Game & Comic Fanfictomei_tan
[fic]Detroit become human: I'm still android 16
  • ฝนยังคงพรำลงมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงบ่าย

    ใต้ผืนฟ้าที่ซ่อนแสงจันทราและดวงดาราด้วยเมฆฝน ผู้คนต่างหลบอยู่ในอาคารเพื่อเลี่ยงความเฉอะแฉะ มีเพียงแอนดรอยด์ร่างหนึ่งหลบกล้องวงจรปิดและโดรนสำรวจ ลอบปีนผ่านกำแพงโรงแรมฮอฟแมน ตรงไปหาต้นฟิดเดิลเวิดซึ่งผู้กองฟาวเลอร์กำชับนักหนา ว่าหลังจากนี้หากเกิดอะไรขึ้นให้ปิดปากเงียบห้ามซัดทอดกลับเด็ดขาด

    ประกายแสงจ้าจากฟ้าแลบ กระทบเม็ดฝนที่ไหลลงมาตามผิวหน้าซีดขาว ภายใต้เรือนผมสีเข้มเปียกปอนคือดวงตาคมงามแลเยือกเย็น ไนน์เม้มหยาดน้ำฝนบนริมฝีปากอิ่มเต็มก่อนเดินวนรอบต้นไม้ใหญ่ หน้าดินเหนียวเหนอะรั้งรองเท้าหนังมันปลาบไว้ทุกย่างก้าว

    ภายใต้การแสกน เขาพบซากแอนดรอยด์ที่เกวินนำมาฝังไว้ เดิมทีมันคงไม่ลึกนัก แต่กาลเวลาได้สั่งให้รากต้นไม้เหล่านั้น ช่วยกันลากร่างที่น่าสงสารให้จมลึกลงทุกที

    84 เซนติเมตร คือส่วนตื้นสุดที่โซน่าคำนวนได้ ร่างในชุดดำคุกเข่าลงแล้วอาศัยเงามืดขุดชิ้นส่วนขึ้นมา ท่ามกลางความอุตสาหะ เขาหวังจะได้ส่วนศีรษะที่ใช้บันทึกความทรงจำไว้ แต่เมื่อล้วงแขนลึกลงไปยังชิ้นส่วนข้างใต้ แรงลึกลับบางอย่างก็ดูดดึงท่อนแขนผู้มาเยือนเช่นกัน ไหล่หนากระแทกน้ำที่เอ่อขังหน้าดินจนมันกระเซ็นใส่กาย

    "!!"

    หุ่นสืบสวนไม่คิดปล่อยสิ่งที่จับได้ ...อาจเป็นแรงดูดของโคลนด้านล่าง เขาสูดลมหายใจลึกก่อนออกแรงกระชากมันขึ้นมา เสียงข้อต่ออลูมิเนี่ยมอัลลอยด์ที่ฉีกขาดส่งเสียงเล็กแหลมเสียดหู ฟังคล้ายเสียงกรีดร้องจากผู้หลับใหลอยู่ใต้พิภพ

    สิ่งที่ได้คือชิ้นส่วนมือที่ผุพังของหุ่นเพศหญิง ซอกเล็บมีเส้นผมสีน้ำตาลเข้มของมนุษย์ติดอยู่ เป็นโทนสีแสนคุ้นตาที่พาให้โหยหายามนึกถึง ไนน์ปรือตามองก่อนอ้าปากรับปลายนิ้วซึ่งเต็มไปด้วยคราบดินเกรอะกรังเข้าสู่โพรงปาก

    การวิเคราะห์เริ่มขึ้น ...ไม่มีปฏิกิริยาเคมีใดนอกจากส่วนประกอบของดิน ดีเอ็นเอต่างถูกแบคทีเรียย่อยสลายไปหมด ทว่าสิ่งที่เห็นชัดคือเจ้าของมือต่อสู้ ทั้งที่สมัยก่อนแอนดรอยด์เป็นสิ่งที่ไม่ขัดคำสั่งมนุษย์ แม้จะถูกปองร้ายถึงชีวิตก็ตาม

    เรียวคิ้วงามขมวดแน่นระหว่างก้มมองใต้ดินพลางคิดหาวิธีขุด แต่เมื่อเซนเซอร์ตรวจจับสัญญาณโดรนว่ามันกำลังบินเข้ามาสำรวจใกล้ ไนน์ก็ต้องรีบปีนกำแพงหลบออกไปทางเดิม

    ซ่า.......

    เสียงคลื่นแทรกพาให้ผู้หลบหนีรีบหันกลับไปมอง สิ่งเดียวที่เห็นจากนอกรั้ว คือเงาร่างของหญิงผมยาวสีบลอนด์ ที่กำลังทอดตามองมาจากที่ไกลๆ


    ...ฝน เริ่มตกหนักขึ้นจนรบกวนโฟกัส...


    .............................


    ว๊ายยยยยยยยยยยยยยยย!!!!!!!!!!!


