เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
To all the movies I've watched beforeilysm
Movie Review “Grave Of The Fireflies"
  • Movie Review

    “Grave Of The Fireflies

    สุสานหิ่งห้อย”






               เป็นหนึ่งในหนังที่โด่งดังในแง่ของความสลดหดหู่ ขึ้นชื่อว่าถ้าดูแล้วไม่น้ำตาพรากไม่ใช่มนุษย์ ช่วงวันหยุดเลยลองพิสูจน์คำกล่าวขานบ้าง ปรากฏว่า เฮ้ย ไม่ค่อยร้องไห้แฮะ เหมือนจะน้ำตาไหลแค่ซีนเดียวเอง เสียดายที่เพิ่งจะมีเวลารีวิวเอาตอนนี้ ไม่ได้อินเท่าที่ควร แต่ไม่เป็นไร จะได้โฟกัสที่เนื้อบทอย่างเต็มที่

     

    เรื่องย่อ

              เซตะ เด็กหนุ่มวัย 14 ปี พา เซซึโกะ น้องสาวอายุ 4 ขวบ หลบหนีการโจมตีของเครื่องบินรบจากอเมริกา แม่ของพวกเขาเสียชีวิตไประหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่กำลังดำเนินอย่างดุเดือด ทำให้สองพี่น้องต้องไปอาศัยกับป้า แต่ด้วยปัญหาขาดแคลนอาหารและนิสัยที่เข้ากันไม่ได้ ทำให้ทั้งคู่ตัดสินใจลาจากครอบครัวของป้าเพื่อออกไปสู้ชีวิตเพียงลำพัง เรื่องนี้สะท้อนความโหดร้ายของสงครามสลับกับความรักระหว่างพี่น้องอย่างเข้มข้นจนจบ

     






    (มีสปอยล์)



     

    ตัวละคร

              ข้อดีของตัวละครในสุสานหิ่งห้อยคือความสมจริง ไม่ว่าจะนิสัยใจคอ แรงจูงใจ การกระทำ ล้วนมีมิติกลมและลึก ไม่ได้วางคาร์แรกเตอร์ไว้เพียงผิวเผิน เซตะ แม้จะเป็นพี่ชายที่ดี แต่เป็นพลเมืองที่ไม่ดีน้องสาว แม้จะน่ารักสดใสและจริงใจ แต่ก็เอาแต่ใจและดื้อรั้นแบบเด็กๆ ป้า แม้ว่าจะปฏิบัติกับสองพี่น้องไม่ดี แต่เป็นแม่ที่ดีของลูกเธอเอง ฯลฯ เรื่องนี้พยายามถ่ายทอดโลกที่มีสองด้านโดยให้น้ำหนักไม่ด้อยไปกว่ากันมาก

              ข้อเสียคือตัวละครสมจริงมากจนมันสร้างความรู้สึกขัดแย้งให้เรา หลายต่อหลายครั้งที่การกระทำตัวละครน่าหงุดหงิดมากกกกกกกกกกกกกกกกกก จนสงสารไม่ลง โดยเฉพาะเซตะ เราไม่สามารถทำใจรักตัวละครนี้ได้ แม้ว่าเขาจะเสียสละเพื่อน้องสาวมากมายขนาดไหน เพราะนอกจากน้องสาวแล้วเขาไม่สนใจอะไรบนโลกนี้เลย ใครจะเดือดร้อนเพราะโดนขโมยก็ช่าง ป้าจะรู้สึกยังไงที่ถูกต่อต้านก็ช่างกองทัพจะขาดทหารก็ช่าง ขอแค่เซซึโกะยังมีความสุขก็พอ แต่ถามว่าเขาได้พยายามเต็มที่ให้น้องสาวหรือยัง สำหรับเราคือไม่ ยังมีทางเลือกอื่นอีกมากมายที่เซตะทำได้ เช่น ไปเป็นทหาร ขออาศัยป้าอยู่ โดยลักษณะแล้ว ป้าไม่ใช่คนใจร้ายใจดำขนาดที่จะไม่รับสองพี่น้องมาอยู่ด้วย จริงอยู่ที่มันมีเงื่อนไขของอายุและความคิดอ่านที่ยังเยาว์วัยของเซตะมาเกี่ยวข้อง เป็นเหตุผลให้เชื่อหรือตัดสินใจอย่างในหนัง แต่ก็ไม่ใช่ข้ออ้างที่จะต้องเลือกทางที่ดื้อรั้นที่สุด หยิ่งทระนงที่สุด หรือโง่ที่สุด เลยปฏิเสธไม่ได้ว่าที่เซซึโกะตาย ส่วนหนึ่งก็คือเซตะปล่อยให้มันเกิดขึ้น จากทิฐิ อัตตา ความเชื่อมั่นผิดๆว่าตนเองสามารถดูแลน้องได้ ของเซตะเอง ด้วยนิสัยที่โคตรเด็กและโคตรมนุษย์นี้ ทำให้บทยิ่งสมจริงจนน่าหงุดหงิด

