ori-noveltomei_tan
[fic]Beyond the sky#05
  • คืนอันเงียบสงัด เป็นครั้งแรก...ที่ได้เหยียบย่างเข้ามาในโบสถ์

    เท้าเหมือนไม่ใช่เท้า ร่างกายที่เหมือนไม่ใช่ร่างกาย มันช่างหนักราวกับพื้นดินจะทรุดตัวลง 

    จากนั้นวิญญาณจะถูกฉุดลงสู่หุบเหวเบื้องล่าง สิงสถิตอยู่ภายใต้คมมีดและเหล็กแหลม

    เงยมองพระผู้เป็นเจ้าถูกตรึงอยู่บนไม้กางเขน สงบนิ่ง สวยงามและดูเศร้าสร้อย คำพูดเจือหัวเราะกลั่นมาจากริมฝีปากซีดขาวและสั่นเทา

    ........................................


    "คุณท่าน ฉันต้องไปข้างนอกแล้ว ตื่นมาฟังก่อนเดี๋ยวไม่ทัน"

    คามิลยื่นหน้ามากระซิบบอกเพื่อนที่กำลังนอนสบายอยู่บนเตียงหลังจากไม่ได้นอนมาราววันครึ่ง คนถูกปลุกตอบรับคำบอกกล่าวด้วยเสียงอือในลำคอ กระทั่งเสียงประตูปิดลงจึงคลายมือจากปืนพกที่ซุกไว้ในอก เขาลืมตามองเพดานห้องของโรงแรมม่านรูดที่ตั้งอยู่ในซอกหลืบของย่านชุมชนแออัดอย่างเต็มตา

    เพดานสีชมพูแจ๋นแสบตา วอลเปเปอร์สีชมพูอ่อนลายหัวใจ ผนังห้องส้วมดันผ่าเป็นกระจก คิดสภาพตอนเห็นเพื่อนใช้แล้วขนลุกขนพองจนต่างต้องเอาหนังสือพิมพ์มาปิด หากไม่ติดว่ามันปลอดภัยและราคาดีคงไม่ย่างเข้ามาหร๊อก เจ้าคนสร้างเซฟเฮ้าส์ก็เหอะ ตั้งใจซ่อนชั้นทั้งชั้นราวต้องการตัดขาดออกจากโลกภายนอกแบบนี้แล้ว จะพิเรนทร์คุมโทนเฟอร์นิเจอร์ข้างในอีกทำไม

    "อืม...."

    ทาเมอร์เลนซุกไซร้ใช้หน้านวล ถูนวดตักที่นอนทับอย่างหงุดหงิดใจเมื่อหมอนมีชีวิตขยับตัว เจ้าของตักสะดุ้งเฮือกตัวสั่นระริก คุณท่านค่อยๆสูดลมหายใจเข้าปอดแรงพร้อมกับยกมือขึ้นง้างสูง เตรียมตะปบจิกหัวสีน้ำตาลเงาสลวยยังกับวิกขึ้นมาเขย่าดูสิว่าถอดได้ไหม แต่พอเห็นใบหน้าติ๋มๆที่กำลังเป็นสุขกับการนอน ก็เปลี่ยนเป็นเอามือลูบผมอีกฝ่ายเล่นแทน

    "ผู้ชายเราน่ะนะ แม่งเป็นสิ่งมีชีวิตที่น่าสมเพชรู้ไหม ตรงที่ว่าอยู่ในที่อีเดียทแค่ไหน ก็สามารถดำรงความอยากในการสืบพันธุ์ได้เพียงแค่การสัมผัส ...กูล่ะเชื่อตัวเองเลย..." 

    รำพึงจบก็เปลี่ยนเป็นฝ่ามือพิฆาต ตบกบาลคนหลับเสียหัวสั่นหัวคลอน

    "เข้าใจก็ลุกได้แล้ว อยากเป็นเมียกูมากเหรอ!"

    เป้าหมายลุกขึ้นอย่างรวดเร็วหลังจากถูกกดสวิตช์ แต่ทันทีที่เปลี่ยนท่าจากนอนมาเป็นนั่ง เจ้าของดวงตาใสก็หันมามองชายอีกคนด้วยสีหน้าแดงอมม่วงดูไม่สู้ดีนัก จากนั้นก็เริ่มกุมขมับครางฮือ

    "ปวดหั ... อ่อก!"

    "!?"

    ไร้คำพูดใดจากหัวหน้าโจรลักพาตัวแสนร้ายกาจ ที่ตอนนี้ทำได้แค่นั่งหน้าบูดทำตัวเป็นกระโถนให้เหยื่อเสิร์ฟโจ๊กธรรมดาไม่ใส่ไข่ไม่ใส่ถุงออเดอร์และออเดอร์เล่า 

    ด้วยความสัตย์จริงที่ตอนนี้อยากยกเท้าขึ้นถีบไอ้หนุ่มหน้ามนคนซื่อตรงหน้ามาก แต่ก็เกรงว่าจะเกิดการกระฉอกน้ำหมักป้าเช็งไปทั่วห้องขึ้น เลยปล่อยให้อีกฝ่ายกระทำการอุกอาจกับร่างกายตัวเองต่อไปให้สมอุรา ให้สาแก่ใจ

    "เฮ้อ ชีวิตกู..."