    เสียงกรีดร้องของเจ้าหน้าที่ประจำเวรดึกดังขึ้นอีกครา จนผู้ที่อยู่ร่วมเวรด้วยต่างส่ายหัว แล้วกระจายตัวไปอยู่ตามจุดอื่นๆแทน ปล่อยให้ฝ่ายนั้นเมามันกับการขดตัวใต้ผ้าห่ม ฟังรายการสยองขวัญทางวิทยุอยู่บนโซฟา จะเหลือแต่เกวินที่ยังอยู่ติดทนนาน ไม่คิดย้ายมวลสารไปไหน

    "นี่ป้า ถ้าจะอะเกรสซึโกะขนาดนี้ไปฟังในส้วมไป๊ แต่ตอนกรี้ดอย่าอ้าปากมาก เดี๋ยวอะไหล่ฟันปลอมร่วง"

    ชายหนุ่มลากเสียงยียวนพลางหมุนข้อมือที่ถือถ้วยกาแฟ ลูซี่ที่ว่าเรียบร้อยยอมคนนักหนายังขึ้นเสียงแย้งใส่ เมื่อตรวจพบคำต้องห้ามที่ระคายเคืองเมนบอร์ดยิ่งกว่าคำว่านะค่ะ

    "ร้ายกาจค่ะนักสืบรี้ด อะไรกัน ฉันเพิ่งเปิดเครื่องได้ไม่กี่ปีเองนะคะ เทียบกับมนุษย์ก็พอๆกับคุณ ถ้าฉันเป็นป้า คุณก็เป็นคุณลุงล่ะค่ะ"

    ลูซี่บึนปากใส่คนที่ทำหูทวนลมก้มหน้าก้มตาอ่านเมสเสจในโทรศัพท์ ถ้ามีมนุษย์คนไหนสมควรอยู่เคียงข้างแอนดรอยด์ล่ะก็ เกวินจะถูกแนะนำเป็นลำดับสุดท้ายของโลกใบนี้

    'เย็นนี้อยากทานอะไร'

    ดวงตาสีเขียวจ้องเขม็งยังข้อความของแคมสกี้ กะให้ออร่ามันพุ่งผ่านทะลุจอไปฝั่งตรงข้าม เขานึกอยากจะเดินไปแจ้งความ ว่าไซเบอร์ไลฟ์กำลังละเมิดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของผู้บริโภคอยู่

    'บ้านเรียกสี่ทุ่มกว่าว่าเย็นเหรอ ใช้ไทม์โซนไหนวะ ?'

    'คุณตลกดีคุณนักสืบ ขอโทษทีพอดีผมเพิ่งเลิกงาน แล้วนัดทานข้าวเราจะให้ผมไปรับไหม'

    'ไม่ได้นัด ไม่ไป ไม่อยากเสียตัว'

    '..............'

    '*ตัง!' คนนิ้วเบียดอยากจะกรีดร้องเป็นภาษาอูรูกู ขณะที่คู่สนทนาขำระรัว

    'ผมนี่ใจคอไม่ดี ...แต่ผมเป็นฝ่ายชวน ไม่ให้คุณจ่ายหรอก ถึงอย่างนั้นมันก็คงดึกไปจริงๆ ผมลองถามดู เผื่อคุณจะไม่ใส่ใจกับคำว่ากินดึกแล้วอ้วน'

    'ขอบคุณผีบรรพบุรุษนาย ที่บังเอิญฉันติดเวรและพายุฝนเถอะ'

    '555 วันนี้คงไม่เหมาะที่จะเจอกันจริงๆ ไว้คุณพร้อมเสียตัวเมื่อไหร่ค่อยว่ากัน'

    กล้ามเนื้อหน้าเกวินนี่กระตุก วอนวัดจุดยืนทั้งพ่อทั้งลูกจริงๆ

    นักสืบหนุ่มผ่อนลมหายใจหนักโยนมือถือลงโต๊ะทำงานแล้วเปิดคอมหาอะไรทำเปลี่ยนหัวข้อความคิด ดวงตาเหลือบไปมองประตูออฟฟิศเป็นระยะ

    ...ไอ้เด็กโข่งไม่ครบหกเดือนนั่น ทำไมดึกป่านนี้ยังไม่กลับเข้าที่พักวะ...

    เกวินว่าไซเบอร์ไลฟ์แม่งงี่เง่า รู้อยู่แก่ใจดีว่าAIยังไม่พัฒนาถึงจุดที่รู้ผิดรู้ชอบ ก็ดันกล้าปล่อยออกมาใช้ชีวิตอิสระโดยไร้ใครคอยดูแลสั่งสอน นี่ถ้าเป็นลูกเป็นหลานเขานะจะเตะให้ตัวขาดสองท่อน อะไรวะ ดึกก็ดึก ฝนก็ตก ถ้าถูกใครอุ้มไปแยกชิ้นส่วน เลาะโปรแกรมขายลงยาฮูจะไม่แปลกใจเลย

    ...จะไม่กลับมารึไง...
    อุตส่าห์แลกเวรกับคนอื่น แถมเสียโดนัทไปอีกกล่องนึงด้วย...

