noveltomei_tan
[fic]Beyond the sky#01




  • ตื่น ทำงาน กินข้าว นอน

    ชีวิตคนเราก็เท่านี้ ซ้ำไปวนมา แม้จะน่าเบื่อแต่ก็สงบสุข

    มันเป็นเช่นนี้ตั้งแต่แรก และคงเป็นเช่นนี้เรื่อยไป ตราบจนไม่มีใครให้งานทำล่ะมั้ง ?

    ...ได้แต่คิดเช่นนั้นจนถึงเมื่อครู่...




    “ไงไอ้หล่อ ตื่นแล้วเหรอ ?”

    ชายที่ไม่เคยรู้จักยื่นหน้าแปลกๆให้เข้ามาในทัศนวิสัยของผู้ที่ถูกมัดนั่งติดเก้าอี้ น้ำเสียงทุ้มต่ำถามยียวน มุมปากที่ยกหยักยามยิ้ม พาให้ไรหนวดและเคราบางซึ่งประดับอยู่บนใบหน้าคร้ามเข้ม เปลี่ยนรูปไปในทางกวนอารมณ์ขึ้น ดวงตาสีดำเต็มไปด้วยประกายอย่างคนเจ้าเล่ห์เจ้ากลที่จ้องมา ช่างมีมนต์สะกดชวนให้มองกลับ

    คนเพิ่งฟื้นปรือตาลอยค้างกลางอากาศ สบตาอีกฝ่ายพักใหญ่ก่อนจะประมวลคำถามได้ ความไกลของมวลเสียงยืดยาวขึ้น แบบที่นักฟิสิกส์คนไหนก็ไม่สามารถตั้งสมการหาค่าพลังงานของพิภพอนันต์อันแสนปวดหนึบ

    ที่นี่ที่ไหน? คนๆนี้เป็นใคร? แล้วทำไมมนุษย์ต้องยกศีรษะที่หนักจะตายให้ขึ้นมาอยู่บนสุดของร่างกาย? ผู้เคราะห์ร้ายพยายามนึกทบทวนเหตุการณ์ก่อนหน้า

    ใช่... ตอนนั้นเป็นเวลาเก้าโมงเช้าท่าจะได้ ต้นฤดูหนาวของนิวยอร์ก อากาศเต็มไปด้วยสายลมแรงและแห้งผาก สุดแสนอันตรายกับสภาพผิว ลิปมันหมดไปครึ่งแท่งปากก็ยังแห้งแตก ลมตีทั้งฉากและผมที่เซตไว้ โรมรันมันทุกสิ่งทุกอย่าง เช่นนั้นเหล่าสตาฟจึงเลือกทำงานในสตูดิโอกว้างขวางไร้หน้าต่างแทน

    "ขอบคุณสำหรับน้ำครับ"

    ทาเมอร์เลน ฮิวเดแบร ยิ้มอย่างสุภาพกับพนักงานเสิร์ฟน้ำสาวใหญ่ ด้วยเค้าโครงหน้าหล่อเหลาที่ผสานระหว่างยุโรปและเอเชีย ทำให้เขาดูสูงศักดิ์และละมุนละไม รอยยิ้มชื่นตาดั่งฤดูใบไม้ผลิสามารถพัดพาเธอเข้าสู่ห้วงเวลาตกหลุมรักดั่งสาวน้อยแรกแย้มได้อย่างเฉียบพลัน ความสดชื่นที่ถูกเติมเต็มทำให้เธอพร้อมทำงานบริการอย่างสดใสร่าเริง

    ท่ามกลางสายไฟระเกะระกะเต็มพื้นห้อง ผนวกกับบรรยากาศแสนวุ่นวาย นายแบบหนุ่มเลือกนั่งอ่านการ์ตูนห่อปกอยู่บนโซฟา ระหว่างรอเข้าฉากถ่ายแบบโฆษณาให้กับชุดสูทยี่ห้อหนึ่งที่ไม่สามารถอ่านชื่อถูก 

