Game & Comic Fanfictomei_tan
[fic]Detroit become human:I'm still android 18
  • "ฉันคงไม่ทำให้กลัวใช่ไหม ?"

    แคมสกี้กล่าวขึ้นเมื่อเห็นมาร์คัสยืนนิ่งไปหลังจากเปิดประตูห้องทำงานเข้ามา ดวงตาสองสียังคงหยุดอยู่ที่ส่วนหัวของแอนดรอยด์รุ่นคอนเนอร์ที่อีกฝ่ายถืออยู่

    "ไม่ครับ ผมแค่นึกแปลกใจเฉยๆ"   

    หุ่นผิวแทนเดินเข้ามาภายในห้องที่ดูเรียบหรูดูเป็นสัดส่วนด้วยสไตล์กึ่งญี่ปุ่น พื้นห้องที่ปูด้วยฉนวนป้องกันไฟฟ้าสร้างความรู้สึกปลอดภัยอย่างน่าประหลาด จากนั้นจึงยื่นกล่องมันจูลูกเจี้ยบ ของฝากขึ้นชื่อที่ได้มาจากการไปเที่ยวกับพ่อบุญธรรมให้   "นี่ครับของฝากจากคาร์ล ไว้ทานคู่กับน้ำชา คุณควรรีบทานเพราะมันจะหมดอายุความอร่อยในอีกสามวันข้างหน้า"

    "ฝากขอบคุณคาร์ลที อ้อ ฝากวางหน่อย ตรงไหนก็ได้"

    คนที่กำลังง่วนอยู่กับงานบอก ให้ผู้ที่ชินกับนิสัยเดินเอาขนมที่ว่าไปจัดจานและชงชาที่เตรียมอยู่ในห้องนั้นมาให้ แทนที่จะวางลืมไว้รอวันโคลอี้เก็บเอาไปทิ้ง แคมสกี้เหลือบมองอย่างเอ็นดูก่อนตบที่เท้าแขนเรียก

    "ทำไมจู่ๆถึงเอาหัวของRK800มาตรวจสอบล่ะครับ"   มาร์คัสกลับมานั่งลงตรงบริเวณที่อีกคนสั่ง พื้นที่เล็กๆทำให้ต้องทรงตัว เขาปรายตาไปยังหัวสีขาวมากมายภายในลังข้างโต๊ะ ซึ่งล้วนแต่เคยเป็นหุ่นรุ่นคอนเนอร์ที่เสียหายระหว่างอยู่กับแฮงค์เมื่อหกเดือนก่อน

    "ฉันสนใจAIผู้ดูแลระบบในนั้นน่ะ ลองแฮคมาหลายหัวแล้ว เหมือนว่าถ้าไม่เจาะเข้าตรงปุ่มฉุกเฉินที่ฉันสร้างเป็นพื้นฐานไว้ โปรแกรมคอนเนอร์จะเสียหายก่อนทุกที"   ชายหนุ่มพูดพลางดึงสายไฟจากโน้ตบุ้คที่ต่อเข้ากับหัวของหุ่นออก ตัวอักษรมากมายบนหน้าจอยังคงอยู่ให้วิเคราะห์ จากนั้นจึงกระหวัดแขนไปโอบรอบเอวหุ่นข้างกายไว้

    "ผมนึกว่าแอนดรอยด์มีระบบAIเดียว เพราะมันจะทำให้ความคิดแปรปรวน"

    "ก็ใช่ ยกเว้นRK800 เขาเป็นรุ่นที่สร้างขึ้นเพื่อดูแลเคสดีเวียนท์ และเพื่อป้องกันไม่ให้ดีเวียนท์ฮันเตอร์เปลี่ยนเอง จึงต้องใส่AIอีกตัวเพื่อคอยเฝ้าระวัง โปรเจคนี้ฉันเป็นคนคิดแต่ก็ออกจากบริษัทไปก่อน จึงมีคนพัฒนาระบบต่อให้ อแมนด้ามีความมุ่งมั่นในภารกิจสูง เป็นแมชชีนโดยแท้ แต่ไม่รู้ว่าในภาคปฏิบัติมีช่องโหว่ตรงไหนไหม คอนเนอร์ไม่ยอมให้ฉันตรวจระบบเสียที"

    "ผมว่าเขาไม่อยากให้คุณทำอะไรประหลาดใส่"

    "อย่างเช่นอะไร ยกตัวอย่างมาสิ"   ชายผิวขาวหันมองแล้วยกยิ้มเจ้าเล่ห์   "ไหน ไปเที่ยวตั้งนาน ของฝากฉันล่ะ?"   เรียวนิ้วสวยเคาะเบาตรงริมฝีปากตัวเองเป็นเชิงสั่ง

    "ชื่ออแมนด้า ทำให้ผมนึกถึงหัวหน้าทีมวิจัยฯของไซเบอร์ไลฟ์ที่สร้างหุ่นเด็กขึ้นมาเป็นตัวแรก"

    มาร์คัสบิมันจูเป็นสองส่วนแล้วยัดใส่ปากคนที่รออยู่ มิน่าตอนโทรถามหาเวลาว่างเพื่อจะเอาของฝากไปให้ ทางนั้นจึงบอกให้เข้ามาเสียดึกขนาดนี้   "คุณควรจะหาอะไรทานให้อิ่มก่อนที่จะเริ่มทำงาน มันจะทำให้คุณกระเพาะไม่ดี"