    ["คืนนั้นผมกำลังซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์เพื่อน ก็เหลือบเห็นผู้หญิงข้อต่อบิดทั้งตัวยืนอยู่ข้างทาง มันดูแปลกๆผมเลยก้มหน้าหลบไม่มองมัน สักพักรถก็แล่นพ้นไป แล้วผมก็ได้ยินเสียงกระซิบใกล้หูว่า '...แกเห็นฉันสินะ'"]

    เมื่อลูซี่ปรับลดเสียงกรีดร้องระดับโอเปร่าของตัว รายการวิทยุซึ่งกล่าวถึงโลกต่างมิตินั่นก็ชัดเจนขึ้น ชายหนุ่มเบ้หน้า หันไปฟังครึ่ง พิมพ์งานครึ่ง...

    ["เข้าเวรดึกน่ะค่ะ กำลังทำงานอยู่แล้วพบเงาคนสะท้อนจากจอคอม ฉันไม่กล้าหันไปมองว่ามีจริงหรือเปล่า สักพักก็ได้ยินเป็นเสียงเคาะกระจก ทีแรกฉันนึกว่ามันเป็นเสียงจากหน้าต่างที่เงานั่นยืนอยู่ แต่ที่จริงเป็นจอคอมข้างๆฉันต่างหาก"]

    ......

    เกวินขมวดคิ้วขยับปากสบถ จากนั้นจึงปิดคอมก่อนผ่อนลมหายใจยาว บางทีมันก็ดึกเกินไปที่จะมานั่งทำเอกสารค้างเอาตอนนี้ เขาพักสายตาด้วยการฟุบหน้าลงกับโต๊ะ ดื่มด่ำกับบรรยากาศที่แสนเย็นสบายน่านอน เสียงวิทยุยังคงมีมาเรื่อยๆอย่างต่อเนื่อง

    ["เวลานั้นผมจะดื่มกาแฟ---"]

    ["จะไปถ่ายเอกเอกสาร---"]

    ["ที่ร้านอาหาร---"]

    ["ห้องน้ำ---"]

    "......."

    เวร...พวกเอ็งเป็นผีหรือถังดับเพลิง จะมาตั้งร่างอยู่ทุกจุดในส่วนราชการแบบนี้ไม่ได้นะเวัย....

    "ลูซี่... ทำไมคืนนี้เธอไม่ดูละครคุณชายกวินเดชกับน้องหญิงนัยนาของเธอต่อล่ะ"

    นักสืบหนุ่มยืดกายขึ้นถามให้แอนดรอยด์สาวหันมอง การที่อีกฝ่ายจำชื่อตัวเอกในละครที่เธอดูอยู่ได้มันน่าตกใจกว่าตอนฟังเรื่องผีพีคๆเสียอีก

    "จบไปตั้งแต่สี่ทุ่มแล้วล่ะค่ะ ตรงที่น้องทนนิสัยปากไม่ตรงกับใจของคุณชายไม่ได้ เลยหอบข้าวของหนีกลับบ้านเจ้าคุณพ่อไป" ขนตางอนยาวกะพริบเบา เมื่อเห็นเหงื่อที่ผุดพรายขึ้นเต็มหน้าผากผู้ถาม ท่ามกลางอากาศเย็นของแอร์ในวันฝนตก "นักสืบรี้ดกลัวผีรึเปล่าคะ ?"

    "บ้าเรอะ ใครจะไปกลัวกับแค่สิ่งไม่มีชีวิตลี้ลับพรรค์นั้น เธออยากฟังก็ฟังเล๊ย ไม่ว่าอะไร๊!"

    ชายหนุ่มผู้มีรอยคล้ำใต้ตา สวมมาดแข็งกระด้างอย่างผู้นำประเทศโลกที่สามกล่าวไล่กลบเกลื่อน ทันใดเสียงฟ้าผ่าก็ดังขึ้นตามด้วยเสียงระเบิด ไฟทุกดวงรอบกายต่างดับลงหมดในคราเดียว

    …….

    ...ยกเว้นวิทยุ ... เครื่อง ... นั้น ....

    ["คืนนั้นเป็นคืนฝนตก ผมอยู่กับเพื่อนสองคนภายในออฟฟิศ จู่ๆฟ้าก็ผ่าขึ้นทำให้ไฟในตึกดับหมด แล้วเสียงหยดน้ำประหลาดก็ดังขึ้น ผมนึกว่าหลังคารั่ว แต่ว่าตึกที่ผมทำงานมี 7 ชั้น แล้วผมก็อยู่ชั้นล่าง เสียงน้ำนั่นมันเข้ามาใกล้ผมเรื่อยๆ..."]

    ติ๋ง...ติ๋ง...

    ["ผมได้แต่ยืนตัวแข็ง ขาแข็ง ตับแข็ง สองจิตสองใจว่าจะหันไปดีไหม แต่แล้วลมหายใจอุ่นๆก็ไหลรดต้นคอและเรียกชื่อผม..."]

    "คุณรี้ด"

    อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!!


    ["พักชมสิ่งที่น่าสนใจสักครู่ ขอตัดเบรคเข้าสู่ช่วงโฆษณาค่ะ"]

    ฮือ~ฮื้ออออ ฮึ ฮือ ฮึ ฮืออออออ ฮือ~


    ........................................



