่อุ่นร้อนของคนกักขฬะ ซึ่งสามารถปัดความรู้สึกหม่นหมองออกไปได้เพียงการสัมผัสที่แผ่วบาง

    "จะเป็นตำรวจข้างฉัน วิเคราะห์เองไม่ได้เหรอ ?"   เกวินเหยียดยิ้มถามด้วยสายตาขี้เล่นที่แฝงความรักใคร่อยู่ แล้วสีซับโลหิตจางๆก็ซ่านขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาของผู้ฟังซึ่งค่อยๆคลี่ยิ้มบางให้

    "ตัวอย่างของเหลวไม่พอวิเคราะห์ครับ"

    แอนดรอยด์หนุ่มกลับเข้าไปจูบลงบนกลีบปากนุ่มสีแดงเรื่ออีกครา เสียงครางต่ำในลำคอของคนในอ้อมแขนพาให้จุมพิตหวานละมุนลิ้นยิ่งขึ้น เป็นช่วงเวลาที่สมองขาวโพลนไปหมด จนเสียงของเม็ดฝนเลือนหายไปจากเมโมรี่

    "ยังอยากเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นอีกไหม ? ฉันเล่านิสัยตั้งแต่คนแรกที่ฉันคบได้นะ แต่ยาวหน่อยเท่านั้น"

    คนขี้แหย่ถามพลางยักคิ้วให้เมื่อริมฝีปากผละห่าง ผู้ชายคนนั้นทำทีเป็นปกติทั้งที่ผิวหน้าเปลี่ยนสี ไนน์อมยิ้มขำแล้วลองยอกย้อนกลับ

    "ไม่เอาแล้วครับ แต่ผมชักเริ่มสงสัยแล้วว่าทำไมคุณเปลี่ยนแฟนบ่อยมากกว่า"

    "เพราะฉันอยากทำเยอะไปมั้ง มนุษย์พออายุมากขึ้นท่ายากไม่ต้องพูดถึง ถี่หน่อยก็เริ่มบ่นแล้ว แล้วฉันต้องอย่างน้อยอาทิตย์ละครั้งว่ะ ไม่งั้นสุขภาพจิตแย่" 

    "....."

    ถึงคราวที่เจ้าหน้าที่ฝึกหัดต้องหัดลงสนามวิเคราะห์คู่หู ไนน์รู้แค่เกวินจะไม่เอาเรื่องจริงมาพูดเล่น ถ้าเรื่องไหนไม่ใช่งานก็อำเก่งเหลือเกิน เขาเดาว่ามันน่าจะเป็นเรื่องขี้โอ่ของมนุษย์เพศชายมากกว่า และสมควรตัดคลิปสนทนาเก็บไว้ ให้ผู้ชายที่เหมือนระบบทีวีสองภาษาได้ระลึกถึงความภูมิใจนี้ทุกอาทิตย์

    "นี่ หุ่นที่หลงเข้าไปในสุสานหุ่น ปกติจะกลายเป็นแบบนั้นใช่ไหม"

    เกวินถามขึ้นด้วยท่าทีสบายๆ ไนน์ไม่คิดเข้าไปในโซนที่อีกฝ่ายต้องการปิดบัง กระนั้นเขาก็รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังกังวลกับเรื่องที่เกิดขึ้นในอดีต และในเมื่อมันผ่านไปแล้ว จะมีอะไรดีไปกว่าการพูดให้คนฟังรู้สึกสบายใจ

    "ไม่หรอกครับ พวกนั้นเป็นหุ่นที่พังแล้วแต่พลังงานยังคงอยู่จึงยังเคลื่อนไหวได้ อีกอย่างคุณมาร์คัสซึ่งเป็นรัฐมนตรี ก็เคยถูกทิ้งและกลับออกมาจากที่นี้นะครับ"

    เรื่องราวทั้งหมดถูกตัดทอนให้เหลือเพียงแค่สิ่งที่ดูดี แล้วรอยยิ้มบางที่บ่งบอกถึงความโล่งใจของผู้ฟังก็ปรากฎขึ้นตามคาด และเมื่อก้าวถึงชั้นที่ห้า พวกเขาก็เดินไปยังผนังที่เปิดโล่งอีกฟาก เพื่อมองไปยังอนุเสาวรีย์ซึ่งเป็นแท่งเหล็กรูปทรงเลขาคณิตวางซ้อนกัน  

    "เป็นไง ?"

