[Fic] Detroit Become human : SLAVE's blue bloodAsharch
File 03: Falling for
  • | Markus x Connor |

    Spoil ALERT !!

    Rate : PG

    :
    :
    :
    :
    :

    ใบไม้สีน้ำตาลแห้งกรอบ หล่นลงสู่พื้น แสดงถึงระยะเวลาการผลัดเปลี่ยนใบ

    ตัวผมเองจะถูกผลัดเปลี่ยนแบบนั้นไหมนะ?

         ผมแค่หวาดกลัวต่อสิ่งบางอย่างที่ยังไม่เกิดขึ้น นั่นคือการเสียมาร์คัสไป จากการประเมินคร่าวๆของผมได้ผลออกมาว่า ไม่สามารถคาดคะเนเรื่องของอนาคตได้เลย เพราะฉะนั้นที่ผมทำได้คือผมต้องรักษาความสัมพันธ์ระหว่างผมกับมาร์คัสให้อยู่ในระดับดีเยี่ยม

         ผู้คนเดินกันขวักไขว่ในวันเสาร์ หลายคนที่เป็นมนุษย์ถือกาแฟอุ่นๆแล้วเดินจิบกับใครสักคน หรือนั่งอ่านหนังสือใต้ต้นโอ๊คที่ผลัดใบ เป็นบรรยากาศที่ชวนน่าอบอุ่นใจอย่างประหลาด

         "เฮ้ คอนเนอร์" เสียงอันคุ้นเคยดังขึ้นด้านหลังผม

         "มาร์คัส" ผมหันไปเรียกชื่อผู้มาใหม่ พร้อมกับยืนนิ่งๆ

         วันนี้ผมเลือก Trench coat สีน้ำตาลเข้มให้เข้ากับฤดูใบไม้ร่วง หวังว่าเขาจะชอบนะ...

         "มาถึงนานหรือยัง" เขาวิ่งเหยาะๆเข้ามาหาผม "โค้ทสวย"

         "ขอบคุณครับ" ดีจังที่เขาชอบ "คุณเองก็เปลี่ยนสีโค้ท" ผมมอง Business coat สีเทาของมาร์คัส

         ผมยิ้มออกมาเรียบๆก่อนจะเอ่ยถามกำหนดการณ์ "เอาหล่ะ วันนี้มีแผนจะทำอะไรบ้างครับ"

         "สวนสนุกทั้งวันเลย"

         "ทำไมต้องสวนสนุกด้วยหล่ะครับ"

         "พวกเราคงไปร้านน้ำชาไม่ได้"

          ก็จริงของมาร์คัส

         "สวนสนุกอยู่ห่างออกไป เดี๋ยวเรานั่ง  Taxi ไปกันนะครับ" ผมตอบก่อนจะเรียก Taxi คันหนึ่งที่วิ่งมาพอดี

         พวกเราเข้าไปนั่งในรถ พร้อมกับบทสนทนาเดิมๆที่ไม่เคยเบื่อ มาร์คัสถามเรื่องความชอบธรรมชาติของผม ส่วนผมก็ถามเรื่องภาพวาดที่เขากำลังวาดอยู่ตอนนี้

         เป็นบรรยากาศที่อบอุ่นอย่างประหลาด ที่มีแค่เราสองคน คุยกันเรื่องไม่เป็นเรื่อง

         แค่รู้สึกว่าเขาดูเท่ห์และน่าเคารพมากกว่าครั้งแรกที่เจอกัน.. อาจเพราะตอนนั้นผมเอาปืนเล็งเขาอยู่ก็ได้

         ผมเองก็ดีใจที่หลังจากนั้นมาร์คัสเองก็ให้โอกาสผมพิสูจน์ตัวเอง แล้วสานความสัมพันธ์ต่อมาเป็นคนรู้จัก, เพื่อน

         "ช่วงนี้ฉันได้ป่าวประกาศไปแล้วว่าให้ Android ทุกคนระวังตัว" มาร์คัสเข้าบทสนทนาจริงจัง