    "ผมไม่คิดว่าคุณจะกลัวการถูกเรียกชื่อจากข้างหลัง"

    "ไม่ได้กลัว! ฉันยืนผิดท่า เจ็บเฝือกเฉียบพลัน!"

    ท่ามกลางความมืดในสำนักงาน ดูเหมือนแสงไฟจากขมับแอนดรอยด์จะเด่นชัดสุด เจ้าหน้าที่สาวเดินกอดวิทยุที่มีเสียงครางฮื้อฮือตัดกลับเข้าสู่รายการเข้ามาหา ให้ผู้ที่เกิดมาสามสิบกว่าปี ไม่เคยมีใครเล่าเรื่องผีแบบเบรคแตกให้ฟังถึงกับหน้าเสีย

    "ฉันโทรไปเช็คการไฟฟ้าแล้วค่ะ เขาบอกว่ามันมีปัญหาทั้งบล็อกเลย เป็นไปได้ว่าอาจเกิดหม้อแปลงระเบิดจากฟ้าผ่าเมื่อครู่ เดี๋ยวพนักงานการไฟฟ้าจะเริ่มซ่อมให้ แต่คงต้องรอให้ฝนซาลงกว่านี้สักนิด พวกเจ้าหน้าที่ตำรวจคนอื่นๆเลยกระจายออกไปลาดตระเวนฉุกเฉินข้างนอก ผู้กองรับทราบแล้ว บอกว่าจะเดินทางมาเหมือนกัน"

    "งั้นเดี๋ยวผมไปเปลี่ยนชุดก่อน ค่อยขึ้นไปเช็คเครื่องปั่นไฟสำรองที่ชั้นบนให้ว่าทำไมมันไม่ติด" ไนน์บอกพร้อมหันไปรอบๆ ความมืดไม่เป็นปัญหากับหุ่นรุ่นใหม่ ส่วนเกวินทำเพียงยืนมองช็อยซ์ชีวิต ท่ามกลางหลอดเวลากำลังลดลงเรื่อยๆ

    เขาจะดูโรคจิตไหมถ้าขอตามเจ้าหุ่นร่างสูงไปห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า หรือเขาควรจะย้ายกายไปนั่งรอพนักงานการไฟฟ้ากับลูซี่ที่ด้านหน้าตึก จิบกาแฟฟังเรื่องผีเพลินๆ หรือไม่ก็สถิตย์นั่งตรงเก้าอี้ทำงานของตัวเองลำพัง

    ...หรือเปล่าก็ไม่รู้....ในที่แบบนี้....

    "ฉันจะไปช่วยดูไฟสำรองด้วย"

    "แต่คุณมองไม่เห็นทาง แถมเดินไม่สะดวก อย่าไปเลยครับ”

    ไนน์ประหลาดใจกับการเสนอตัว ยิ่งช่วงนี้เกวินดูรำคาญเขาเสียจนคิดดีลีทเขาออกไปจากซีนบ่อยๆยิ่งกว่าแอปตกแต่งภาพเสียอีก เรียกว่าไม่มองได้ก็ไม่มองเลยเถอะ อีกอย่างที่สำคัญกว่า เขาอยากจะตะโกนกรอกหูให้เกวินดูสภาพกึ่งพิการของตัวเองเหลือเกิน ว่าไปในสถานที่มืดๆกับหุ่นที่หลงชอบตัวเองแบบนี้มันอันตรายแค่ไหน ผู้ชายคนนี้เกิดมาสามสิบหกปีแล้วจริงสิ ?ให้ตาย ...หัวใจและระบบประมวลผลของมนุษย์ทำด้วยอะไรเนี่ย แฮมเบอร์เกอร์เหรอ ?

    "ฉันก็นั่งนี่ แล้วนายก็เข็นไปไง” นักสืบหนุ่มใช้ฝ่ามือหนาตีกับที่เท้าแขนของเก้าอี้ล้อเลื่อนซึ่งกำลังนั่งอยู่ จากนั้นก็รอคำตอบรับ แต่เจ้าแอนดรอยด์ความจำบกพร่องก็ไม่ยอมพูดอะไรสักคำ และถ้ามันไม่ยอม เกวินจะต้องระเห็จไปนั่งกับลูซี่และโรคจิตเรดิโอของเธอ ความช้านั้นทำให้เสียงห้าวติดเหยียดเมื่อครู่พลันเปลี่ยนเป็นหงอยหงูอย่างสั่นไหว คิ้วเข้มลู่ตกยามถามอีกครา "...ไปด้วยไม่ได้เหรอ ?”

    อย่างไม่ทันได้ระวังตัว ไนน์เหมือนถูกศรดอกหนึ่งพุ่งปักอก
    ...อีกดอก ปักลงเข่า

    ทรุดร่างและชีวิตทาสโง่ๆมันตรงนี้แหละ

    "ได้สิครับ ทำไมจะไม่ได้ล่ะ"

    ...แต่จะรอดกลับได้หรือเปล่านี่อีกเรื่อง...