    "นี่เที่ยงคืนตามนัดพอดี ก็มีคนอยู่นะครับแต่ไม่เห็นชาร์ลเลย...หรือจะเป็นเพราะฝนตกอยู่หรือเปล่า"

    ไนน์บอกด้วยน้ำเสียงผิดหวังที่จะได้เจอหัวหน้ากลุ่มหัวรุนแรง ขณะที่ชายหนุ่มเองก็ใช้มือถือในการซูมภาพระยะไกล ภาพข้างหน้ามีแต่แอนดรอยด์ที่ถืออาวุธเตรียมพร้อม

    "แต่หน้าตาแต่ละตัวแม่งดูแข็งแรงไม่เหมือนมาขอรักษาเลย เหมือนเตรียมไปเดินขบวนเทศกาลกินเจ...ว๊ากกกกกกกกกกกกก!!!!"

    คนที่กำลังตั้งสมาธิในการดูภาพผ่านกล้องโทรศัพท์เพลินๆ ก็สะดุ้งตัวแหกปากร้องลั่นอย่างสิ้นสติ เมื่อจู่ๆหน้าจอก็มีตัวอักษรคำว่า'หนี'ขึ้นมาตัวเบ้อเริ่ม

    ไม่ทันที่แอนดรอยด์หนุ่มจะพูดปลอบหรือกล่าวถามอะไร เสียงฝีเท้าจำนวนมากก็วิ่งตามขึ้นมาเสียก่อน ทั้งคู่เข้าไปหลบตัวอยู่หลังเสาคนละต้น พร้อมกับกระชับปืนในมือเตรียมป้องกันตัว  

    "อยู่ไหนนะเกวินเพื่อนของเธอ ซ่อนตัวอยู่เหรอ ?"

    เสียงของผู้ล่าที่ดังขึ้นพร้อมกับก้าวเท้าเข้ามาหาสร้างความตื่นตัวให้กับผู้หลบซ่อน ทว่าไนน์กลับต้องแปลกใจกับชีพจรของเกวินที่ค่อยๆเต้นเร็วขึ้นเรื่อยๆราวกับเจอเรื่องสยองขวัญ นักสืบหนุ่มเม้มปากยามที่แอนดรอยด์ผิวแทนพูดขึ้นอีกครั้ง   "รู้ไหม ฉันมีวิธีรู้ที่ซ่อนของนายนะ"

    ว่าจบฝ่ายนั้นก็เปิดกล่องออกแล้วล้วงมือเข้าไปบีบคอหุ่นเด็กสาวครึ่งร่างนั้น และเมื่อความทุรนทุรายเกิดขึ้น สัญญาณก่อกวนที่เคยมีมาตลอดก็ดับหาย เมสเสจจำนวนมากที่คริสส่งมาพาให้โทรศัพท์มือถือส่งเสียงร้องเตือนไม่หยุดทันที

    "ฟัก!"   

    ชายหนุ่มสบถอย่างไม่เคยนึกเกลียดมือถือตัวเองเท่าคืนนี้มาก่อนเลย ไนน์ชี้ไปยังท้องฟ้าด้านนอกตึก แล้วพยักหน้าหนักเรียกให้กระโดดลงไปด้วยกัน เกวินอ้าปากค้างแล้วยกฝ่ามือขึ้นมา ในทำนองว่าชั้นห้าเนี่ยนะ นึกว่าตัวเองเป็นจั่นเจาหรือไง แต่ไนน์ยังคงพยักหน้าอีกทีก่อนชี้ขึ้นแล้วจิ้มอกตัวเอง ประหนึ่งว่าสูงกว่านี้ก็โดดไหว