    เมื่อเจ้าตัวดีเริ่มรู้เรื่องรู้ราวขึ้นมาก็หูลู่หางตก มือขาวประคองปิดปากมองใบหน้าบอกบุญไม่รับของชายอีกคน

    "ดีขึ้นไหม? ถ้าดีก็ดี"

    คุณท่านพูดเสียงต่ำอย่างเซ็งๆพลางยกชายเสื้อลุกขึ้น เดินแอ่นตัวไปด้านหลังพยุงไม่ให้สิ่งสำรอกออกมาหกลงพื้น ก้าวเข้าห้องน้ำซึ่งเต็มไปด้วยหนังสือพิมพ์แปะไว้ตรงผนังโดยรอบ เมื่อเสียงฝักบัวดังขึ้น นายแบบหนุ่มก็เซกายเอื้อมไปยังถุงใส่ข้าวกล่อง

    "...ขอโทษครับ..."  

    ทาเมอร์เลนกล่าวเบาแล้วฉวยเศษเหรียญส่วนหนึ่งใส่กระเป๋าอย่างเบามือ ขณะที่คนในห้องน้ำส่งเสียงหยอกเย้าออกมา

    "รีบหาของใหม่ใส่ท้องเลยนะ"

    คนถูกทักสะดุ้งเฮือก ไม่นึกว่าเสียงฝักบัวก็ดังขนาดนี้แล้ว ยังจะสัมผัสเสียงพลาสติกเบาๆได้อีก มือผอมตัดสินใจหยิบคีย์การ์ดที่ตกอยู่บนเตียงด้วยมือสั่นเทา รอบนี้ถูกจับได้คงไม่จบแค่ถูกตบหน้าหัน แต่ก็ไม่มีโอกาสอื่นอีกแล้ว อีกฝ่ายน่าจะไม่ทันรู้ตัว ร่างผอมสะโหลสะเหลเดินไปทางประตูห้อง แล้วลงมือเคาะเป็นรหัส

    "สวัสดีครับคุณคามิล"

    "อ่าว ลืมอะไรวะ ทำไมกลับมาเร็ว"

    หัวหน้าคนร้ายถามขึ้นหลังจากได้ยินเสียงประตูปิดลง ท่ามกลางการรอที่ไม่มีเสียงใดตอบกลับมาเสียที พาให้หัวใจเต้นตุ้บเป็นจังหวะแรงขึ้นเรื่อยๆ เขารีบกระชากประตูห้องน้ำออกทันที ดวงตาสีดำเบิกกว้าง ริมฝีปากเผยอด้วยความตกใจที่ภายนอกไม่มีใครอยู่ ทั้งลูกน้องและเหยื่อติ๋ม

    .............................................


    ชายผมสีน้ำตาลอ่อนเดินลงบันไดทางหนีไฟมาอย่างโรยแรง ด้วยไม่กล้าใช้ลิฟต์เพราะกลัวว่าเจอลูกน้องทั้งสองคนของคนร้ายเข้า เขาหยุดนั่งพักตรงบันไดเหล็กเล็กน้อยเมื่อถึงชั้นล่าง พื้นดินดูโงนเงนไม่มั่นคงราวอยู่บนเรือเล็ก ปวดท้อง ปวดหนุบไปรอบหัว สถานที่ที่กำลังอยู่ไม่คุ้นตาสักนิดว่าเป็นส่วนไหนของนิวยอร์ก แล้วจะบอกให้ใครมารับได้อย่างไร ถนนสายใหญ่พอจะมีแท็กซี่ผ่านอยู่ทางทิศไหนก็ไม่รู้

    เขาต้องรีบหาทางออก ... ต้องการคนช่วย อะไรก็ได้ แต่ร่างกายไม่ยอมสู้ดั่งใจสั่ง พลันดวงตาก็เหลือบเห็นโทรศัพท์สาธารณะตรงมุมอาคาร จึงรีบเดินหันซ้ายขวาอย่างระแวดระวังตรงไปทางมัน ทาเมอร์เลนหยิบเศษเหรียญที่นำมาด้วยหยอดลงไปด้วยความดีใจระคนโล่งอกคล้ายถึงจุดเซฟในเกมเซอร์ไววัล แต่แล้วรอยยิ้มก็คลายลงเมื่อปลายนิ้วสั่นเทาไม่รู้จะกดลงไปบนเบอร์ไหน

    ...ใคร...
    จะขอความช่วยเหลือจากใครได้......จะมีใครกัน...