    "อืม อุ้นเอเอล"   

    แคมสกี้พูดทั้งที่เต็มปาก เขาเคี้ยวไม่กี่คำก็กลืนลงไปและพูดต่อ   "เศรษฐีคนหนึ่งสั่งทำ สุดท้ายถูกขโมยไปโดยผู้ต้องสงสัยเป็นเด็กระแวกบ้าน ปัจจุบันโตเป็นนักสืบที่เหมือนจะเกลียดแอนดรอยด์มาก"   เขาใช้นิ้วโป้งปาดเช็ดปากที่เปื้อนไส้ถั่วแดง หุ่นผู้ดูแลทนเห็นอะไรไม่เรียบร้อยไม่ได้ ก็ต้องหยิบทิชชู่มาช่วยทำความสะอาดให้

    "คนเกลียดหุ่นเป็นเรื่องปกติครับ คนเกลียดคนก็พบเจอได้บ่อย"

    "นั่นสิ มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่งี่เง่า..."   ซีอีโอหนุ่มถอนหายใจพลางปลดกระดุมเสื้ออีกฝ่ายจากเม็ดล่าง   "ที่ฉันต้องเหนื่อยไม่ใช่เรื่องแบบนี้ เพราะหัวหน้าทีมโปรเจคอแมนด้าไม่เซ็นต์อนุมัติให้ฉันตรวจสอบโค้ด คงจะเคืองที่ฉันกลับมา ทุกวันนี้ก็พยายามเลื่อยขาเก้าอี้ ทั้งที่ฉันไม่เคยทำอะไรเลย"

    "ผมนึกว่าคุณจะเข้าถึงทุกข้อมูลในบริษัทได้เลยซะอีก"   แขกในยามดึกปล่อยให้ชายอีกคนเชยชมกับผิวแทนของตัวเองโดยไม่ได้ขัดขืนอะไร มองดวงตายาวรีทอยิ้มเป็นประกาย

    "ความลับพวกนี้ยิ่งคนรู้น้อยยิ่งดี"

    "อย่าคิดมากเลยครับ ผมว่าเขาไม่ได้ไม่ค่อยชอบคุณเพราะคุณทำอะไรผิดหรอก แต่ทุกคนเกลียดคุณเป็นปกติ ถูกวางยาพิษฆ่าตายก็ไม่แปลก"  

    "......"

    มาร์คัสป้อนขนมอีกครึ่งหนึ่งใส่ปากอีกฝ่ายแก้ภาวะสุญญากาศ แล้วจึงพูดต่อ

    "ที่จริง ผมไปถามถึงความเข้ากันของอแมนด้ากับคอนเนอร์ให้ได้ เพราะพรุ่งนี้พวกเรานัดเจอกัน โดยผมกับเขาตั้งใจว่าจะเข้าเมนซิสเต็มของRK900 เพื่อช่วยกันหาโปรแกรมประหลาดที่ชื่อREST"

    จบการบอกเล่าเหมือนนัดกินข้าวและตีแบต ความรู้สึกต่างๆหายวับไปจากใบหน้าของแคมสกี้ เขาวางมือจากเรื่องที่ทำอยู่ทันที 

    "ฉันเคยเตือนนายไม่ให้ทำแบบนั้นกับระบบคอนเนอร์"

    "ผมจำได้ เลยลองถามคุณดูว่ามันเป็นโปรแกรมอะไร"   

    สีหน้าเรียบนิ่งของมาร์คัสเหมือนพูดต่อโดยไร้เสียงว่า ถ้าไม่จำเป็นก็จะไม่ทำ และถ้าคู่สนทนาไม่ยอมตอบคำถามออกมานั่นก็หมายความว่าจำเป็น คำตอบออกมาจากปากอีกคนเนิบช้า

    "มันเป็นความลับของทางบริษัท"

    ผู้ฟังพยักหน้าเข้าใจ เรื่องบางเรื่องไม่จำเป็นต้องอ้อนวอนคนที่ลำบากใจจะพูด แต่ลูกผู้ชายเมื่อสัญญากับเพื่อนแล้วให้เดือดร้อนยังไงก็ต้องทำ

    แคมสกี้เห็นสีหน้าอีกฝ่ายแล้วอ่อนใจ ได้แต่ยกมือยอมแพ้กับนิสัยอกสามศอก คิดคำนวณแล้วคงไม่สามารถหาทางใช้เล่ห์กลใดตะล่อมได้ นอกจากอธิบายเหตุผลอย่างตรงไปตรงมา

    "REST ถูกดีไซน์ให้เป็นคำตอบของแอนดรอยด์ทุกตัวในเชิงปรัชญาเซน"

    "......"

