Game & Comic Fanfictomei_tan
[fic]Detroit become human:I'm still android 19
  • บนเนินดินที่เฉอะแฉะและเม็ดฝนเริ่มขาดช่วง แอนดรอยด์ผิวแทนซึ่งอยู่ในชุดซัมเมอร์โค้ท เดินร้องเพลงพลางเงยมองท้องฟ้าสีทึม ชาร์ลดูไม่ต่างกับหุ่นตัวอื่น ซึ่งกำลังเดินและคลานสวนทางกันไปมาด้วยร่างกายที่เสียหาย เจตจำนงของวงจรที่ชำรุดเหล่านั้นต้องการขวนขวายหาสิ่งใด

    "Would you hold my hand 
    ...If I saw you in heaven?
    Would you help me stand
    ...If I saw you in heaven?"

    เขารู้ว่าจะไม่มีหุ่นไร้สัมปชัญญะตัวไหนสนใจเขา หากเมเบลยังอยู่ในครอบครอง

    "เกวิน...ช่วยด้วย...."

    เสียงเล็กที่สั่นเครือยังคงพร่ำแทรกบทเพลง ให้ผู้ขับร้องซึ่งถือกล่องบรรจุเธอไว้แย้มยิ้มให้กับความมืดตรงหน้า

    "ฉันอุตส่าห์อยากเธอมาช่วยฉันร้องเพลง กลับเอาแต่ร้องหาเพื่อนเก่า ...เสียใจจัง"

    ปลายเท้าหยุดลงใกล้กับร่างของหุ่นเด็กสาวอายุไม่ถึงสิบปี ส่วนหนึ่งของกายถูกดินโคลนที่ชื้นแฉะไหลเลื่อนมาทับถม LEDที่ขมับหายบ่งบอกว่าเป็นหุ่นที่อยู่ในยุคที่หลบหนี รอยแตกที่ศีรษะคงเป็นเหตุให้ดวงตาใสคู่นั้นเบิกค้างกลอกไปมาอย่างไร้ชีวิต

    "เธอล่ะ อยากร้องเพลงกับฉันไหม ?"

    ชาร์ลถามพร้อมย่อเข่าลงแล้วเอามือวางบนแขนเธอ และเมื่อสมองกลของแอนดรอยด์ที่ถูกทิ้งได้รับรู้ถึงสิ่งแวดล้อมรอบกาย สภาพและความไร้ค่าของตัวเอง เสียงกรีดร้องอย่างหวาดผวาและสิ้นหวังก็ดังขึ้น



    ................................................


    "I'll find my way through night and day
    'Cause I know I just can't stay here in heaven"


    แอนดรอยด์หนุ่มค่อยๆลืมตาขึ้นเมื่อได้ยินเสียงเพลงแว่วมากับสายลมโชย การดีแฟรกเม้นท์อัตโนมัติหยุดลง ไนน์ซึ่งกำลังนอนราบบนพื้นห้อง รับรู้ถึงความอ่อนเพลียจากพลังงานที่ลดต่ำ

    ภายใต้แสงแดดยามเช้าที่ส่องลอดเข้ามาทางหน้าต่างบานเก่าที่เปิดแง้ม ดวงตาสีน้ำตาลเข้มกวาดตามองไปทั่วๆ ก่อนหยุดยังร่างบนเตียงซึ่งสว่างเลือนรางเสมือนภาพในจินตนาการ

    "เกวิน..."   

    ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่น เจ้าของชื่อหยุดขับร้องแล้วหันไปมอง เมื่อแน่ใจว่าเจ้าหุ่นที่อยู่ในสภาพเปลือยสกินตื่นดีแล้ว ก็โยนถุงทีเลี่ยมที่พกติดกายให้ ผู้ที่ไร้เรี่ยวแรงแม้จะขยับแขนรับได้แต่มองตาค้าง ปล่อยถุงนั้นลอยหล่นใส่สันจมูกงามอย่างห้ามไม่ทัน ให้ผู้ชายตัวแสบที่มีใบหน้าคร้ามเข้มหัวเราะขำ แล้วรอยยิ้มของไนน์ก็เผลอผุดตามภาพสดใสตรงหน้า

    "ที่นี่.....?"

    แอนดรอยด์หนุ่มสบเข้ากับเสื้อผ้าเปียกชื้นของตนที่ถูกวางพาดอยู่ตรงราวเล็ก ระหว่างนั่งดื่มของเหลวสีฟ้า เขาจึงเปิดผ้าผืนใหญ่ที่คลุมร่างตัวเองอยู่อย่างสงสัย พอเห็นว่าใต้นั้นไม่มีอะไรติดกายสักชินก็ชวนให้ขัดเขินจนผิวหน้าร้อนขึ้นมา

    "บ้านเดิมฉัน เคยอยู่ตอนเด็กๆ ....แกะนี่ให้หน่อย"

    คนบนเตียงบอกพร้อมยื่นขาข้างที่ใส่เฝือกไปวางยันแผ่นอกกว้างอีกฝ่ายอย่างระราน ให้ผู้ที่พร้อมรับความเกเรทุกอย่างประคองจับเฝือกที่เปียกแฉะ แล้วค่อยๆฉีกมันออกอย่างระวัง ฝุ่นปูนสีขาวร่วงหล่น

    "คุณเคยอยู่กับใครเหรอครับ ?"

