Only Yesterday : เรื่องเล่าจากวันวานMaya Jett
Freetown Christiania : เมืองเนี้ยใครจะทำอะไรก็ได้ จะสูบกัญชากลางถนนก็ยังด้ายยยย
  •     สองเดือนก่อนหน้าจะมีโอกาสไปเยือนโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก เราได้อ่านบทความใน Wikipedia ถึงเมืองสุดฮิปปี้เมืองหนึ่งของที่นั่น ที่มีชื่อว่า Freetown Christiania เป็นเมืองอิสระที่แยกออกจากการปกครองของรัฐในโคเปนเฮเกน และมีประชากรอยู่ประมาณไม่เกินพันคน 


    ธงประจำเมืองคริสเตียเนีย มีสามจุด คล้ายๆ มิกกี้เมาส์


        สิ่งที่ทำให้คริสเตียเนียแตกต่างกับโคเปนเฮเกนคือ “ความอิสระ” ที่ถ้าจะให้พูดง่ายๆ ก็ประมาณว่าเป็น “เมืองฮิปปี้” อะไรทำนองนี้ สิ่งที่ชัดเจนและโด่งดังที่สุดก็คงจะเป็นการซื้อ - ขาย และสูบกัญชาได้อย่างถูกกฏหมาย และอีกอย่างที่เด่นก็คือที่นี่ออกแนวจะเป็นเมืองแห่ง Art เพราะมองไปทางไหนก็มีแต่กราฟิตี้และอะไรแนวๆ ตลอดเวลา 


    ป้ายทางเข้า (ที่เป็นทางออกของเรา)


        เราจะไม่อธิบายให้ยืดยาว เพราะขี้เกียจนั่งแปลจากวิกิฯ และเรียบเรียงใหม่ เลยอาจไม่ได้ให้ความรู้ที่มีประโยชน์มากนัก แต่อยากมาเล่าสู่กันฟังเฉยๆ เพราะเนื่องจากไหนๆ ก็มีโอกาสได้ไปเยี่ยมเพื่อนที่โคเปนเฮเกนแล้ว ก็เลยมาเดินเล่นที่เมืองนี้ด้วยซะเลย


    พยายามถ่ายกับอะไรอาร์ทๆ

        ทุกๆ ปีเราจะต้องมีทริปใหญ่ๆ หนึ่งทริปที่เก็บตังค์เอง วางแผนเองว่าจะไปไหน และปีนี้ก็เป็นอีกปีที่เราตัดสินใจเลือกสวีเดนอีกครั้งเป็นการเดินทางครั้งนี้ แต่ด้วยความที่ปีที่แล้วก็ไปสวีเดนมาเหมือนกัน ปีนี้พอมีเวลาจำกัดเลยถือโอกาสนั่งรถไฟเลยภาคใต้สวีเดนลงมาแวะโคเปนเฮเกนในเดนมาร์กซะเลย เรามีเพื่อนชาวฟินแลนด์คนหนึ่งที่รู้จักกันที่กรุงเทพ และพอเพื่อนกลับมาใช้ชีวิตต่อที่โคเปนเฮเกน เมื่อมีโอกาสเราเลยมาพบปะกับเพื่อนอีกครั้ง ตอนแรกที่จะมา เราถามเพื่อนว่ารู้จักคริสเตียเนียมั้ย? 

    น่าตลกจังที่อยู่ๆ ก็ถามถึงสถานที่ๆ เค้าอยู่ว่าเค้ารู้จักมั้ย

    “แน่สิ รู้จักแน่นอน แถมใกล้บ้านชั้นด้วย”

    เพื่อนตอบกลับแบบนี้ มีหรือจะไม่อยากไป


    ธรรมชาติก็เยอะนะที่นี่

        อากาศในช่วงนั้นเป็นฤดูใบไม้ร่วง หรือ the fall ที่ใบไม้สีสันสดใสทั้งเขียว น้ำตาล เหลือง แดง กำลังร่วงออกจากต้นอย่างเหงาหงอย อุณหภูมิที่โคเปนเฮเกนกำลังสบายๆ ไม่หนาวจนเกินไป แต่ก็ร้อนบ้างบางวัน แม้จะอยู่ในตัวเองตัวเดียวที่ 2 - 10 ก็ตาม เราเดินไปกับเพื่อนไปยังคริสเตียเนีย ระหว่างทางก็มีแต่ธรรมชาติ ผู้คนวิ่งเล่นบ้าง ขี่จักรยานบ้าง คนส่วนมากที่นี่นิยมขี่จักรยานกันเพื่อความสะดวกและปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม ส่วนที่เห็นว่าเป็นธรรมชาติซะมากกว่าเมืองก็เพราะว่าคริสเตียเนียจะค่อนข้างออกมาทางชานเมืองสักเล็กน้อย แต่ยังไงโคเปนเฮเกนก็ยังมีขนาดเล็กกว่ากรุงเทพอยู่หลายเท่าอยู่เหมือนกัน 