    หากตัวเขียนกับการออกเสียงไม่เหมือนกันจะทำให้ความจำเขาสับสน แต่เขาได้รับคำแนะนำมาจากคุณแมรี่ผู้จัดการส่วนตัวที่เพิ่งขอลาคลอด ว่าถ้าจำอะไรไม่ได้ให้อยู่นิ่งๆเข้าไว้ เพราะท่าทางที่ทำให้เขาดูฉลาดภูมิฐานที่สุดคือปิดปากเงียบ แล้วออร่าชนชั้นสูงที่ไม่รู้โผล่มาจากรูขุมขนไหน จะแผ่เข้าปกคลุมจนไม่มีใครกล้าถามอะไรจุกจิกเอง

    แม้ว่าจะจำยี่ห้อสูทที่ใส่อยู่ไม่ได้ แต่ที่จำได้ขึ้นใจคือกองถ่ายจะสั่งโอเบนโตะมาจากภัตตาคารญี่ปุ่นชื่อดังในเรื่องความอร่อยและแคลอรี่ต่ำมาให้ นายแบบอย่างเขาได้แต่ตั้งหน้าตั้งตารอ นี่แหละความสุขเล็กๆของคนทำงานที่ไม่ค่อยมีเวลาเป็นของตัวเอง

    “เอียน นายไปอยู่ไหน? ท้องเสีย! บ้าแล้วทำไมต้องเสียวันนี้ รีบๆถ่ายท้องแล้วมาถ่ายแบบที่นี่ต่อเลย หืม ไม่ได้? นายจะใช้ผ้าอ้อมผู้ใหญ่หรือใช้พลังเหนือธรรมชาติรูปแบบไหนก็ได้แต่ห้ามพูดว่าไม่ได้! รีบมาที่นี่เดี๋ยวนี้!”

    ใบหน้าหวานละจากหนังสือหันมองตามต้นเสียง โอลิเวอร์ ลีแซน ผู้จัดการชั่วคราวของเขากับเพื่อนร่วมสังกัดโมเดลลิ่ง กำลังเด้งขึ้นเด้งลงเป็นเพลี้ยกระโดด เดินไปคุยกับสตาฟต่างชาติที หยิบโทรศัพท์ไปเร่งเอียนที ชักสงสารเพื่อนที่ไม่สามารถแปะก้นอย่างสงบสุขบนฝาชักโครกได้

    "หรือจะต้องแคนเซิลงานเสียแล้ว"

    ผู้จัดการมือใหม่ยกมือขึ้นลูบหน้าปะจมูกกับเหตุสุดวิสัย ทำเอาคนที่เงี่ยหูฟังอ้าปากค้าง มโนภาพเบนโตะอย่างดีกำลังโบยบินหนีไปพร้อมกับเอียนบนชักโครกเหาะได้วาบขึ้นมาหลังม่านตา

    “เดี๋ยวผมขอตัวไปสูดอากาศข้างนอกสักครู่นะครับ”

    ภาพหัวคิ้วที่กำลังขมวดชิดติดกัน กับการลุกออกจากเก้าอี้ด้วยท่าทีเรียบเฉยคล้ายกำลังสะกดกลั้นอยู่นั้น ช่างน่าสะเทือนขวัญแก่ผู้พบเห็น นอกจากใบหน้ามูลค่าสูงที่กำลังถูกทำลายชนิดที่ว่าบริษัทประกันเห็นคงเข่าทรุด แต่เหนือสิ่งอื่นใดไม่มีใครต้องการมีเรื่องกับลูกรักของเจสเปอร์เอนเตอร์เทรนเมนต์กรุ้ป ซึ่งเป็นบริษัทเส้นใหญ่ของอเมริกาที่ผลิตนายแบบชั้นแนวหน้ามานานกว่าห้าสิบปี

    ทั้งที่ความจริงทาเมอร์เลนเป็นแค่ชายหนุ่มกินพืชแสนเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เขาแค่กำลังใช้ความคิดที่ไม่ค่อยได้ใช้ เดินไปหามุมสงบปลอดเสียงรบกวนโทรหารุ่นน้องในเจสเปอร์สักคน ให้มาช่วยถ่ายแบบแทนมนุษย์ท้องอ่อนแอเท่านั้น

    “คนที่ไซส์พอๆกับเอียนเหรอ...”