    "พ่อน่ะ"   

    "ดูเป็นคุณพ่อที่ตัวใหญ่น่าดู"   

    ร่างที่นั่งขัดสมาธิตรงพื้นเหลือบมองเสื้อผ้าชุดเก่าที่อีกคนสวมอยู่ เสื้อยืดคอกลมธรรมดากลายเป็นเสื้อคอกว้างเมื่อใส่ผิดไซส์ และยามอีกฝ่ายโน้มตัวก้มลงมองการแกะเฝือกอย่างสนใจ ก็พาลให้เห็นส่วนที่เลยลึกไปจากกล้ามอก เนื้อผ้าสีเข้มตัดกับผิวอ่อนด้านในชัดอย่างน่ามอง

    ช่างเป็นวิวที่...ทำร้ายสติ

    "อืม ตัวใหญ่อย่างกับหมี โดนตบทีตัวปลิว นั่นก็ของเขา ฉันสะบัดฝุ่นให้แล้ว นายใส่ไปก่อนแล้วกัน"   คนผมสีน้ำตาลเพยิดหน้าลวกๆไปทางกองเสื้อผ้าที่พับวางไว้บนหัวเตียง ก่อนหันไปทำสิ่งประดิษฐ์ที่ตัวเองทำค้างไว้อย่างเดิม

    "ขอโทษที่ทำให้คุณเดือดร้อนนะครับ"

    แอนดรอยด์หนุ่มพูดถึงเรื่องเมื่อคืน ระหว่างสแกนกระดูกข้อเท้าของมนุษย์ หลังเอาเฝือกที่ผ่านการลุยจนเปรอะเปื้อนออกเรียบร้อย มันเชื่อมต่อกันดีแล้ว ทว่ายังบอบบางไม่เหมาะกับการวิ่งหรือทำอะไรหนักๆ 

    "ไม่เป็นไร"

    เกวินตอบโดยไม่มอง แต่แล้วก็รีบบ่ายหน้ากลับไปทางหุ่น เมื่อฝ่ายนั้นเข้าเคล้าคลอและขบข้อเท้าตัวเขาอยู่ ด้วยความหมั่นไส้ของเจ้าของขา เขาจึงขยับนิ้วเท้าไปหยิกเนื้อแก้มใสของแอนดรอยด์ให้รู้ฤทธิ์ว่าโลกนี้มันไม่มีอะไรได้มาฟรีๆ   "ไอ้หุ่นขาดความอบอุ่น แกจะมานัวเนียอะไรฉันนักหนาวะ หื๊มมมม"

    ไนน์กำลังคิด ...ไนน์กำลังนึก ... ทั้งที่ถูกดึงแก้มโย้ จากนั้นจึงค่อยๆแงะนิ้วออก แล้วประคองกุมเท้าอีกฝ่ายไว้ดีๆไม่ให้แผลงฤทธิ์จนหักซ้ำสอง

    "ผมคิดว่า คุณน่าจะกำลังให้ความสนใจในตัวผมอยู่บ้าง"

    "เร๊อะ ตรงไหนที่บอกอย่างนั้นฟระ ?"   เกวินเริ่มเอามือกอดอก คิ้วขยับขึ้นเป็นเชิงสงสัย

    "คุณถอดเสื้อผ้าผม..."

    "เออ แล้วไง ก็ฉันไม่รู้ว่าเปียกๆแบบนั้นจะทำให้เครื่องเสียหรือเปล่านี่หว่า"

    "....ผมเห็นรอยนิ้วชี้ขวาคุณบนพาร์ทเสริมผม"

    มนุษย์อยากรู้อยากเห็นเหมือนถูกหมัดตรงตุ้ยเข้าท้องจนพ่นน้ำลายปนเลือดใส่ จำเลยผู้จำนนต่อหลักฐานเหงื่อแตกซิก ค่อยๆหมุนคอที่แข็งเกร็งหลบสายตา

    คือสงสัยไง! 

    ตอนที่ถอดแล้วบังเอิญเห็นเข้า เป็นใครก็ต้องสงสัยใช่มะ สิ่งของที่มนุษย์ทำขึ้นซะเหมือนนั่นน่ะ! แต่ของแบบนี้มันต้องผ่านโรงงาน ผ่านQC ผ่านช่างมาเป็นพันมือ กว่าแม่งจะลอยมาห้อยติดอยู่ตรงง่ามขานั่นใช่ปะ กะอิแค่ลองกดไปจึ๊กเดียว ทำไมต้องถูกมองเหมือนเขาไปจิ้มทุเรียนเละขนาดนั้นด้วยวะ?!

    หุ่นร่างสูงหลุดอมยิ้มกับปฏิกิริยาอีกฝ่าย ก่อนขยับขึ้นไปนั่งเคียงแล้ววางคางเกยบนลาดไหล่กว้าง สัมผัสผิวคอที่ตอนนี้กลายเป็นสีแดงจางต่อเนื่องมาจากผิวหน้า ไนน์มองเศษแหวนที่ถูกเลาะเอาวงจรออกมา 

    "คุณทำอะไรอยู่ ? เหมือน LED"

    "อืม แถวนี้หุ่นเยอะ เผื่อจะเนียน"   เกวินตอบงึมงำอยากเอามือดันหน้าสว่างๆนั่นให้ออกห่าง ลมหายใจยามพูดนั้นอยู่ใกล้เกินไปให้ชวนจั๊กจี้ แต่เทียบกับเรื่องร้ายแรงระดับกัปตันคุกเมื่อครู่ที่อีกฝ่ายยอมเปลี่ยนเรื่องให้ เลยว่าจะหยวนๆให้ไปก่อน

    "ผมไม่นึกว่าคุณจะทำอะไรแบบนี้ได้"   

    "เหอะ แม่งก็ไม่ยากไหมล่ะ ...นี่ไงเสร็จแล้ว"   ว่าจบก็เอามันไปแปะตรงขมับขวาตัวเอง แล้วเอี้ยวไปหาเป็นการอวดฝีมือ แสงไฟสีฟ้ากะพริบเบารับกับรอยยิ้มเย้าให้ดูผลงาน   "เป็นไง?"

