noveltomei_tan
[fic]Beyond the sky#01
  • ตื่น ทำงาน กินข้าว นอน

    ชีวิตคนเราก็เท่านี้ ซ้ำไปวนมา แม้จะน่าเบื่อแต่ก็สงบสุข

    มันเป็นเช่นนี้ตั้งแต่แรก และคงเป็นเช่นนี้เรื่อยไป ตราบจนไม่มีใครให้งานทำล่ะมั้ง ?

    ...ได้แต่คิดเช่นนั้นจนถึงเมื่อครู่...





    "ไงไอ้หนุ่ม ตื่นแล้วเหรอ ?"

    ผู้ชายละตินแปลกหน้าทักอย่างยียวน พร้อมเคลื่อนหน้าแปลกๆให้เข้ามาในทัศนวิสัยคนเพิ่งฟื้น

    ดวงตาสีดำคู่นั้นเต็มไปด้วยประกายเจ้าเล่ห์เจ้ากล มุมปากที่ยกหยักยามยิ้มพาให้ไรหนวดและเคราบางบนใบหน้าคร้ามเข้มเปลี่ยนไปในทางกวนอารมณ์ขึ้น

    ผู้ฟังที่ถูกมัดติดเก้าอี้ปรือตาลอยค้างกลางอากาศ ประมวลคำถามภายใต้อาการปวดหนึบของศีรษะ ระหว่างที่ต่อมระแวงภัยค่อยๆดังขึ้นอย่างกับนาฬิกาปลุกที่ไร้ปุ่มสนู้ส

    ที่นี่ที่ไหน? คนๆนี้เป็นใคร? แล้วทำไมหัวถึงหนักอย่างกับใครเอาเต่ามาวางไว้บนศีรษะ ชายผู้เคราะห์ร้ายพยายามนึกทบทวนเหตุการณ์ก่อนหน้า

    ใช่...

    เมื่อเช้านี้ ในต้นฤดูหนาวของมหานครนิวยอร์กที่เต็มไปด้วยสายลมแรงแห้งผาก อากาศสุดแสนประสงค์ร้ายกับสภาพผิว เส้นผม ตลอดจนฉากที่เซตไว้ เหล่าสตาฟจึงเลือกทำงานในสตูดิโอกว้างขวางไร้หน้าต่างแทน

    .............................


    ท่ามกลางบรรยากาศวุ่นวายที่เต็มไปด้วยสีสันในกองถ่าย เสียงของทีมงานเจือไปกับเสียงชัตเตอร์ แสงไฟส่องกระทบร่างของนายแบบหนุ่มในชุดสูทราคาแพงพอกับรถยนต์คันหนึ่ง ดวงหน้างามที่ผสมผสานกันระหว่างเอเชียและยุโรปนั้นดูสูงศักดิ์ เมื่อไร้รอยยิ้ม เขาดูเหมือนตุ๊กตาพอร์ซเลนสูงค่าที่กำลังเต้นรำอยู่กลางท่วงทำนองจากอีกโลกหนึ่ง ที่ไม่มีมนุษย์ธรรมดาคนใดสามารถได้ยิน

    "พักสิบนาทีครับ"

    ช่างภาพตะโกนขึ้นเพื่อให้บรรดาเพื่อนร่วมงานได้พักทำธุระระหว่างที่เช็ครูปและเปลี่ยนฟิล์ม ขณะที่สต๊าฟวิ่งวุ่นกับการเตรียมฉากให้พร้อมก่อนถ่ายเซตใหม่ พนักงานเสิร์ฟน้ำซึ่งทำหน้าที่อย่างขะมักเขม้นจนถึงเมื่อครู่กลับได้แต่ยืนละล้าละลัง ไม่กล้าเข้าไปทางชายที่กำลังนั่งอ่านจดหมายอยู่ตรงโซฟาซึ่งจัดเตรียมไว้สำหรับนายแบบโดยเฉพาะ