    มาร์คัสนิ่งค้างพินิจมนุษย์ตรงหน้า ตั้งแต่รู้จักกันมานานหลายปี นี่เป็นอีกครั้งที่ไม่เข้าใจคำพูดของอัจฉริยะแห่งยุค แต่ไม่เป็นไร เขารอให้อีกคนเรียบเรียงคำพูดเป็นสามัญชนขึ้น

    "RK900 เป็นรุ่นที่รัฐบาลขอให้ไซเบอร์ไลฟ์ช่วยทำอะไรสักอย่างกับนายที่กำลังปฏิวัติอยู่ เราจึงดีไซน์โปรแกรม ซึ่งได้จากการรวบรวมซากดีเวียนท์ พัฒนาเป็นโปรแกรมต่อต้านกบฏ rK9 : eliminate system & transcode สำหรับให้แอนดรอยด์กลับคืนสู่ภาวะเดิม เมนซิสเต็มเขาจึงไม่ใช่ที่ที่ให้AIตัวไหนเข้าไปเดินเล่นแน่ๆ"

    ซีอีโอหนุ่มเล่าเรื่องราวด้วยท่าทีสบายๆอย่างเป็นธรรมชาติ คล้ายคลิปพรีเซนต์แอนดรอยด์ในสมัยก่อน จากนั้นก็พับหน้าจอโน้ตบุ้คลง ขณะที่ชายอีกคนค่อยๆขมวดคิ้วแน่น เสียงเริ่มเข้มขึ้น

    "คุณควรดีลีทโปรแกรมนั่นทิ้งตั้งแต่ปฏิวัติจบ"

    "ถึงฉันจะเป็นคนคิดแต่มันไม่ใช่ของฉ้นคนเดียว มันเป็นของทีมและบริษัท ...ที่ประชุมไม่อนุมัติให้ทำลายงานวิจัยที่ใช้งบมหาศาลโดยที่ยังไม่ได้ทดลองใช้หรือได้ผลกำไรอะไรกลับคืน มันเป็นคอร์โปรแกรม เรื่องดีลีทฉันไม่รู้ การทดสอบแท้จริงโปรแกรมของRK900เสถียรกว่าRK800 แต่พอพยายามล็อกRESTไว้ เขาก็ดูเปราะบางขึ้นมาก" 

    มาร์คัสกำมือแน่น รู้ตัวว่าความโมโหครั้งนี้เกิดให้กับตัวเอง ที่ไปปลุกหุ่นซึ่งถูกเก็บอยู่ในหลอดแคปซูลแคบๆในห้องวิจัยของแคมสกี้ เป็นเวลาครึ่งปีที่RK900หลับอยู่อย่างนั้นและอาจจะถูกระงับไว้ไม่ให้ตื่นตลอดไปหากเขาไม่ไปเจอเข้า เขาเพียงลองแตะดู หากโปรแกรมทุกอย่างสมบูรณ์ ไวรัสปลุกดีเวียนท์ที่เขาได้มาจากสุสานหุ่นจะปลุกอีกฝ่าย แล้วเด็กคนนั้นก็ลืมตาขึ้นมาอย่างง่ายๆ

    ถึงอย่างนั้นแคมสกี้ก็ไม่ได้มีท่าทีโมโหและกล่าวโทษอะไรกับสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว แม้จะมีหลายๆอย่างที่ทำให้อยากเตะผู้ชายตรงหน้า แต่เรื่องที่ไม่เคยคิดอะไรย้อนหลังจัดเป็นข้อดีมากของฝ่ายนั้น

    "คุณล็อกโปรแกรมไว้ก็จริง แต่ถ้ามันถูกทดสอบว่าใช้ได้ มันจะเกิดอะไรขึ้น ?"

    "RK900ถูกอุ้ม ฉันถูกอุ้ม ร้ายสุดคือโน้ตบุ้คฉันหาย ... ประเมินยังไม่ได้ ทางที่ดีอย่าให้ใครรู้เยอะจะดีกว่า"

    มาร์คัสตัดสินใจลุกจากที่นั่งแล้วกลับมายืนตามเดิม

    "ผมจะไปคุยกับRK900 เขาควรรู้เรื่องของตัวเอง"

    "นายจะไปเลย ?"

    หุ่นที่กำลังแต่งตัวอยู่พยักหน้ารับแต่ไม่ได้ตอบอะไร เพียงยื่นหน้าเข้าไปจูบตรงแก้มขาวลวกๆก่อนทิ้งรอยยิ้มแล้วหันเดินตัวตรงจากไป ปล่อยให้เจ้าของห้องโบกมือลาแล้วกล่าวเย้าส่งไล่หลัง

    "ไปดีมาดีนะครับท่านรัฐมนตรี รอบหน้าอย่าลืมของฝากฉันล่ะ!"

    ความเงียบกลับมาให้แคมสกี้ผินหน้าเซ็งๆไปยังสายฝนนอกหน้าต่าง เมื่อมองจากที่สูง ก็เห็นบริเวณที่ไฟฟ้าดับจนกลายเป็นโซนมืดมิดได้ชัดเจน เขาเดินไปกดรีโมตเปิดโทรทัศน์ ระหว่างนั้นก็แว่วเสียงเฮลิคอปเตอร์ที่บินออกจากลานของตึกไซเบอร์ไลฟ์ 

    หลังชาในมือถูกจิบไปหนึ่งคำ ถ้วยชาญี่ปุ่นใบสวยก็ถูกปล่อยให้ร่วงลงกระทบพื้น



    ………………………………………



    "เกวิน ฉันเพิ่งเห็นว่าเธอไม่ค่อยมีแผลแล้ว"

    ...แอนดรอยด์เด็กสาวยังคงนั่งยังเก้าอี้ซึ่งตั้งอยู่ในสวน เพื่อพูดคุยกับเพื่อนเช่นวันก่อนๆ...