    แอนดรอยด์หนุ่มได้แต่คิดทอดถอนในใจ เดินท่องคำว่าสำรวมไว้ขณะอ้อมไปจับพนักเก้าอี้ทางด้านหลังแล้วเข็นให้ และเมื่อมันเคลื่อนที่ เกวินก็ชักรู้แล้วว่าไอ้รถไฟเครื่องเล่นในปราสาทผีสิงมันให้อารมณ์แบบไหน ผู้ที่นั่งอยู่จับมือเรียวด้านหลังหมับทันที

    ไนน์เริ่มสงสัยมากแล้วว่าเกิดอะไรขึ้นช่วงที่เขาไม่อยู่ กล้องวงจรปิดตัวไหนจับภาพเหตุการณ์ระหว่างเข้าเวรไว้ได้ ว่าอะไรทำให้ผู้ชายเลเวลเดียวกับแมวจรถึงจะมาติดเขาเอาตอนนี้

    "มือคุณเย็น" 

    "ก็ทำให้มันร้อนขึ้นสิ" 

    ปลายนิ้วกร้านข้างหนึ่งของเกวินสอดแทรกเข้าตามหว่างนิ้วเรียวแล้วยึดจับไว้ เป็นแรงบีบที่ชวนกระตุ้นจินตนาการดี ไนน์ปรับอุณหภูมิให้ตามคำขอก่อนจะลองชะโงกไปดูสีหน้าอีกฝ่าย แต่แล้วหยดน้ำฝนจากเส้นผมของผู้ที่เข็นเก้าอี้อยู่ กลับร่วงหล่นโดนผิวของเกวิน ฝ่ายนั้นถึงกับสะดุ้ง   

    "น้ำจากตัวแกโดนฉัน!"

    "ใช้คำว่าน้ำฝนดีกว่าครับ"   หุ่นร่างสูงยืดสุดแขน เพื่อเข็นเก้าอี้อย่างระวัง

    "....."

    "....."

    "ฉันยังไม่ได้คิดอะไรเลย...."

    "มันแค่ชวนให้คิดเฉยๆครับ"

    "เหอะ พูดอย่างกับมี"   เกวินยกมุมปากยิ้มเยาะ

    "มีครับ"

    "....."

    "มีครับ" แอนดรอยด์รุ่นใหม่ยืนยันกับคนที่หมุนคอมาหาอย่างช้าๆ "ชนิดเดียวกับที่ใช้ไม่ให้แก้วตากับช่องปากแห้ง แล้วก็หล่อลื่นข้อต่อน่ะครับ แยกเฉพาะพร้อมดื่มแบบเป็นกล่องๆ รสนมสด นมกล้วยหอม นมสตอร์เบอรี่ หลายๆแบบ มีตราอาหารและยา รับรองคุณค่าทางสารอาหารอยู่บนกล่องด้วย ตอนดื่มก็จะลื่นๆคอหน่อย"

    "ตราเอฟดีเอเนี่ยนะ ?"

    "คงจะตีตลาดมนุษย์ครับ จะลำบากแค่ต้องเขย่าแรงๆก่อนดื่มเท่านั้น ถ้าคุณสนใจก็บอกผมแล้วกัน"

    "ตะกอนมันนอนก้นกล่องขนาดนั้น ?"   เกวินพยักหน้าก่อนชะงักยาวเมื่อคิดทัน เสียงเปลี่ยนเป็นลากต่ำ เขาชี้นิ้วคาดโทษทันที   "......ไอ้หุ่นเหี้ย"

    "ผมแค่ถามเผื่อเฉยๆครับ"

    รอยยิ้มขันผุดขึ้นบนมุมปากไนน์ มองคู่สนทนาที่โวยวายขึ้นพร้อมใบหน้าแดงจัด และหุบยิ้มลงเมื่อเกวินชักมือกลับ แอนดรอยด์หนุ่มพยายามตั้งสติไม่ให้หัวใจหดเกร็งตัวมากเกินไป ระบบเขาเพิ่งแตะระดับเสถียรไม่กี่ชั่วโมงเอง จะปล่อยให้มันรวนอีกรอบก็ใช่ที่

    "งานแรกของผมกับคุณ เริ่มคืนพรุ่งนี้แล้วสินะครับ"

    กลิ่นกาแฟจากกายอีกฝ่ายรบกวนใจเมื่ออยู่ในความมืดและเงียบ ไนน์ตัดสินใจเลือกหัวข้อสนทนากลางๆที่สามารถพูดคุยง่ายขึ้นมาชวนคุย ฝ่ายนั้นพยักหน้ารับ รอยฟันน่ามองตรงหลังคอนั่นเด่นชัด

    "ว่าไป คำสั่งพิเศษนั่นจะให้ตั้งแต่ตอนไหน ?"