    พื้นที่เล็กๆนั้นช่างดูสงบนิ่งราวเป็นอีกมิติหนึ่ง กริ่งเกรงว่าผู้ที่นั่งพักอยู่จะแสดงความไม่พอใจหากถูกรบกวน แต่แล้วใบหน้าหล่อเหลาก็หันมาส่งรอยยิ้มชื่นตาให้กับผู้ที่ยืนนิ่งค้าง แล้วยื่นมือไปรับเครื่องดื่ม

    "ขอบคุณครับ"

    เพียงเท่านี้ ฤดูใบไม้ผลิก็เกิดขึ้น

    วันนี้ ทาเมอร์เลน ฮิวเดแบร ซุปเปอร์โมเดลของแจสเปอร์กรุ้ป กำลังถ่ายแบบโฆษณาให้กับชุดสูทยี่ห้อหนึ่ง ที่เจ้าตัวไม่แน่ใจว่าจะออกเสียงได้ถูกอักขระหรือไม่ แต่คุณแมรี่ผู้จัดการส่วนตัวที่เพิ่งขอลาคลอดเมื่ออาทิตย์ก่อนทิ้งคำแนะนำไว้ ว่าถ้าจำอะไรไม่ได้ให้อยู่นิ่งๆ เพราะท่าทางที่ทำให้เขาดูภูมิฐานที่สุดคือปิดปากเงียบ แล้วออร่าชนชั้นสูงที่ไม่รู้ระเหยออกมาจากไหน จะแผ่เข้าปกคลุมจนไม่มีใครกล้าถามอะไรจุกจิกเอง

    ...ก็ฟังการ์ตูนไป

    แต่เหนือสิ่งอื่นใดในเวลานี้ เขากำลังรอเวลาพักเบรคช่วงกลางวันอยู่ กองถ่ายจะเลี้ยงโอเบนโตะจากภัตตาคารญี่ปุ่น ที่ขึ้นชื่อในเรื่องความอร่อยและแคลอรี่ต่ำมาให้ ช่างเป็นความสุขเล็กๆของคนทำงานแท้ๆ

    "นายไปอยู่ไหนเอียน เหย ท้องเสีย!? บ้าแล้วทำไมต้องเสียวันเน้ รีบๆถ่ายท้องแล้วมาถ่ายแบบที่นี่ต่อเลย หืม ไม่ได้? นายจะใช้ผ้าอ้อมผู้ใหญ่หรือใช้พลังเหนือธรรมชาติรูปแบบไหนก็ได้แต่ห้ามพูดว่าไม่ได้! รีบมาที่นี่เดี๋ยวนี้!”

    ใบหน้าหวานแลสะอาดสะอ้านละจากจดหมายของแฟนคลับหันมอง โอลิเวอร์ ลีแซน ผู้จัดการชั่วคราวของเขากับ เอียน ชาโดช์ เพื่อนร่วมสังกัดโมเดลลิ่ง ที่กำลังเด้งขึ้นเด้งลงเป็นเพลี้ยกระโดด เดินไปคุยกับสตาฟต่างชาติที สักพักก็โทรศัพท์ไปเร่งเอียนที เห็นแล้วสงสารเพื่อนอย่างบอกไม่ถูก ทำได้แต่ยิ้มแห้งๆ

    "หรือจะต้องแคนเซิลงานเสียแล้ว"

    คุณผู้จัดการยกมือขึ้นลูบหน้าปะจมูกกับเหตุสุดวิสัย ทำเอาผู้ที่กำลังตั้งใจฟังอ้าปากค้าง ทาเมอร์เลนลุกขึ้นจากโซฟา

    "เดี๋ยวผมขอตัวไปสูดอากาศข้างนอกสักครู่นะครับ"

    ภาพการเดินออกจากสตูดิโอไปด้วยท่าทีเรียบเฉยคล้ายกำลังสะกดกลั้น ช่างสะเทือนขวัญผู้พบเห็น นอกจากใบหน้ามูลค่าสูงที่กำลังถูกทำลายด้วยการมุ่นคิ้ว ชนิดที่ว่าบริษัทประกันเห็นคงเข่าทรุด แต่เหนือสิ่งอื่นใดไม่มีใครต้องการมีเรื่องกับลูกรักของเจสเปอร์เอนเตอร์เทรนเมนต์กรุ้ป บริษัทเส้นใหญ่ของอเมริกาที่ผลิตนายแบบชั้นแนวหน้ามานักต่อนัก

