เดินทางหา 'พ่อง'Benz Forgetme-not
Phuket : 02
  • พ่อง : 01

    หลังจากเดินผ่านประตู ที่แอร์จะยืนฉีกตั๋วในมือคุณทิ้งไปครึ่งหนึ่งแล้ว 

    มีอยู่ 2 ทางที่คุณจะเจอคือ..


    1 เดินผ่านงวงช้างเข้าเครื่องบินได้ทันที

    หรือ..

    2 จะมีรถบัสสนามบินมาจอดรอรับคุณ เพื่อขับพาคุณไปทิ้งไว้ที่ใดที่หนึ่งบนรันเวย์ และคุณก็จะต้องเดินขึ้นเครื่องบินจากตรงนั้น

    .

    .


    การไปภูเก็ตของผมครั้งนี้เป็นแบบที่ 2 ครับ

    .

    .

    เมื่อกูเดินผ่านที่ฉีกตั๋วออกมา และขึ้นรถแล้ว ก็พบหมู่มวลมหาประชาชนที่ท่วมท้นมหาศาลบานตะไทในนั้น ผมไปยืนเป็นคนตัวลีบๆ

    ยืนแทบจะหายใจรดต้นคอคนข้างๆ เลยทีเดียว อยู่ไปนานๆ น่าจะมีการได้เสียในรถเกิดขึ้น

    กูไม่ได้รู้จักมึง มึงก็ไม่ได้รู้จักกู เวลามาอยู่รวมกัน เบียดๆ กัน แล้วมันกดดัน เหมือนอยู่ในขบวนรถไฟฟ้า กูแทบไม่อยากมองตาไอ้คนข้างๆ ที่เอาแขนมันมาสีแขนกูอยู่เลย แทบอยากจะเอาสายตาไปทิ้งไว้ไกลๆ มองไปสุดขอบประเทศเอธิโอเปีย

    คือ คนแม่งแน่นมาก!

    ..


    รถออก..

    มีความแน่นเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือ มีควายเผือกสองตัว สะพานกระเป๋าติดไว้กับตัว
    เป็นชาวอะไรไม่ทราบดี..


    ไม่รู้ว่าเป็นฝรั่ง หรือมังคุด

    แขก หรือเด็กเสิร์ฟ

    ออสเตรเลีย หรือเยอรมันเชฟเพิร์ท

    สวิช หรือปลั้กพ่วง

    .

    .


    พอ!

    หยุดตลกก่อน


    เค้ามาเป็นคู่ชายหญิงสองคน แล้วแม่งก็เป็นกันทั้งคู่
    คือยืนคุยกัน หันหลังให้กูที่ยืนอยู่ ถูกเบียดเบียนพื้นที่รโหฐานในชีวิต
    กูก็ไม่เข้าใจว่า ทำไมมึงไม่วางกระเป๋าไว้กับพื้นครับ


    ทำไม มึงเตรียมจะไปปีนเขาขึ้นแคมป์ ABC ที่เนปาลเหรอ
    "ชั้นจะต้องมีพละกำลัง นี่แน่ะ สะพานกระเป๋าตลอดเวลามันเลย"


    จะไม่มีอะไรเลย ถ้ากระเป๋าที่มึงสะพายอยู่ มันไม่ได้มาเบียดเบียนพื้นที่การใช้ชีวิตและอิสรภาพทางด้านการเงินของกู

    รู้มั้ย? เวลารถเคลื่อนที่ มันจะโยกเยก

    พอรถโยกเยก มึงที่อยู่ในรถก๋็โยกเยกตาม

    รวมทั้งกูก็โยกเยกด้วย

    และ..

    กระเป๋ามึงก็โยกเยกด้วยไง!

    .

    .


    แต่มึงรู้แค่ว่าตัวมึงโยกเยกเท่านั้น

    มึงไม่ได้รู้ว่ากระเป๋ามึงโยกเยกด้วย ว่าไปกระเป๋ามึงก็เปรียบเนื้องอกชนิดหนึ่งที่ยื่นออกมาจากตัวประมาณแปดเมตร ที่ตอนนี้กำลังถูไถลำตัวกูอยู่ ซึ่งมึงรู้ถึงการมีอยู่ของมัน แต่มึงไม่ได้รู้ว่ามันแกว่งไกวในสภาพแบบใด
    มันดื้อ มันซนมั้ย


    พอทุกอย่าโยกเยกเอย น้ำท่วมเมฆ

    กระเป๋ามึงก็จะมาสูสีกูในทุกอณูรูขุมขนบนร่างกายอันอ่อนโยนไร้สิว ไร้ริ้วรอย

    แทนที่จะรู้ตัว เอ้อ วางกระเป๋าลงหน่อย มึงก็ปล่อยเนื้องอกมึงเป็นอิสระปู้ยี่ปู้ยำกูอยู่แบบนั้น กูก็ยืนกลายเป็นผัวเมียกับกระเป๋ามึงไปสิ

    ลงรถแทบจะยื่นแหวนแต่งงานให้กระเป๋ามึง

    พ่อง!