    รถของทีมฟุตบอลคริสเตียเนีย



        คริสเตียเนียสำหรับเราดูจะเป็นคล้ายๆ Sanctuary บางอย่าง อาจเป็นที่รวมพลคนไร้บ้านที่สามารถมาสร้างถิ่นฐานที่นี่ได้ อาจเป็นบ้านของศิลปินและคนผู้สร้างสรรค์ในบางอย่าง อาจเป็นเหมือนค่ายขนาดใหญ่ที่น่าเข้าร่วม แต่เท่าที่ไปดูแล้วทุกคนก็มีชีวิตอยู่ของเค้าแบบมีนักท่องเที่ยวเทียวไปเทียวมาไม่ขาดสายทั้งวัน บางครั้งเป็นกลุ่มนักศึกษา บางครั้งกลุ่มนักเรียนประถมที่มีคุณครูพามา ในเมืองมีสิ่งก่อสร้างที่นอกเหนือจากตึกและบ้านบ้าง เช่น อยู่ๆ ก็มีสิ่งก่อสร้างคล้ายๆ เจดีย์ในทางแถบประเทศเอเชีย มีธงชาติเนปาล มีบ้านที่เปิดร้านกาแฟ เปิดร้านขายของ เปิดสอนศิลปะ มีโรงเรียน มีโรงละคร นู่นนี่นั่น ดูรวมๆ คริสเตียเนียจะคล้ายๆ art street อารมณ์ถนนคนเดินตลอดเวลา เพียงแต่ไม่ได้คึกคักเหมือนเวลาที่มีถนนคนเดินหรือเทศกาลจริงๆ 

    เดินตามๆ กันไป

    น้องหมาขาโหด ที่จริงๆ แล้วแบ๊วมาก

    เจดีย์ที่ว่า


        เราไม่ได้ทำอะไรที่นี่เลย ไม่ได้แวะซื้อกัญชาหรือสูบ (ออกตัวไว้ก่อนเผื่อแม่มาอ่าน ๕๕๕) ไม่ได้แวะซื้อของฝาก ไม่ได้แวะกินอะไรเลย เนื่องจากคริสเตียเนียที่เรามาเยือนสองครั้งนี้เป็นแค่ทางผ่านเข้าเมืองโคเปนเฮเกนของเราและเพื่อนเท่านั้น แอบเสียดายเหมือนกันที่มีเวลาอยู่ที่โคเปนเฮเกนแค่นิดเดียว หากมีเวลามากกว่านี้เราอาจจะทำอะไรมากกว่านี้ก็ได้ เช่น ซื้อของฝากที่น่าจะทำแต่ไม่ได้ทำ เพราะคิดว่าไม่มีอะไรน่าสนใจ แต่พอมาตอนนี้เสียดายมากๆ เพราะไม่รู้จะได้กลับไปอีกเมื่อไหร่ 


    บ้านที่มักมีความอาร์ทอยู่ในตัว แต่ละบ้านประชันกันสุดฤทธิ์

    มุมของฝาก 


        คริสเตียเนียอาจเป็นหลายๆ อย่างสำหรับหลายๆ คน แต่สำหรับคนไทย เราว่าใครบ้ากล้องและชอบถ่ายกับแบ็คกราวเก๋ๆ สวยๆ จะต้องชอบมากแน่ๆ เสียดายที่เราไม่ได้ไปถ่ายรูปสวยๆ มากะเค้าเท่าไหร่ เลยไม่ได้รูปโปรไฟล์เก๋ๆ กลับมาอย่างที่ควรจะเป็น 555 แต่ที่นี่ทำให้เรารู้สึกอยากรู้จักสักคนในนี้และมีแก๊งเป็นของตัวเอง ตกเย็นก็แฮงเอาท์กับพวก ขี่ bmx ไม่ก็เล่นสเก็ตบอร์ด คุยสัพเพเหระ วันนี้ใครทำไร ไปไหน วันนี้จะจีบใคร นู่นนี่นั่น อยากเพ้นท์ อยากขายของ นู่นนี่นั่น ถ้าเมืองไทยมีคอมมูนิตี้หรือสังคมเล็กๆ แบบคริสเตียเนียคงสนุกไม่น้อย เพราะจะว่าไปแล้วประเทศไทยเนี่ยก็มีความเสรีที่หาที่อื่นไม่ได้เหมือนกันนะ (แม้จะอยู่ภายใต้รัฐบาลแบบนี้ก็ตามอ่ะนะ) 