    "เรื่องอันตรายแบบนี้ นายต้องโทรหาตำรวจสิทาเมอร์เลน"

    เสียงขำที่ฟังดูขื่นๆเกิดขึ้นหลังการรำพันไร้สาระ เขาเม้มปากสะบัดหัวไล่ความคิดมืดมนที่ชอบเข้ามากัดกินใจออก ให้มันมึนจนคิดอะไรไม่ได้ยังดีเสียกว่า

    ทั้งที่รู้ว่าแก่ใจต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ แต่อาจเป็นเพราะเมาค้าง นิ้วมือจึงเลื่อนไปกดเบอร์โทรศัพท์หาคนๆหนึ่งแทน ...

    ["สวัสดีครับ เอียนครับ"]

    "เอียน ผม...ทาเมอร์เลนนะ"  

    คนโทรไปหากล่าวเบาอย่างเกรงใจ แต่ปลายสายกลับส่งเสียงสูงบ่งถึงความประหลาดใจสวนมา

    ["เทมเล๊นนนน!!!!! นี่นายให้ใครจับตัวไปห๊า~~~ รู้มั้ยนักข่าว-นักสืบ-ตำรวจ-เทศกิจตามหานายกันให้วุ่น~! นายขึ้นข่าวหน้าหนึ่งทุกฉบับทุกวันแล้ว ให้ตายสิ! ฉันโทรไปก็ไม่รับสาย แล้วนี่มันทำอะไรนายบ้างหรือเปล่า รูปสเก็ตซ์คนร้ายหน้าตายังกับมหาโจร ว่าแต่นั่นโจรจริง แฟนคลับ หรือแอนตี้แฟน? โอ้ยย ฉันไม่อยากจินตนาการว่านายจะโดนมันข่มขืน ฆ่า เอาไตไปขาย แล้วข่มขืนซ้ำอีกรอบ อ๊ะ! แต่นายยังไม่ตาย นี่อยู่ในขั้นตอนถูกจับไปขายใช่ไหม ซ่องไหนเดี๋ยวฉันไปรับ ?"]

    "ม...ไม่ ไม่ใช่ ฟังผมพูดบ้าง"  

    เขารีบแย้งเมื่อเพื่อนตื่นตระหนกจนไม่เปิดโอกาสให้ได้พูดบ้าง แต่ขณะเดียวกันความสบายใจก็กลับเข้ามาสู่อก ราวกับเริ่มมีอากาศไหลเวียนรอบกาย

    ["ใช่ๆ พูดเลยๆ"]

    "หมาผม เดซี่กับลาเวนเดอร์ มันยังไม่หิวจนกินกันเองใช่ไหม ?"

    ทาเมอร์เลนกุมหูโทรศัพท์ถามด้วยความเป็นห่วงจริงจัง ทำให้คนฟังนิ่งไป

    ["อ้อ... ฉันเห็นคนเข้าๆออกๆคอนโดนาย กลัวว่ามันจะแท็คทีมลากใครไปกินสักวัน เลยเอามาเลี้ยงไว้ที่ห้องฉันก่อน ไม่ต้องเป็นห่วง พวกมันขุนตัวเองเตรียมให้นายกลับมากอดแน่นๆแล้วล่ะ ว่าแต่นายอยู่ที่ไหน ?"]

    "ไม่รู้เหมือนกัน รอบตัวผมมีแต่บ้านกับตึกที่ดูเงียบๆ ไม่รู้ว่าเขาไปทำงานกันหรือเปล่า แต่มันก็ดูเก่ามากจนไม่น่าจะมีคนอยู่ได้ ข้างๆผมเป็นคลองที่ไม่ค่อยสะอาด กำแพงก็พ่นสีเต็มไปหมดว่า อันนึงอ่านว่าบร็อง...? แต่ผมไม่แน่ใจว่าผมอยู่ที่นั่นจริงๆนะ อ๊ะ โทรศัพท์เตือน แป๊ปนึง"

    เขารีบหาเหรียญหยอดลงตู้ระงับเสียงร้อง แต่มือที่กำลังสั่นพาให้เหรียญส่วนหนึ่งร่วงตกลงพื้นจนต้องก้มตัวลงเก็บ จังหวะเดียวกันนั้นกระสุนปืนนัดหนึ่งลอยวืดผ่านอากาศ เข้าตัดสายโทรศัพท์ขาด ปลายสายตีลงพื้นเบาๆ ผู้หลบหนีค่อยๆเงยตัวขึ้นมองอย่างตื่นตระหนก มือวางหูโทรศัพท์ที่ถูกตัดสายของจริงลงบนแป้นตามเดิม
     
    คู่กรณีไม่ใช่คนร้ายทั้งสามที่รู้จัก แต่เป็นชายร่างสูงโปร่งผิวสีดำแดงดูกรำแดด ใต้ผมสั้นหยักศกสีช็อกโกแลตที่ปรกบังใบหน้าคมเข้ม กลับซ่อนแววตาที่ดุดันราวสัตว์นักล่าภายในดวงตาหรี่ปรือ ตรงแก้มขวานั้นมีรอยแผลไหม้เป็นเส้นตรงชัด บาสเตียนเดินเข้าไปหา ริมฝีปากอิ่มหนาได้รูปขยับพูดด้วยน้ำเสียงเฉื่อยชาฟังดูไม่กระตือรือร้น

    "ใจคอจะหลบกระสุนฉันกี่รอบกันพี่ชาย"

    "เอ๋~?"  