    แท้ที่จริง หนุ่มกินพืชแสนเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างทาเมอร์เลน แค่กำลังหามุมสงบปลอดเสียงรบกวนโทรปรึกษาคุณเจสเปอร์ ถ้าเทียบกับผู้จัดการลีแชนซึ่งเพิ่งทำงานไม่นานแล้ว ทาเมอร์เลนที่อยู่ในวงการนี้มาตั้งแต่เด็กก็มีระบบจัดการและเส้นสายที่ดีกว่า ยังไงเสียคอนเซปนี้เขาถ่ายกับเพื่อนแบบไม่ได้เห็นหน้าพร้อมกัน จะให้เลื่อนวันคิวเขาก็เต็มมาก งานนี้อาจลงเอยที่ให้รุ่นน้องสักคนมาช่วยถ่ายแทนคนท้องอ่อนแอ

    "คนที่ไซส์พอๆกับเอียนเหรอ..."

    เสียงใสเปรยเบาขณะใช้นิ้วดีดฝาโทรศัพท์มือถือพับให้เปิดออกเพื่อดูรายชื่อรุ่นน้องในสังกัด พวงกุญแจกระต่ายสีชมพูผิดภาพลักษณ์แกว่งไปมาตามจังหวะการเดิน ขาเรียวมุ่งหน้าไปยังเก้าอี้ตรงสนามหญ้าข้างตึกสตูดิโอ

    ท่ามกลางสายลมเย็นพัดที่ละเหล่าใบไม้ในสวนซึ่งเริ่มแห้งกรอบ และแสงแดดรำไรที่ขับร่างในชุดขาวให้สว่างราวกับรูปสลักหินอ่อน มีบางอย่างทำให้ดวงตาสีบรั่นดีละจากโทรศัพท์

    อาจเป็นเพราะเสียงเรียกของกิ่งไม้ จึงทันได้เห็นชายคนหนึ่งซึ่งกำลังดึงปีกหมวกแก๊ปให้ต่ำเพื่อปิดซ่อนดวงตาดำขลับลึกลับ และก้มหน้าก้มตาเดินเลี้ยวเข้ามุมตึกหนึ่งอย่างรีบร้อนราวกำลังหนีบางสิ่ง แม้เป็นเสี้ยวเวลาราวนกบินผ่าน แต่ก็สัมผัสได้ถึงแรงดึงดูดที่บีบให้ใจเต้นรัว

    "ผู้ชายคนนั้น ...เท่จัง"

    นายแบบหนุ่มออกจากตึกแล้ววิ่งตามไป เป็นครั้งแรกที่อยากลองทาบทามคนไม่รู้จักเข้าทำงาน และเขามั่นใจอย่างบอกไม่ถูกว่าอีกฝ่ายจะต้องโด่งดังมากในภายหลัง

    ฝีเท้ากระชั้นจากเดินเป็นวิ่ง คนในชุดสูทเลี้ยวเลาะไปตามทางอย่างรวดเร็วด้วยความคุ้นเคยกับซอกตึกในถิ่นตัวเองดี ทาเมอร์เลนเป็นคนความจำไม่ค่อยดี เว้นแต่เรื่องถนนหนทางที่ผ่านสักครั้งก็จำได้แม่นยำ จากการหลบหลีกแฟนคลับและปาปาราซซี่บ่อยๆ

    แต่แล้วจู่ๆก็ถูกแรงมหาศาลเหวี่ยงจนหลังกระแทกผนังดังอั่ก คนที่ทำร้ายเขาเป็นบุคคลที่กำลังตามอยู่

    “ยกมือขึ้นสูงเลย หากไม่อยากทัศนาไส้ตัวเอง”