              ส่วนเซซึโกะ น้องน่ารักมาก เราชอบรอยยิ้มของเด็กคนนี้ รู้สึกว่าน้องเป็นโลกทั้งใบของพี่ชาย และถึงแม้จะเอาแต่ใจ ดื้อ ขี้แย ฯลฯ แต่สำหรับเด็ก 4 ขวบ ทุกอย่างที่เผชิญก็หนักหนาสาหัสจริงๆ เข้าใจได้และอดคิดไม่ได้ว่าโลกมันโหดร้ายเสียจนถึงน้องอยู่ต่อน้องก็ไม่มีความสุขหรอก น้ำตาซึมเอาฉากที่น้องหลับไปและไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลย วินาทีนั้นเราใจหายวาบแล้วสงสัยว่าทำไมโลกช่างไม่ยุติธรรมกับเด็กตัวเล็กๆ 2 คน(แหม ถึงจะหงุดหงิดเซตะ แต่เราก็สงสารเขานะ จู่ๆเสียคนทั้งครอบครัวไป คนเขียนอำมหิตทีเดียว)

              สรุปแล้ว ตัวละครมีหลายด้าน การกระทำของตัวละครก็น่าเอามาขบคิด เผื่อจะใช้แก้ไขตนเองได้จัดว่าวางบทได้เหมาะสม เพราะถ้าเซตะเป็นพี่ชายที่เก่ง ฉลาด พาน้องรอดชีวิตไปได้ หนังก็คงตอกย้ำความเจ็บปวดและบาดแผลจากสงครามไม่ได้เหมือนแบบนี้ (เพราะนอกจากเจ้าสองพี่น้องนี้แล้ว หนังแทบไม่ได้ขยี้ส่วนอื่นเลย เอวัง)

     



    พล็อต

              น่าจะเป็นส่วนที่เราให้คะแนนน้อยที่สุด เริ่มจากส่วนที่ชื่นชมก่อน ถ้าเป็นการสื่อถึงแก่นเรื่อง เราชอบนะ มันชัดเจนดีว่าสงครามนั้นเลวร้าย ผู้คนก็เลือดเย็น มนุษย์แก่งแย่งแข่งขัน แม้แต่ในประเทศที่ดูเป็นระเบียบและพึ่งพากัน อยู่ด้วยกัน ชาวญี่ปุ่นก็ยังแตกแยกและเห็นแก่ตัวเหมือนมนุษย์ทั่วๆไป หรือจะเป็นความรักในครอบครัว การดูแลกันและกัน ทำให้บรรยากาศที่แสนจะโหดร้ายนี้ดูสวยงามอบอุ่นแปลกๆ อย่างฉากทะเลที่ทำให้หัวใจอุ่นซ่านแม้ว่าจะรู้แก่ใจว่าสงครามยังดำเนินอยู่และความสุขไม่จีรังเอาเสียเลย

              แต่สำหรับการดำเนินเรื่องแล้ว ค่อนข้างเนิบนาบไม่หวือหวา จะไปพีคเอาฉากใกล้ๆจบนั่นแหละ แต่โดยรวมพล็อตเรื่องเฉยมาก ดำเนินเป็นเส้นตรง ไม่มีลูกเล่น ดูง่าย เข้าใจง่าย การไต่อารมณ์ไปถึงไคลแมกซ์มันน่าจะยังสุดได้กว่านี้ ทิ้งประเด็นน่าคิดได้มากกว่านี้ เพราะสงครามโลกครั้งที่สองสำหรับเรามันหนักหนาสาหัสมาก หนังทำได้ไม่หดหู่ขนาดที่เราฟังๆมาเพราะถ้าเทียบกับหนังสงครามโลกเรื่องอื่นๆ เรื่องนี้สวยไปเลย ด้วยสเกลมันก็เล็กไปจริงๆ อาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่เราไม่ค่อยร้องไห้ สงครามโลกมันเป็นเรื่องของคนหลายกลุ่ม ความทรมานหลายรูปแบบ นี่เป็นแค่การถ่ายทอดด้านเล็กๆด้านหนึ่งที่ขยายยืดจนครบเวลาสองชั่วโมงของหนังเท่านั้น