         "ครับ ดีแล้วครับ จริงๆแล้วนักข่าวก็จ้องเล่นข่าวนี้อยู่ ถ้าเกิดเหตุการณ์คล้ายๆกันอีกครั้ง ผมว่าได้เป็นข่าวดังแน่" ผมตอบ

         "มนุษย์ช่างไม่ยุติธรรมซะเลย"

         "โลกนี้ไม่ยุติธรรมครับ แต่ถ้ามองอีกด้าน ก็มีหลายคนที่พร้อมให้โอกาสพวกเราอยู่นะครับ" ผมให้คำตอบ พร้อมกับชี้ด้านดีที่ยังหลงเหลืออยู่

         "ว้าว ชอบจัง.. หมายถึงความคิดของนาย.. ฉันชอบจัง"

         "ครับ" ผมยิ้ม

         ไม่รู้ทำไมจู่ๆตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออกเฉย

         "ใกล้ถึงแล้วครับ.. คุณอยากเล่นอะไรเป็นพิเศษไหม, มาร์คัส"

         "ยังไม่มีอะไรเป็นพิเศษ แต่เดินๆดูเดี๋ยวก็คงรู้เอง"




         หลังจากที่พวกเราถึงสวนสนุกและยื่นบัตรเรียบร้อยแล้ว ผมกับมาร์คัสก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าสถานที่แห่งหนึ่ง มันเป็นตึกที่ตกแต่งแนวสยองขวัญ แน่นอนว่าน้อยคนนักที่อยากจะเข้าไปเล่น

         "นอร์ธบอกว่าที่นี่น่ากลัวที่สุดในเมือง Detroit"

         "ผมคาดการณ์ไว้ว่าที่นี่จะต้องมีอะไรแปลกๆหลอกให้กลัวแน่นอนครับ" ผมให้คำตอบ ก่อนมาร์คัสจะพาผมเข้าไปในนั้น

         มันวังเวงจริงๆนั่นแหล่ะ...

         เป็นบรรยากาศของโรงพยาบาบร้าง ตอนแรกเราเดินเข้าไปตรงประชาสัมพันธ์ มีเก้าอี้กับ Wheelchair วางสะเปะสะปะ เมื่อรวมกับบรรยากาศทะมึนแล้วบอกตามตรงว่าผมก็แอบกลัวเหมือนกัน

         กลัว?

         "มาร์คัส ผมคาดคะเนว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีแน่ๆครับ" ผมเรียกอีกฝ่าย

         มาร์คัสยังคงเหมือนเดิม ไม่มีความกังวลแม้แต่น้อย

         "จะออกไหม?"

         "ถ้าคุณอยากเดินต่อ ผมเดินเป็นเพื่อนคุณได้ครับ"

         "ดูเหมือนฉันต้องเดินเป็นเพื่อนนายมากกว่า แล้วแต่เลย" มาร์คัสหัวเราะ

         "ได้ครับ" ผมกระแอมเล็กน้อย ก่อนจะเดินต่อ

         "คอนเนอร์"

         "ครับ?" ผมหันไปมองตามเสียงเรียก มาร์คัสที่อยู่ด้านหลังผมยื่นมือมา ก่อนจะพูดขึ้น

         "เดี๋ยวหลง"

         มนุษย์ชอบบอกว่า ผีเสื้อนับพันบินในท้อง แต่ผมแค่รู้สึกว่าระบบในท้องผมเบาหวิวขึ้นมาอย่างน่าประหลาดใจ

         "ครับ" ผมยิ้มพร้อมกับยื่นมือไปจับ ก่อนจะร้องเหวอออกมา เมื่อพบว่า wheelchair ด้านหลังมาร์คัสขยับเอง




         "เป็นไปตามแผน" หญิงสาวในแว่นกันแดดพูดขึ้น เรือนผมสีส้มอ่อนภายใต้หมวกไหมพรมสีแดงชาดถูกถักเปียหลวมๆไว้