    สิ้นคำขู่ นายแบบหนุ่มถึงกับสะดุ้งโหยงรีบยกมือสุดแขนไม่มีอิดออด ตาเหลือบลงมองปืนพกสีดำขลับกำลังกดเข้าไปบนหน้าท้องตัวเอง ความตื่นตระหนกพลุ่งพล่านจนได้ยินเสียงหัวใจเต้นข้างหู เขาพยายามตั้งสติ บางทีมันอาจเป็นรายการล้อกันเล่น ... แต่รายการพวกนี้คงทำให้ใครสักคนอยากตามคนที่ไม่รู้จักขึ้นมาอย่างฉับพลันไม่ได้หรอก

    ทาเมอร์เลนมองอีกฝ่ายสำรวจร่างของเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้วนัยน์ตาใต้ปีกหมวกแก๊ปก็ค่อยๆคลายความแข็งกร้าวลงและมีแววสงสัยระดับประหลาดใจเข้ามาแทนที่ ฝ่ายนั้นพูดอีกครั้งด้วยเสียงทุ้มต่ำ

    "แกตามมาทำไม"

    “เอ่อ...”

    โดนสัมภาษณ์ในสถานการณ์ที่ไม่ปกติเช่นนี้ก็ไม่รู้ว่าจะตอบยังไงให้ถูกใจ เขาแค่อยากทำงานให้เสร็จ กินอะไรดีๆอร่อยๆ กลับบ้านไปให้อาหารหมาและเข้านอนเหมือนทุกวัน มันเป็นอาชีพที่โอเค และเขาเห็นว่าอีกฝ่ายก็ดูดีน่าชวนไปทำงานร่วมกัน แต่ท่าทางผู้ชายที่ดูอันตรายตรงหน้าคงไม่อยากฟังคำตอบเท่าไร ถึงเอ่ยขึ้นเหมือนพูดกับตัวเองเสียมากกว่า

    "หน้าตาดี แต่งตัวแพง ดูมีการศึกษา บ้านคงร่ำรวยสินะ"

    "ก็ไม่เท่าไหร่หรอกครับ"

    “ตอบดีฟังดูมีฐานะ โอเค พี่ให้ผ่าน”

    ว่าจบภาพทุกอย่างก็ดับวูบไป เมื่อสันมือที่มีถุงมือหนังหุ้มอยู่ลงแรงไปที่ปลายคางของคนถูกกระทำอย่างไม่ได้ตั้งตัว จากนั้น....

    ...เจ้าชายแห่งวงการแฟชั่นก็มานั่งและถูกมัดเป็นปูม้าอยู่ที่นี่ด้วยปุ่มโกลเดนท์ บัซเซอร์...


    "งื้ออออออออออ"

    "ออ โทษทีเดี๋ยวดึงให้"

    ชายแปลกหน้าบอกพร้อมกำชับมีดทหารสีดำยาวเกือบเท่าแขนในมือ คมมีดนั้นน่าหวาดเสียวว่าจะบาดโดนผิวให้ของใช้ประกอบอาชีพเสียหาย "แต่ก่อนอื่น - อย่าส่งเสียง ตุกติกพ่อจิ้มซอสทะลัก ยังไม่อยากทำความสะอาด ขี้เกียจ เข้าใจนะ"

    พูดจบก็เอาหน้ามีดเย็นๆตบแก้มหนักๆอีกสองทีเป็นการขู่สำทับ พอเทปผ้าถูกกระชากออกก็ทิ้งรอยปื้นแดงไว้บนหน้า ความเจ็บพาให้ดวงตาของเหยื่อรื้นไปด้วยน้ำตา ริมฝีปากช้ำกล่าวอย่างอ่อนเพลีย

    "คุณจับผมมาทำไม ?"