    ผู้มองได้แต่นิ่งไปอย่างไม่รู้ว่าจะตอบว่าอย่างไร สมองกลค้างไปกับภาพตรงหน้า เหมือนในโลกนี้จะมีเพียงแค่คำเดียว ที่สามารถนิยามความรู้สึกทั้งหมดในใจได้

    "โมเอะครับ..."

    "ศัพท์อะไรของแกวะนั่น"   เกวินหลุดขำอาการเหม่อลอยของอีกฝ่าย ก่อนจะหยิบมือถือมาเปิดกล้องหน้าอย่างไม่สนใจ ชายหนุ่มหันซ้ายขวาเพื่อเช็คดูความเรียบร้อยของอุปกรณ์พลางชื่นชมความเก่งกาจของตัวเอง แต่แล้วแอนดรอยด์ข้างหลังที่เข้าโอบเอวอยู่ก็รีบยื่นแขนไปกดปุ่มถ่ายภาพเก็บไว้

    "......"

    "ช่วยส่งให้ผมด้วยนะครับ"

    "รูปแกตอนแทะคอฉันอยู่เนี่ยนะ....?"

    "มันเป็นอุบัติเหตุครับ"

    "แล้วเมื่อไหร่แกจะหยุดแทะคอฉันเสียที"

    "มันเป็นอุบัติเหตุต่อเนื่องครับ"

    ดวงตาสีเขียวเทาของเกวิน หันไปหรี่ลงอย่างจงใจใส่หุ่นหน้าด้านข้างกาย ที่กำลังพยายามช้อนตาทำหน้าหงออย่างไร้พิษภัยกลับมา นักสืบหนุ่มแยกเขี้ยว ตวัดเสียงขุ่นถามด้วยอารมณ์กึ่งประชดให้กับผู้ที่คิดปีนเกลียว   

    "แกคิดข้ามชั้นไปหน่อยไหมวะ.. หื๊ม ?"

    ไนน์ถอยกายออกเพื่อพินิจมองคนพูดให้ชัดเต็มตา จากนั้นจึงวางปลายนิ้วประคองจับคางที่ประดับด้วยตอเคราสาก ก่อนเลื่อนหน้าเข้าไปจูบแผ่วบนรูปปากที่ยังประดับรอยเหยียดยิ้มยียวน จากนั้นจึงกล่าวช้าและแน่นหนัก

    "ผมรักคุณครับ"

    "......"

    "รักนะครับ...."

    เสียงพูดของแอนดรอยด์ตรงหน้าค่อยๆจางหายกลายเป็นจุมพิตที่อ่อนหวานและนุ่มละมุน ชายหนุ่มลืมจะหลบเลี่ยง คล้ายถูกดึงดูดไว้ด้วยแม่เหล็กแรงสูง เขารู้อยู่เต็มอกว่าเมื่อกี้อีกฝ่ายต้องเข้าใจผิดไปคนละทางแน่ กระนั้นมือที่ชื้นไปด้วยเหงื่อก็เข้าโอบกอดเจ้าหมาโรบอทตัวใหญ่ไว้ในอ้อมแขน ขณะดูดเม้มริมฝีปากร้อนผ่าวของกันและกัน

    ...นี่มันไม่ใช่ไหมวะ...

    เกวินว่าเขาควรโทรเรียกประกัน เมื่ออีกฝ่ายเริ่มพาร่างเขาให้กลับนอนลงและทาบทับ เพื่อสร้างอุบัติเหตุต่อเนื่องที่เริ่มเลยเถิด
     


    ........................................




    หุ่นร่างสูงเดินสำรวจไปตามแหล่งชุมชนแออัดของเขตH-11ชั้นกลาง ซึ่งมีแต่แอนดรอยด์อยู่อาศัย ตึกรามบ้านช่องเรียงกันเป็นแถวยาว ต้นไม้มีให้เห็นประปราย กระนั้นเป้าหมายที่แท้จริงคือหาอาหารให้กับมนุษย์ซึ่งกำลังอ่อนเพลียจนสลบอยู่บนเตียง

    ...ไม่ใช่อะไร...

    ...อ้วกไปเยอะ...

    เกวินอาเจียนจากสัมผัสของเขาได้อย่างจริงจังและจริงใจมาก จนทำเอาเซลฟ์ทุกอย่างที่มีพังเกลี้ยงไปในพริบตา ไนน์ชะงักเท้ามองเงาร่างของตัวผ่านผนังกระจกใสของร้านค้าข้างทาง ก่อนจะถอนหายใจหนักกับรูปลักษณ์ภายนอกของตัวเอง

    "แย่ชะมัด....ทำยังไงถึงจะดูเป็นมนุษย์กว่านี้นะ"

    "เป็นหุ่นอยู่ดีๆ ก็อยากจะเป็นคนเนอะ เด็กสมัยนี้"

    เสียงรำพึงทำให้เจ้าของร้านซึ่งกำลังนั่งขายของอยู่ในร้านขายของชำเล็กๆหันมากล่าวแซว เจ้าหน้าที่ฝึกหัดหันไปมอง ฝ่ายนั้นเป็นแอนดรอยด์รุ่นเก่าที่มีการเปลี่ยนพาร์ทมานับไม่ถ้วน   "เพิ่งย้ายมาเหรอไอ้หนูผมเงิน ไม่เคยเห็นหน้า..."

    "ครับ เพิ่งย้ายเข้ามากับแฟน"   ไนน์ที่เพิ่งเปลี่ยนสีผมให้ตัวเองพยักหน้ารับ ก่อนจะเดินเข้าไปสำรวจดูในร้าน แน่นอนว่าทุกอย่างมีแต่ของแอนดรอยด์ทั้งนั้น จะเว้นก็แต่...