         "เหลือแค่แสดงให้ชัดเจนขึ้น... มาร์คัสขี้อายจนไม่น่าเชื่อ"

         "อาจจะเก็บอาการหรือเปล่าไซม่อน" ชายผิวสีพูดกับชายเรือนผมสีทอง

         "ชู่ว! ออกมาแล้ว" นอร์ธหันไปดุทั้ง 2 คน ก่อนจะดึงหนังสือพิมพ์ขึ้นมาปิดหน้าจอร์ช

         คอนเนอร์ที่ยังพยายามวางมาด กับมาร์ืคัสที่สีหน้าปกติ

         "ให้ตาย"




         ในฐานเจ้าหน้าที่ตำรวจ ยังไงก็ชินกับพวกเลือดอยู่แล้ว แต่การที่อยู่ในสถานการที่ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อสร้างอารมณ์หวาดกลัวนั่น ผมไม่ชินเอาเสียเลย

         หลังจากที่กลายเป็นหุ่นผิดปกติ ผมมี 'ความรู้สึก'

         ซึ่งนั่น ผมควรมีหรือเปล่า?

         มีหลายอารมณ์ความรู้สึกที่เกิดขึ้นในตัวผมหลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งหลายอย่างใช้ระยะเวลาในการอธิบายความหมาย ช่างเป็นเรื่องที่ซับซ้อนและละเอียดอ่อน ถ้าไม่มีแฮงค์ช่วย ผมว่าผมคงเป็นเด็กที่ไม่รู้เรื่องแน่

         "ไปเล่นเครื่องดิ่งนั่นเถอะ" มาร์คัสชี้ไปที่เครื่องสูงๆที่มีคนนั่งเยอะๆ ตัวมอเตอร์เหวี่ยงให้ที่นั่งวนรอบเสา

         "ผมว่ามันไม่ใช่ไอเดียที่ดีเลยครับ มาร์คัส" ผมพูดกับมาร์คัส ในขณะที่เจ้าหน้าที่คาดเข็มขัดนิรภัยให้

         "นายแค่ทำหน้าตึงตลอดเวลา เลิกคิดแล้วผ่อนคลายบ้าง" มาร์คัสยื่นมือมาดีดหน้าผากผม

         ผมว่าเขาเองก็หน้าตายปนดุเหมือนกัน

         "คุณก็ควรผ่อนคลายบ้างเหมือนกัน"

         มอเตอร์เริ่มพาให้ชั้นที่นั่งสูงขึ้นไปตามเสาของเครื่องเล่น ผมรู้สึกเหตุการณ์ถัดจากนี้เป็นเรื่องที่ไม่ดีเอาเสียเลย จึงหันไปคุยกับมาร์คัส

         "ผมว่า มาตรวัดความสูงน้ำทะเลของผมเตือนว่า ถ้าดิ่งด้วยความเร็วจะ... เหวอ!!"




         "ระบบผมรวนครับมาร์คัส ขอนั่งสักครู่"

         หลังจากที่ดิ่งลงมาจากความสูงระดับ 75 เมตรจากพิ้น ไม่ใช่เรื่องดีเลย ระบบผมรวนจนต้องนั่งพัก มอเตอร์ขาทั้ง 2 ข้างแทบจะไม่ทำงาน

         "มันเรียกว่าคุณหวาดเสียวต่างหาก"

         "อะไรนะครับ?"

         "หวาดเสียวน่ะ คุณกลัวใช่ไหมหล่ะ"

         "ไม่กลัวสักหน่อย" ผมเถียงกลับพร้อมกับกระแอมเบาๆ กลับเข้าสู่บุคลิกขรึม

         เวลานี้ล่วงเลยไป บ่าย 2 แล้ว หลังจากที่เราเดินวนหาเครื่องที่น่าสนุกเล่น ส่วนใหญ่สวนสนุกแห่งนี้มีเครื่องเล่นของเด็กเสียเป็นส่วนใหญ่ จะให้ Android โตๆ 2 คนขึ้นไปบนม้าหมุน หรือถ้วนหมุนคงกระไรอยู่