    รอบห้องที่ต่างเอาม่านลงมาปิดทำให้ไม่สามารถคาดเดาได้ว่าตอนนี้เวลาเท่าไร ในสถานการณ์แบบนี้รู้เพียงว่าต้องหาทางหนี แต่แค่จะตื่นตระหนกร่างกายที่ไม่เคยเก็บสะสมไขมันก็ไร้เรี่ยวแรง ยอมแพ้แก่ชะตากรรมทุกกรณี

    "ก็เรียกค่าไถ่"

    คู่สนทนายักไหล่ขึ้นอย่างไม่ใส่ใจ แล้วหันกลับไปกระแทกตัวนั่งลงบนเตียงสปริงเก่าๆ มันส่งเสียงร้องเสียดหูดังคับห้องที่ยากไร้เฟอนิเจอร์ ที่นี่เหมือนเป็นที่พักชั่วคราวเก่าๆคล้ายฉากละครที่ทำขึ้น คนร้ายหยิบมือถือสีขาวมีที่ห้อยมือถือตุ๊กตากระต่ายสีชมพูอยู่ขึ้นมา

    "ตอนนี้พี่ต้องออกธุดงค์ อยากให้น้องเป็นเจ้าภาพทำบุญร่วมสมทบทุนสักสิบล้าน คิดเสียว่าซื้อสูทกับนาฬิกาใส่เล่นแล้วกัน เอาล่ะ ว่าแต่บ้านเราเบอร์อะไร จะได้ฟังเสียงเจ้าคุณพ่อเจ้าคุณแม่ให้หายคิดถึงเสียทีไง นะ"

    โจรลักพาตัวแสดงเจตจำนงพร้อมกดเปิดเครื่อง เสียงเมสเสจที่ดังเป็นจังหวะต่อเนื่อง บ่งบอกถึงสายโทรเข้าจำนวนมากที่โทรหาไม่ติด แต่ผู้ที่ถือมันอยู่ก็ไม่สะทกสะท้านอะไร หน้ามึนสิ้นดี

    "ผมไม่มีเงินมากขนาดนั้นหรอก" คนถูกจับครวญเสียงอ่อน "...ชุดสูทนี่ไม่ใช่ของผมสักหน่อย นาฬิกาก็ด้วย ของห้องเสื้อที่เขาให้นายแบบยืมใส่ถ่ายเฉยๆ"

    คนฟังหุบยิ้มประดิษฐ์ทันทีก่อนรีบจ้องไปยังดวงตาอีกฝ่ายเพื่อจับพิรุธ มันช่างกลมใสไร้พิษภัยจนชายคนร้ายต้องยืนทบทวนที่มา ว่าตัวเองเก็บอีกฝ่ายมาแถวบริษัทดาราจริงๆ

    "โอ้ย เหี้ย!!! แล้วมึงจะตามกูมาทำม๊ายยย?!!!"

    แล้วมารสังคมก็ร้องเสียงหลงอย่างหัวเสีย โดยมีเสียงท้องร้องคลอตามไปด้วย

    แม้คำพูดจะหยาบคายแต่ฟังดูไม่มีเลศนัยเท่าตอนแรก ทาเมอร์เลนผ่อนลมหายใจและเริ่มเกร็งน้อยลง คนตรงหน้าคงเป็นเพียงคนที่หิวโหยซึ่งไร้งานและเงิน เป็นอะไรที่พบได้บ่อยในเมืองใหญ่ ถ้าเขาหยิบยื่นโอกาสให้สังคมนี้คงดีขึ้น

    แต่เมื่อจะอ้าปากพูด เสียงเคาะประตูเป็นจังหวะเหมือนรหัสก็ดังขึ้นพร้อมกับเสียงเรียกจากอีกฟาก

    "คุณท่าน หยุดเลวชั่วคราวแล้วมากินข้าวลูก"

    โจรในห้องเดินไปเปิดอย่างระแวดระวัง แล้วผู้ที่เพิ่งเข้ามาก็เอี้ยวคอให้พ้นหลังเพื่อนร่วมแก๊งเพื่อมองดูร่างที่ถูกมัด "ตื่นแล้วนี่ เอาให้กินด้วยมา ฉันซื้อมาเผื่อแล้ว"

