trumansaidemo
[O/S] norwegian wood #lumark
  • title : norwegian wood
    pairing: lucas x mark (wayv/nct)
    bgm : norwegian wood - the beatles






    วันนี้ก็มาอีกแล้ว

    ไม่ได้หมายถึงใคร ลูคัสหมายถึงตัวเขาเอง ที่มานั่งในคาเฟ่นี้อีกแล้ว


    วันนี้ก็มาอีกแล้ว

    คราวนี้เขากำลังพูดถึงชายหนุ่มที่กำลังเปิดประตูเข้ามาในร้านพร้อมกับอุปกรณ์วาดรูป เป็นจิตรกรล่ะมั้ง?  ใช่ไหมนะ เขาคิดว่าน่าจะเป็นแบบนั้น

    ดวงตากลมที่แสนจะเข้ากับใบหน้าเล็กของจิตรกรหนุ่มคนนั้นช่างน่ามองเหลือเกิน เสื้อยืดสีขาวกับกางเกงยีนส์สีอ่อนที่มีรอยขาดตามเทรนแฟชั่นสมัยนี้ ดูเป็นชุดธรรมดาทั่วไป หากแต่มันทำให้คนที่กำลังเดินหาที่นั่งอยู่นั้นดูดีอย่างไม่น่าเชื่อ

    จริงๆเคาท์เตอร์ข้างๆลูคัสมีที่ว่างอยู่ที่นึงล่ะ 

    และเหมือนเขาก็จะมองเห็นพอดีซะด้วย

    เยส เขาเดินเข้ามาที่นั่งข้างๆแล้ว


    'ตรงนี้ว่างใช่มั้ยครับ?'

    ตกใจจนทำตัวไม่ถูก ใครจะไปคิดล่ะว่าอีกฝ่ายจะยิ้มหวานแถมเสียงยังน่าฟังเสียขนาดนี้ เลยทำได้แค่พยักหน้าเงอะๆงะๆตอบกลับไป

    เกร็งแฮะ

    ในตอนนี้ลูคัสรู้สึกว่ามือไม้มันเริ่มเกะกะไปหมดเมื่อเก้าอี้ว่างข้างๆเขาถูกเติมเต็ม มือจะไปโดนเขาไหมนะ แล้วเราควรทำอะไรดี

    หยิบหนังสือขึ้นมาอ่านเล่นแล้วกัน



    'อ่านหนังสือของคุณมุราคามิด้วยเหรอครับ?' เสียงของคนข้างๆดังขึ้นมาทำให้ลูคัสหลุดจากภวังค์ของการอ่านหนังสือชั่วคราว

    'อะไรนะครับ?'

    'ผมถามว่าคุณอ่านหนังสือมุราคามิด้วยเหรอครับ' ไม่พูดเปล่า อีกฝ่ายชี้นิ้วมาที่หนังสือที่เขากำลังอ่านด้วย


    ด้วยรัก ความตาย และหัวใจสลาย


    และก็เกิดอาการน้ำท่วมปากเช่นเคย ลูคัสพยักหน้าตอบกลับไป ก่อนที่อีกฝ่ายจะเป็นคนเริ่มต้นบทสนทนาอันแสนยืดยาวของพวกเขา

    'ผมก็อ่านเหมือนกัน ชอบเล่มนี้มากเลยด้วยล่ะ'
    'เป็นอะไรที่แปลกใหม่สำหรับวรรณกรรมญี่ปุ่นในสมัยนั้นดีนะผมว่า ฮ่าๆ'

    'ผมก็คิดว่างั้นแหละครับ บรรยากาศเรื่องมีความเป็นตะวันตกอยู่เยอะน่าดูเลย' ลูคัสตอบกลับไป 

    มีคนให้คุยเรื่องที่ชอบด้วยกันนี่มันก็ดีเหมือนกันแฮะ

    'ก็นั่นแหละครับ เพราะมันมีวัฒนธรรมฝรั่งจ๋าขนาดนั้น เซ็กส์เอยอะไรเอย ไม่แปลกใจเลยที่นักวิจารณ์บางกลุ่มจะไม่ชอบนิยายของเขา' 

    อีกฝ่ายตอบกลับมา ซึ่งลูคัสก็เห็นด้วยทุกประการ ญี่ปุ่นไม่ค่อยแสดงออกเรื่องนี้กันซักเท่าไรนี่นะ ตัวเขาก็ไม่ค่อยแน่ใจนัก 

    ลูคัสพยักหน้าอีกครั้ง และปล่อยให้อีกฝ่ายพูดต่อ

    'ผมว่าตัววาตานาเบะในเรื่องนี้ก็คงแต่งมาจากตัวของมุราคามิเองนี่แหละ หมายถึงลักษณะนิสัยน่ะ ส่วนความสัมพันธ์ของตัวละครพวกนี้ก็ตลกชะมัด นี่มันรักสามสี่เส้าเชียวนะ'

    'ฮ่าๆ แต่ผมก็ไม่เข้าใจวาตานาเบะเขานะ ต่อให้ความสัมพันธ์ทางกายจะลึกซึ้งขนาดไหน เพื่อนหญิงก็ไม่รักเขาอยู่ดี จะทนฝืนอยู่กับความสัมพันธ์แบบนั้นไปทำไม'

    'โอ้ ใช่ ใช่เลย คุณพูดถูก นาโอโกะที่แสนจะเปราะบางแต่ก็ใจร้ายคนนั้น ประโยคนั้นที่วาตานาเบะพูดออกมาน่ะแทงใจผมอย่างจัง เขาพูดว่าอะไรนะ'

    'นาโอโกะไม่เคยรักผมเลย?'