         "ผมเดินไหวแล้ว" ผมลุกขึ้นมายืนแบบโงนเงน นั่นทำให้มาร์คัสหัวเราะยกใหญ่

         "ไหวก็ไหว งั้นไปดูที่คาดผมตรงนั้นกัน"

         "เด็กๆน่า มาร์คัส"

         "เอาเถอะ" เมื่อมาร์คัสรบเร้ามา ผมก็ปฏิเสธไม่ได้

         สุดท้ายผมได้ที่คาดผมหูหนูกลมๆที่มีโบว์สีแดงผูก มาร์คัสบอกให้ผมใส่ตลอดทั้งวัน เมื่อถูกขอพร้อมกับสีหน้าอ้อนวอนผิดกับจ่าฝูงหมาป่า ทำให้ผมใจอ่อน

         ให้ตายสิ!

         ข้างๆนั้นมีเด็กน้อยต่อแถวซื้อสายไหมหลากสี

         "อยากลอกกินสายไหมดูบ้างจัง" มาร์คัสมองภาพตรงหน้าก่อนจะพูดขึ้นอย่างเศร้าๆ "แต่ว่ากินไม่ได้"

         "... แต่เรามองดูมันได้นะครับ"

         "แล้วมันยังไงหล่ะคอนเนอร์?"

         "บางอย่างเราอาจจะไม่สามารถสัมผัสมันได้ แต่แค่รับรู้ว่ามีสิ่งนั้นอยู่ตรงนั้นเสมอ แค่นั้นก็เหมือนเราสัมผัสถึงตัวตนมันได้แล้วไม่ใช่หรอครับ" ผมหันไปจ้องตามาร์คัส

         ดวงตาสองสีนั่นสั่นไหว ก่อนจะกลับมานิ่งสงบอีกครั้ง

         ผมรู้สึกมีบางอย่างจับจ้องเราสองคนตลอดเวลา ... บางอย่างแปลกๆ

         "ไปกันเถอะครับ บ่ายแก่ๆแล้ว"

         และแล้วผมก็สบตาเข้ากับหญิงสาวคนหนึ่ง ผมสีส้มอ่อนภายใต้หมวกไหมพรมสีแดงชาด กำลังคุยกับชายผมสีทอง ส่วนอีกคนผมมองไม่เห็น เขาบังใบหน้าด้วยหนังสือพิมพ์...

         "นั่นพวกเจริโก้หนิ"

         มาร์คัสทำหน้าแปลกๆออกมา

         ผมเดินไปหากลุ่มคนพวกนั้น

         "อ...อ้าว บังเอิญจังเลยคอนเนอร์ เราก็เปลี่ยนใจมาเที่ยวเหมือนกันพอดี" นอร์ธเอาศอกกระทุ้งไซม่อน

         "ช...ใช่ๆ วันนี้อากาศกำลังดีเลยนะ"

         "งั้นมาเที่ยวด้วยกันสิครับ... ไหนๆก็ไหนๆแล้ว" ผมยิ้มพร้อมกับเอ่ยเชิญชวน

         โดยที่ไม่ทันสังเกตว่ามาร์คัสเอามือก่ายหน้าอยู่




         ส่วนใหญ่เวลาทั้งหมดของเราหมดไปกับการเดินเล่นรอบๆสวนสนุก ยังดีที่มีบ้านที่ตกแต่งหลากหลายแบบ ทั้งบ้านยักษ์ บ้านคนแคระห์ สวนหิน สระน้ำ นั่นทำให้พวกผมไม่เบื่อเลย

         ยกเว้นที่คาดผมบนหัวผม

         ผมรู้สึกสนิทกับพวกเจริโก้มากขึ้นหลังจากที่ได้ไปเดินเที่ยวกันที่สวนสนุกแห่งนี้ เป็นวันที่ดีจริงๆ