    ---


    พ่อง : 02

    บรรยากาศบนเครื่องบิน

    บรรยากาศที่ควรจะได้ค่อยๆ หลับตาพริ้ม เอนกายเคลิ้มหลับไปในยามเช้า พร้อมกับลืมตาตื่นขึ้นมาบิดไล่ความขี้เกียจออกไป พบกับรรยากาศสดชื่นที่สนามบินภูเก็ต แล้วก็เดินออกจากเครื่องทักทายแอร์หน้าตาดี เพื่อเดินไปหาเพื่อนที่มารอรับอย่างสง่างาม

    .

    .


    แม่งภาพนั่น โดนลบทิ้งไป

    ชิบหาย เพราะกูนั่งข้างใครก็ไม่รู้

    ...



    ผมนั่งอยู่บนเบาะชิดติดทางเดิน ฝั่งซ้ายของลำ

    ข้างๆ ผมถัดไปทางหน้าต่างจะมีคนนั่งคั่นไว้ 2 คนถ้วน ไม่มากไม่น้อยไปกว่านี้ ไม่มีใครนั่งตัก ตีลังกา หรือนวดสปาอยู่

    .


    พอเครื่องบินทะยานขึ้นปุ๊บ เจ๊ที่นั่งเบาะติดริมหน้าต่าง แม่งปิดสวิชต์ตัวเองชิงหลับไปก่อน

    ทำสกอร์ 1 ประตูต่อ 0 เกม


    และแม่งก็เป็นที่มาของเหตุการณ์ทั้งหมดที่ผมได้เจอ

    ...


    พออีเจ๊ชิงหลับ กูก็จะกำลังจะทำประตูตามเจ๊ไปติดๆ
    กำลังจะหลับตา เปลือกตาบนยังไม่ทันแนบสนิทกับเปลือกตาล่างดี แดดจากหน้าต่างยามเช้าแม่งลอดเข้ามาจ๊ะเอ๋ส่องหน้ากูเต็มๆ

    หันไป คิดจะบอกเจ๊ให้เลื่อนหน้าต่างปิดหน่อย 

    อีเจ๊แม่งดันนอนเอาหัวพิงซอกเบาะกับหน้าต่างที่มันร่มอยู่ในท่าที่แม่งสบายมาก คือหน้าเจ๊นี่แบบยิ้มอ่อน นอนยิ้มเหมือนชีวิตนี้เพิ่งได้นอนเป็นครั้งแรก กูก็ไม่กล้าปลุก

    .

    .


    แล้วเจ๊ก็นอนสบาย แล้วแดดก็ส่องหน้ากู

    คือหน้ากูคนเดียวด้วยนะ คนอื่นนี่ไม่โดนเลย กูเป็นกองหน้ารับแดดอยู่คนเดียว


    แล้วผมแม่งนั่งโง่ๆให้แดดส่อง โดยที่ไม่รู้จะเอายังไงกับชีวิตต่อไป
    เพราะแม่งทำอะไรไม่ได้เลย นอกจากนั่งหน้าร้อน

    ...


    นั่งไปสักพัก เห็นเจ๊สะดุ้งตื่นเพราะแดดเริ่มขยับส่องหน้าผากนิดนึง

    ผมยิ้ม และคิดในใจ..

    "เอาวะ เจ๊คงเลื่อนปิดให้"


    แม่งปิดจริงๆ

    เจ๊เลื่อนปิดแค่ครึ่งบาน เอารอดเฉพาะหน้าผากตัวเอง!


    แล้วอีกครึ่งบานที่ยังเปิดอยู่ ก็ยังคงเป็นที่มาของแสงแดดบนใบหน้ากูเช่นเคย

    ยอมรับชะตากรรม



    จบเรื่องอีเจ๊

    ---

    ต่อด้วย...