    คุณนายแบบลากเสียงสูง มองคนแปลกหน้าอายุน้อยกว่าที่จู่ๆมาเรียกตัวเองว่าพี่ชาย กำลังสะพายปืนยาวกลับไปประทับบนหลัง แล้วคว้าเชือกออกมาจากกระเป๋ากางเกงพลางย่างสามขุมเข้ามาแทนที่ สัญชาตญาณเตือนภัยอันตรายในหัวทาเมอร์เลนดังขึ้น จนต้องรีบหันหลังเพื่อวิ่งหนี แต่เชือกเส้นนั้นกลับเข้ามาคล้องคอล็อกไว้เสียก่อน

    เวลาดูหนัง ทาเมอร์เลนเคยคิดว่าทำไมผู้เคราะห์ร้ายคนหนึ่งถึงสู้ผู้ร้ายที่รัดคออยู่ด้านหลังไม่ได้ ระยะประชิดขนาดนี้น่าจะศอกหรือเตะถึง แต่ในความเป็นจริง ระยะเวลาจวนเจียนจะขาดอากาศหายใจ ได้นำพาสติให้ขาดหายไปด้วย เขาตื่นตระหนกจนไม่สามารถคิดทำร้ายใครกลับ นอกจากพยายามใช้แรงที่เหลือดึงเชือกที่รัดคอออก เพื่อให้ตนได้มีโอกาสหายใจอีกครั้ง

    นี่คือกำลังจะตายยังงั้นเหรอ?

    "อื้อ!"

    ระหว่างที่ถูกรัดจนใบหน้าชาเจ็บ ร่างของชายด้านหลังก็กระตุกขึ้นแรงพร้อมกับเส้นเชือกที่คลายออกจากคอ ทำให้ผู้ที่ถูกลอบทำร้ายมีโอกาสหายใจทั่วปอดอีกครา ทาเมอร์เลนทรุดร่างลงกับพื้น ไอและหอบแรงเพื่อนำอากาศกลับเข้าปอด พร้อมพยายามคลานหนีให้ได้ไกลมากที่สุด ก่อนพลิกร่างมองเหตุการณ์โดยรวม

    นายแบบหนุ่มมองชายแปลกหน้าเกิดแผลยาวลงมาตั้งแต่ไหล่จนเกือบถึงสะโพก เลือดไหลลงมาจากแนวเสื้อที่ขาดรุ่ย อีกคนที่ยืนอยู่คือคุณท่านที่ทั้งกายเปียกปอน ขาดูสั่นเพราะเพิ่งกระโดดลงมาจากที่สูง มือหนึ่งกำลังกำมีดใบตรงสีดำยาวเกือบฟุต อีกมือกำลังถอดชิ้นส่วนปืนไรเฟิล เสียงโลหะกระทบพื้นบอกได้ว่ามันเป็นของจริง

    "ไม่ต้องทำหน้างง ฉันแค่ไม่ชอบทำเรื่องสนุกเสียงดังๆ"

    ผู้มาใหม่กล่าวพร้อมปลดกระดุมนำเสื้อเชิ๊ตชุ่มน้ำออก บาสเตียนจ้องเขม็งประเมินสถานการณ์ว่าควรถอยหรือสู้ การบาดเจ็บจากการลอบทำร้ายเมื่อครู่สาหัสไม่น้อย แม้จะโชคดีที่เบี่ยงตัวเอาหัวหลบทัน ร่างกายที่เสียหายจนไม่พร้อมขยับ แต่ถึงอย่างนั้นเป้าหมายก็ใกล้แค่เอื้อม

    ไม่ต้องมีสัญญาณหรือคำพูดใด นักฆ่าจากซิลเวเชียตัดสินใจหยิบปืนพกขึ้นมาจากหลังสะโพก พร้อมๆกับคุณท่านที่ฟาดเสื้อเปียกใส่หน้าอีกฝ่าย ระหว่างชะงักเสียจังหวะ บาสเตียนก็ถูกเข่าที่ตามมากระแทกใส่กลางอกอย่างแรง แล้วการโรมรันก็เริ่มขึ้น

    ในช่วงระยะเวลาสั้นๆที่หมัดและเท้าแลกกันอย่างมวยข้างถนน อาวุธปืนในระยะประชิดช่างใช้ยากเมื่อเทียบกับใบมีด ลูกปืนที่ลั่นเฉียดศีรษะไม่ได้ทำให้สีหน้าของคู่ต่อสู้เปลี่ยนไปสักนิด ตรงกันข้าม ผู้ชายลาตินคนนั้นดูสนุก

    การเสียเปรียบจะตกอยู่กับผู้ที่บาดเจ็บก่อนเสมอ ชายที่มีรหัสพีเองก็เช่นกัน เขากุมแผลอยู่บนพื้น มองปืนพกในมือถูกยึดและโยนทิ้งอย่างไม่เห็นค่าอีกครา ความหวาดหวั่นเริ่มเข้ามาครอบครอง

    ตั้งแต่เด็กบาสเตียนถูกฝึกให้เป็นผู้ล่า ทุกคนจะค่อยๆล้มลงต่อหน้า จนเฝ้าทอดถอนใจว่าสิ่งชีวิตมันก็แค่นี้ หายใจจนกว่าเขาจะเป็นฝ่ายกำหนดว่าใครจะหยุดลง ตอนนี้ใบหน้าเฉยชาเริ่มแสดงอารมณ์ เขากัดกรามแน่นแล้วยกยิ้มมุมปาก ทว่าแววตามาดร้าย

    "มาสิวะไอ้ขี้โกง..."