    เสียงใสเปรยเบาขณะยกโทรศัพท์มือถือพับสีขาวรุ่นเก่าขึ้นมากดไล่ดูรายชื่อ พวงกุญแจกระต่ายสีชมพูผิดภาพลักษณ์แกว่งไปมาตามจังหวะการเดิน เขามุ่งหน้าไปยังเก้าอี้ตรงสนามหญ้าข้างตึกสตูดิโอที่ห่างไกลจากผู้คน

    ท่ามกลางสายลมแห้งเย็นพัดละเหล่าใบไม้ในสวนที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลกรอบ และแสงแดดรำไรที่ขับร่างในชุดขาวให้สว่างราวกับรูปสลักหินอ่อนกลางสวน มีบางอย่างทำให้ดวงตาสีน้ำตาลใสละจากโทรศัพท์ 

    อาจเป็นเพราะเสียงเรียกของกิ่งไม้ จึงทันได้เห็นชายผิวเข้มซึ่งกำลังดึงปีกหมวกแก๊ปให้ต่ำเพื่อปิดซ่อนดวงตาดำขลับลึกลับ ที่ก้มหน้าก้มตาเดินเลี้ยวเข้ามุมตึกหนึ่งอย่างรีบร้อนราวกำลังหนีบางสิ่ง แม้จะเป็นเสี้ยวเวลาราวสายลมพัดผ่าน แต่ก็สัมผัสได้ถึงบอดี้ของผู้ชายชาวลาตินใต้เสื้อแจ๊กเกตหนังสีดำนั่นว่าดึงดูดสายตามากเพียงไหน

    "เท่สุดๆอ่ะ"

    นายแบบหนุ่มหัวใจเต้นตึกเหมือนได้พบสมบัติล้ำค่าอย่างไม่รู้ตัว เขาหันซ้ายแลขวาแล้วลอบออกทางประตูข้างตึกตามออกไป เป็นครั้งแรกที่อยากลองทาบทามคนไม่รู้จักเข้าทำงานในเจสเปอร์ บริษัทแม่ที่ชุบเลี้ยงเขามาตั้งแต่เข้าวงการ เขามั่นใจว่าอีกฝ่ายจะต้องโด่งดังในภายหลัง

    ฝีเท้ากระชั้นจากเดินเป็นวิ่ง คนในชุดสูทขาวเลี้ยวเลาะไปตามทางอย่างรวดเร็วด้วยความคุ้นเคยกับซอกตึกในถิ่นตัวเองดี ทาเมอร์เลนเป็นคนความจำไม่ค่อยดี เว้นเรื่องถนนหนทางที่หากผ่านสักครั้งก็จำได้แม่นยำนัก อาจเป็นเพราะต้องอาศัยมันช่วยหลบหลีกแฟนคลับและปาปาราซซี่ตั้งแต่เด็ก 

    แต่แล้วจู่ๆเขาก็ถูกแรงมหาศาลเหวี่ยงจนหลังกระแทกผนัง ความตื่นตระหนกพลุ่งพล่านจนได้ยินเสียงหัวใจเต้นข้างหู เมื่อเงยหน้าขึ้นดูจึงรู้ว่าเป็นบุคคลที่กำลังตามอยู่

    “ยกมือขึ้นสูงเลยไอ้น้องชาย หากไม่อยากทัศนาไส้ตัวเอง”

    สิ้นคำขู่ นายแบบหนุ่มถึงกับสะดุ้งโหยงรีบยกมือสุดแขนไม่มีอิดออด ตาเหลือบลงมองปืนพกสีดำขลับกำลังกดเข้าไปบนหน้าท้องตัวเอง เขาพยายามตั้งสติ บางทีมันอาจเป็นรายการล้อกันเล่น...แต่ว่าก็ว่าเถอะ รายการพวกนี้คงทำให้ใครสักคนอยากตามคนที่ไม่รู้จักขึ้นมาอย่างฉับพลันไม่ได้หรอก

    ทาเมอร์เลนมองเจ้าของนัยน์ตาแข็งกร้าวใต้ปีกหมวกแก๊ป กำลังสำรวจร่างของเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า ฝ่ายนั้นพูดอีกครั้งด้วยเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบ

    “ตามฉันมาทำไม ?”