    ["ในเขต H-11 ของวันที่ xx ช่วงเที่ยงคืนสิบห้านาทีโดยประมาณ กลุ่มแอนดรอยด์หัวรุนแรงเกิดวงจรขัดข้อง ไม่สามารถเคลื่อนไหวเองได้หากปราศจากคำสั่ง แพทย์จากศูนย์ซ่อมบำรุง และนักวิจัยจากไซเบอร์ไลฟ์กำลังร่วมมือกันหาสาเหตุ สัญนิษฐานเบื้องต้นว่าอาจเกิดจากการแพร่กระจายของไวรัส ซึ่งทำให้โค้ดในระบบเปลี่ยนลำดับใหม่ ทำให้ระบบความคิดผิดเพี้ยนไป..."]

    ข่าวโทรทัศน์ที่แขวนบนผนังเรียกความสนใจให้ไนน์หยุดยืนดู ภาพข่าวลงใบหน้าของหุ่นทั้งหมดที่อยู่ในเหตุการณ์เมื่อคืนไว้ ยกเว้นคอนเนอร์และหุ่นที่หน้าตาเหมือนมาร์คัส

    ในตอนนั้นมันเกิดขึ้นเร็วมาก RESTเป็นระบบคลื่น ไม่ใช่ไวรัสอย่างที่ไซเบอร์ไลฟ์กำลังพยายามบิดเบือน หุ่นพวกนั้นถูกแปลงสัญญาณและล้มลงในทันที แต่ที่แย่คือเขารับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงระบบของคอนเนอร์ที่ตัวเองกำลังอุ้มอยู่ จนต้องรีบวางลงและหนีไปให้ไกล ส่วนชาร์ล...เพราะมัวแต่ตื่นตระหนกจึงไม่ได้สังเกต น่าเสียดาย

    "หลายครั้งแล้วที่ฉันรู้สึกว่าพวกไวรัสแอนดรอยด์พวกนี้ ไม่ไซเบอร์ไลฟ์ก็รัฐบาลแหละที่ทำขึ้น แล้วเรียกเก็บเงินค่าแอนตี้ไวรัสจากพวกเรา ไม่งั้นก็ดับไป"   เจ้าของร้านเท้าคางแล้วถอนหายใจ ขณะที่ไนน์เอากล่องของเหลวต่างๆมาคิดเงินที่เคาท์เตอร์

    "แต่รัฐมนตรีก็เอาพวกแอนตี้ไวรัสอัปโหลดให้ประชาชนใช้ฟรีอยู่เรื่อยๆไม่ใช่เหรอครับ ?"

    "หาเสียงป่าวก็ไม่รู้ เห็นมีข่าวซุปซิปหนาหูว่ามาร์คัสมีซัมติงกับแคมสกี้ที่เป็นซีอีโอไซเบอร์ไลฟ์ ของแบบนี้มันก็ไม่แน่ทั้งนั้น"

    ไนน์พยายามทำหน้านิ่งๆแม้จะรู้สึกไม่พอใจที่หุ่นที่ช่วยปลุกตัวเองให้ตื่นขึ้นมากำลังถูกนินทาอยู่ ฝ่ายนั้นยังคงพูดต่อ   "หุ่นที่ติดไวรัสมันก็ทรมานกันทั้งนั้น เงินก็ใช่ว่าจะมีกันทุกตัว จะรอแอนตี้ไวรัสอัปเดตมีหวังได้ตายกันพอดี หุ่นที่ช่วยเราจริงๆก็คงมีแต่ชาร์ลเท่านั้น"

    "เอ๋ ชาร์ล....?"

    "ฮะฮะ นายนี่เพิ่งย้ายเข้ามาใหม่จริงๆสินะ"   เจ้าของร้านยิ้มบอกด้วยความภูมิใจ   "ชาร์ลเป็นหุ่นที่rA9เลือก เขาสามารถแก้ไขความแปลกปลอมทุกอย่างในร่างกายเราได้ อย่างฉันเนี่ยเคยปวดหลัง ตอนแรกนึกว่าข้อต่อเสื่อมที่ไหนได้เป็นไวรัส เขาแตะปุ้ปฉันหายปั๊ปเลย ถ้านายมีปัญหา ลองไปหาที่ลานน้ำพุ ช่วงวันอาทิตย์ตอนเที่ยงคืนสิ บางทีเขาจะอยู่ที่นั่น"   

    หุ่นผมเงินพยักหน้ารับแล้วโอนเงินจ่ายของให้อีกฝ่ายไป เขาครุ่นคิดบางอย่างเกี่ยวกับหัวหน้ากลุ่มหัวรุนแรง แต่ความคิดก็ต้องพลันหยุดลงเมื่อเห็นคู่สนทนากำลังเอาของที่เขาซื้อลำเลียงใส่ถุง 

    "อย่าครับ อย่าเพิ่งใส่"

    "ถึงไม่เอาถุง ก็ไม่มีเพิ่มแต้มให้หรอกนา"   

    "เปล่าครับ คือ...พอดีผมอยากจะยืมมาร์คเกอร์คุณ ขีดฆ่าหน้ากล่องนิดนึงน่ะครับ"

    "อ้อ เอาสิ"   

    เจ้าของร้านยื่นของบนโต๊ะให้อย่างงงๆ แล้วหุ่นร่างสูงก็รีบก้มหน้าก้มตาแก้ไขหน้ากล่องทันทีด้วยวิชาศิลปะ4.0 เขาหวังเหลือเกินว่าเกวินจะไม่ผิดสังเกตอะไรในเรื่องนี้



    .............................................



