อยากเล่า...ฟังเราหน่อยLanier
[Movie Review] How to train your dragon 3 - บทสรุปของตำนานไวกิ้งพิชิตมังกร
  •      แล้วเราก็ได้เดินทางมาถึงภาคสุดท้ายของภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์อย่าง "How to train Your Dragon" ซึ่งเราถือว่าภาคสุดท้ายนี้ เป็นภาคจบที่จบได้อย่างสมบูรณ์ และไม่ทำให้เราผิดหวังจริงๆค่ะ (จากที่กรี๊ดกร๊าดกับตัวทีเซอร์หนังมาตั้งแต่ที่ปล่อยมาเมื่อหลายเดือนที่แล้ว คาดหวังมากบอกเลย55555) เราจะแบ่งเป็น 2 โซนนะคะ แบบไม่สปอยล์จะอยู่ด้านบน ถ้าอยากดูเองก่อนก็อย่าเลื่อนลงไปข้างล่างนะเอออออ



    [No Spoil]

         ใครจะไปดูเรื่องนี้เราบอกเลยค่ะ มันคุ้ม เรื่องนี้เราว่ามันมีหลายอารมณ์มากๆเลย จากที่ยิ้มๆอยู่ หันไปอีกที น้ำตาไหลไปแล้ว55555 ถ้าใครคาดหวังว่าจะไปเสพความน่ารักของเขี้ยวกุดละก็ บอกเลยค่ะว่าไม่ผิดหวัง เรานี่นั่งยิ้มตลอดเรื่อง น้องน่าเอ็นดูมากกกกกกก แล้วด้วยความรายละเอียดเล็กๆน้อยๆภายในเรื่อง มันทำให้หนังยิ่งมีสเน่ห์แล้วก็น่าจดจำยิ่งไปอีก เราชอบมิตรภาพระหว่างเขี้ยวกุดกับฮิคคัพมากๆเลยค่ะ มันเป็นอะไรที่ ไม่ใช่แค่มังกรกับคนขี่ มันคือครอบครัว คือเพื่อน คือสิ่งที่ขาดไม่ได้อ่ะ เป็นเรื่องที่ดูแล้วประทับใจมากๆจริงๆนั่นแหละค่ะ ใครที่ยังลังเลอยู่ว่าจะไปดูดีมั้ย เราบอกเลยนะคะ ไป-ดู-เถอะ แล้วจะรู้เลยว่ามันคุ้ม มันมีมากกว่าแค่ความน่ารักจริงๆค่ะ


    [SPOIL!!!] 

    "There was a dragon when I was a boy." 

         ประโยคนี้ ถ้าใครที่ได้ดูทีเซอร์แล้วลองคิดตามก็คงพอเดาได้ใช่มั้ยคะว่ามันจะออกมาเป็นยังไง ใช่ค่ะ ตอนทีเซอร์ออกแรกๆเราก็คิดมากกับเรื่องนี้เหมือนกัน แล้วก็ลังเลว่าจะไปดูดีมั้ย แต่ก็ เราดูเรื่องนี้แล้วก็ตามมาทุกอย่างแล้วอ่ะค่ะ (ไม่ว่าจะเป็นหนัง ซีรี่ย์ Rise of Berk กี่ซีซั่น ตอนพิเศษ บลาๆๆ) กลายเป็นว่าเรากลัวว่า ถ้าพวกเขาจะต้องจากกันแล้วมันจะเป็นยังไง แล้วก็กลัวว่าตัวเองจะรับไม่ค่อยได้ แต่พอได้มาดูแล้ว เราก็รู้สึกเหมือนเราได้โตไปพร้อมๆกับฮิคคัพจริงๆค่ะ 