    “เอ่อ...”

    คนถูกถามไม่รู้จะเริ่มต้นพูดยังไงในสถานการณ์ที่ไม่ปกติเช่นนี้ เขาแค่อยากทำงาน กินอาหารอร่อยๆ กลับบ้านไปให้อาหารหมาและเข้านอนเหมือนทุกๆวัน สำหรับเขามันค่อนข้างสบายและมีความสุข จึงอยากแบ่งปันอาชีพนี้ให้คนอื่นด้วย แต่ท่าทางผู้ชายที่ดูอันตรายคนนั้นคงไม่ได้อยากฟังคำตอบเท่าไร กลับจับจ้องที่ใบหน้าเกลี้ยงเกลาเลยไปยังผิวพรรณที่สะอาดสะอ้าน และเอ่ยขึ้นเหมือนพูดกับตัวเองเสียมากกว่า

    “หน้าตาดี แต่งตัวแพง นาฬิกาหรู บ้านคงร่ำรวยสิท่า”

    “เอ่อ...ก็ไม่เท่าไหร่หรอกครับ”

    “เยี่ยม ตอนนี้กำลังอยากหาทุนเพิ่มอยู่พอดี”

    ว่าจบภาพทุกอย่างก็ดับวูบไป เมื่อสันมือที่มีถุงมือหนังหุ้มอยู่ลงแรงไปที่ปลายคางของคนถูกกระทำอย่างไม่ได้ตั้งตัว จากนั้น....

    ...เจ้าชายแห่งวงการแฟชั่นก็มานั่งและถูกมัดเป็นปูม้าอยู่ที่นี่...



    "งื้ออ"

    “โอ๊ะ ขอโทษทีเดี๋ยวดึงให้” 

    ชายแปลกหน้าบอกพร้อมกำชับมีดทหารสีดำยาวเกือบแขนในมือ คมมีดนั้นน่าหวาดเสียวว่าจะบาดโดนผิวให้ของใช้ประกอบอาชีพเสียหาย 

    “แต่อย่าส่งเสียงไม่งั้นเฮียจิ้มมิดด้าม ยังไม่อยากทำความสะอาดเลือดใคร ขี้เกียจ เข้าใจนะ”

    พูดจบก็เอาหน้ามีดเย็นๆตบแก้มหนักๆสองทีเป็นการขู่สำทับ พอเทปผ้าถูกกระชากออกก็ทิ้งรอยปื้นแดงไว้บนหน้า ความเจ็บพาให้เหยื่อน้ำตารื้นคล้ายกับถูกแว้กขนหน้าแข้ง

    “จับผมมาทำไม ?”

    นายแบบหนุ่มเงยหน้ากล่าวอย่างอ่อนเพลีย รอบห้องที่ต่างเอาม่านลงมาปิดแบบนี้ไม่สามารถเดาได้ว่ากี่โมง ในสถานการณ์ไม่สู้ดีแบบนี้รู้ทันทีว่าต้องหาทางหนี แต่แค่จะตื่นตระหนกยังไร้เรี่ยวแรง ในเมื่อร่างกายไม่เคยเก็บสะสมไขมันไว้ แล้วจะเอาพลังงานสำรองจากไหน แถมเขาขาดอาหารมาตั้งแต่มื้อเย็นที่กินหม้อไฟกับเอียนอีก

    “นี่คือการเรียกค่าไถ่ยังไงล่ะ”  

    คู่สนทนายักไหล่ขึ้นอย่างไม่ใส่ใจ แล้วหันกลับไปกระแทกตัวนั่งลงบนเตียงสปริงเก่าๆ มันส่งเสียงร้องเสียดหูดังคับห้องที่ยากไร้เฟอนิเจอร์ ที่นี่เหมือนเป็นที่พักชั่วคราวเก่าๆคล้ายฉากละครที่ทำขึ้น คนร้ายหยิบมือถือสีขาวมีที่ห้อยมือถือตุ๊กตากระต่ายสีชมพูอยู่ขึ้นมา