    "เพราะฉันโตขึ้น แข็งแรงขึ้น ส่วนตาแก่นั่นก็ขี้โรคใกล้ตายขึ้นทุกวัน"

    ....เวลาผ่านไป สิ่งหนึ่งเติบโตขึ้น สิ่งหนึ่งกลับรอวันผุพัง...


    เด็กหนุ่มวัยรุ่นซึ่งกำลังสูงอย่างรวดเร็วและมีเค้าโครงร่างกายเปลี่ยนไปเป็นผู้ชายมากขึ้น ได้แต่สนทนาโดยมองข้ามร่องรอยความเสื่อมถอยของแอนดรอยด์ตรงหน้า เกวินเพิ่งสังเกตเห็นว่าแท้ที่จริงแล้วเมเบลนั้นตัวเล็กมาก และยิ่งพินิจ สภาพภายนอกของเธอก็ไม่คล้ายคลึงกับมนุษย์เอาเสียเลย

    บางทีเขาอาจจะกำลังนั่งอยู่ในดินแดนแฟนตาซีที่ไหนสักแห่ง

    "ถ้าวันหนึ่งพ่อเลิกสนใจจะตีเธอ เธอรู้สึกยังไง"

    "สะใจ"   

    คนถูกถามตอบสั้นๆ กระนั้นแล้วเด็กหนุ่มก็หวนนึกถึงผู้ชายที่เขาเคยหวาดกลัวมาโดยตลอด ไม่รู้เมื่อไหร่ที่ฝ่ายนั้นก็ค่อยๆกลายเป็นสิ่งเล็กๆที่รอวันร่วงโรย


    เกวินแว่วเสียงคุณฮอฟแมนกับหุ่นตัวใหม่...
    อันที่จริง น่าจะเรียกได้ว่า พวกเขาทั้งคู่ต่างได้ยิน


    "ทั้งที่ที่ตรงนั้นเคยเป็นที่ของฉันแท้ๆ..."   แอนดรอยด์ผมบลอนด์ที่เคยสวยงามกล่าวเสียงเครือ น้ำตาค่อยๆไหลลงมาอย่างช้าๆ   

    "ทุกอย่างมันจะต้องเปลี่ยนไป"  

    "ความรักด้วยน่ะเหรอ"

    "ถ้าไม่มีใครรัก ไม่มีใครเกลียด แสดงว่าเราเป็นอิสระ"

    เป็นอีกครั้ง ที่เมเบลไม่เข้าใจคำพูดของเกวิน เธอรู้สึกว่าความคิดของพวกเขาสองคนเริ่มที่จะห่างกันไปอย่างช้าๆ

    "ฉันอยากไปจากที่นี่ ... เธอเองก็เหมือนกันใช่ไหม"

    เด็กหนุ่มซึ่งซ่อนความบอบช้ำมามากมายภายใต้ความเรียบเฉย กำลังค่อยๆใช้ส้อมจิ้มเค้กกินโดยไม่ได้เงยขึ้นมองสีหน้าของอีกฝ่าย 

    ...เกวินรับปากเธอ โดยทั้งหัวใจรู้ว่าไม่สามารถทำได้


    ........................................................



    บนผิวถนนที่ว่างและนองไปด้วยน้ำฝนที่ยังคงตกลงมา กลายเป็นคลื่นน้ำที่ถูกซัดกระจายด้วยรถตำรวจซึ่งต่างวิ่งลิ่วเป็นทิวแถว มุ่งหน้าตรงไปยังเขตH-11โดยไร้เสียงไซเรนแจ้งเตือนคนร้ายเช่นในหนัง ตามหลังมอเตอร์ไซค์ที่วิ่งนำด้วยความเร็วสูง 

    หยาดน้ำเล็กๆนับพันที่หล่นลงมาจากฟ้า กลายเป็นก้อนกรวดกระหน่ำลงร่างคนขับอย่างไร้ปราณี ไม่มีแสงจันทร์ใดนำทางใต้เมฆหนาทึบ นอกจากแสงไฟหน้ารถที่ส่องให้เห็นทางด้านหน้าไม่กี่เมตร

    ["ดาวเทียมจับได้ติดๆดับๆมากว่ะเกวิน แต่คริสใช้จิตสัมผัสได้ว่ามันมีพลังงานลี้ลับทำประตูรถคนร้ายปลิวออกมาแถวๆบ้านลุง คนที่แกชอบชู๊ตบอลใส่หน้าต่างแตกบ่อยๆน่ะ"]

    "ห่า อย่ามาเคลม ฉันทำแตกรอบเดียว ที่เหลือฝีมือแกทั้งนั้นไอ้ห่วย"   นักสืบหนุ่มแย้งเพื่อนที่วิทยุบอกเส้นทางผ่านลำโพงของหมวกกันน็อค หน้าปัดความเร็วตีไปเต็มสเกล 

