เดินทางหา 'พ่อง'Benz Forgetme-not
Phuket : 03
  • พ่อง : 03

    ต้องบอกก่อนว่า..

    ก่อนหน้านี้ผมเคยเขียนถึงเหตุการณ์บนเครื่องบินประมาณนี้ไปแล้ว
    แล้วคืออะไรรู้มั้ย?
    .
    .

    มันเป็นแบบเดิมไม่เปลี่ยนแปลงไปเลย
    ความเปลี่ยนแปลงไม่ได้พัดพาไปในทางที่ดีขึ้นเลย
    ...

    พอเครื่องบินทะยานลงเรียบรันเวย์ปุ๊บ..
    สจ๊วตยังพูดไมค์ขอบคุณผู้โดยสารไม่ทันจบ
    ตูดมนุษย์ทั้งหลายที่ติดกับเบาะที่นั่ง
    เหมือนมีสปริงเด้งขึ้นมาให้ยืนกันถ้วนหน้า
    ตรงทางเดินกลางลำ

    เพื่อชักกระเป๋าสัมภาระออกมาจากช่องบนหัว
    และยืนโง่ๆ
    .
    .

    คือถ้าให้เดา..
    หลายคนในเครื่องบินก็คงจะเคยเหยียบย่างขึ้นลงเครื่องบินอยู่แล้ว
    แต่เราไม่ได้เรียนรู้อะไรเลยหรอ
    ...

    มันเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแบบ 100% ที่ผมเคยประสพมา
    .
    .

    ทุกครั้งที่ผมนั่งเครื่องบิน
    ผมจะทำนายได้เลยว่า..
    แม่งต้องมีเหตุการณ์แบบนี้แน่นอน
    ไม่ต้องมีใครมาฟันธงธง ม๊กจ๊ก
    .

    กรุณานึกภาพตาม

    ทุกคนจะลุกออกจากที่นั่งพร้อมกัน
    เหมือนนัดหมายกันมาจากบ้าน
    หยิบกระเป๋า
    และยืนออกันอยู่กลางทางเดิน
    .

    ยืนแบบไม่รู้จะยืนทำไม
    เพื่ออะไร
    หรือ ยืนรอคอยโชควาสนา
    ...

    .
    .
    คือบางทีพี่นั่งอยู่ท้ายๆ ลำ
    รีบยืนขึ้นไป ก็ต้องรอให้คนแถวหน้าค่อยๆ เขยิบไปทีละคืบ ทีละศอก
    พี่รีบยืนกันทำไมครับ ไม่เมื่อยหรือไง
    ทุกวันนี้ยังหาคำตอบให้กับตัวเองไม่ได้
    ...

    ทำอย่างกับรีบกันนักหนา

    รีบไป
    ก็ต้องไปยืนรอในรถบัสสนามบินที่มารอรับอยู่ดี
    คือเดินลงท้ายๆ รถก็ออกพร้อมกับอีคนแรกที่รีบมายืน
    คือรถเค้ารอคนเต็ม
    ไม่ใช่ใครถึงก่อนแล้วจะวาร์ปเข้าไปในสนามบินได้
    เข้าใจใหม่นะครับ
    .
    .

    รีบนั้นดี
    แต่ถ้ารีบแบบไม่ได้วิเคราะห์ดูว่า..
    มันเร็วขึ้นมั้ย
    และดีต่อชีวิตมั้ย

    นั่งรอเถิดครับ
    เพื่อสุขภาพขาของตัวท่านเอง
    ...

    .
    .
    ผมมีเรื่องทำนองนี้อย่างละเอียด
    ในนี้ครับ
    ไปตามอ่านด้วย
    เพราะฟรี
    และเขียนไว้นานแล้ว

    จงอ่าน จงอ่าน จงอ่าน
    https://minimore.com/b/6whJh/11

    ในนั้นขี้บ่นและปากจัดกว่าในนี้เย้อะ : )

    พ่อง

    ---

    พ่อง : 04

    พอลงเครื่องปุ๊บ ก็ก้าวขึ้นรถบัสสนามบิน
    มีคนรออยู่ในนั้นเต็มหมดแล้ว

    ผมขึ้นมาในช่วงท้ายๆ พอดี
    คือพอผมก้าวเท้าขวาขึ้นปุ๊บ เท้าซ้ายกำลังจะยกตามขึ้นมา
    รถแม่งก็ปิดประตูพอดี
    ...

    บริเวณที่ผมได้ยืนพำนัก จึงคือตรงประตูรถ
    ยืนอยู่ข้างเสาเหล็กที่ปักอยู่กลางคัน

    เป็นเสาเหมือนที่ปักอยู่บนรถไฟฟ้า
    แต่เป็นท่อนเดียวยาวๆ ตรงๆ
    ไม่ได้มีแง่งแยก แตกออกมา 3 อัน
    .
    .

    แต่..
    แม่เจ้า!
    .
    .

    มีเสาเหมือนไม่มีเสาเลย
    ...

    ทำความเข้าใจก่อนว่า
    หน้าที่ของเสาคือ..
    ให้คนที่ยืนอยู่เอื้อมมือไปจับ
    ให้กระชับตัวเอง
    ไม่โอนเอนไปตามสภาพแรงเหวี่ยงของรถบัส

    ให้ยืนเท้ายึดอยู่กับที่
    ไม่ต้องกระตุกเท้าไถลไปตามแรงเคลื่อนที่ของรถ
    ใช่มั้ยครับ?
    .
    .


    แล้วผมจะทำไงดี?
    เพราะเท่าที่เห็นสภาพเสาต้นนั้น
    กำลังถูกเบียดบังด้วยแผ่นหลังของใครบางคนอยู่


    เห้ย
    ผมรู้สึกเหมือนกำลังถูกลดทอนสิทธิ และเสรีภาพ
    ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาเสา
    ...

    ไม่รู้ว่าท่านคนที่กำลังยืนพิงเสาอยู่เสานี้
    ไม่ทราบว่า..
    พ่อของเขาต้องบริจาคค่าใช้จ่ายให้กับสนามบินเท่าไหร่
    เพื่ออำนวยให้ลูกชายของเขาได้สะดวกสบาย
    ผ่านบริการพิงเสาได้ตามอัธยาศัยจนกว่าจะถึงที่หมาย
    ...
    .
    .

    แต่เดี๋ยวก่อน!
    ถ้าท่านเนียนกว่านี้
    จะได้บริการพิงเสาจนถึงลำลูกกา กรุงเทพฯ
    เลยทีเดียว

    ผมซึ่งกำลังจะใช้เท้ายึดไม่อยู่
    จึงต้องหาที่ว่างในการจับ
    คือช่องว่างตรงลำคอของเขา
    ซึ่งอยู่สูงประมาณคอผม
    ...

    และมีคนข้างๆ ผม
    (โปรดสังเกตมือข้างล่าง - ในภาพ)
    เอื้อมมาจับเสา ในท่าจับแค่ครึ่งเสา

    แน่สิ
    ใครมันจะไปกล้าทะลวงนิ้วแทรกผ่าน
    เข้าไปยังเนื้อเอวที่แนบชิดสนิทสนมกับเสา
    เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน
    .
    .

    เพราะอีกครึ่งหนึ่ง เป็นส่วนที่พ่อของคนที่พิงเสา
    ได้บริจาคเพื่อซื้อมันมา
    ไม่มีสิทธินะจ๊ะเด็กๆ

    คนพิงเสานี่
    จิตใจต้องทำด้วยอัลไล

    พ่อง

    --- 


เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in