    “ตอนนี้จำเป็นต้องเดินทาง หากน้องไม่ว่าอะไรก็อยากจะขอสมทบทุนสักสิบล้าน ไม่มากมายอะไรนัก คิดเสียว่าซื้อสูทใส่เล่นอีกตัวแล้วกัน ว่าแต่ที่บ้านเบอร์อะไร รีบบอกจะได้รีบกลับไง”

    โจรลักพาตัวแสดงเจตจำนงพร้อมกับกดเปิดเครื่อง ในเวลานั้นเองที่เสียงเมสเสจดังเป็นจังหวะต่อเนื่อง บ่งบอกถึงสายโทรเข้าจำนวนมากที่โทรหาไม่ติด แต่ผู้ที่ถือมันอยู่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร หน้ามึนสิ้นดี

    "ผมไม่มีเงินมากขนาดนั้นหรอก..."  

    คนถูกจับพูดเสียงอ่อน   "...นี่ชุดสูทของห้องเสื้อ ผมเป็นแค่นายแบบมาถ่ายแบบเฉยๆเท่านั้นเอง"

    คนฟังหุบยิ้มประดิษฐ์ทันทีก่อนรีบวางมือไปยังชีพจรบนคอคนตรงหน้า และจ้องไปยังดวงตาเหมือนลูกกวางเพื่อจับพิรุธ ร่างเพรียวที่สูงประมาณกันยืนทบทวนใคร่ครวญว่าเจออีกฝ่ายแถวบริษัทดารา พอรู้ตัวว่าไม่ได้เงินแน่จึงคำรามอย่างหัวเสีย

    “ว้อย! วันนี้มันวันบ้าอะไรของมันวะ! พวกแม่งนั่นก็ตามจัง! เงินก็จะหมด ทำเลวไม่ได้เลว แล้วน้องจะแสล๋นตามเฮียมาทำม๊ายยยย”

    แล้วมารสังคมนั่นก็ลากเสียงสบถยาวๆอีกทีระบายอารมณ์ โดยที่ท้องก็ส่งเสียงร้องคลอตามไปด้วย แม้จะพูดจาหยาบคายแต่ฟังดูเป็นธรรมชาติไม่มีเลศนัยเท่าตอนแรก ทาเมอร์เลนเริ่มเกร็งน้อยลง คนตรงหน้าคงเป็นเพียงแค่คนที่หิวโหยคนหนึ่งซึ่งไม่มีเงินและงานทำ มันเป็นเรื่องที่พบได้บ่อยในเมืองใหญ่ ถ้าเขาหยิบยื่นโอกาสให้ อะไรๆรวมทั้งสังคมนี้ก็จะดีขึ้น แต่เมื่ออ้าปากจะพูด เสียงเคาะประตูเป็นจังหวะเหมือนรหัสก็ดังขึ้นพร้อมกับเสียงเรียกจากอีกฟากหนึ่ง

    “คุณท่าน มากินข้าวลูก”

    โจรในห้องเดินไปเปิดอย่างระแวดระวัง จนคนถูกจับชักสงสัยว่าไปทำผิดคดีอะไรมาถึงต้องระวังตัวโอเวอร์ระดับนี้ แล้วผู้ที่เพิ่งเข้ามาก็เอี้ยวคอให้พ้นหลังเพื่อนร่วมแก๊งเพื่อมองดูร่างที่ถูกมัดอยู่

    “ตื่นแล้วนี่ ให้กินด้วยไหม?”

    ผู้ชายร่างสูงที่มาใหม่หันศีรษะกลับไปถามคุณท่านที่ว่า จากลักษณะการพูดจาและอายุแล้ว คนร้ายที่ลักพาตัวเขามาคงไม่เชิงเป็นหัวหน้าเสียทีเดียว น่าจะมีความเป็นเพื่อนสนิทอยู่ในนั้นด้วย

    "ไม่ล่ะเสียดายข้าวสุก เดี๋ยวจะหิ้วไปหย่อนที่เดิมแล้ว”

    “อ่าว ทำไม อุตส่าห์แบกมา”

    “ดูผิดสิ ไม่ใช่คนรวย เป็นแค่นายแบบใส่สูทแพงเฉยๆ”