    "ใบอนุญาตการใช้อาวุธปืนในกรณีสืบสวน เริ่มอนุมัติปลดล็อคโปรแกรมตั้งแต่เที่ยงคืนที่จะถึงนี้ นับไปหนึ่งอาทิตย์ จึงสิ้นสุดครับ”

    เพราะเป็นแค่เจ้าหน้าที่ฝึกหัด ทั้งยังอายุไม่ถึงเกณฑ์ RK900จึงเป็นรุ่นที่ถูกจำกัดการใช้อาวุธและของมีคมเข้าจู่โจมบุคคลอื่น เนื่องจากมีประสิทธิภาพสูงเกินไป ต้องได้รับการยินยอมจากกรมตำรวจกลางก่อน มันยุ่งยากขนาดที่ว่าเข็มเล็กๆเขายังเอาไปจิ้มเจาะเลือดเกวินไม่ได้ ถ้าเจ้าตัวไม่ประคองช่วยจับ

    "อืม นายเกาะคอนเนอร์ไว้แล้วกัน อย่าทำอะไรเสี่ยงๆ เส้นทางมันเปลี่ยนไปจากแต่ก่อน ฉันไม่แน่ใจว่าจะพาหนีทันไหมถ้ามีปัญหา เว้นแต่จะหลบเข้าเฮฟเว่น"

    จู่ๆเกวินก็เงียบไปเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่ ไนน์ที่สัมผัสได้ถึงความเป็นห่วงเจือกังวลบางอย่าง จึงพยายามกระตุ้นให้สนทนาต่อ

    "เฮฟเว่น ?"

    "มันเป็นชื่อเรียกของที่ทิ้งซากหุ่นแถวนั้น ถ้าโดนไล่แล้วไปแอบทำตัวขาวที่นั่น นายอาจจะรอดก็ได้ แต่ที่ฉันฟังมา ส่วนใหญ่หุ่นก็ไม่เข้าไปในนั้นกัน"

    ไนน์ไม่อยากคิดว่าหากติดไวรัสในสุสานหุ่นจะเป็นอย่างไร มันเป็นเรื่องคาดเดายาก แอนดรอยด์บางตัวสัมผัสเปลี่ยนถ่ายโปรแกรมอย่างไม่รู้เรื่องราว วนเวียนซ้ำไปมาจนเกิดการกลายสภาพของโค้ด เขาจะไม่แปลกใจเลย ถ้าหากบังเอิญพวกนิวเจจะไล่ล่าขึ้นมาแล้วหยุดที่ขอบของเฮฟเว่น

    "นักสืบรี้ด ?"

    เจ้าหน้าที่ฝึกหัดส่งเสียงเรียกเมื่อเห็นอีกคนเงียบไปเหมือนอยู่ในภวังค์ ฝ่ายนั้นหันมองกลับมา ดวงตาสีเขียวจ้องตรงไปยังไฟตรงขมับโดยไม่พูดอะไร และนั่นทำให้ไนน์เอามือป้องมันด้วยความประหม่าเกร็ง “ผมเอามันออกดีไหมครับ เผื่อมันจะทำให้คุณรู้สึกว่า..."

    ...ผมดูเป็นมนุษย์มากขึ้น...

    คำพูดกลืนหายไปในลำคอ แต่แอนดรอยด์หนุ่มไม่ได้กล่าวมันออกมา เขาไม่กล้ากล่าวถึงสิ่งที่ตอกย้ำตัวเอง เกวินเอื้อมมือไปจับข้อมืออีกฝ่ายให้มันออกจากการปิดบัง

    "ไม่ต้องพยายามทำอะไรเพื่อให้ฉันชอบ ถ้านายไม่อยาก"   เสียงทุ้มพูดอย่างเรียบง่าย   "อีกอย่าง...สีฟ้าเหมาะกับนายดี"

    "….."

    ระบบรวน...อีกแล้ว

    มนุษย์คนนี้นี่ เล่นกับหัวใจเขาชะมัด...


    ……..
    ….เข็นเข้าซอกตรงนี้เลยได้ไหม


    "แล้วทำไมยังไม่ถึงห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าสักที แกพาฉันอ้อมเรอะ ?!"

    "ไม่ใช่ครับนักสืบรี้ด ผมเข็นช้าเพราะคุณตัวหนักต่างหาก"

    หุ่นที่พามนุษย์อ้อมรอบที่สองยังคงปากแข็ง คนเจ็บนิ่งไปก่อนผ่อนลมหายใจแล้วกลับนั่งดีๆ ไนน์เห็นผิดสังเกตจึงเอียงตัวไปมอง แล้วบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนลง "....เดี๋ยวก็ถึงแล้ว ข้างหน้านี้เอง"

    "เมื่อก่อน แกไม่ได้เรียกฉันแบบนี้"

    ในความเงียบ ...ไนน์ผุดยิ้มขึ้นน้อยๆขึ้นระหว่างสะกดคำช้า

    "ครับ ที่รัก"

    สิ้นคำ ไม้ช่วยพยุงสวิงกลับหลัง ฟาดหุ่นกวนประสาททันที



    .................................................