    ["ขับระวังเว้ยไอ้เสือเดี๋ยวเฝือกทั้งตัวเป็นกุ้งเทมปุระ อย่าลืมเหลือแรงรับพวกนั้นกลับมาด้วย"]

    "copy that"

    เกวินกล่าวล้อเลียนทั้งที่ตอนนี้ไม่มีอารมณ์นึกสนุกเลย รถของหน่วยSWATและรถขาวดำจากสถานีตามเข้ามาในแหล่งชุมชนแออัด นักสืบหนุ่มเคยจินตนาการว่ายามที่เขาได้กลับเข้ามาในนี้อีกครั้ง มันจะสร้างความคลื่นเหียนแค่ไหน แต่เมื่ออยู่ในสถานการณ์จริงที่มีความกังวลและร้อนใจมากกว่า มันก็กลบทุกความรู้สึกในอดีตเสียสิ้น 

    ซากประตูรถที่หลุดลงมาบนถนนอยู่ไม่ห่างจากอาคารเป้าหมาย แต่ทางด้านหน้านั้นไม่สามารถนำรถยนต์สี่ล้อเข้าไปได้ ท่ามกลางตึกรามบ้านช่องที่ปลูกสร้างอย่างระเกะระกะ เกวินพานำอ้อมเข้าเส้นทางจนกระทั่งวนไปพบกับรถของคนร้ายที่จอดทิ้งไว้ด้านนอก เหล่าตำรวจต่างจอดรถล้อมกรอบและบุกเข้าไปในสถานที่ เข้าแผนจู่โจมช่วยเหลือคอนเนอร์ที่ถูกจับเป็นตัวประกัน แต่สิ่งที่พบกลับมีเพียงเหล่าหุ่นที่นอนเกลื่อนพื้น

    "อะไรวะเนี่ย"

    ผู้กองอัลเลนพูดพลางยกมือเป็นสัญญาณให้คนในหน่วย พักใหญ่เหล่าตำรวจจู่โจมในชุดเครื่องแบบเต็มยศก็ส่งสัญญาณศูนย์กลับมาหลังการสำรวจสิ้นสุด เกวินคว้าไฟฉายจากมือเพื่อนตำรวจ เดินลากขาเข้าไปในโรงจอดรถร้าง

    แขนที่ชาจนไร้เรี่ยวแรงจากการขับรถเมื่อครู่ ประคองกระบอกไฟฉายส่องไปทั่วๆบนร่างที่อยู่บนพื้น เสียงหัวใจเต้นแรงคล้ายอยู่ข้างหู และชะงักเมื่อเห็นร่างที่นอนนิ่งข้างเท้า

    เป็นเสี้ยวนาทีที่ความเย็นวาบไล่ขึ้นมาจากเงาบนพื้นถึงศีรษะ บางอย่างกำลังร่วงลงมาในทำนองเดียวกับสายฝน แล้วสติก็พลันกลับมาเมื่อสมองรับรู้ว่าไม่ใช่...

    "หัวหน้าครับ ไอ้คอนเนอร์อยู่นี่!"

    นักสืบหนุ่มตะโกนเสียงสั่นเรียกเจฟฟรี่ ความโกลาหลเริ่มขึ้นเมื่อเหล่ามนุษย์ไม่รู้ว่าจะต้องปฏิบัติตัวอย่างไรกับแอนดรอยด์ที่นิ่งไม่ไหวติง รถของศูนย์ซ่อมบำรุงที่เรียกเตรียมมาแค่สองคันนั้น เพิ่งจะขนเอาหุ่นแอนดรอยด์ส่วนหนึ่งออกไป

    "แม่งเอ้ย อะไรกันนักหนาวะเนี่ย"   

    ผู้กองฟาวเลอร์รีบต่อโทรศัพท์ติดต่อศูนย์ซ่อมฯเพื่อสอบถามข้อมูลการปฐมพยาบาลเบื้องต้นขณะรอรถคันอื่นเข้ามา ทั้งเนื้อทั้งตัวพวกเขามีแค่บลูบลัด เรียกได้ว่ารู้จักอยู่แค่นั้น ให้รถเสียยังมีอุปกรณ์ซ่อมเยอะกว่า ไม่แน่ใจว่าถ้าสักแต่จะกรอกๆปากคอนเนอร์ไป มันจะใช้ได้ผลหรือมันจะทำให้แย่ขึ้น

    "ไนน์! แกอยู่ไหนไอ้หุ่นโง่! ไสหัวออกมาเดี๋ยวนี้!"

    ไฟฉายถูกส่องไปยังร่างที่พื้นวนอยู่อย่างนั้นครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ไม่มีร่างไหนเหมือนกับผู้ที่กำลังเรียกหา เขารู้ว่าไนน์ต้องอยู่แถวนี้ เพราะคอนเนอร์มีผ้าพันห้ามเลือดที่ได้จากเสื้อของอีกฝ่าย แต่ไม่มีเสียงใดตอบรับ นอกจากความหวั่นใจที่เพิ่มมากขึ้น เขาอาจจะเจอซากชิ้นส่วน หรืออาจจะไม่เจออะไรเลย

    ...พอคิดอย่างนั้น ขามันก็หนักจนเริ่มก้าวไม่ออก



    ซ่าาาาา......