    ว่าจบก็เปิดถุงพลาสติกแล้วหยิบมันฝรั่งทอดใส่ปากที่กำลังสบถงึมงำ  

    “ฝากโยนขึ้นแท็กซี่หน่อยเดี๋ยวกลับบ้านไม่ถูก ทำไมไม่รู้เห็นหน้าบื้อๆแล้วต่อมสังเวชถูกปลุกขึ้นมา เฮ้อ...เครียด ไม่มีเงิน อยากกินเหล้า”

    “นายแบบธรรมดาก็ทำเงินได้นะ”

    ชายผมสั้นที่มีตาเรียวเล็กเหมือนจิ้งจอกกระซิบเข้าที่ข้างหูหัวหน้า ทำเอาคนกลางที่กำลังถูกพูดถึงใจคอไม่ดีจนต้องรีบพูดแทรกขึ้น แบบไม่รู้จะเลือกประโยคไหนในการพูดดี 

    “...ป...ปล่อยผมกลับไปเหอะครับ...ผมไม่มีอะไรจะให้หรอก จริงๆนะครับ...”

    คนถูกจับกะพริบตาปริบๆ พยายามส่งสายตาออดอ้อนให้สงสารเต็มที่ แต่หัวหน้าโจรกลับตีโต้กลับหมดด้วยยิ้มหวานที่ดูเลวร้าย พร้อมตบเส้นผมนุ่มสลวยเป็นเงางามของเหยื่อแปะๆ

    “โอ๋ๆ เดี๋ยวส่งกลับบ้านนะ แต่ก่อนไปช่วยงานเฮียก่อนนะน้องนะ งานสบายๆแป๊ปเดียวเสร็จ”

    “งานอะไรอ่ะครับ”

    ผู้ชายคนนั้นโน้มตัวเข้ามาพูดใกล้ๆ ใบหูร้อนผ่าวด้วยเสียงทุ้มและลมหายใจอุ่นที่ไหลรดตามจังหวะการออกเสียง

    “ถ่าย-คลิป-โป๊”

    จบประโยคสั้นๆขอสามคำอย่างกับรายการวัยรุ่น ก็เหมือนบางอย่างแล่นผ่านสมองคนฟังวูบหนึ่ง...เขาควรจะพูดอะไรเพื่อหยุดโจรตรงหน้าดี คิดไม่ออก ทำไงๆๆ ทำไงดีล่ะ?!

    ...........

    ...แกล้งสลบต่อแล้วกัน...

    “ตื่นๆไม่ต้องมาแกล้งตาย เห็นพวกกุเป็นกริซลี่ย์เรอะ”

    ปากก็พูด มือก็ตบหัวทุยดังเพี้ยะ ผมสวยงามเซตอย่างดีสี่ชั่วโมงเปลี่ยนทรงใหม่ทันใด

    “คามิล ไปปลุกแซมหน่อย อัญเชิญพ่อมาทำงานบ้าง วันๆเอาแต่นอนอุตุแล้วให้ฉันออกไปทำมาหากินเนี่ยนะ อาโรม่าทรพีมาก เออ ลบเมมมือถือมันให้หมดด้วย เดี๋ยวตอนถ่ายต้องมานั่งลบแล้วขาดตอน”

    ประตูห้องปิดลงอีกครั้งหลังจากเสียงสั่งของพ่อโจรห้าร้อย ทาเมอร์เลนเริ่มไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ๆชีวิตแสนเรียบง่ายถึงเปลี่ยนไปขนาดนี้ เมื่อเช้าเขาเป็นเจ้าชายวงการแฟชั่น ตอนนี้เหมือนตัวเองเป็นนักโทษรอประหารยังไงยังงั้น น้ำตาเริ่มคลอเบ้า ศักดิ์ศรีจะถูกป่นหมดก็คราวนี้

    “ไม่ทำได้ไหมครับ....”

    “หืม? ไม่เอาน่า นายแบบที่ไหนตื่นกล้องกัน”  

    ว่าแล้วก็เอามันฝรั่งทอดใส่ปากเคี้ยวจุ้บแจ้บ ดูดนิ้วโชว์อีกต่างหาก ท่าทีเมินเฉยเรียกความสลดหดหู่ใจและน้ำย่อยแห่งความเครียดให้ออกมากัดกระเพาะโดยอัตโนมัติ

    มันไม่ใช่ประเด็นนั้นไหมอ่ะค๊าบบบบคุณพี่~~~!