    ผู้ชายร่างสูงที่มาใหม่หันศีรษะกลับไปถามคุณท่านที่ว่า จากลักษณะการพูดจาและอายุแล้ว คนร้ายที่ลักพาตัวเขามาคงไม่เชิงเป็นหัวหน้าเสียทีเดียว น่าจะมีความเป็นเพื่อนสนิทอยู่ในนั้นด้วย

    "ไม่ล่ะ เดี๋ยวจะหิ้วไปหย่อนที่เดิมแล้ว"

    "อ่าว ทำไม อุตส่าห์แบกมา"

    "ดูผิดน่ะ ไม่ใช่คนรวย เป็นแค่นายแบบใส่สูทแพงเฉยๆ" หัวหน้าคนร้ายว่าจบก็เปิดถุงพลาสติกแล้วหยิบมันฝรั่งทอดใส่ปากที่กำลังสบถงึมงำ "ฝากโยนขึ้นแท็กซี่หน่อยเดี๋ยวกลับบ้านไม่ถูก ทำไมไม่รู้เห็นหน้าบื้อๆแล้วต่อมสังเวชถูกปลุก เฮ้อ...เครียด"

    "อันที่จริงนายแบบธรรมดาก็พอทำเงินได้อยู่"

    ชายผมเกรียนสั้นที่มีตาเรียวเล็กเหมือนจิ้งจอกกระซิบเข้าที่ข้างหูเพื่อน ทำเอาคนกลางที่กำลังถูกพูดถึงใจคอไม่ดีจนต้องรีบพูดแทรกขึ้น แบบไม่รู้จะเลือกประโยคไหนในการพูดดี

    "...ป...ปล่อยผมกลับไปเหอะครับ...ผมไม่มีอะไรจะให้หรอก จริงๆนะครับ..."

    คนถูกจับกะพริบตาปริบๆพยายามส่งสายตาออดอ้อนให้สงสารเต็มที่ แต่หัวหน้าโจรกลับตีโต้กลับหมดด้วยยิ้มหวานที่ดูเลวร้าย พร้อมตบเส้นผมนุ่มสลวยเป็นเงางามของเหยื่อแปะๆ

    "โอ๋ๆ เดี๋ยวส่งกลับบ้านนะ แต่ก่อนไปช่วยงานเฮียก่อนนะน้องนะ งานสบายๆแป๊ปเดียวเสร็จ”

    "งานอะไรอ่ะ"

    ผู้ชายคนนั้นโน้มตัวเข้ามากระซิบใกล้ ใบหูร้อนผ่าวด้วยเสียงทุ้มและลมหายใจอุ่นที่ไหลรดตามจังหวะการพูด

    "ถ่าย-คลิป-โป๊"

    จบประโยคสั้นๆขอสามคำเช่นเดียวกับรายการวัยรุ่น ก็เหมือนสายลมหนาวแห่งมหานครนิวยอร์กพัดผ่านวูบ

    เขาควรจะทำยังไง ?! เขาควรจะพูดอะไรเพื่อหยุดโจรตรงหน้าดีนะ?!!!

    .....

    ...สลบต่อแล้วกัน...

    "ตื่น เห็นกูเป็นกริซลี่ย์เรอะ"

    ปากก็พูด มือก็ตวัดตบหัวทุยเพี้ยะ ผมอย่างดีเซตสี่ชั่วโมงเปลี่ยนทรงใหม่ทันใด

    "คามิล อัญเชิญพ่องมารับแขกที เออ ลบเมมมือถือมันให้หมดด้วย ตอนถ่ายจะได้ไม่ขาดตอน"

    "ความจริงกูพูดเล่น"

    "เงินมีไหม ?"   คนพูดกระหวัดมือกอดอก

    "....."

    "....."