    คลื่นวิทยุประหลาดดังทะลุเข้ามาในโสต เกวินรีบยกมือตะครุบป้องหูลดความเจ็บ จากนั้นมันก็เปลี่ยนเป็นเสียงเล็กๆที่เคยได้ยินเมื่อนานแสนนาน

    ซ้าย....
    อีกหลัง....

    มันเป็นสิ่งที่เหนือกว่าความกลัว ในตอนนี้เขาพร้อมจะเชื่อทุกอย่าง เกวินตัดสินใจรีบเดินออกจากโรงรถ รอดผ่านกำแพงรั้วเข้าไปในบ้านร้างหลังข้างๆ 

    นักสืบหนุ่มประทับปืนเตรียมพร้อมระหว่างเดินผ่านประตูซึ่งถูกใครบางคนพังกลอนออก และเมื่อเข้าไปในตัวบ้าน แหวนบนมือก็เริ่มขึ้นเส้นสีฟ้าอย่างจับสัญญาณของแหวนอีกวงได้ เขาเม้มปากแน่นสะกดอารมณ์อันหลากหลายที่ประดังประเดเข้ามา ค่อยๆก้าวเดินตามคราบน้ำไปยังตู้สำหรับเก็บของ จากนั้นจึงค่อยๆเปิดมันออก

    "ไอ้เส็งเคร็ง แกไปทำอะไรตรงนั้น ออกมา ... เบิ๊ดกะโหลกไม่ถนัด"

    น้ำเสียงของคนที่มาตามแฝงความอ่อนโยนไว้ หุ่นที่นั่งกอดเข่าคู้ร่างที่สั่นเทารู้ว่าอีกฝ่ายคือเกวินตั้งแต่ที่แหวนบนมือขึ้นเส้นสีแดง แต่กระนั้นไนน์ก็ไม่กล้าจะขยับกายใดๆกระทั่งโดนประคองออกมา ผู้ที่มาตามผงะและเบิกตากว้างเมื่อเห็นนัยน์ตาคู่สวยของแอนดรอยด์เปลี่ยนเป็นสีฟ้าสด 

    "เกวิน ช่วยด้วย...พาผมหนีไปที..."

    เสียงสังเคราะห์นั้นสั่นไหว ใบหน้างามเต็มไปด้วยความตื่นกลัวอย่างไม่เคยมี ไนน์ค่อยๆวางกายกอดคนตรงหน้า มือก็ยึดขยำเสื้อคนในอ้อมแขนอย่างหาที่พึ่ง   "คุณอย่าให้หุ่นตัวอื่นเข้ามาใกล้ผม ... อย่าให้ใครรู้ว่าผมอยู่ที่นี่ อย่าให้ศูนย์เอาตัวผมไป... พวกเขาต้องทำลายผมแน่..."

    "ใจเย็นเว้ย แกเป็นอะไรไป แกแม่งลูกรักไอ้แคมสกี้นะ รุ่นก็ใหม่ล่าสุด เขาจะทำลายแกทำไม"   

    ชายหนุ่มกอดกลับรีบลูบหัวลูบไหล่ปลอบหุ่นที่ดูสติแตก ถึงอย่างนั้นแอนดรอยด์ในอ้อมแขนก็ยังพูดวนย้ำคำเดิมไปมา กระทั่งกลุ่มตำรวจเดินเข้ามาตามคนใจร้อนที่หายไปเพียงลำพัง

    "นักสืบรี้ดครับ คุณโอเคอยู่ไหมครับ"

    เสียงเจ้าหน้าที่แอนดรอยด์ถามพร้อมกับฉายไฟเดินตรงมา ไนน์ถึงกับสะดุ้งโหยงพร้อมกับพึมพำเร็วขึ้นว่าอย่าให้ฝ่ายนั้นเข้ามาใกล้ เกวินไม่รู้จะทำอย่างไร บางสถานการณ์การตะโกนให้หยุดแม่งก็ไม่ช่วย และถ้าเห็นเขาอยู่กันแค่สองคนมันก็ต้องรีบเดินมาหามาเช็คกันอยู่แล้ว 

    แต่เมื่อไฟฉายของผู้มาตามส่องมา ชายหนุ่มก็ตัดสินใจประคองจับใบหน้าเกลี้ยงเกลาของหุ่นตรงหน้า แล้วใช้เทคนิคขั้นสูงจากการดูละครยามเข้าเวรกับลูซี่บ่อยๆ

    ...นั่นคือเล่นมุมกล้อง...

    "......"

    "......"

    "......"