    เสียงเคาะเป็นจังหวะพาให้คนในชุดสูทขาวที่แพงกว่ารถยนต์หรูหนึ่งคันสะดุ้งหันไปทางประตูอีกครา ผู้ชายที่มาใหม่คงเป็นแซม รูปร่างหน้าตาค่อนข้างไปทางคนเอเชีย อาจเพราะกำลังง่วงนอนอยู่หรือเปล่า ดวงตาคมเข้มคู่นั้นจึงดูดุดันพร้อมหักคอทุกคนด้วยมือเปล่า ซามูเอลเดินตรงเข้ามาหาชายผิวสีพร้อมแผดเสียงแหบห้าวถาม

    "ไอเดียเหี้ยอะไรครับไอ้คุณท่าน! ปลุกขึ้นมาจิกหัวใช้นี่ไม่ว่านะ แต่เสือกปลุกให้มาปล้ำผู้ชายถ่ายคลิปเนี่ยโคตรสุดทีน ใครคิดน่ะใครคิด คิดเองทำเองแล้วกัน!"

    "ไม่เอา กูไปซื้อข้าวแล้ว"

    คามิลบอกปัดเนิบๆพร้อมเอาไอโฟนไปวางบนขาตั้งและเช็คดูมุมกล้อง ระหว่างที่คนถูกมัดแช่งให้มันเสียภายใน 7 วิ 8 วิ คุณท่านคว้ากรามของทาเมอร์เลนให้หันไปทางคนที่กำลังอารมณ์เสีย โดยไม่สนใจสีหน้าของคนที่ถูกมัดอยู่

    "ดูหน่อยน่าแซมมี่ หน้าตาหมอนี่ก็พอไปวัดไปวา คงพอหลับหูหลับตาทำสักน้ำสองน้ำได้อยู่ คิดเสียว่าเหมือนหญิงที่แกพากลับมาทำท่าด็อกกี้ด้วยประจำนั่นแหละ"

    "ถ้าน้ำไม่ออกเดี๋ยวฉันเดินไปซื้อนมกล่องที่ซุปเปอร์ให้ ฉันเคยดูเบื้องหลังถ่ายทำAV จะพยายามฉีดให้ตรงจังหวะ"

    คามิลกล่าวตลกหน้าตาย

    "เฮ้ย มันต่างนะจอร์จมันต่าง! เงินมันหมดสิ้นขนาดต้องมานั่งถ่ายคลิปห่าเหวเพื่อเก็บตังค์คนโหลดแล้วจริงๆเหรอ!"

    "เออ เมื่อวานเผลอเสกลงขวดหมดแล้ว"

    คุณท่านที่น่าจะชื่อจอร์จล่ะมั้ง กอดอกลอยหน้าลอยตาตอบเพื่อนอย่างไม่รู้สำนึก ซามูเอลจึงโวยขึ้นอีกครั้ง ท่ามกลางเสียงทะเลาะถกเถียงเกี่ยงกันทำมาหากิน ที่ทำให้นายแบบชั้นแนวหน้าที่ใครต่อใครอยากชิดใกล้นักหนารู้สึกด้อยคุณค่าทางโภชนาการขึ้นเรื่อยๆ ผู้ถูกจับได้แต่ถอนหายใจและตระหนักว่า นี่เป็นภาพตัวอย่างความล้มเหลวทางการใช้ชีวิต ที่นักพัฒนาสังคมควรรีบยื่นมือเข้าช่วยเหลือโดยเร็ว

    เป็นครั้งแรกที่ทาเมอร์เลนไม่คิดจะห้ามคนทะเลาะกัน เขาหวังว่าจะเห็นคนเลือดร้อนสองคนผลัดกันต่อยจนสลบ เขาจะได้ฉวยโอกาสหนี

    "แม่งไม่ยุติธรรมเลย ถ้าจะทำก็ทำด้วยกันหมดเซ่!"