    "เดี๋ยวกูไปหยิบแซมมาให้"

    ประตูห้องที่ปิดลงพร้อมการจากไปของร่างสูงทำให้ทาเมอร์เลนคืนสติ เขาได้แต่เบิกตาค้าง มองผู้ที่ยืนอยู่อย่างหวาดหวั่นราวนักโทษรอประหาร

    "ผมไม่ทำนะ...ไม่ทำอ่ะ"

    "นายแบบที่ไหนตื่นกล้องกัน ต้องหัดสตรองค์มากกว่านี้"

    ว่าแล้วเจ้าผู้ร้ายคนนั้นก็เอามันฝรั่งทอดชี้หน้าสอนก่อนใส่ปากเคี้ยวด้วยเสียงกึ่งเข้มงวด ดูดนิ้วโชว์อีกต่างหาก

    มันใช่ประเด็นนั้นไหมค๊าบเมนเต้ออออออ~~~!

    เสียงเคาะประตูรัวเป็นจังหวะพาให้คนในชุดสูทสะดุ้งอีกครา ชายที่มาใหม่รูปร่างหน้าตาไปทางคนเอเชีย ดวงตาคมเข้มปลายตาเฉียงขึ้นคู่นั้นดูดุดัน ซามูเอลก้าวยาวตรงเข้ามาหาชายผิวแทนพร้อมแผดเสียง

    "ไอเดียเหี้ยอะไรไอ้คุณท่าน! ปลุกให้มาปล้ำผู้ชายถ่ายคลิปเนี่ยนะ ใครคิดน่ะใครคิด คิดเองทำเองแล้วกัน!"

    "ไม่ กูไปซื้อข้าวแล้ว"

    คามิลซึ่งกำลังเซตสมาร์ทโฟนลงบนขาตั้งและเช็คมุมกล้อง ก้มหน้าก้มตาทำตัวยุ่งก้มหน้าหลีกเลี่ยงการสบตา แล้วหัวหน้ากลุ่มก็จับกรามของผู้ที่ถูกมัดให้คนที่กำลังอารมณ์เสียดู

    "ไม่เอาน่ามายเดียร์แซมมี่~ แม่งก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่อะไร พอหลับหูหลับตาทำสักน้ำสองน้ำได้อยู่ คิดเสียว่าเหมือนหญิงที่แกพากลับมาทำท่าด็อกกี้ด้วยประจำนั่นแหละ"

    "ถ้าน้ำไม่ออกเดี๋ยวเดินไปซื้อนมกล่องที่ซุปเปอร์ให้ กูเคยดูเบื้องหลังถ่ายทำAV จะพยายามฉีดให้ตรงจังหวะ"   คามิลเงยหน้าขึ้นมาสำทับ

    "เหี้ย ไม่ กูว่าไม่ใช่ล่ะ นี่เงินมึงหมดสิ้นขนาดต้องมานั่งถ่ายคลิปเกย์เก็บตังค์แล้วจริงๆเหรอ กูจำได้ว่ามันยังมีเหลืออีกนะ!"

    "เมื่อวานกูเครียด"   คุณท่านถอนหายใจ

    "แล้ว ?"

    "เลยไปนั่งดริ๊งค์ ทิปเด็กๆไปรอบๆด้วย ฮ่าฮ่าฮ่า"

    คนเป็นหัวหน้าหัวเราะตอบเพื่อนอย่างไม่รู้สำนึกแม้จะโดนโวยและอัดใส่ก็ตาม

    "มึงแหละทำ ไอ้เลว!"

    "มึงก็รู้ กูไม่ชอบอยู่เบื้องหลังใคร"

    ท่ามกลางการทะเลาะถกเถียงเกี่ยงกันทำมาหากิน คนที่ได้รับการโหวตจากนิตยสารยอดนิยม ว่าเป็นนายแบบสิบคนแรกที่อยากเดตด้วยมากที่สุด ก็เริ่มรู้สึกด้อยคุณค่าทางโภชนาการขึ้นเรื่อยๆ เป็นครั้งแรกที่ทาเมอร์เลนไม่คิดจะห้ามคนทะเลาะกัน เขาหวังว่าจะเห็นทั้งสองคนผลัดกันต่อยจนสลบ จะได้ฉวยโอกาสหนี

    ผู้ถูกจับได้แต่ถอนหายใจและตระหนักว่า นี่เป็นภาพตัวอย่างความล้มเหลวของสังคมเมือง ที่ภาครัฐควรรีบยื่นมือเข้าช่วยเหลือโดยเร็ว

    
"แม่งโคตรขี้โกงอ่ะไอ้สัตว์ ทำไมชอบโยนงานยากให้กูทำคนเดียวเรื่อยเลยวะ ?"

