บทกวีไม่มีแพนด้า3Orraphansilp
สุนทรพจน์ของนักเขียนกัมพูชาสู่แรงบันดาลใจของข้าพเจ้า
  • ความสัมพันธ์ สังคม สิ่งแวดล้อม                 คนยุคเก่าเฝ้าถนอมพร้อมรักษา

    นับแต่แม่น้ำส่ำสัตว์เป็นต้นมา                               ไพรพนาป่าเขาแนบเนาคุณ

    บูชาเทพยดาอารักษ์                                              ตระหนักแผ่เผื่อเกื้อหนุน

    รากเหง้ากรุณาการุญ                                            กักตุนสมบูรณ์มาเนิ่นนาน

    แม่น้ำหล่อเลี้ยงชีวิต                                              แม่ดินซับพิษสืบสาน

    แม่ไทรใบดกปรกลาน                                           แม่ฟ้าบันดาลแดดลม

    ผู้คนอยู่ยืนร่มเย็น                                                 ด้วยเห็นค่าคุณอุ่นห่ม

    รวมร่วมหนึ่งเดียวเกลียวกลม                                สั่งสมเส้นทางก่อนถางมัน!

    ความเจริญแผ่ซ่านรุกรานป่า                                 คนคบค้าคิดขบถกฎแปรผัน

    ทุกด้าวแดนเข้าถึงด้วยดึงดัน                                 เบียดเบียนเหี้ยนหั่นจนบรรลัย

    เทคโนโลยีสำรวจสุ่มตรวจป่า                                มิใช่เพื่อรักษาป่ากว้างใหญ่

    แต่เพื่อดูว่าป่าเหลืออะไร                                       เพียงพอให้ทำลายซื้อขายกิน

    มนุษย์ทำลายธรรมชาติ                                         ตัดขาดความสัมพันธ์ฆ่าฟันสิ้น

    สร้างเขื่อนคันกั้นน้ำไหลไม่เหลือริน                       ขุดหน้าดินขุดเนื้อแม่แล่เนื้อตน

    ซ้ำปกปิดเปลี่ยนผิดให้เป็นถูก                                 ความพันผูกแปรปรับให้สับสน

    ของเน่าเสียเสื่อมถอยปล่อยปลอมปน                     บัดดลน้ำแปดเปื้อนเลือนสีคราม

    ถึงเวลาธรรมชาติทำลายกลับ                                 จึงสดับเสียงครวญสวนคำถาม

    ดินระแหงฟ้าแดงเลือดน้ำเหือดตาม                       สรรพสัตว์วู่วามฝีมือใคร!

    พอเถอะ ขอเถอะ พอที                                           ลูกหลานจะไม่มีที่อาศัย

    น้ำไม่มีปลา ป่าไม่มีไม้                                          ดินไม่มีรากไช โลกไม่มีมนุษย์

         เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม ที่ผ่านมา ได้มีโอกาสไปร่วมงานมอบรางวัลวรรณกรรมแม่น้ำโขง ซึ่งปีนี้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ และมีนักเขียนไทย 2 ท่าน ที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ คือ คุณเรวัตร์ พันธุ์พิพัฒน์ และคุณวีระศักดิ์ จันทร์ส่งแสง ก่อนมอบรางวัลนักเขียนที่ได้รับรางวัลจาก 6 ประเทศในแถบลุ่มน้ำโขง (เวียดนาม ลาว พม่า กัมพูชา จีนยูนนาน และไทย) จำนวน 12 คน ได้ขึ้นไปกล่าวสุนทรพจน์สั้น ๆ เราฟังไม่รู้เรื่องหรอก เพราะบางท่านพูดภาษาทางการของประเทศตนเอง บางท่านพูดภาษาอังกฤษ จึงต้องขอชื่นชมผู้จัดงานที่พิมพ์หนังสือรวบรวมสุนทรพจน์ของนักเขียนไว้และแปลเป็นภาษาไทย เราจึงได้รู้ว่านักเขียนแต่ละท่านพูดอะไรบ้าง

         นักเขียนกัมพูชาที่เป็นแรงบันดาลใจให้กลอนของเราข้างต้นคือ ดร.เขียว โกศล อุปนายกนักเขียนกัมพูชา

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in