    "เสร็จยัง"

    เสียงทุ้มต่ำที่กำลังบ่งถึงความรำคาญของมนุษย์ดังขึ้นภายในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า หุ่นร่างสูงรีบถอดชุดของตัวเองออกให้เหลือเพียงกายที่เปลือยเปล่า ผ้าแฉะน้ำถูกทิ้งให้ตกลงพื้นอย่างไม่ไยดี

    "คุณต้องหัดรอเกวิน"

    "หนวกหูน่า แกนั่นแหละหัดทำอะไรให้รีบๆเข้า จะใส่อะไรก็รีบใส่ ยืนเลือกอยู่นั่นแหละ"

    "ใส่เสื้อผ้าครับ" 

    ไนน์แก้ประโยคให้อย่างเหนื่อยใจ แล้วเริ่มจับคู่สีเสื้อผ้าตัวเองรวมถึงน้ำหอมแต่งกลิ่นที่ล้วนได้มาจากคอนเนอร์ ทีแรกเขาก็คิดอยู่ว่าอีกฝ่ายช่างดูเป็นแอนดรอยด์สำอาง ที่ฟุ่มเฟือยไปกับเสื้อผ้าและสกินแคร์จุกจิกซึ่งไม่ควรมีเยอะขนาดนี้ ของมาตรฐานทั่วไปก็ไม่เลือกใช้ แต่ตอนนี้ไนน์เริ่มเข้าใจแล้ว...เอาเป็นว่ารอเงินเดือนรอบนี้ออกก่อนเถอะ 

     "ผมไม่คิดว่าคุณจะอยากรีบไปห้องเก็บไฟสำรองขนาดนี้"

    "...ก็ ฉันจะไปฉี่...." 

    เกวินพูดงึมในคอ เสียงปิดตู้ล็อคเกอร์ดังตามมาทันที

    "ให้ผมไปกับคุณก่อนไหมครับ ?"

    "....... ไม่ต้องไอ้หุ่นชีเปลือย ถึงมันจะใหญ่และยาวมาก แต่งอกเองหิ้วเองนักเลงพอ ฉันจะไปคนเดียว รีบแต่งตัวเลยไป!"

    เกวินเกาะกำแพงเดินกะเผลกไปยังห้องน้ำที่อยู่ด้านข้างอยากทุลักทุเล ดวงตาแก้วกลอกวนเร่งแต่งตัวตามคำบัญชา เพราะอาละวาดเมื่อกี้แท้ๆไม้ค้ำยันถึงฟาดเข้ากำแพงจนหักแทนจะเป็นหัวหุ่น ส่วนเก้าอี้ ... ไนน์เป็นคนถีบมันให้ล้มจนล้อหลุดเอง ไม่อย่างนั้นคนๆนี้ก็ไม่หยุดซ่าหรอก

    พอไร้แสงไฟ ตึกสถานีตำรวจที่เดินอยู่ทุกวันก็กลายเป็นสถานที่อื่น นักสืบหนุ่มเริ่มคิดว่าตัวเองพลาดที่มาคนเดียว ยามที่เดินผ่านกระจกห้องน้ำ แสงและภาพทุกอย่างที่สะท้อนเข้าปลายตามันดูลึกลับชวนมวนท้อง

    ประตูที่แง้มอยู่หลังโถปัสสาวะก็ดูจะมีมากเกินไป มันเหมือนจะบรรจุอะไรสักอย่างไว้ห้องละตัว ถึงเกวินจะรู้อยู่เต็มอกว่า ห้องน้ำมันไม่ต้องบรรจุทีละตัวก็ได้ สองตัวสามตัวก็ไหวแค่อึดอัดหน่อย เขารีบทำธุระและเดินกระย่องกระแย่งออกมาโดยเร็ว และเมื่อเปิดประตูออก ก็เห็นอีกฝ่ายยืนรออยู่แล้ว

    "เชิญครับ"

    แอนดรอยด์ตรงหน้าหันหลังและนั่งลงให้อย่างเตรียมพร้อม เกวินเข้าไปหาร่างทึบแสง วางมือลงบนบ่ากว้างแล้วขี่หลังอีกฝ่าย จากนั้นจึงถามขึ้นขณะถูกพาเดิน

    "ไนน์ ว่าไปเมื่อบ่ายแก่ๆ ฉันคุ้นหูว่าคอนเนอร์กับแฮงค์ขนหลักฐานคดีเดลต้าวันไปไว้ที่ชั้นใต้ดินใช่ไหม"

    "ครับ เป็นเครื่องสร้างรหัสสกิมมิ่ง แต่อาจมีบางอย่างอยู่ในนั้นอีก เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยส่งไปหน่วยพิสูจน์หลักฐาน กับร่างของแอนดรอยด์สามราย ทุกอย่างเตรียมสอบสวนเพิ่มเติมช่วงเช้าวันพรุ่งนี้ และจะเข้าที่ประชุมช่วงบ่าย แต่ถ้าสรุปจริงๆผมว่าน่าจะอีกสักสองสามวัน"

    "ดีชะมัด ปิดเคสย่อยแล้ว" นักสืบหนุ่มกระชับวงแขน กอดคอหุ่นตรงหน้าแน่นขึ้น

    "คดีนี้เริ่มจากคุณนะครับเกวิน"

    "...ฉันรู้น่า" ร่างที่กำลังขี่หลังอยู่กล่าวเจือยิ้มกับคำปลอบ

    ฝีเท้าของหุ่นสืบสวนเบา เป็นการลงปลายเท้าอย่างระมัดระวังยามพาเกวินเดินขึ้นบันได และเมื่อสัมผัสถึงความผ่อนคลายของร่างด้านหลัง หุ่นตรงหน้าจึงเริ่มกล่าวต่อ

