My First StoryPrachawit Dax
ลำธารรำลึก
  • เรายืนกันอยู่หน้าลำธารสายหนึ่งในป่าลึก
    มองเห็นกังหันลมยักษ์ที่หยุดหมุนมาแต่ไกล
    เฟิร์นและมอสขึ้นเรี่ยรายตามทางเดินและโขดหิน
    ใบไม้สีส้มอมเหลืองเกลื่อดกลาดปกคลุมดิน
    ทิวสนโอบล้อมลำธารคล้ายป้อมปราการ
    หินกรวดแม่น้ำหลากสี ขาว ดำ น้ำตาล 
    เธอหยิบก้อนหินโยนลงน้ำ ในมือถือกระป๋องเบียร์
    ผืนน้ำแผ่กระจายเป็นวง
    ลึกเกินหยั่ง ก้อนหินจมหายลับไป"หากเราเป็นหินก้อนนั้น เธอจะทำอย่างไร"

    เธอถามพร้อมสบตา
    ผมมองออกไปเบื้องหน้า ลำธารสายเดิมยังคงไหลเอื่อยๆ ก่อนจะตอบคำถามของเธอ

    "เราก็จะไม่ทำอะไร ปล่อยให้มันเป็นตามวัฏจักร
    ก่อนจะเป็นหินก็เกิดจากดิน ก่อนที่หินจะกลายเป็นทรายอีกที 
    เหมือนร่างกายของคนเรานั่นแหละ
    มีเลือดเนื้อ อารมณ์ จิตใจ
    เมื่อมีชีวิตอยู่ต่างต้องการสิ่งต่างๆมาแต่งแต้ม
    ร่างที่เช่าเขาไว้อาจมีอายุแค่สองหมื่นกว่าวัน หรือน้อยกว่านั้น 
    เปลือกบางๆห่อหุ้มด้วยวัตถุและอารมณ์ในจิตใจ
    ปีศาจแห่งกาลเวลาจะพรากทุกสิ่ง ไม่ช้าก็เร็ว
    สุดท้ายก็เหลือแต่เถ้าถ่าน มาโปรยลงลำธารแห่งนี้
    คืนสู่ธรรมชาติ ไหลไปตามกระแสธารนั่นแหละ"

    "เหมือนตอนตายทุกคนพร้อมใจเอนกายให้แม่น้ำเลยเนอะ" 

    เธอบอกพลางยกเบียร์ขึ้นดื่ม

    "วันหนึ่งไม่เธอก็เรา ที่ต้องทอดกายในลำธาร"
    ผมตอบพลางจุดบุหรี่ขึ้นสูบ
    ควันบุหรี่ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าสีคราม

    "ว่าแต่เชื่อเรื่องพระเจ้ามั้ย?" เธอถาม

    "ไม่รู้สิ สำหรับเรา ถ้าสวดภาวนาพระเจ้า
    พระเจ้าคงให้พรเราไม่ได้หรอก
    หากสิ่งที่เราทำแล้วมันถูกต้อง พระเจ้าจะอยู่เคียงข้างเราเสมอ
    แต่หากมันผิด
    พรของพระเจ้าก็คงไม่มีประโยชน์อันใด"

    "งั้นพระเจ้าคงไม่มีวันรับฟังคนอย่างแก"
    เธอบอกพร้อมแลบลิ้นใส่

    เรานั่งอยู่ริมลำธารจนเย็นย่ำ
    ความกดอากาศต่ำเข้าปกคลุม
    ท้องฟ้าเป็นสีเดียวกับใบไม้
    ลำธารเมื่อตอนที่เราเพิ่งมาถึง
    กับลำธารที่ไหลผ่านคลองสายตาตอนนี้
    เป็นลำธารคนละสายกันแล้ว แม้จะผ่านไปไม่นานนัก

    บทเพลงแห่งแม่น้ำยังคงบรรเลงไปเรื่อยๆ
    ความดี ความชั่ว ปะปนอยู่ในลำธารสายนี้
    บางคราวความผิดแปดเปื้อนในห้วงชีวิต
    ลำธารปนเปื้อนและกลายเป็นสายน้ำติดเชื้อ
    ก่อนกระแสน้ำจะไหลผ่านลงสู่ห้วงมหาสมุทรลึก
    เจือจางทุกสิ่ง และกลับสู่จุดเริ่มต้นอีกครั้ง

    ทิวสนสีเขียวสดเมื่อตอนกลางวัน
    ตอนนี้มืดครึ้มเพราะไร้แสงสาดส่อง
    ภาพกังหันลมสะท้อนบนผืนน้ำเลือนราง
    มืดมนอนธการ แสงของไฟในเมืองเลือนลางอยู่ลิบตา

    เธอดื่มเบียร์กระป๋องสุดท้ายที่หิ้วมาจนหมด
    กระป๋องเบียร์บุบบี้วางเกลื่อนกลาดข้างถุงน้ำแข็ง
    ก้นกรองบุหรี่เกลื่อนผืนหญ้า หญ้าบ้างต้นเปื้อนนิโคติน

    "กลับกันเถอะ ก่อนที่จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของแม่น้ำจริงๆ"

    เธอลุกขึ้นปัดใบไม้แห้งตามกางเกงยีนส์
    ก่อนจะยื่นมือมาให้ผมจับ 
    ผมจับมือเธอและชันตัวลุกขึ้น
    ดีดก้นกรองบุหรี่ที่เพิ่งมอดไหม้ลงลำธาร
    เถ้าถ่านที่ยังเผาไหม้ไม่หมดลอยบนผิวน้ำ
    คล้ายเถ้ากระดูกที่ลอยอังคารในแม่น้ำ
    "วันหนึ่งคงได้เป็นส่วนหนึ่งของลำธารสายนี้"

    ผมคิดในใจ ทอดสายตามองลำธารสายเดิมอีกครั้ง
    ก่อนลัดเลาะแนวป่า เดินตามแสงไฟฉายของเธอ
    ผมคงจะกลับมาฟังบทเพลงแห่งสายน้ำที่นี่อีก
    มันเป็นบทเพลงที่จริงแท้และไพเราะที่สุด
    ก่อนที่วันหนึ่ง ผมจะไหลลงสู่ลำธาร
    รวมกันเป็นหนึ่งกับน้ำทั้งกายและใจ
    เยือกเย็นและสงบ พบจุดเริ่มต้นของจุดจบ
    ในกระแสธารแห่งผู้คน ที่ยังปะปนทั้งชั่วและดี.



    ๑๔ / ๑๑ / ๒๕๖๐
    เขียน ณ พัทลุง , ประเทศไทย
    แรงบันดาลใจจากเพลง
    ลำธาร - มาโนช พุฒตาล




Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in