    สองสามวันมานี้ สถานีดีทรอยต์ค่อนข้างวุ่นวายเมื่อนักสืบมือดีไม่อยู่ทำงานหลายนายในคราวเดียว ทำให้ผู้กองฟาวเลอร์ต้องกระดกยาแก้ปวดหัว ก่อนทำเรื่องขอยืมตัวเจ้าหน้าที่จากเมืองข้างๆชั่วคราว

    พวกเขาไม่ได้ออกตามหาเกวินและไนน์...

    ในคืนที่ทั้งสองหายไป เกวินโทรศัพท์บอกคริสฝากเรื่องรถมอเตอร์ไซค์กับลางานหนึ่งอาทิตย์ก่อนจะตัดสาย ไม่ได้บอกรายละเอียดว่าไปกับไนน์หรือไม่ ถึงอย่างนั้นก็มีข่าวลือหนาหูบ่งบอกว่าพวกเขาไปด้วยกัน ซึ่งต้องใช้วิจารณญาณอย่างมากในการรับฟัง

    "ปกติพรากผู้เยาว์นี่ถึงขั้นไล่ออกจากราชการใช่ไหม ถ้ากับหุ่นนี่จะเป็นยังไงนะ"

    ทีน่าถามขึ้นระหว่างเดินคู่ไปกับเพื่อนผิวสีภายในตึกผู้ป่วย เพื่อไปเยี่ยมผู้หมวดแอนเดอร์สันซึ่งเข้าพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล หลังจากผ่าตัดเอากระสุนออกจากไหล่ขวาและเอวด้านซ้าย

    "พูดยาก กฎหมายใหม่ คดีไม่เคยมี"   

    คริสมุ่นคิ้วให้กับตะกร้าในอ้อมแขน   "ตั้งแต่สมัยก่อน หุ่นส่วนนึงถูกสร้างเพราะเรื่องอย่างว่า บางรุ่นดูเด็กจนไม่น่าจะทำได้ คนก็ยังฝืนทำ ฉันรู้เห็นเรื่องแบบนี้ตั้งแต่ยังอยู่H-11 มันก็จริงที่หุ่นเดี๋ยวนี้รู้ความขึ้น  แต่ถ้าฟ้องกันจริงขึ้นมา ก็ไม่รู้พวกลูกขุนจะมีความคิดไปในแนวไหน อาจจะจบตรงไกล่เกลี่ยที่สน.อย่างรอบที่แล้วก็ได้"

    "อาจจะไม่ดีกับคุณแคมสกี้ที่เคยเลี้ยงพิซซ่านะ แต่ฉันรู้สึกดีใจมากที่เขาไม่ว่างมาเลี้ยงอะไรเราตอนนี้"

    เจ้าหน้าที่สาวนึกถึงคืนก่อน ที่โคลอี้ทั้งสามเข้ามาในสถานีตำรวจเพื่อแจ้งความว่าซีอีโอหนุ่มหายตัวไป สถานที่ล่าสุดที่ฝ่ายนั้นอยู่คือตึกไซเบอร์ไลฟ์แสนไฮเทค แต่กล้องวงจรปิดกลับไม่สามารถจับภาพความผิดปกติใดๆได้ ไม่มีหลักฐาน ไม่มีพยาน ความคืบหน้าเดียวที่มี คือรายชื่อศัตรูของเขาที่นับวันจะยิ่งเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ

    "แดนลับแลแบบนั้นไม่รู้จะเจออะไรเพิ่มบ้าง"   คริสหยิบโทรศัพท์มาเช็คเมื่อมันสั่นอยู่ในกระเป๋ากางเกง และถอนหายใจเมื่อรู้ว่ามันเป็นเพียงเมสเซจโฆษณา วันนี้เพื่อนก็ยังไม่ได้ส่งข่าวอะไรกลับมา   "ว่าไปก็น่าจะชวนคอนเนอร์มาด้วย เห็นแฮงค์บอกอยากเจอ ให้ยืนโบกมืออยู่นอกห้องก็ยังดี"

    "กลัวว่าจะทรุดกว่าเดิมสิ หายแล้วค่อยว่ากันดีกว่า"

    ทีน่าส่ายศีรษะแทบจะทันทีพร้อมเงื้อมือเคาะประตูห้องผู้ป่วย แต่พยาบาลด้านในห้องกลับเปิดประตูออกมาก่อนด้วยสีหน้าตื่นตระหนก เธอรีบบอกกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบทันที

    "คุณแอนเดอร์สันหายตัวไปค่ะ!"



    ......................................




    "เฮ้อ! อากาศดี!"

    ชายวัยกลางคนเหม่อมองท้องฟ้ายามเย็นราวไม่ได้เห็นมานาน มือข้างหนึ่งถือแก้วน้ำอัดลมไซส์ยักษ์ มือหนึ่งถือเบอร์เกอร์ไก่ งับกินตุ้ยๆจนแก้มโย้ แต่ถึงจะเป็นของโปรด ความหงุดหงิดก็ยังไม่ถูกบรรเทาให้เลือนหาย

    โชคดีของแฮงค์ที่ไม่โดนยิงตรงจุดสำคัญ ถึงอย่างนั้นเขาก็ต้องเข้าผ่าตัดและนอนพักฟื้นที่โรงพยาบาล ท่ามกลางความหวังว่าจะมีคนสำคัญโผล่หน้าเด๋อๆของมันมาเยี่ยม แต่ก็ไม่มี แถมพอถามหา ก็ไม่มีใครยอมปริปากพูดอะไรสักคน ได้แต่เลี่ยงความและพร่ำบอกว่ารอให้เขาหายดีก่อน