    เด็กน้อยเล่นสเก็ต

    นอกลานสเก็ต


        ใครที่ชอบศิลปะ กราฟิตี้ ดนตรีร็อค พังค์ (ไม่พังค์ก็ได้อ่ะ) เราว่าคริสเตียเนียเหมาะมาก เพราะที่นี่ดูจะเป็นพื้นที่ให้ทุกคนสามารถทำอะไรก็ได้เต็มที่จริงๆ โดยไม่ต้องกังวลหรือคิดอะไรให้มาก ดูจากบุคลิกของวัยรุ่นและผู้ใหญ่ที่นี่ก็ดูจะทำอะไรตามใจตัวเองอยากเป็นซะส่วนใหญ่ (แบบที่ไม่ได้เดือดร้อนคนอื่นนะ) ถ้ามีโอกาสได้มาใช้ชีวิตอยู่ในโคเปนเฮเกน เราก็คงจะให้คริสเตียเนียเป็นอีกหนึ่งที่โปรดปราน และอยากจะมานั่งสังเกตความเป็นไป นั่งเอาไอเดียวาดรูป เขียนหนังสือ ฯลฯ ดูเหมือนทุกคนจะได้ไอเดียกลับไปหลังจากมาเยือนที่แห่งนี้ไม่มากก็น้อย




        อีกสิ่งหนึ่งที่ชอบมากที่นี่คือ ตามจุดต่างๆ จะมีอาหารฟรีวางไว้ คือจะเป็นผักต่างๆ ที่อาจมีรอยช้ำบ้างเล็กน้อย แต่ก็ถือว่าเป็นการแบ่งปันอาหารอีกทางหนึ่งสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการมันแล้ว หรือผู้ที่ไม่ค่อยมีตังค์ก็มาอาศัยพึ่งพากันได้ มีการแลกเปลี่ยนของเกิดขึ้น มีซุ้มแลกอาหาร แลกเสื้อผ้า อันนี้เดินเข้าไปดูเผื่อเจอขุมทรัพย์.. แต่ตาอาจไม่ถึง และยังไม่ได้ต้องการอะไรเป็นพิเศษเลยแอบคิดว่ามันค่อนข้างจะเป็นขยะกองหมึมาไปหน่อย 555





        ทั้งหมดนี่ก็คือการผจญภัยสั้นๆ หรือเรียกง่ายๆ ว่าเดินผ่านเมือง Freetown Christiania มากกว่า หากมีโอกาสได้ไปอีกครั้งก็อยากจะไปลองเข้าร่วมเวิร์คช็อปหรือคอนเสิร์ต หรืออะไรก็ได้ที่น่าจะได้พบปะผู้คนและรู้จักใครสักคนในนั้นบ้าง ทริปนี้ของเราความจริงเน้นไปทางพบปะประชาชนมากกว่าจะเดินผ่านแค่ผิวเผิน เลยรู้สึกเสียดายที่เดินผ่านเมืองนี้ไปโดยไม่ได้ทำความรู้จักกับใคร แม้กระทั่งเจ้าปุกปุยตัวนี้....

        บนโลกใบนี้ยังมีสถานที่แปลกๆ ใหม่ๆ ที่ไม่เหมือนที่ไหนและอาจไม่ได้รับการพูดถึงในทางที่มากเท่าไหร่ และถ้าเราได้ไปที่แปลกๆ หรือพบเจออะไรแปลกๆ ก็จะพยายามาเล่าให้โลกรู้จักอีกครั้งหนึ่ง เอาให้มีเรื่องราวมากกว่าคริสเตียเนียละกันนะ 555

    ทริปโคเปนเฮเกนนี้มีอะไรสนุกๆ อีกเยอะ ถ้ามีเวลาก็จะมาเขียนเล่าให้ฟังอีกเช่นเคย



เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in