    นักสืบหนุ่มอยากจะตะโกนร้องเรียกเหี้ยให้ได้เท่ากับจำนวนเมสเสจเมื่อครู่ก่อนจะออกตัววิ่งไปยังทางที่ไร้ผนังตึก หุ่นร่างสูงซึ่งอยู่หลังเสาอีกต้นวิ่งเข้าหาเกวินหมายเข้าไปคว้าอุ้มอีกฝ่าย 

    ในจังหวะที่ปลายเท้าพ้นอาคาร มือเรียวสะอาดสะอ้านยื่นเข้าแตะกายอีกคนเพียงปลายนิ้ว ลูกปืนจากด้านล่างกลับยิงสวนเข้ามาโดนขมับอย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของไนน์ร่วงหล่นลงไปด้านล่างราวกับนกปีกหัก ในขณะที่อีกคนถูกผู้ไล่ล่าคว้าไว้ได้ทัน

    เกวินตะลึงค้าง ฉากที่ได้เห็นเป็นเพียงชั่วแว่บเดียว หากสัมผัสได้ถึงกระแสแห่งกาลเวลาที่ไหลผ่าน ความเงียบปกคลุมในชั่วอึดใจ แล้วความมืดมนอันแสนหนักหน่วงค่อยๆเข้ามาแทนที่ ได้ยินเสียงของตัวเองกำลังตะโกนเรียกอีกฝ่ายก้องไปทั่วบริเวณ ชายหนุ่มพยายามยื้อตัวเพื่อชะโงกหน้าออกไปหา แต่ก็ถูกหุ่นตัวอื่นพาลากกลับเข้ามา

    "เกวิน...หนีไป..."

    เสียงเล็กๆในกล่องที่กำลังกล่าวด้วยเสียงเจือคลื่นแทรก ทำให้เจ้าของชื่อหันใบหน้าซีดเผือดกลับมามอง แสงไฟเบาบางจากธีเลี่ยมบนอกเธอทำให้เห็นสภาพพิกลพิการโดยรวมไม่ยาก ดวงตาสีเขียวเทาขุ่นขวางด้วยโทสะตวัดขึ้นมองแอนดรอยด์ผิวแทนที่ถือครองเพื่อนเขาอีกคนอยู่

    "เธอจะเล่นอะไรเมเบล"

    ชาร์ลไม่รู้ร้อนรู้หนาว ยกกล่องที่ถือขึ้นมาแล้วชี้ไปทางหุ่นครึ่งร่างในนั้น แต่เมื่อโดนสายตากดดันจับจ้องอย่างไม่ลดละ เขาก็เริ่มคลี่ยิ้มที่ดูเย็นชาขึ้นมาจนทำให้ผู้มองสั่นสะท้าน

    "ฉันนึกแล้วว่านายต้องจำฉันได้ ... ปล่อยให้ฉันรอเสียนานเลยนะเกวิน"




    ....................................


    TBC






Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
nakamayucchi (@nakamayucchi)
จริงๆที่เกวินพูดว่าชอบถี่ๆเนี่ย ไนน์ควรอัดเก็บไว้เป็นหลักฐานจริงๆนะ เผื่อในอนาคตไนน์จะถี่ใส่เกวินบ้างก็อย่ามาว่ากันล่ะ😂

จั่นเจาตกตึกไปแล้ว ฮือออ จะเป็นไรมากมั้ยนี่😢

อะไรกัน สรุปเมเบลร้ายเหรอ...
tomei_tan (@tomei_tan)
@nakamayucchi เป็นตำรวจ ต้องหัดเก็บหลักฐานไว้ให้คนพูดดิ้นไม่หลุด ฮุฮุ //กอดไปก็หลุดยากแล้วว /จั่นเจาต้องเช็คสภาพแล้วแบบนี้ 55555 /เมเบลเป็นหุ่นรั้ยๆ XD