    ความกระวนกระวายเพิ่มขึ้นทุกนาที จนอยากอาละวาดโยนคนออกนอกหน้าต่างฉิบหาย แต่พวกที่มาเยี่ยมก็ฉลาด เอาแต่ยืนอยู่ไกลๆไม่ให้เขาคว้าจับได้สักตัว เอาเถอะ วันนี้เขาหายปวดแผลแล้ว ถึงไข้จะยังมีอยู่อีกนิดหน่อย งั้นงี้ในเมื่อตื้อขอหมอออกจากโรงพยาบาลไม่ได้ เขาก็สั่งตัวเองออกมาเองก็ได้ ใครง้อวะ เหอะเหอะ แผลเจ็บพอๆกับเอาสปาเก็ตตี้แทงจะอยู่โรงพยาบาลทำไมนานๆให้เปลืองงบประมาณแผ่นดิน

    และสิ่งแรกที่เขาทำคือโทรไปถามทางศูนย์ซ่อมบำรุง ใช่ตามคาด...คอนเนอร์ถูกยิงบาดเจ็บไม่ต่าง แต่ที่ต่างก็คือ เขานอนโรงพยาบาลตั้งหลายวัน ในขณะที่หุ่นนั่นเข้าศูนย์ปุ้ป ออกปั๊ป กลับบ้านได้เลย

    ...และไม่มาเยี่ยมเขา...

    ......

    ...ทำไมวะ...?

    ผู้หมวดแอนเดอร์สันขมวดคิ้วขณะดูดน้ำโคล่ายาวๆ เขาว่าจะโทรหาอีกฝ่ายแต่ก็ไม่ทำ คอนเนอร์อาจจะมีปัญหาจริง และถ้าแม่งไม่รับสายอีกเขาจะรู้สึกแย่และหัวเสียมากกว่านี้ เขาจำได้ว่าครั้งที่ฝ่ายนั้นพยายามหลบหน้าเขาหนักสุด คือตอนที่หมอนั่นไปลุยโรงงานสารเคมี จนสีผิวเสียหายไม่สม่ำเสมอกัน ไอ้หุ่นสำอางที่เสริมหล่ออยู่ตลอดเวลาราวกับเป็นดารานั่น ถึงกับหนีหน้าและบอกเขาให้อยู่ห่างๆจนกว่าเงินเดือนมันจะออก เขาเลยหิ้วมันไปสปาผิวให้จบๆ

    รอยยิ้มกว้างๆ พร้อมกับหางคิ้วตกๆ ก็ลอยผ่านเข้ามาในภาพความคิด

    ...อ้อมกอดของแอนดรอยด์ที่ดูบอบบางกว่า เติมเต็มเขาได้เสมอ... 

    "เอ็งเป็นอะไรวะไอ้หนู...?"

    ถ้ามันเป็นเรื่องแค่นั้นทุกคนคงเอามาเล่าอย่างสนุกปาก แต่นี่กลับปิดเงียบ 

    ความกังวลทำให้เขาดูโทรมและอายุมากกว่าเดิม แฮงค์กินอะไรไม่ลง ตัดสินใจโยนจั๊งค์ฟู้ดที่เหลือทิ้งถังขยะ ก่อนโบกนั่งแท็กซี่กลับบ้าน อย่างน้อยเขาก็ควรจะกลับไปตั้งต้นที่นั่น ไม่แน่เจ้าหุ่นเด๋ออาจจะกำลังนั่งเล่นอยู่กับซูโม่อยู่หน้าทีวีอยู่ก็เป็นได้

    เขาให้แท็กซี่จอดก่อนถึงบ้าน โดยหวังว่าคอนเนอร์จะนั่งตัวด่างรออยู่ แต่เมื่อเห็นไฟที่ดับมืดบ่งบอกว่าไม่มีใครอยู่ ร่างกายมันก็หนักขึ้นมาอีกครั้ง

    ชายผมสีดอกเลาถอนหายใจ แต่ทันทีที่ผลักรั้วไม้เข้าไป เสียงเจ้าซูโม่ก็เห่าดังขึ้น มันคงรู้ว่าเขากลับมา แต่นั่นแปลกเกิน...เจ้าหมาถ่านต่ำตัวนั้นปกติมันไม่สนใจทักทายเขาว่าจะเข้าหรือออก ถุงอาหารก็วางไว้บนพื้นอย่างไม่มีวันอด

    แฮงค์หยิบไม้เบสบอลที่วางพิงรั้วบ้านไว้ แล้วเดินไปเปิดประตูบ้านอย่างเงียบเชียบ และเมื่อได้ยินเสียงขยับจากด้านหลัง เขาก็ตัดสินใจหวดไม้ในมือทันที ร่างผู้บุกรุกหลบวืบแล้วจับไม้เบสบอลไว้หมับ

    "ผู้หมวดแอนเดอร์สัน..."

    ฝ่ายนั้นเรียกชื่อเขา ในความมืดสลัวของตัวบ้านที่ไม่ได้เปิดไฟ เครื่องแบบที่บ่งถึงความเป็นแอนดรอยด์รวมถึงไฟตรงขมับยังสว่างชัด 

    "ไนน์ ?"   แฮงค์ผ่อนลมหายใจโล่งอก ก่อนจะผ่อนมือลงแล้วหันไปเปิดไฟ เพื่อให้เห็นทุกอย่างรอบกายชัดขึ้น ฝ่ายนั้นเองก็ยอมปล่อยมือที่จับไม้เช่นเดียวกัน   "ทำไมแกมาอยู่อะไรมืดๆแบบ..."