              ส่วนที่ชอบที่สุดมีสองอย่าง หนึ่งคือหิ่งห้อย เป็นอะไรที่มีความ symbolic ถ้าอยากเข้าใจหรือได้ไอเดียเรื่องความหมายของหิ่งห้อย แนะนำบล็อกที่ไปบังเอิญเจอมา (http://theessential.com.au/features/the-world-on-war/grave-of-the-fireflies-captures-the-duality-of-japans-wartime-selfimage) ในบล็อกเค้าพูดเรื่องชาตินิยมญี่ปุ่น บวกกับวิเคราะห์หนังได้ดีมาก สำหรับใครที่อยากอ่านเพิ่มเติม และอยากได้สิ่งที่เราไม่สามารถให้ได้ คือความรู้ เพราะรู้เกี่ยวกับญี่ปุ่นไม่มากพอ ส่งผลให้แตะได้แค่ผิวของหนัง orz

              อีกส่วนที่ชอบยิ่งกว่าคือกระป๋องลูกอม ส่วนตัวมองว่ามันแทนความรักที่มีให้กันเสมอเมื่อยามลำบาก จนสุดท้ายก็เก็บความรักกลับไปด้วยแม้น้องสาวจะตายแล้ว(ฉากแรกสุดที่เซตะตายแต่ในตัวยังมีกระป๋องลูกอม)


     



    ฉาก

              มาถึงสิ่งที่ชอบที่สุดในหนังบ้าง เราตกหลุมรักลายเส้น อนิเมชั่น สีสันแบ็กกราวน์ และ Soundtrack เราชอบมากกว่าอนิเมชั่นญี่ปุ่นสมัยนี้มากๆ มันมีความสองมิติแบบเก่าๆ ไม่รู้จะอธิบายยังไง orz แต่เข้ากับบรรยากาศช่วงสงครามโลกดี มองแล้วเพลินตา  เหมือนได้หลุดเข้าไปในประเทศญี่ปุ่นยุคนัั้นอย่างแท้จริง ได้ยินเสียงระเบิดทีอยากจะหอบข้าวของวิ่งหนีด้วย ฮาาาา

              อีกจุดที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือเพลง น้ำตาไหลเพราะเพลง! เป็นหนังอีกเรื่องที่เพลงช่วยส่งอารมณ์ไม่น้อย เพลงเหมือนเป็น mixture ของความรู้สึกตัวละคร มันสิ้นหวัง อบอุ่น เศร้า ยิ่งใหญ่ ปะปนกันมั่ว ที่สำคัญที่สุดคือทำให้คิดถึงวันเวลาดีๆของสองพี่น้องมาก T_T ใครนะช่างแต่ง เพราะจนต้องร้องขอชีวิต มีการใช้เสียงประกอบที่เข้ากับจังหวะเรื่องเป๊ะด้วยแหละ ดังนั้นเรื่องฉากภาพแสงสีเสียงต้องให้เต็ม แง




    ภาพรวม

              ไม่ได้ดีเท่าที่คาดหวังไว้ แต่ก็ถือว่าเป็นหนังอนิเมชั่นญี่ปุ่นที่บีบใจเราสุดๆ และทำให้อยากดูหนังญี่ปุ่นเรื่องอื่นๆต่อไปราวเสพติด ชอบฉากเปิดเรื่องที่สุดแล้ว และชอบการจบด้วยฉากนั้น หิ่งห้อยเต็มไปหมด โคตรสวย โคตรอุดมคติ อาจจะอินน้อยกว่าหนังสงครามอื่นๆเพราะจุดโฟกัสของเรื่องเปลี่ยนไป แต่ทำให้เชื่อในความรักอย่างไม่มีที่สิ้นสุดของครอบครัว ดีใจที่ได้ดูและพิสูจน์ตำนานสุสานหิ่งห้อยสักที๕๕๕

              8/10 คะแนนแล้วกัน


    - ilysm.






Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in