    "เชิญชวนได้เซ็กซี่มาก ใจละลายเลย หึหึ"

    ผู้เป็นนักฆ่าย่อมไม่เคยอยากลิ้มรสชาติของคมมีดใด ฟันเลื่อยตรงสันมีดนั่นคงเจ็บไม่น้อยหากถูกแทงผ่าน แต่บาสเตียนก็เลือกจะยกแขนขึ้นกันเมื่อมันกำลังพุ่งตรงมายังหัวใจ หากสบโอกาสอาจพลิกมาเป็นฝ่ายได้ครอบครองอาวุธเสียเอง แต่พริบตาที่เห็นรอยยิ้มเย็น เขาก็รู้ว่าคาดการณ์ผิดไป ฝ่ายนั้นพลิกข้อมือกระชับมีดสีดำแน่น เบี่ยงตัวบิดเอวกลับเพื่อเตรียมฟันแทน เพื่อเปลี่ยนเป้าหมายเป็นคอของเขา

    ท่วงท่าการจัดระเบียบของร่างกายช่างดูสวยงามและน่าเกรงขาม เรียกความตื่นกลัวให้กลับคืน เพราะเผลอตัวยกแขนขึ้นขณะกึ่งนั่งอยู่บนพื้นจึงไม่อาจรักษาสมดุลให้เปลี่ยนท่าพอจะหลบหนีได้ แค่เสี้ยววินาทีเขาจะต้องเสียคอให้กับชายผู้มีดวงตาเย็นชาตรงหน้า เมื่อแสงสะท้อนของโลหะเคลื่อนมาใกล้ ก็คล้ายกับได้ยินเสียงหัวเราะของมัจจุราช ใบหน้าของคนที่คิดคำนึงถึงตลอดเวลาผุดขึ้นมาในใจ เขาหลับตาลงเพื่อเห็นเธอคนนั้นชัดขึ้น

    เพราะมันยาวนานเกิน นักฆ่าหนุ่มจึงลืมตาอีกครา ภาพตรงหน้าคือองค์ชายรัชทายาทที่กำลังตะครุบกอดแขนที่ถือมีดเพื่อช่วยตนไว้

    "ทำบ้าอะไร คนกำลังจะเข้าด้ายเข้าเข็ม!"  

    คุณท่านโวยอย่างตื่นตระหนกพยายามสะบัดแขนให้อีกฝ่ายปล่อยมือ ท่ามกลางความเป็นความตายเช่นนี้ถูกขัดสักนิดอาจหมดสิทธิ์รอดได้ง่ายๆ ตาคมกล้าจับตามองไปทางคู่ต่อสู้ที่กำลังเดินกึ่งวิ่งเซไปเก็บปืนพกที่ตกอยู่ไม่ไกล

    "คุณนั่นแหละบ้า! อย่ามาฆ่าคนง่ายๆแบบนี้นะ!"

    "ถ้าฉันบ้าแกก็โง่ล่ะว้อย!"

    คุณท่านร้องเสียงหลงโยนมีดจากมือขวาเปลี่ยนไปอยู่ในมือซ้าย พร้อมรวบร่างของอีกฝ่ายมากอดแน่นพาหลบกระสุนปืนที่ยังคงพุ่งเป้ามาที่ทาเมอร์เลน แล้วโต้กลับด้วยการเสือกคมมีดเข้าไปยังสีข้างของศัตรูและดึงออกอย่างรวดเร็ว คนในอ้อมกอดรับรู้ได้ถึงของเหลวอุ่นๆกระเซ็นใส่กลางหลัง ความหนาวเย็นกลับแล่นขึ้นจากปลายเท้า 

    "พระเจ้าช่วย...นี่มัน...จริงเหรอนี่"

    ใบหน้าของนายแบบหนุ่มค่อยๆหันกลับไปมองเหตุการณ์ด้านหลัง ท้องไส้เริ่มปั่นป่วนเมื่อเห็นของเหลวสีแดงฉานของชายแปลกหน้าไหลลงอาบพื้นเรื่อยๆไม่ต่างจากเปิดก๊อกน้ำทิ้งไว้ มันชวนอาเจียนแต่ก็ไม่มีสิ่งใดที่จะขย้อนออกมาได้อีก เขาออกจากอ้อมกอดนั่นก่อนถอดเสื้อตัวเองออกด้วยมือที่สั่นเทา ทาเมอร์เลนเข้าไปหาผู้ที่ถูกทำร้ายเพื่อจะกดแผลให้ แต่กลับถูกจับท่อนแขนหยุดไว้

    "ถ้าจะโง่ก็ให้มันน้อยหน่อย! มันมาฆ่านายแล้วจะไปช่วยมันทำไม!"