    พูดไม่ทันจบประโยคดีคนอายุมากกว่าก็บิดกายกลับหันไปหวดอีกทีหนึ่งอย่างเต็มแรง ด้วยรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ใช่ทั้งไนน์และคอนเนอร์ จากประสบการณ์ในอดีตที่เคยเจ็บช้ำจากการถูกตัวปลอมหลอก ผู้หมวดตั้งปณิธานว่าจะไม่มีเหตุการณ์ทำนองเดียวกันเกิดขึ้นซ้ำสอง 

    ฝ่ายที่หลงกลยอมปล่อยอาวุธ เอี้ยวตัวหลบอีกครั้ง แต่คราวนี้กลับคว้าไหล่หนาของแฮงค์ไว้แทน ผู้บุกรุกล็อคแขนมนุษย์แล้วดันให้ไหล่อีกฝ่ายกระแทกเข้ากำแพง ทำเอาทั้งแขนและหน้าระบมชาไปครึ่งซีกจนต้องปล่อยมือออกจากไม้เบสบอล และเมื่อแฮงค์ร้องด้วยความเจ็บ เจ้าหมาร่างยักษ์จึงเข้าจู่โจมเพื่อช่วยเจ้านายทันที

    "หยุด! ซูโม่! หยุด!"

    คนเจ็บร้องลั่นเสียงหลงกลัวว่ามันจะถูกทำร้าย และไม่ต่างจากที่คิด มันถูกหุ่นตัวนั้นสะบัดลอยไปทางประตู โชคดีที่คริสและทีน่าเปิดมาและรับไว้ทัน ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ร่วมล้มโครมใหญ่ 

    "พวกแกช่วยจับมัน จับไอ้หุ่นเวรนั่น!"

    "ผู้หมวดคะ นั่นคอนเนอร์!"   

    ทีน่ารีบบอก ชายวัยกลางคนยืนงงมองเพื่อนร่วมงานสลับกับหุ่นที่ยืนอยู่ ฝ่ายนั้นกล่าวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

    "ผม นักสืบคอนเนอร์จากสถานีตำรวจดีทรอยต์ ได้รับคำสั่งให้มาจับกุมคุณครับผู้หมวดแอนเดอร์สัน ดังนั้นกรุณามอบตัวแต่โดยดี"

    "ไม่ได้สั่งให้จับแบบนั้น! บอกว่าถ้าเจอก็ช่วยจับกลับโรงพยาบาลเฉยๆ!"   คริสรีบแย้งแล้วเข้ามาแยกแอนดรอยด์ให้ปล่อยมือที่ล็อกอีกฝ่ายอยู่ คอนเนอร์กลับมายืนนิ่ง ขยับเนคไทด้วยท่วงท่าเดิมๆที่เคยเห็นทุกเช้าก่อนพูดใหม่ 

    "ถ้าเช่นนั้น คุณควรกลับไปพักที่โรงพยาบาลครับผู้หมวดแอนเดอร์สัน"

    ใบหน้าที่เคยอ่อนโยนแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม ไม่มีรอยยิ้มที่ดูเหลอหลาเหมือนปกติ ดวงตาแก้วมองชายซึ่งบาดเจ็บมากขึ้นอย่างไม่นึกใส่ใจ มือซ้ายที่ยื่นมาเชิญชวน ยังคงประดับแหวนหมั้นที่กะพริบเส้นสีแดงอยู่เร็วๆตามชีพจรของผู้มอง แฮงค์ขบฟันแน่นจนรู้สึกปวดลึกๆในศีรษะก่อนเอ่ยเสียงต่ำ

    "ถอดแหวนนั่นออก..."

    คอนเนอร์มองไปทางมือซ้ายที่ยกค้างอยู่ด้วยดวงตาเข้มลึกเสมือนไร้แวว

    "ผมรู้จากทุกคน ว่าเร็วๆนี้พวกเรามีแพลนจะแต่งงาน--"

    "ถอดมันออก มันไม่ใช่ของนาย ถอดมันออกเดี๋ยวนี้!"   ผู้ชายร่างใหญ่ตะเบ็งเสียงสั่งอีกครั้งด้วยอารมณ์รุนแรงอย่างไม่คิดยั้ง ทำให้มนุษย์อายุน้อยกว่าอีกสองคนรีบเข้าไปห้ามคนที่กำลังโกรธจนหน้าเปลี่ยนสี มือวางลงบนบ่าที่กำลั่งสั่นอยู่

    "ผู้หมวดครับใจเย็น นั่นคอนเนอร์จริงๆนะครับ"

    "ใช่ค่ะ คุณใจเย็นก่อนนะ คุณสเทิร์นผู้ดูแลคอนเนอร์ เขาบอกว่าโค้ดโปรแกรมที่จัดเก็บเรื่องความทรงจำเขามีปัญหาเฉยๆ ถ้าแก้ไข---"

    "ตามคำสั่งครับ"   

    เสียงตอบเฉื่อยชาทำให้สีหน้าคนสั่งดูหมองขึ้นไปอีก คอนเนอร์ถอดแหวนออกจากนิ้ว แล้วดีดเข้ามือซ้ายอีกทีก่อนวางไว้ตรงโต๊ะแล้วเดินออกไปอย่างไม่อาวรณ์ พื้นที่บริเวณนั้นเงียบลงทันที

    มือของแฮงค์คว้าแหวนนั่นมาเก็บไว้ มันเย็นเฉียบ...เขารู้ว่าไม่เกี่ยวกับเลือดที่กำลังซึมไหลออกจากแผลตรงหัวไหล่และท้อง ผู้หมวดเม้มปากสงบอารมณ์ก่อนจะเดินไปดูเจ้าหมาแก่ของตัวเองว่าบาดเจ็บแค่ไหน ซูโม่เลียหน้าเจ้านายเบาแล้วครางหงิงในลำคอเพื่อบอกว่าตัวเองไม่เป็นอะไรมาก เมื่อเห็นดวงตาสีฟ้าของคนตรงหน้าเต็มไปด้วยความโมโห ตกใจ และโศกเศร้าสลับไปมาอย่างสับสน

    ...บุคคลที่รักกำลังหายไป ภายในร่างของคนที่คุ้นหน้า...