    'ถูกต้อง ประโยคนั้นล่ะ'

    'เอาจริงๆผมก็เพิ่งอ่านเล่มนี้เป็นเล่มแรก ผมชอบงานเขียนเขานะ อาจจะต้องไปหาเล่มอื่นมาอ่านเพิ่มบ้างละ'

    'โอ้ จริงเหรอครับ ผมก็อ่านเล่มนี้เป็นเล่มแรกเหมือนกัน ถ้างั้นผมขอแนะนำอีกเรื่องให้อ่านดีมั้ย?'

    'คาดหวังว่าจะเป็นแบบนั้นครับ'

    'งั้นผมแนะนำ Sputnik Sweetheart เลยครับ ขนาดเล่มก็พกพาง่ายด้วยนะ ไม่ใหญ่เท่าเล่มนี้'

    'ไว้ผมจบเล่มนี้จะไปซื้อมาทันทีเลยครับ'

    คุยกันยาวมาก ควรจะแนะนำตัวไหมนะเรา

    'เอ่อ คือ ผมชื่อลูคัสนะครับ' เอาวะ อย่างน้อยรู้แค่ชื่อก็ยังดี

    อีกฝ่ายดูดน้ำแตงโมหนึ่งครั้งก่อนจะหันมายิ้มให้ผม

    'คุยกันนานมาก ผมลืมไปเลยว่าไม่ได้แนะนำตัว'
    'มาร์คครับ :-)'


    .

    หลังจากทั้งสองคนปล่อยให้บรรยากาศเกิดความเงียบอีกครั้ง ลูคัสก็ขอพักสายตาก่อนจะเหลือบไปเห็นว่าคนที่เพิ่งรู้จักชื่อกันเมื่อสักครู่กำลังตั้งใจวาดรูปอย่างใช้สมาธิ

    เหมือนว่าอีกฝ่ายจะรู้ตัว มาร์คเงยหน้าขึ้นมาพร้อมกับเลิกคิ้วเป็นเชิงตั้งคำถาม

    'เปล่าครับ ผมเห็นว่าวาดรูปสวยดี'

    'อ๋า พอดีผมเรียนเกี่ยวกับวาดรูปน่ะครับ'

    'แบบนี้นี่เอง ผมก็อยากวาดได้บ้าง ทุกวันนี้ผมยังวาดวงกลมไม่ค่อยได้เลย'

    'จริงๆผมรับจ้างสอนเด็กๆวาดรูปด้วยนะครับ ช่วงนี้ช็อตนิดหน่อย' มาร์คพูดติดตลกเล็กน้อย

    'แบบนี้ผมไปเรียนด้วยได้มั้ย'

    'ย่อมได้ครับ'
    'ศิลปะมันไม่ยากหรอก ใช้เวลาทำความรู้จักมันไม่นานก็จะเข้าใจเองครับ'

    'ผมก็เริ่มอยากรู้จักศิลปะแล้วเหมือนกัน'




    .




    .
    .


    นับตั้งแต่วันนั้นก็เป็นเวลาเกือบปีได้แล้ว ตั้งแต่ที่เราสองคนได้พูดคุยกันวันแรก 

    ภาพของคุณตอนที่กำลังตั้งใจวาดภาพยังคงชัดเจนอยู่ในหัว

    หลังจากตอนนั้นไม่กี่เดือน พวกเราก็ได้คุยกันมากขึ้น

    มารู้เอาทีหลังว่าอายุเท่ากัน ก็ถือว่าได้เพื่อนใหม่มาเพิ่มหนึ่งคน

    เราได้พูดคุยและแลกเปลี่ยนสิ่งต่างๆที่เจอมาในแต่ละวัน ได้ไปทำสิ่งที่ชอบด้วยกัน และมีความสัมพันธ์ที่คนเป็นเพื่อนกันไม่ควรจะมี

    สิ่งที่เราทำมันเป็นมากกว่าคนรู้จัก มากกว่าเพื่อน แต่ก็ไม่คิดจะเกินไปกว่านั้น

    ผมรู้ตัวแล้วว่าผมคาดหวังให้ความสัมพันธ์ของเราไปได้ไกลกว่าที่เป็นอยู่

    และสุดท้าย หลังจากที่เราจูบกันนอกระเบียง 

    มาร์คบอกกับผมว่า เขาไม่ได้ตั้งใจจะให้เราสองคนถลำลึกมาถึงขนาดนี้

    เขาบอกว่าเขาขอโทษ ที่ไม่สามารถตอบรับความรู้สึกของผมได้

    ผมมาเข้าใจตัวละครที่ผมเคยอ่านเมื่อตอนนั้นก็วันนี้

    มาร์คไม่เคยรักผมเลย ไม่เคยเลย





    thanks
    norwegian wood by haruki murakami
    norwegian wood - the beatles
    #trumansaidlm

    (talk!) จริงๆหนังสือเล่มนี้เป็นเล่มที่เราชอบมากๆ เลยอยากให้ตัวละครของเราได้พูดคุยกันเรื่องนี้ค่ะ5555555555555 ถ้าใครยังไม่เคยอ่านแล้วสนใจลองไปหามาอ่านได้นะคะ แล้วเล่มนี้อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของการติดตามมุราคามิก็ได้
    ปล.ไม่ได้ค่าโฆษณาแต่อย่างใด







Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
jeanasm_ (@jeanasm_)
ไรท์แต่งฟิคดีจังเลยค่ะ ;-; เรื่องนี้หักมุมมากกกกก นึกว่าฟีลกู๊ด โอโห้้้แต่ดีค่ะชอบมากกก