เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
เรื่องสั้นวิทยาศาสตร์ Sci-FiNuchanan
ความจริงในใจ (1)
  • [เรื่องสั้นเรื่องนี้ เข้ารอบสุดท้ายของการประกวด และได้จัดแสดงให้อ่านที่สยามเซ็นเตอร์ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2550 เพื่อฉลองครบ 12 ปี จึงนำมาโพสต์บนอินเทอร์เน็ตเป็นครั้งแรก]


    ผมลูบคลำจี้สีแดงดุจชาดที่ห้อยคอไว้ ผมได้แต่ลูบคลำจี้อันเปรียบเสมือนเครื่องราง จี้อันนี้เป็นตัวแทนความสุขของผม ความสุขที่ผมเคยมี แต่ในตอนนี้มันเป็นเพียงความหลัง


    ผมนั่งอยู่ในห้องพักฟื้นของศูนย์การแพทย์ที่ฐานปล่อยยานอวกาศ ผมลูบคลำจี้เพื่อฆ่าเวลามาหลายชั่วโมงแล้ว แต่เพื่อนของผมก็ยังไม่ฟื้น ผมมองขาขวาของเขาพลางถอนหายใจ ดาวเคราะห์ C1-J53 ที่เพื่อนผมไปสำรวจมา ดาวเคราะห์ที่จะเป็นที่อยู่ใหม่ของมนุษย์ ดาว C1-J53 มีรังสีชนิดที่ไม่มีบนโลก บนดาวดวงนั้นมนุษย์สามารถเคลื่อนไหว หายใจได้ตามปกติ เลือดในลำตัวไหลเวียนสม่ำเสมอ แต่รังสีบนดาว C1-J53 จะทำให้เลือดไหลไปหล่อเลี้ยงส่วนรยางค์น้อยลงๆ ภายในไม่กี่วันแขนขามนุษย์จะเริ่มเน่า ขาของเพื่อนผมตั้งแต่หัวเข่าลงไปเน่าเปื่อย แทบมองไม่ออกว่าเป็นขามนุษย์


    อันที่จริงผมต้องไปทำงานแล็บต่อ แต่ผมรู้สึกเหมือนไม่มีเรี่ยวแรง ผมยังอยากนั่งในห้องนี้สักพัก ผมได้กลิ่นเหม็นเน่า กลิ่นที่มาจากขามนุษย์ ผมนั่งมองเพื่อนของผม เขาเป็นนักสำรวจอวกาศ ถึงแม้ว่าดาวที่เราสำรวจจะยังไม่ดี แต่มันเป็นแหล่งที่อยู่ที่เหมาะสมที่สุดในขณะนี้ อีกไม่เกินสามสิบปี ดาวเคราะห์น้อยจำนวนห้าสิบแปดดวงจะพุ่งเข้าชนโลก เราน่าจะตรวจพบดาวเคราะห์น้อยทั้งห้าสิบแปดดวงเร็วกว่านี้ สาเหตุที่เราตรวจพบล่าช้าเป็นเพราะดาวเทียมที่ส่งไปโคจรรอบดาวพุธเป็นดวงแรกเกิดเสียการควบคุม จึงหลุดออกจากวงโคจร แล้วถูกดวงอาทิตย์ดูดหายเข้าไป


    เมื่อเสียดาวเทียมดวงแรกไป กว่าที่ดาวเทียมดวงถัดไปจะถูกส่งไปโคจรรอบดาวพุธอีกครั้งก็ถัดมาอีกร้อยปีพอดี ภาพถ่ายจากกล้องโทรทรรศน์และข้อมูลจากดาวเทียมทำให้นักดาราศาสตร์คำนวณวิถีโคจรของดาวเคราะห์น้อยได้ โลกและดาวเคราะห์ในระบบสุริยะของกาแล็กซี่ทางช้างเผือกไม่ปลอดภัยอีกต่อไป ดาวเคราะห์ทุกดวงในระบบสุริยะจะถูกดาวเคราะห์น้อยพุ่งชน


    กลิ่นในห้องนี่น่าสะอิดสะเอียน เหม็นเน่า แต่งานของผมน่า... จะเรียกว่าอะไรดี น่าขยะแขยง น่าสยดสยอง ผมบรรยายไม่ถูก งานของผมคือเปลี่ยนแปลงพันธุกรรมมนุษย์ คนที่ไปอยู่ที่ดาว C1-J53 จะถูกดัดแปลงพันธุกรรม คนเหล่านั้นจะมีหัวและลำตัวติดกัน ไม่มีคอ ไม่มีอวัยวะใดๆ ยื่นออกมาจากลำตัว
    นึกออกไหม สิ่งมีชีวิตที่ไม่มีอวัยวะยื่นออกมาจากลำตัว เราจะต้องเปลี่ยนแปลงรูปร่างไปเหมือนสัตว์เซลล์เดียว เป็นเหมือนอะมีบา กลายเป็นก้อน ไม่มีแขน ไม่มีขา ไม่เดิน ไม่วิ่ง เราจะคืบคลานไป
    ผมจะกังวลไปทำไม ผมไม่ได้ไปอยู่ที่ดาวดวงนั้นอยู่แล้ว ดาว C1-J53 อยู่ไกลจากโลกมาก ประมาณ 5 ปีแสง ถึงจะเดินทางด้วยความเร็วแสงก็ยังใช้ระยะเวลาถึง 5 ปี