         "เย็นแล้ว เราไปดูพระอาทิตย์ตกตรงชิงช้าสวรรค์นั่นไหม?" มาร์คัสเอ่ยปากชวน

         ผมหันไปมองพวกเจริโก้ ที่โบกมือลาทั้งๆที่ยังไม่ได้ชวน

         "คอนเนอร์ นายไปเถอะ พวกเรากำลังจะกลับแล้ว บาย" นอร์ธพูด ก่อนจะทำท่าออกจากสวนสนุก

         "วันนี้สนุกมาก ขอบคุณทุกคนนะครับ" ผมเอ่ยขอบคุณออกไปด้วยใจจริง

         "เห็นนานยสนุกนอกจากเวลางานก็ดีแล้ว" ไซม่อนพูด "ทำอะไรกับปมบนคิ้วนั่นด้วยนะ คลายๆมันบ้าง"

         "ครับ" ผมยื้ม

         "ไปกันเถอะ" มาร์คัสเอ่ยเร่ง

         หลังจากแยกย้ายกับพวกเจริโก้ ผมกับมาร์คัสก็ไปต่อแถวขึ้นชิงช้าสวรรค์ กว่าจะถึงคิวได้ขึ้น ท้องฟ้าก็เริ่มเปลี่ยนสีเป็นสีแสด

         ผมอยู่ในกระเช้าสองต่อสองกับมาร์คัส เรานั่งตรงกันข้าม แต่ไม่มีใครสักคนสบตากัน พวกเราแค่มองออกนอกหน้าต่าง ดูวิวสวนสนุก เมือง Detroit ท้องฟ้า ก้อนเมฆ อย่างเงียบงัน

         แปลก

         ผมรู้สึกบางอย่างค่อยๆก่อตัวขึ้น บางอย่างที่ไม่สามารถอธิบายได้

         ใบหน้าที่มองเมือง Detroit เต็มไปด้วยความสงบ นัยน์ตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น จมูกโด่งเป็นสัน เส้นกรามเรียวได้รูป สร้างสรรค์ให้คนตรงหน้าผมราวกับประติมากรรมชั้นเลิศของ Cyberlife ที่ส่งให้กับศิลปินอย่างคาร์ล ใบหน้าดุดันราวกับจ่าฝูงหมาป่า ทำให้ผมไม่สามารถละสายตาจากคนตรงหน้าได้

         และดูเหมือนเขาจะรู้ตัว

         "คอนเนอร์ หวังว่าวันนี้จะสนุกนะ" ใบหน้าของมาร์คัสแฝงไปด้วยแววกังวล

         "ครับ สนุกมากเลย" ผมยิ้มตอบ

         "ได้ยินแบบนั้นผมก็ดีใจ" เขายิ้ม

         ช่างเป็นภาพที่สวยงาม

         กับบรรยากาศที่งดงาม

         แต่แล้วหางตาผมก็เหลือบไปเห็นกลุ่มคนจำนวนมากกำลังมุงอะไรบางอย่าง บางส่วนวิ่งออกจากบริเวณนั้น บางส่วนวิ่งออกจากสวนสนุก ราวกับมดแตกรัง

         แปลก

         "มาร์คัสครับ หลังจากลงกระเช้านี่ เราไปดูตรงที่เขามุงกันเถอะครับ"




         'SLAVE'

         ข้อความที่ถูกเขียนด้วย Thirium 310 เด่นหลาบนกำแพง แต่ครั้งนี้ต่างออกไป แม้จะเป็นข้อความเดียวกัน แต่ตัวอักษรกลับต่าง เป็นฟร้อนท์ที่ถูกเขียนด้วย

         Android?

         ผมโทรออกหาแฮงค์ในทันที ก่อนจะกันคนออกจากบริเวณ โดยมีมาร์คัสช่วยอีกแรง

         ด้านล่างเป็น Android เจ้าหน้าที่สวนสนุกที่ลืมตาเบิกโพลง แขนขาบิดเบี้ยว ลำตัวพังเสียหาย

    นี่ไม่ใช่เรื่องเล็กๆแล้ว

    :
    :
    :
    :
    :

    To be continued

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in