    ดูเหมือนคำว่าไม่ยุติธรรมจะกระตุ้นคนเป็นหัวหน้าได้ ชายผิวแทนทอดเสื้อแล้วโยนอัดลงพื้น

    "เออ! งั้นเซ็ตกล้องอัตโนมัติไปเลยไป ถ่ายมันหมดเนี่ยจะได้ไม่บ่นกันทีหลัง!"

    ...เฮ้ย...

    "พระเจ้า...ทำไมฉันต้องหลวมตัวตามไอ้บ้าสองตัวนี่มาด้วยนะ"

    คามิลมองบนพลางถอนหายใจก่อนจะตั้งกล้องถ่ายอัตโนมัติอย่างที่หัวหน้าสั่งก่อนถอดเสื้อตาม ทำให้ตาโตๆของนายแบบหนุ่มที่ว่าโตอยู่แล้วเบิกกว้างขึ้นไปอีก ซามูเอลยกมุมปากบอกพร้อมถอดและปาเสื้อลงไปกองยังที่เดียวกัน

    “สัส อย่างนี้ค่อยแฟร์หน่อย”

    เหยื่อผู้เคราะห์ร้ายส่ายหัวรัวๆ 

    ไม่อ่ะ..นี่ไม่แฟร์สำหรับเขา ดวงตาสีบรั่นดีฉายภาพชายฉกรรจ์ทั้งสามที่บ้างยืนกอดอก บ้างเท้าสะเอว ต่างกำลังจ้องมองมาทางเหยื่ออย่างเหนื่อยหน่ายในชะตากรรมชีวิตไม่แพ้กัน

    “ถ้าพวกคุณพี่ช็อตขนาดนั้น...ผมโอนเงินให้ก็ได้นะ ไปเดี๋ยวนี้เลย...ให้หมดเลย...”  

    คนถูกจับพยายามเจรจาต่อรองปากคอสั่น หัวหน้าคนร้ายยิ้มให้

    “ไม่เป็นไรน้องไม่ต้องเกรงใจพี่ เดี๋ยวนั่นจะเป็นรายการถัดไป”

    นายแบบหนุ่มที่ราคาค่าตัวแสนแพงที่สุดในประวัติศาสตร์คอตก มันต้องเป็นแบบนี้อยู่แล้ว ใครจะปล่อยกันไปง่ายๆ ชีวิตมันก็อย่างนี้แหละ...

    พอเริ่มทำใจได้ เขาก็เริ่มสูดลมหายใจลึกเข้าปอด แล้วก็....

    “ช่วยด้ !! อุ๊บ!”

    เสียงตะโกนย้อนกลับเข้าไปในปาก เมื่อถูกมือของคนตรงหน้าตะครุบปิดไว้อย่างแรง เก้าอี้และร่างที่ถูกมัดไว้รวมกันจึงเสียหลักล้มหัวกระแทกพื้นอีกรอบ เป็นครั้งแรกที่ทาเมอร์เลนดีใจที่ได้สิ้นสติ


    ......................................................

    tbc



    Author's note :

    สวัสดีค่ะ โทเมค่ะ เนื่องจากฟิคนี้เป็นฟิคที่ดองไว้นานมาก เกือบสิบปีได้ค่ะ แต่ด้วยความที่ดองไว้นานแล้วอยากนำมาเขียนใหม่ บางอย่างที่ไม่สามารถเปลี่ยนได้จึงดูเก่าๆไปบ้าง ทั้งฉาก ของใช้ รวมทั้งมุกด้วย 55555 ถึงอย่างนั้นจะพยายามปรับให้ตามยุคสมัยให้ทันนะคะ

    ส่วนคนที่เคยเล่นคอมมูด้วยกัน อาจจะสะดุดตากับคุณท่าน (ฮา) คนนี้เป็นต้นฉบับน่ะค่ะ ส่วนร่างที่ปรากฏในมูนั้นเป็นร่างพอร์ต แต่คิดว่าถ้ามีโอกาสได้เขียนถึง ก็อยากจะเขียนสักเรื่องนะคะ

    คอมเมนต์มาพูดคุยได้ตามสบายค่ะ ///D///) 

    ขอบคุณค่ะ
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in