    "ผมรู้! แต่ว่าตอนนี้เขาทำไม่ได้แล้ว! แต่ถ้าปล่อยไว้เขาจะตาย ถึงจะป้องกันตัวแต่คุณก็เป็นฆาตกรไม่ได้ เข้าใจไหม! โอ้ย ผมจะสื่อยังไงให้คุณเข้าใจผมดีเนี่ย ขอร้อง..เห็นแก่พระเจ้า มนุษยธรรม เห็นแก่...แก่ เห็นแก่อะไรก็ได้! เอาเป็นว่าช่วยเขาก่อน แล้วคุณจะว่ายังไงต่อ ผมยอมหมดทั้งนั้นแหละ!"

    คนเพิ่งถูกประทุษร้ายกำหมัดตะโกนเถียงกลับปากคอสั่น ลิ้นพันกันจนฟังได้ไม่ถนัด ทั้งความกลัวทั้งตกใจประทังประเทเข้ามาจนไม่อาจเรียบเรียงคำพูดให้เป็นประโยค ผู้ที่อุตส่าห์เสี่ยงตายเข้ามาช่วยถึงกับอึดอัดจนต้องเอาอุ้งมือกดหน้าผากแก้กลุ้มหมุนตัวไปครึ่งรอบ นี่ถ้าไม่อนุญาตคงได้กลายเป็นผู้ร้ายเกรดพรีเมี่ยมทันที คุณท่านครวญอย่างอารมณ์เสีย

    "ความบัดซบกำลังมานัดพบกันในชีวิตกู ... เออ ได้ พ่ออยากทำอะไรทำเลย!"

    เพราะไม่สามารถเข้าถึงตรรกะมักเกิ้ลได้ จึงยอมปล่อยมือให้อีกฝ่ายได้เข้าไปช่วยเหลือสมใจ แต่นัยน์ตาหงส์กลับเห็นภาพผู้ที่นอนจมกองเลือดอยู่ ตะเกียกตะกายเลื่อนมือไปจับปืนสั้นที่ตกอยู่ไม่ไกลด้วยแววตาไม่ยอมแพ้ เช่นนั้นความโกรธก็พุ่งขึ้นมา คุณท่านจึงจับบ่าของคนที่กำลังนั่งปฐมพยาบาลอยู่ให้ถอยห่างไปด้านหลัง ก่อนบิดเอวยกขาเตะย้ำไปที่แผลของคนเจ็บ ร่างนั้นกลิ้งไปกับพื้นพร้อมกับเลือดที่ทะลักไหล

    สายตาเย็นชาที่มองไปยังผู้ที่นอนอยู่ทำให้ทาเมอร์เลนชะงัก ร่างเพรียวของหัวหน้าคนร้ายเดินไปเก็บปืนพกนั้นไว้กับตัวก่อนจะก้มมองบาสเตียนแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงปนเยาะเย้ย

    "กับคนที่ขอร้องชีวิตให้ยังจะเอาไม่เลิกแบบนี้ กูว่าไม่ใช่ล่ะ.. ถ้าจะยึดติดกับคำสั่งขนาดนี้ รีบเกิดใหม่ไปเป็นอย่างอื่นไม่ดีกว่ารึ"

    บาสเตียนเห็นบางอย่างวูบไหวอยู่หลังกระจกตาของผู้พูด นั่นเป็นคำกล่าวให้กับใคร อยากจะถามนักแต่ก็ไร้เรี่ยวแรงที่จะกล่าว ภาพทั้งหมดกำลังถูกบดบังด้วยเปลือกตาที่กำลังค่อยๆตกลงมาปิด ริมฝีปากสีซีดจางพะงาบช้าราวกับช่วยพยายามสูดอากาศเข้าไป ทุกอย่างเบาลงและกำลังจางหาย ยกเว้นแต่คำถามในใจที่ยังคงอยู่


    ................................................


    "นี่มันเกิดบ้าบออะไรขึ้นวะ?"

    ซามูเอลหยิบแผงวงจรคีย์การ์ดที่ถูกยิงและแงะจนหลุดมาโยนเล่นกลางอากาศ พลางเท้าสะเอวถามทาเมอร์เลนซึ่งกำลังนั่งเจี๋ยมเจี้ยมก้มหน้างุดตัวเปื้อนเลือดอยู่บนเตียงไม่ยอมสบตา คามิลโยนชุดสูทสีดำใส่เพื่อนก่อนที่ฝ่ายนั้นจะสติหลุด จนเอาก้อนเหล็กในมือปาใส่หัวนายแบบหนุ่ม

    "ไปเปลี่ยนชุดก่อนเถอะแซมเดี๋ยวไม่ทันเวลา แผนเราจะเสียหายหมด คุณท่าน ชุดนายฉันวางไว้นี่นะ"  