    เรื่องวัยรุ่นชายอีกคน ที่นั่งข้างผม

    ไม่รู้ทำไม ผมจะต้องเจอกับบุคคลประเภทนี้บ่อยครั้ง

    ทั้งบนรถตู้ ทั้งบนขบวนรถไฟฟ้า บนดิน ใต้ดิน กลางดิน วิมานดิน
    แล้วยังต้องมาเจอบนเครื่องบินอีก

    ...


    คือ คนประเภทมีจิตใจเผื่อแผ่

    ชอบอาราธนาเพลงที่ฟังอยู่ ให้คนข้างๆ ได้รับฟังโดยถ้วนทั่วกัน


    คือ อีเจ๊เนี่ยประเภทเครื่องขึ้นปุ๊บ แล้วหลับทันที
    ส่วนวัยรุ่นชายข้างผม เครื่องยังไม่ทันขึ้นเลยแม่งหยิบหูฟังมาอัดหูเปิดเพลง


    มันจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย

    ถ้าเพลงที่มึงฟัง มีมึงได้ยินแค่คนเดียว!

    ...


    แต่มึงกดฟังแบบดังชิบหาย ดังจนกูสามารถเคาะเท้าตามจังหวะเพลงมึงได้ ได้ยินเสียงกลอง เบส กีต้าร์ คีย์บอร์ดครบชุด

    ดังขนาดที่รู้เลยว่า เพลงนี้ใครร้อง ใครแต่งเนื้อทำนอง ใครเป็นโปรดิวเซอร์ให้ ใครอัพยูทูป กระทั่ง แทบจะรู้ด้วยซ้ำว่า เพลงที่ฟังอยู่ของมึงคีย์อะไร


    แล้วมึงก็ฟังแบบไม่รู้ตัวว่ามันดังเลยสักกะนิด

    แปลกมาก ผมไม่เคยเข้าใจคนที่ฟังเพลงในหูฟังแบบดังๆ แล้วไม่รู้สึกตัวเลยว่า คนข้างๆ มึงก็ได้ยิน

    .


    เพราะบางทีมึงก็อาจเคยอยู่ในฐานะของคนข้างๆ..

    คนที่เคยได้ยินเพลงดังๆ จากคนอื่นเช่นกัน มึงก็น่าจะรู้ว่า ถ้าคนข้างๆ เสียบหูฟังฟังเพลงดัง มันจะทะเล็ดออกมาข้างนอกให้มึงได้ยินได้ศีลได้พรด้วย

    และพอถึงตามึงฟังเพลงบ้าง ก็จะฟังไม่ดังมาก เพราะกลัวโดนแช่ง เหมือนที่เคยแช่งเอาไว้


    แต่นี่แม่ง ตั้งแต่เครื่องยังไม่ขึ้น จนเครื่องเทียบรันเวย์ที่จังหวัดภูเก็ต มึงก็ยังฟังด้วยความดังระดับเดิม
    มึงฟังไปกี่เพลงกูรู้หมด วงอะไรกูก็จำได้ ร้องตามได้ด้วย

    ...



    แล้วทำไมชีวิตกู ต้องมาเจอกับเรื่องอะไรแบบนี้

    .

    ระหว่างนั่งทำใจ..
    ผมหันไปมองข้างหลัง เห็นภาพนี้ครับ


    ทุกคนดูนอนสบาย ไร้รอยต่อ ทอเต็มผืน หลับเต็มตื่นด้วยเบาะเครื่องบินกันถ้วนหน้า

    ...


    แล้วทำไมชีวิตผมถึงไม่พัดพาให้ไปอยู่อะไรแถวนั้นบ้าง
    ทำไมต้องให้กูมานั่งทนทุกทรมานทางด้านร่างกาย และจิตใจในบริเวณนี้ด้วย

    เบาะมีเป็นแสน ทำไมถึงให้กูเบาะนี้

    ตัดภาพมาดูกู..
    มีสปอร์ตไลท์ส่องหน้าเข้ามาจากทางหน้าต่าง รวมถึงได้เพลงฟังฟรีด้วย
    แต่เป็นการได้ยินแบบเสียงอุบาทว์

    น่าจะเคยได้ยินกันเป็นเสียงกากๆจากนอกหูฟัง เป็นยังไงคงรู้

    คือจะเพราะก็ไม่เพราะ จะให้กูบันเทิงหน่อยก็ไม่ได้


    พ่อง

    ---

    นี่แค่เพิ่งถึงภูเก็ต ยังดวงดีได้ขนาดนี้
    อย่าไปหวังกับอีก 5 วันที่เหลือเลยครับ


    กูทำใจรอรับชะตากรรมแล้ว

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in