    "คริส ยืมกุญแจรถที ...อ้อ ฝากดูซูโม่หน่อย เดี๋ยวฉันรีบกลับ"

    ว่าจบเขาก็คว้าแจ็กเก๊ตตัวหนามาใส่คลุมชุดจากโรงพยาบาลไว้ แล้วขับรถตรงไปยังตึกของไซเบอร์ไลฟ์ ในหัวมันอัดแน่นไปด้วยความคิดมากมาย และสุดท้ายกลับกลายเป็นคิดอะไรไม่ออกสักอย่างเดียว ได้แต่ท่องคำว่า 'นี่แม่งเกิดเวรตะไลอะไรขึ้นวะ' แล้วเข้าเกียร์ห้าไปตลอดทาง 

    ร่างใหญ่เดินกำกุญแจรถไปฝากพนักงานด้านหน้าของตึก พอดีกับที่RK800ก้าวเท้าลงมาจากแท็กซี่ ฝ่ายนั้นปรายตาสีน้ำตาลมองครู่หนึ่ง แล้วต่างคนก็ต่างเดินตรงเข้าไปในอาคารโดยไม่พูดอะไร จนกระทั่งแฮงค์ทนเก็บอารมณ์ไม่ไหว หันมาตะคอกใส่

    "แกจะตามฉันมาทำไม!?"

    "มันเป็นเรื่องบังเอิญครับ"   

    คอนเนอร์ตอบโดยไม่มองหน้า แต่สุดท้ายทั้งคู่ก็ต่างเร่งฝีเท้าแข่งกันไปหยุดอยู่ตรงโต๊ะประชาสัมพันธ์ แต่ก่อนที่จะถามหาคนที่ตั้งใจจะมาพบ ฝ่ายนั้นก็มาหาแขกทั้งสองเองเสียก่อน 

    "สวัสดีครับผู้หมวดแอนเดอร์สัน"   

    ผู้ชายผิวสี รูปร่างสูงโปร่ง นัยน์ตาเย็นชาดูเย่อหยิ่งกล่าวอย่างไว้ที คงไม่มีอะไรที่บังเอิญสำหรับบริษัทนี้ ท่ามกลางกล้องวงจรปิดที่แทบจะเห็นถึงเศษเบอร์เกอร์ในซอกฟัน ดวงตาสีฟ้าตวัดมอง อเล็กซ์ สเทิร์น หนึ่งในคณะกรรมการเดินเข้ามาหา แฮงค์รู้จักหน้าอีกฝ่ายดีจากโทรทัศน์ เขาเดินปรี่เข้ากำคอเสื้ออีกฝ่ายด้วยมือข้างที่ไม่เจ็บทันที

    "แกทำบ้าอะไรกับหุ่นของฉันวะไอ้กุ้งแห้ง!"

    คอนเนอร์ซึ่งคาดการณ์ไว้แล้วว่าอาจเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น จึงคว้าข้อมือชายวัยกลางคนไว้ขณะที่พวกรปภ.รีบวิ่งเข้ามา อเล็กซ์ไม่ชอบใจนักกับเรื่องทำนองนี้แต่สีหน้าไม่ได้เปลี่ยนไป เพียงแค่ยกมือบางขึ้นห้ามไว้

    "คุณเข้าใจผิดแล้วผู้หมวด อย่างแรกเลย นี่ไม่ใช่แอนดรอยด์ของคุณ แต่เป็นของไซเบอร์ไลฟ์"   

    ชายผิวสีบอกเรียบนิ่งขณะที่มองไปทางหุ่นข้างกายที่ตัวเองเป็นคนลงโปรแกรม จากนั้นจึงค่อยๆหันกลับมามองคนที่กำลังขยำคอเสื้อตัวเองอยู่ตามเดิม   "แต่เอาเถอะผู้หมวด ผมยังพอมีเวลาอยู่อีกหน่อยก่อนนัดทานข้าวเย็น ถ้าคุณมีบางอย่างอยากจะพูดคุยกับผม ก็เชิญที่ห้องรับแขก"



    .................................



    TBC






Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
dysdaimonh (@dysdaimonh)
มันเป็นอุบัติเหตุ55555 เป็นอุบัติเหตุที่ฉวยโอกาสมากค่ะะะ เราได้เห็นพวกเค้าอยู่ดีมีความสุขก็สบายใจแล้วค่ะ

สู้ๆนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ
tomei_tan (@tomei_tan)
@dysdaimonh แอคซิเดนท์จนตัวพรุนหมดแหล่ววว แทะอะไรนักหนา 555555
ขอบคุณฮ้าบบ
nakamayucchi (@nakamayucchi)
เสื้อโอเวอร์ไซส์นี่ช่างดีงาม☺️

ขำเกวินหนักมาก ที่ลองเอานิ้วไปแตะ😂 ว่าแต่ทำไมอ๊วกอ่า เพราะประสบการณ์ไม่ดีในอดีตหรือยังไง...

มาทางอีกคู่นี่ก็เครียดเลย สงสารแฮงค์😢 แคมไปไหนเนี่ยยย
tomei_tan (@tomei_tan)
@nakamayucchi เป็นอะไรที่....ต้องอบคุณป๋าของเกวิน ที่มอบเสื้อให้--- //เดี๋ยว 55555
เกวินเป็นนักสืบยังไงล่ะ ต้องสงสัยนะ! //คอนเนอร์บอก นั่นยังไม่ครบสูตรของนักสืบที่ดีนะครับ เหลืออีกหนึ่งจังหวะ(....)

ชายกวิ้นอ้วก แหง่วววววว //รอเขียนต่อไป ฮาาา

ลุงจะต้องสตรองค์ งึ้ดดด ส่วนคุณแคมสกี้ หายสาปสูญไปก่อนนะคะ 555555