         จากที่ตอนแรก ฮิคคัพเป็นเพียงแค่เด็กผู้ชายที่อยากจะพิสูจน์ตัวเองให้พ่อ ให้คนทั้งหมู่บ้านยอมรับ พอผ่านไปเรื่อยๆ ฮิคคัพโตขึ้น ความรับผิดชอบทั้งหลายทั้งแหล่ก็ค่อยๆเข้ามา เพราะด้วยความเป็นลูกหัวหน้าเผ่า ด้วยความที่เป็นคนที่เริ่มเป็นเพื่อนกับมังกรเป็นคนแรก ทำให้ต้องแบกความรับผิดชอบมาตั้งแต่อายุยังน้อยๆ แล้วยิ่งตอนภาค 2 สโตอิคก็ไม่อยู่แล้วอีก ฮิคคัพเลยได้กลายเป็นหัวหน้าเผ่าอย่างเต็มตัว เราว่าฮิคคัพเป็นคนที่ไม่ค่อยได้ใช้ชีวิตแบบเด็กวัยรุ่นเท่าไหร่ ถึงดูเหมือนว่าได้เล่นกับเขี้ยวกุดแล้วก็เพื่อนๆอยู่ตลอดก็เถอะ แต่พอเวลามีปัญหา ใครๆก็ถามถึงหัวหน้าจริงมั้ยคะ ฮิคคัพเป็นคนที่ไม่ค่อยมั่นใจในตัวเอง คงเพราะว่าก่อนจะมาเจอเขี้ยวกุดก็โดนเรียกว่าเป็นตัวปัญหามาตลอดแหละค่ะ เลยคิดว่าพอไม่มีเขี้ยวกุดแล้วตัวเองจะทำอะไรไม่ได้ แต่จริงๆแล้วนางเก่งนะคะ

         พอภาคนี้มา จะเห็นได้ชัดเลยค่ะว่าการที่ฮิคคัพพามังกรใหม่ๆกลับมาที่เบิร์ก มันไม่ใช่เรื่องที่น่ายินดีเหมือนตอนแรกๆอีกแล้ว คนในหมู่บ้านเริ่มมองว่ามันเป็นการพาปัญหาเข้ามา และคิดว่ายังไงฮิคคัพก็เป็นแค่เด็ก อย่างก็อบเบอร์ก็คอยบอกให้ฮิคคัพแต่งงานอยู่ตลอด จะได้เป็นหัวหน้าเผ่าจริงๆซักที เราก็เข้าใจแหละค่ะ เราสร้างโลกในอุดมคติไม่ได้อยู่แล้ว ยิ่งมาเจอตัวร้ายภาคนี้แล้ว น่ากลัวกว่าเดิมเยอะเลยค่ะ เล่นกุมจุดอ่อนแบบอยู่หมัดเลย 

         ถึงตอนท้ายเรื่อง ฮิคคัพจะช่วยมังกรทั้งหมดไว้ได้แล้ว แต่มันก็คงเป็นการย้ำให้ฮิคคัพได้รู้จริงๆแล้วว่าการรวมมังกรไว้มันจะล่ออันตรายให้เข้ามา และด้วยความที่เขี้ยวกุดภาคนี้ก็มีคู่ของตัวเอง อยากสร้างครอบครัวของตัวเอง แล้วเขี้ยวกุดก็ถือว่าเป็นราชามังกรด้วย มีหน้าที่ต้องปกครองมังกรด้วยเหมือนกับที่ฮิคคัพก็มีเผ่าของตัวเอง ต่างคนต่างมีหน้าที่ความรับผิดชอบของตัวเอง ฮิคคัพเลยตัดสินใจที่จะปล่อยเขี้ยวกุดไปให้ไปใช้ชีวิตของตัวเอง

         จากตอนแรก ฮิคคัพดูตกใจและรับไม่ค่อยได้ที่ีจะปล่อยเขี้ยวกุดไป เขี้ยวกุดก็ด้วย ฮิคคัพเคยทำหางเทียมที่ไม่จำเป็นต้องให้ฮิคคัพช่วยบังคับมาแล้วนะคะ แต่เขี้ยวกุดก็ไม่เอา ก็เป็นเพื่อนที่อยู่ด้วยกันมาตลอดนี่เนอะ พอท้ายๆทั้ง 2 คนก็ยอมรับ และเลือกที่จะกลายเป็นผู้ใหญ่ และตัดสินใจแบบนั้นไป ซึ่งเราว่าหนังสื่อประเด็นนี้ออกมาได้ดีมากเลยนะคะ กลายเป็นว่า ตอนนั้นที่เรานั่งน้ำตาไหลอยู่ หันไปมองรอบๆ มีคนปาดน้ำตาอยู่หลายคนเหมือนกัน55555