    "ว่าแต่ผมถามอะไรคุณสักอย่างได้ไหมครับ"

    "เสือกมา"

    คำอนุญาตมาพร้อมกับการถอนหายใจหนัก คนถามค่อยๆกล่าวถามช้าและนุ่มนวล

    "ตอนนี้ คุณรู้สึกดีกับผมอยู่บ้าง ...ใช่ไหมครับ"

    "หะ ? แกเนี่ยนะ"

    น้ำเสียงเหยียดหยามเบอร์สุดดังขึ้น แต่เมื่อผู้ถามไม่พูดอะไรต่อ ก็เหมือนบังคับให้ชายหนุ่มต้องสู้กับความเงียบและการกดดันเพียงลำพังจนต้องครวญเบาขึ้นมา

    บางอย่างมันก็พิเรนท์ เดินผ่านเข้ามาประทับตรึงแน่นอยู่ในที่ๆอุตส่าห์ล้อมด้วยแถบเส้นสีเหลืองเด่นหลาว่าห้ามเข้า

    "...แม่ง ฉัน......"

    ใบหน้าคมเข้มซับสีแดงจาง มันควรจะพูดอย่างไร พูดแบบไหน...ทั้งใช่และไม่ใช่ เกวินเบือนหน้าที่ปั้นยากให้หันไปมองทางอื่นนอกจากหลังคออีกฝ่าย แต่ระหว่างทางที่ไปยังห้องจ่ายไฟสำรองซึ่งเต็มไปด้วยกำแพงฟากหนึ่ง ซึ่งเป็นกระจกหน้าต่างเรียงราย เขาเพิ่งสังเกตเห็นเงาแหวนบนนิ้วนาง ซึ่งมักเรืองแสงเป็นเส้นสีฟ้ายามอยู่ใกล้แหวนอีกวงมันหายไป ใจหวนคิดถึงเรื่องที่เพิ่งฟังมาไม่นาน

    ["ฉันเข้าห้องน้ำเสร็จก่อน เลยบอกเพื่อนที่ทำธุระอยู่ ว่าเดี๋ยวไปรอข้างนอกนะ เธอก็บอกว่า 'เดี๋ยวตามไป’ แต่เมื่อออกมา ฉันก็เห็นเพื่อนตัวเองยืนอยู่ด้านนอก ฉันเริ่มไม่แน่ใจว่า เพื่อนตัวจริงอยู่ตรงหน้าฉันหรือในห้องน้ำ"]

    "คำพูดของคุณ... เก็บไว้บอกตัวจริงเขาดีกว่าครับ"

    เจ้าของแผ่นหลังค่อยๆหันศีรษะกลับมาอย่างเกินองศา ฟ้าก็แล่บพาให้ทุกอย่างชัดแจ้ง รวมถึงไนน์ที่วิ่งตะโกนเรียกจากด้านหลัง เกวินขานรับด้วยการร้องว๊ากลั่นซอย



    .......................................


    TBC




Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
nakamayucchi (@nakamayucchi)
แคมสกี้xเกวิน ก็น่าอร่อยอยู่นะคะเนี่ย☺️ ไนน์บอก ทรยศเรือชั้นเรอะ😂

ขำความกลัวผีของเกวินมาก เราเข้าใจนายนะเกวิน เพราะเราก็กลัวผีมากๆเช่นกัน😂

ชอบความม่อและแอบหื่นของไนน์ตอนนี้มากค่ะ 55 มุกเขย่าแรงๆก่อนดื่มนี่ยอมใจ อ่านซ้ำไปมากว่าจะเก็ทตามเกวิน 55 แต่เกวินก็แอบอ่อยไม่รู้ตัวหลายรอบมาก นับถือความอดทนของไนน์เลย😆

ขนลุกเลยตอนจบ นั่นคอนเนอร์ใช่มั้ยเนี่ย 55 สงสารเกวิน ช็อครัวๆ🤣

ชอบตอนนี้ที่สุดที่อ่านมาเลยค่ะ น่ารัก ฮามาก ยาวสะใจด้วย รออ่านตอนต่อไปนะคะ💕
tomei_tan (@tomei_tan)
@nakamayucchi จริงๆทางนี้ก็หลายเรือค่ะ แคมสกี้xเกวินก็นั่งอยู่--- //ไนน์หันควับ ถถถถถถ

ความจริงทางนี้ก็กลัวผีระดับนึง แต่อยากเขียน นั่งอ่านเรื่องผีจนหลอน มีเวลาเขียนแค่กลางคืนด้วย 55555 //กอดคอกันรวมตี้ฮื้อฮือ XD

//ไนน์ทำหน้าใสๆให้มุกเขย่าก่อนดื่ม แล้วบอกว่าเขย่าให้ก็ได้นะ สุภาพบุรุษพอ--- #โดนกวิ้นเตะตัวขาด

ขอบคุณที่ตามก๊าา ,, U 3 U ) <3