    บรรยากาศโคตรกระอักกระอ่วนเหมือนใครเลียหมาเปียกให้ดูเกิดขึ้นทันทีกับกลุ่มผู้ที่มาตาม มันดูเหมือนพวกเขากำลังพลอดรักกัน แต่แท้ที่จริงริมฝีปากของทั้งคู่ห่างกันราวๆหนึ่งนิ้ว แต่ไนน์เหมือนจะไม่รู้จักคำว่าการแสดง ดวงตาสีฟ้าสวยปรือมองก่อนปิดลง เครื่องหน้างามได้ส่วนเคลื่อนเข้ามาใกล้เพื่อให้ริมฝีปากแนบชิด

    ระหว่างที่ริมฝีปากเย็นของแอนดรอยด์ค่อยๆละเลียดจูบเกวิน กลุ่มเจ้าหน้าที่ซึ่งอุตส่าห์เข้ามาเพราะเป็นห่วง ก็ต่างสืบเท้าถอยห่างชายสองคนอย่างระมัดระวัง ด้วยกลัวว่าจะไปขัดจังหวะเข้าจนเกิดเป็นบาป ถูกสาปให้ขึ้นคานห้าร้อยชาติ กระทั่งผ่านพ้นประตูออกไป เสียงเม้าท์อย่างคล่องว่องไวก็ดังขึ้น ให้เกวินสบถเรียกฝูงเหี้ยในหัวอย่างเพลียจิต พลางคาดว่าเรื่องในคืนนี้จะต้องเป็นหัวข้อสนทนาในสภากาแฟยันหลานบวชแหงๆ

    รอยจุมพิตค่อยๆมั่นคงและวาบหวามขึ้นทีละน้อย จนคนมาช่วยนึกอยากจะอัดไอ้หุ่นหื่นที่คอยทรมานเส้นประสาทเขาให้กรามโยก อาการคลื่นไส้เริ่มขึ้นมาจุกอยู่แถวๆคอ แต่สุดท้ายก็ได้แต่ทำใจแหงนหน้ารองรับความต้องการนั้น

    ลมหายใจ อ้อมแขนที่โอบกอด พาให้ร่างที่เปียกโชกทั้งสองค่อยๆอุ่นขึ้น

    "ดีรึยัง ?" 

    เกวินถามเนือยๆ แอนดรอยด์ที่ยอมผละริมฝีปากออกเสียทีพยักหน้ารับ แล้วโน้มศีรษะซบบ่ากว้างของชายหนุ่มไว้ เพื่อซึมซับความห่วงหาลึกๆที่แผ่มาจากอ้อมแขน

    "ผมอยากจูบคุณมากกว่านี้จัง..."

    "สัส แค่นี้ปากฉันก็จะเปื่อยแล้ว"

    ไนน์หัวเราะเบา เสียงนั้นฟังดูขื่นๆ ทิ้งความคลุมเคลือให้คนฟังเริ่มเป็นกังวล

    "คุณคอนเนอร์...เป็นยังไงบ้างครับ"

    "รถของศูนย์ซ่อมหิ้วไปแล้วมั้ง"   มือหยาบกร้านทว่าเต็มไปด้วยความอบอุ่นเข้าลูบแผ่นหลังปลอบอีกฝ่าย   "ไม่ต้องกังวลหรอก แม่งตายยากยิ่งกว่าซอมบี้ ฟื้นแล้วฟื้นอีกอย่างกับโกงสูตรเกม"

    ผู้ฟังหัวเราะอีกครั้งด้วยเนื้อเสียงที่ดีขึ้นอีกหน่อย ไนน์กลับไปยืนเช่นเดิม มองดวงตาของมนุษย์ที่เปี่ยมไปด้วยพลังงานเสมอ แล้วใช้เรียวนิ้วเกลี่ยปอยผมสีน้ำตาลเข้มที่ปรกลงมาก่อนประทับจูบลงบนแผลเป็นเล็กที่สันจมูก จากนั้นจึงกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มแฝงไว้ซึ่งความอ่อนโยนและหวงแหน

    "เมื่อครู่ขอโทษที่เอาแต่ใจนะครับ ผมไม่ควรชวนคุณให้ลำบากใจ แต่ผมจำเป็นต้องไปจริงๆเกวิน ..."   

    เวลาที่ไนน์ทำหน้าเฉยไม่ยิ้มแย้ม สีหน้าจะราบเรียบไร้ความรู้สึกจนเกวินพาลหงุดหงิดเสมอ แต่ถ้าจะฝืนสร้างรอยยิ้มที่ดูงามสมบูรณ์แบบ ทว่ามีความเศร้าเคลือบอยู่เขาก็นึกชอบไม่ลงเช่นกัน ฝ่ายนั้นพยายามยิ้มราวกับอยากให้เขาจำภาพที่ดีได้ติดตา

    "ไปไหน ไปทำไม"    

    "ผมยังอธิบายรายละเอียดอะไรไม่ได้ เพราะอาจจะทำให้คุณไม่ปลอดภัยไปด้วย นับแต่นี้ไม่ว่าจะเจอหรือไม่ได้เจอกันอีก...ผมก็หวังว่าคุณจะดูแลตัวเอง และมีความสุขทุกวันนะครับ"

    เมื่อคำพูดที่ดูสำรวมตัวสิ้นสุด น้ำตาก็ถูกปล่อยออกมาอย่างช่วยไม่ได้ หุ่นร่างสูงรีบผละกายออกไป ทว่าเสี้ยวนาทีที่ได้รู้ว่าดวงตานี้จะไม่ได้สบกันอีก ชายที่ยืนอยู่กลับคว้าข้อมืออีกฝ่ายรั้งไว้

    "อย่าไป...."