    

"โคตรบ่นว่ะ ตัดปัญหาถ่ายแม่งหมดเนี่ย!"

    ชายผิวแทนถอดเสื้อแล้วโยนอัดลงพื้นก่อนกวาดนิ้วชี้ไปที่เพื่อนทั้งสอง ระหว่างที่ทาเมอร์เลนนิ่งไป

    ...เดี๋ยวนะ...

    "ตอนนั้นทำไมฉันถึงหลวมตัวตามพวกแกมานะ"   คามิลมองบนพลางถอนหายใจก่อนถอดเสื้อตาม ทำให้ตาโตๆของนายแบบหนุ่มที่ว่าโตอยู่แล้วเบิกกว้างขึ้นไปอีก ซามูเอลเบ้ปากบอกพร้อมถอดและปาเสื้อลงไปกองยังที่เดียวกัน

    "มา !ค่อยแฟร์หน่อย!"

    เหยื่อผู้เคราะห์ร้ายส่ายหัวรัวๆ ให้กับชายฉกรรจ์ทั้งสาม ที่บ้างยืนกอดอก บ้างเท้าสะเอว ต่างจ้องมองมาทางผู้ที่ถูกมัดอย่างเหนื่อยหน่ายในชีวิตไม่แพ้กัน

    "ถ้าพวกคุณช็อตขนาดนั้น...ผมโอนเงินให้ก็ได้นะ ไปเดี๋ยวนี้เลย...ให้หมดเลย..." ทาเมอร์เลนพยายามเจรจาต่อรองปากคอสั่น

    "ไม่เป็นไรน้อง นั่นจะเป็นรายการถัดไป" 

    คุณท่านคนนั้นบอก ให้คนฟังคอตก มันต้องเป็นแบบนี้อยู่แล้ว ใครจะปล่อยกันไปง่ายๆ ชีวิตมันก็อย่างนี้แหละ

    พอเริ่มทำใจได้ เขาก็เริ่มสูดลมหายใจลึกเข้าปอด แล้วก็....

    "ช่วยด้ว !!"

    เสียงตะโกนย้อนกลับเข้าไปในปาก เมื่อถูกมือของคนตรงหน้าตะครุบปิดไว้อย่างแรง เก้าอี้และร่างที่ถูกมัดไว้รวมกันจึงเสียหลักล้มหัวกระแทกพื้นอีกรอบ


    ......................................................

    tbc



    Author's note :

    สวัสดีค่ะ โทเมค่ะ เนื่องจากฟิคนี้เป็นฟิคที่ดองไว้นานมาก เกือบสิบปีได้ค่ะ แต่ด้วยความที่ดองไว้นานแล้วอยากนำมาเขียนใหม่ บางอย่างที่ไม่สามารถเปลี่ยนได้จึงดูเก่าๆไปบ้าง ทั้งฉาก ของใช้ รวมทั้งมุกด้วย 55555 ถึงอย่างนั้นจะพยายามปรับให้ตามยุคสมัยให้ทันนะคะ

    ส่วนคนที่เคยเล่นคอมมูด้วยกัน อาจจะสะดุดตากับคุณท่าน (ฮา) คนนี้เป็นต้นฉบับน่ะค่ะ ส่วนร่างที่ปรากฏในมูนั้นเป็นร่างพอร์ต แต่คิดว่าถ้ามีโอกาสได้เขียนถึง ก็อยากจะเขียนสักเรื่องนะคะ

    คอมเมนต์มาพูดคุยได้ตามสบายค่ะ ///D///)

    ขอบคุณค่ะ
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in