    ใช้รูหนอน? ได้ ได้อยู่แล้ว สมัยนี้ยานอวกาศเดินทางเข้าไปในปากรูหนอน ทะลุผ่านท่อของตำแหน่ง-เวลา และออกมาจากปากอีกข้างของรูหนอน ไปโผล่ที่ตำแหน่งใด เวลาใดก็ได้ในจักรวาล แต่อย่าลืมว่าเรื่องพวกนี้ใช้ทรัพยากรมากมายมหาศาล เราต้องใช้ทรัพยากรอีกมากในการสร้างบ้านหลังใหม่ของมนุษยชาติ ดังนั้นการเดินทางด้วยยานอวกาศผ่านรูหนอนจะใช้สำหรับผู้นำ นักวิชาการ และบุคคลสำคัญระดับโลก ส่วนคนที่ไม่มีค่ามากพอจะต้องอยู่บนโลกนี้ ตายไปพร้อมกับโลกที่ถูกชน


    เพื่อนผมตื่นแล้ว ผมเคยเรียกมันว่าไอ้หมาเน่า ตอนนี้ผมชักจะเสียใจ ขาของมันส่งกลิ่นเหมือนหมาเน่าจริงๆ ผมมองหน้ามันแล้วเผลอหัวเราะเบาๆ

    “ยังจะหัวเราะได้อีก แฟนก็ตาย เพื่อนก็นอนเน่าอยู่เนี่ย” เพื่อนผมส่งเสียงออกมา ถ้ามันปากหมาได้ขนาดนี้ มันคงไม่เป็นอะไรมาก แต่ผมสงสัยมันรู้ได้ไงว่าเธอเสียชีวิตแล้ว

    “พยาบาลบอกเมื่อเช้า” มันเอื้อมมือมาแตะไหล่เป็นเชิงปลอบใจ

    ผมได้แต่นิ่ง ผมไม่อยากบอกมันว่าผมเสียใจมากแค่ไหน คนรักคนแรกและคนเดียว เธอได้รับอุบัติเหตุระหว่างเดินทางข้ามเมือง เป็นอุบัติเหตุที่ร้ายแรงมาก คนตายหลายสิบคน เธอเสียชีวิตที่ศูนย์การแพทย์แห่งนี้ เมื่อวานนี้เอง ผมลูบคลำจี้สีแดงดุจชาดที่ห้อยคอไว้ ผมเก็บเลือดของเธอเอามาใส่ในจี้อันนี้ จี้ซึ่งทำจากวัสดุคล้ายอำพัน แต่คุณสมบัติดีกว่า มันจะเก็บเลือดให้คงสภาพได้เป็นร้อยปี


    ผมกลับไปที่ห้องทำงานแล้วนั่งลง กลางดึกอย่างนี้ ถ้าเป็นเมื่อก่อนเธอจะเอาของว่างมาให้ผม มานั่งคุยกับผมที่ตรง... ที่เก้าอี้ตัวนี้ ใช่แล้ว เธอชอบมานั่งที่เก้าอี้ตัวนี้ ตัวที่ผมกำลังนั่งอยู่ พอคิดอย่างนี้แล้ว ผมเกลียดเก้าอี้ตัวนี้ขึ้นมาจับใจ เธอตายไปแล้ว เธอไม่มาที่นี่อีก แต่เก้าอี้ตัวนี้ยังอยู่ ทุกครั้งที่ผมนั่ง ความทรงจำจะตามมาหลอกหลอน


    สองสัปดาห์ต่อมา เพื่อนของผมมาหาผมที่ห้องทำงาน ขาของมันดีขึ้นมากแล้ว แต่ยังเดินได้ไม่ถนัดนัก ต้องใช้ไม้เท้าช่วยพยุง ผมไม่ค่อยชอบบรรยากาศของโลกในตอนนี้สักเท่าไร ผู้คนอยู่อย่างสิ้นหวัง คนส่วนใหญ่ต้องรอคอยความตายอยู่บนโลก คนส่วนน้อยที่ได้ไปดาวดวงใหม่ก็หดหู่ เพราะต้องผ่านการดัดแปลงพันธุกรรมให้ตัวเองกลายเป็นก้อนเหมือนตัวอะมีบา


    ฆ่าตัวตายดีไหม? ผมลูบคลำจี้สีแดงดุจชาดที่ห้อยคอไว้ ถ้าผมฆ่าตัวตาย ผมอาจได้พบกับเธอที่ไปรออยู่ที่สวรรค์ ไม่หรอก ผมคงไม่เจอเธอ เพราะถ้าผมฆ่าตัวตาย ผมก็ไปนรกน่ะสิ ระหว่างที่ผมคิดฟุ้งซ่านเพ้อเจ้ออยู่ ผมก็เหลือบไปเห็นเพื่อนผม มันเดินโขยกเขยกเข้าไปที่ห้องด้านใน ถ้าเป็นเมื่อหลายร้อยปีก่อน ตอนที่ไม่มีการแพทย์สมัยใหม่ แผลเนื้อตายสาหัสอย่างมันจะไม่มีทางรักษา เพื่อนหมาเน่าของผมจะตายภายในเวลาไม่เกินหนึ่งเดือน ถ้าไม่ตายก็ต้องถูกตัดขา แต่นี่แค่สองสัปดาห์มันสามารถใช้ขาทั้งสองข้างเดินไปกวนประสาทคนได้ทั้งตึก วิทยาการของมนุษย์ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ในระยะเวลาอีกสามสิบปี เราอาจหาวิธีที่ทำให้อะไรๆ มันดีขึ้นก็ได้ แสงสว่างอาจอยู่ที่ปลายอุโมงค์ ถ้าเราไม่พยายามเข้าไปหาแสงสว่าง เราคงตกอยู่ในความมืดมิดชั่วนิรันดร์


    ...ติดตามตอนต่อไป

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in