    ชายนัยน์ตาจิ้งจอกตะโกนบอกผู้ที่กำลังอาบน้ำอยู่ อีกฝ่ายปิดฝักบัวแล้วเดินเช็ดผมออกมา หยดน้ำไหลลงบนไหล่กว้างไปตามโครงร่างแกร่ง บนตัวมีแค่ผ้าขนหนูผืนเล็กที่ยาวแค่คืบพันเกาะสะโพกไว้ ผิวสีน้ำผึ้งตอนนี้เข้มขึ้นจากความอุ่นของน้ำ ผมเปียกๆขับให้ดวงตาเป็นประกายมากกว่าเดิมขึ้น

    "ห้องน้ำว่างแล้วก็เข้าไปอาบ เอาให้ว่องๆ"  

    คุณท่านตะโกนบอกพลางโบกมือไล่เจ้าตัวยุ่งเข้าไปทำธุระต่อ ทาเมอร์เลนเข้าใจว่าคนพวกนั้นคงจะอยากใช้เวลาในการวางแผนรอบสุดท้าย ก่อนจะเตรียมตัวหนีโดยที่ไม่มีเขาอยู่ฟังด้วย 

    ขี้โกงชะมัด...เขาเองก็มีเรื่องมากมายที่อยากถามทุกคนอยู่เหมือนกัน

    นายแบบหนุ่มย้ายมวลกายเข้าไปอาบน้ำตามสั่ง เสียงน้ำไหลซ่ากับละอองน้ำที่กระทบกายสร้างความผ่อนคลายได้อย่างน่าประหลาด ความกังวลเหมือนถูกชะล้าง และเมื่อฟอกสบู่ไปได้ครู่หนึ่ง เสียงงึมงำเบาของคนทั้งสามก็ดังขึ้นตามคาด แต่ถึงจะพยายามหรี่ฝักบัวให้เบาลงก็ยังจับประโยคอะไรไม่ได้อยู่ดี 

    ['ขึ้นข่าวหน้าหนึ่งทุกฉบับทุกวันมาเกือบอาทิตย์แล้ว']

    คำพูดของเอียนลอยขึ้นมาในหัว เขาจึงรีบหันไปมองหนังสือพิมพ์ที่ปิดกระจกใสอยู่ ดวงตาพยายามไล่หาหน้าข่าวที่เกี่ยวกับตัวเองไปรอบห้องน้ำ ก่อนจะหยุดอยู่ที่หนังสือพิมพ์หน้าหนึ่งซึ่งเขียนชื่อตนเอาไว้ บางส่วนของหน้าถูกกระดาษแผ่นอื่นทับ จะเอามันออกมาดูก็ไม่ได้เพราะปิดไว้จากด้านนอก

    "ซิลเวเชียตั้งอยู่ในทะเลแปซิฟิกเหนือ การเดินทางคมนาคมส่วนใหญ่ใช้ทางเรือเป็นหลัก ปัจจุบันปกครองโดยระบบกษัตริย์และกำลังเริ่มใช้ระบบประชาธิปไตย โดยปัจจุบันมีนายกหนุ่มชื่อนิโคไล เลนน์สทราน ..."

    แคว่ก!

    คนในห้องน้ำสะดุ้งโหยงเมื่อกระดาษหนังสือพิมพ์ถูกดึงออกแล้วเห็นเป็นหน้าคามิล ฝ่ายนั้นส่งยิ้มให้ก่อนจะเข้าไปจัดการแกะแผ่นอื่นๆต่อ จนทาเมอร์เลนต้องรีบกระโจนคว้าเสื้อคลุมอาบน้ำมาใส่ พอออกมาถึงเข้าใจว่าแสงไฟในห้องน้ำทำให้เห็นเงาว่าคนที่อยู่ข้างในกำลังทำอะไรอยู่ อีกฝ่ายคงเห็นว่าตนทำตัวน่าสงสัย...

    "ทำอะไรวะคามิล"  

    ซามูเอลเอียงคอมาถามขณะสาละวนกับเนคไท คนถูกถามยิ้มตอบ

    "ช่วยแกะกระดาษหนังสือพิมพ์น่ะแม่บ้านจะได้ไม่ต้องทำงานหนัก"

    "เพี้ยนว่ะ แกยังไม่ได้อาบน้ำไม่ใช่เหรอ ?"