          ต่างคนต่างแยกไปมีครอบครัว ทีแรกเราคิดว่าจะไม่ได้เจอกันอีกแล้ว แต่ตอนท้ายสุดที่บังเอิญมาเจอกันอีกรอบ เรานี่ยิ้มกว้างจนเพื่อนหันมามองเลยค่ะ55555 ยังไงก็ตัดกันไม่ขาดจริงๆค่ะ ถือว่าทีมสร้างใจดีมากจริงๆ เป็นตอนจบที่ไม่ทำให้รู้สึกค้างคา ไม่พอใจ หรือติดใจกับอะไรแล้วค่ะ ให้มังกรเป็นแค่ตำนาน เป็นแค่เรื่องเล่า เพื่อปกป้องเอาไว้ เป็นตอนจบที่สมบูรณ์แล้วจริงๆค่ะ (ขอนอกเรื่องนิดนึง รุ่นลูกน่ารักมากกกกกก ทั้งลูกฮิคคัพทั้งลูกเขี้ยวกุดเลย กรี๊ดดดดดดด )

         นอกจากเรื่องฮิคคัพกับเขี้ยวกุด ทีมสร้างก็ใส่รายละเอียดอื่นๆมาให้หนังมันสมบูรณ์แบบมากขึ้น อย่างฉากสโตอิค โผล่มา 2 รอบ เรานี่น้ำตารื้น 2 รอบเลยค่ะ (คิดถึงคุณพ่อแรงมาก ฮื้ออออออ) และมีการใส่มุขที่ทำให้นึกถึงภาคก่อนๆมาหลายอย่างเลย ไม่ว่าจะเป็นมุขตอนที่เขี้ยวกุดใช้กิ่งไม้เขียนพื้น เล่นเกมห้ามเหยียบเส้น ตอนที่White Furyโฉบลงมารับฮิคคัพแล้วก้มหน้าลงมายิ้มให้ หน้าเขี้ยวกุดคือซ้อนขึ้นมาเลยค่ะ บทพูดในหลายๆตอน เรานี่ยิ้มหน้าบานเลยค่ะ ชวนให้คิดถึงมากๆ ทำให้เรารู้ว่า เอ้อ เราโตมากับหนังเรื่องนี้จริงๆนะ และที่สำคัญ ตอนที่ในแดนลับแล เราเห็นWhite Furyอีก 2-3 ตัว ทำให้รู้ว่า สายพันธุ์ของเขี้ยวกุดมันยังไม่สูญพันธุ์ไปหมด  เขี้ยวกุดพยายามหาเพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์มาตลอด เห็นแล้วก็ใจชื้นเลยค่ะ

         เราว่าเราพล่ามมาเยอะมากเลยค่ะ เห็นที่ตัวเองพิมพ์ไปแล้วตกใจเลย55555 เราพยายามยั้งตัวเองแล้วนะคะ แต่เราห้ามความติ่งตัวเองได้แค่นี้จริงๆค่ะ ใครที่อดทนอ่านมาได้จนถึงตรงนี้นี่สุดยอดมากเลยนะคะ เรายกนิ้วให้เลย ก็หวังว่าเราจะไม่เขียนยืดจนเกินไปจนมันน่าเบื่อนะคะ แนะนำให้ดูเรื่องนี้จริงๆ แล้วก็... เราอยากฝากเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่องนี้ให้ไปลองฟังดูค่ะ อาจจะเคยได้ยินแต่ไม่รู้จักชื่อเพลง ในหนังตอนเพลงนี้ออกมามันดีมากๆเลยค่ะ


    ที่จริงมันเป็นเพลงตั้งแต่ภาคแรกแล้วค่ะ แต่เราชอบจริงๆ อยากให้ลองไปฟังเพลงอื่นด้วยค่ะ เพราะทุกเพลงจริงๆ


    -ขอบคุณที่อ่านมาจนถึงตรงนี้นะคะ-

        

    EDIT1 : รู้สึกแปลกๆตอนเห็นชื่อหัวข้อ เลยแบบ อ๋อ เราติดมาจากเอรากอนนี่เอง55555 เหมือนมาผิดเรื่อง เปลี่ยนดีกว่าค่ะ😂😂😂




เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in