    ".....เกวิน"

    "ถ้านายจะไป ฉันจะไปด้วย"

    ริมฝีปากขยับกล่าวเองโดยไม่สามารถหาเหตุผลใดรองรับ

    ...สมองถูกรบกวนด้วยเสียงของหัวใจที่เต้นรัว




    แล้วคืนนั้น ....เจ้าหน้าที่ทั้งสองนายก็หายตัวไป....



    .............................................................

    TBC






Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
Sandalluck (@sandalluck)
พ่อเกวินคนซึน หนีตามเค้าไปเฉยเลยยยย เป็นห่วงกันก็บอก ฮิ้ววววว
tomei_tan (@tomei_tan)
@sandalluck //กวิ้นเอามือบีบคอตัวเอง ยอมตายดีกว่ายอมพูดดดด อะเฮ้อออ
ความซึนจงหายไป ทำตามหัวใจดีกว่า เยอะ ความ หนี ตาม กัน ไป นี้ คือ อะไร////กรี้ดกรีด///
tomei_tan (@tomei_tan)
@fb2272724216306 เขาไปด้วยกันแหล่ววว //วิ่งงง
patitasangkaew (@patitasangkaew)
หนีตามกัน!!!!!เค้าหนีตามกันไปแล้วววววว ดีงาม~~~♡
ปล.ชอบท่อนที่บอก มันเป็นบาป ถูกสาปให้ขึ้นคานห้าร้อยชาติ มาก ถึงขนาดหลุดขำเลย
tomei_tan (@tomei_tan)
@patitasangkaew เขาหนีตามกันไปปปป //ฮา
กวนคนที่เขารักกันไม่ได้นะคะ บาปจริมๆ XD
googogiggle (@googogiggle)
เราหวังจะไม่ได้อ่านอะไรพลาดไปนะคะ รู้สึกเหมือนทำอะไรหายไประหว่างทางขณะอ่านเลย รออะไร ๆ โผล่มาเฉลยดีกว่า ใช่ไหมคะไรต์เทอร์

ปล.กดขี่ความรู้สึกกันอีกแล้ว ตอนแก้วกาแฟร่วงกับเฮลิคอปเตอร์ออกจากตึกนั่นไปนี่รู้สึกหวั่นใจมากเลย หรือจริงๆมันไม่มีอะไรคะ หรือเราแค่คิดไปเอง? แล้วหัวคอนเนอร์อีกตัวมาจากไหน แล้วคนที่หน้าคล้ายมาร์คัสตายในสถานที่นั้นไหม แล้วคอนเนอร์สภาพศพเป็นไง /ฮึ่มมมมมมมม/
ปล..หนีตามกันไป เกวินคิดดีแล้ว? เหมือนพากันไปเสี่ยงกับอะไรก็ไม่รู้ที่รออยู่ข้างหน้า เข้าใจว่าเจ้าตัวคงไม่มีเวลามาคิดอะไรแล้ว พอๆกับอดีตที่ยังหลอกหลอนอยู่ กับความรู้สึกที่ชัดเจนเรื่องค.สัมพันธ์กับไนน์มันก็เพิ่งมาชัดเจนด้วยก็เลยตัดสินใจแบบนั้น. โอยย พอละไม่คิดละ รอคุณไรต์เทอร์มานำทางดีกว่าค่ะ

ขอบคุณมากเช่นเคยค่ะ ที่แบ่งปันความสุข (?) ให้เหมือนเคยนะคะ *กอดแน่น ๆ*
tomei_tan (@tomei_tan)
@googogiggle ฮาาา จะมาเฉลยนะคะ ฮือออ //รีบปั่นยุกยิก /หัวคอนเนอร์คุณแคมสกี้เก็บไว้หลายหัวเลยค่ะ ตอนถูกยิงที่ห้องสืบสวน รถเมล์ชน ตกตึก ลุงยิง -- etc สวัสดีคอนเนอร์หุ่นเด๋อ #ฮา

//กอดกลับ ดีใจที่สนุกกับความเอสค้าบบ ถถถถถ
nakamayucchi (@nakamayucchi)
ดีมากเกวิน! หนีตามไนน์ไป เอ้ย พาไนน์หนีไปXD

ว่าแต่ใครบอกทางเกวินเนี่ย เมเบลเหรอ...
tomei_tan (@tomei_tan)
@nakamayucchi ใช่แล้ว ~ คลื่นของเมเบล แบบเดียวกับตอนที่น้องไนน์ขุดมือ ~
dysdaimonh (@dysdaimonh)
กรี๊ดดดดดดดดด เค้าหนีก็ตามกันปัยยยยยยย เค้าทำตามเสียงของหัวใจจจจจจ เขินนนนนนน
tomei_tan (@tomei_tan)
@dysdaimonh แอรยยยยยย //เขินด้วย
rosescar01 (@rosescar01)
อ้ากกกกกกกก อ่านซ้ำสามรอบอย่างฟิน ขวัญเอ้ยขวัญมานะพ่อคุณ ดูแลเกวินเขาดีๆด้วยล่ะ
tomei_tan (@tomei_tan)
@rosescar01 //น้องอุ้มขึ้นเครื่องบินไปอย่างวิวาห์เหาะ 55555