    "ไม่เป็นไร ถ้าไม่ต้องเป็นฝ่ายมองเอง ฉันก็ไม่ถือ"  

    คามิลพูดพร้อมพับกระดาษหนังสือพิมพ์และหนังสือแนะนำการท่องเที่ยวทั้งหมดลงในกระเป๋าผ้าสีขาวมอๆ ก่อนจะเข้าไปอาบน้ำต่อในห้องกระจก ถุงผ้านั้นมีโน้ตบุ๊คอยู่ด้วย ระหว่างที่ทาเมอร์เลนกำลังเหม่อลอยคิดอะไรอยู่ ก็มีมือหนึ่งตะปบหัวเขาดังปั่บ

    "ฮิวด์ มาผูกไทให้เฮียหน่อย"

    หัวหน้าคนร้ายเรียกพร้อมกระแทกตัวนั่งลงบนเตียงอย่างเหนื่อยใจที่ตีกับเครื่องแต่งกายไม่ชนะ ก่อนจะส่งยิ้มยวนยักคิ้วให้ข้างหนึ่งให้เมื่อเห็นอีกฝ่ายมองค้างไป  

    "คิดไม่ถึงล่ะสิว่าจะหล่อขนาดนี้"

    คนถูกแซวถึงกับมองบน อมขำนิดๆให้กับขุนโจรที่ยอมโกนหนวดโกนเคราเสียเกลี้ยงเกลาดูอ่อนเยาว์และลดความน่ากลัวลง มือขาวจับเนคไทของคู่สนทนาให้เข้ามาใกล้แล้วก้มหน้าก้มตาผูกให้ 

    คุณท่านสังเกตว่าริมฝีปากของตัวห่างจากหน้าผากของทาเมอร์เลนไม่กี่เซน จึงพยายามหดคอเม้มปากกลับคืนมา และเมื่อเหลือบลง แพขนตาที่เรียงอยู่รับกับสันจมูกที่ลาดสวยกระพริบเบาเป็นครั้งคราว ช่างดูบอบบางราวกับปีกผีเสื้อที่โบยบิน ช่างเป็นภาพที่สร้างความตะขิดตะขวงใจอย่างประหลาดจนต้องเฉตาออกด้านข้าง

    "คุณชอบแทนตัวเองว่าพี่ ทำให้ผมสงสัยว่าความจริงคุณจะอายุมากกว่าผมเท่าไหร่"

    "ฉันเพิ่ง 28 เมื่อเดือนก่อน"

    คำตอบทำเอาคนถามมองอย่างเหลือเชื่อ ไม่คิดว่าผู้ที่ดูเจนสังเวียนชีวิตขนาดนั้นจะอายุมากกว่าตัวเองแค่ปีเดียว ชายผิวแทนวางนิ้วกลางลูบไปตามเนคไทที่ผูกเสร็จ มันคงจะสวยงามถูกใจจึงได้ผิวปากให้กับผลงาน 

    "อ้อ ชุดนายพาดอยู่ตรงเก้าอี้"

    หัวหน้าคนร้ายบอกพลางคว้าเสื้อสูทสีดำมาใส่ทับแล้วกระโดดขึ้นไปยืนบนเตียง บิดตัวซ้ายขวาส่องดูความเรียบร้อยของเครื่องแต่งกายกับกระจกที่ติดอยู่บนหัวเตียง เตรียมฟังเสียงโวยของเหยื่อที่จะเกิดขึ้นในอีกสองวินาทีข้างหน้า

    "นี่มันชุดกระโปรงนี่นา"

    ชายผมสีน้ำตาลอ่อนชูชุดเดรสสีครีมอ่อนและเครื่องประดับในมือ

    "เขาเรียกชุดคลุมท้องของพวกไฮโซ"

    "ผมไม่ได้ท้องสักหน่อย!" 

    "เป็นนายแบบที่ขี้โวยวายจังน้ากับแค่เรื่องชุดแค่นี้ รีบใส่สิ ไหนบอกว่าถ้าเฮียช่วย จะยอมทำทุกอย่างไม่ใช่เหรอ"

    พูดจบคนแสนยียวนกวนประสาทก็ขยับมือขึ้นลงในอากาศราวช่วยตัวเองอยู่พลางหัวเราะร่า ว่ากันตามตรงทาเมอร์เลนไม่เคยชอบมุกเสื่อมๆและใต้สะดือของอีกฝ่ายเลยสักมุก แต่รอยยิ้มร่าเริงที่มาจากใจอย่างแท้จริงนั้นช่างมหัศจรรย์ ที่พาให้ความขุ่นข้องหมองใจมลายลงเมื่อพบเห็น เจ้าตัวคงไม่รู้หรอก 

    ... นายแบบหนุ่มพยักหน้าอย่างยอมๆ ... อยากแกล้งก็ให้แกล้ง 
      
    "ช่วยอะไรวะ?"  

    ซามูเอลถามขึ้นกลางปล้องโดยไม่เงยหน้าขึ้นมามองเพราะยังคงทะเลาะกับเนคไทอยู่ คุณท่านเลิกคิ้วสูงมองไปทางนายแบบหนุ่มอย่างกรุ้มกริ่ม เป็นเชิงถามว่าให้เขาตอบอะไรไหม แต่เพราะรู้ว่าประโยคต่อไปต้องเป็นการพูดอะไรสักอย่างที่ดูสองแง่สองง่ามแน่ๆ จึงพยายามส่งตาขวางข่มขู่ขณะยัดหุ่นทรงตรงให้เข้าไปในชุดกระโปรง หัวหน้าคนร้ายจึงตอบออกมาเป็นเสียงหัวเราะแทน

    ..............................................

    tbc


Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in