The Unbreakable Chain (Omegaverse)piyarak_s
Chapter 8: Star
  • จัสตินตัดสินใจกลับบ้านของตัวเองในเย็นวันนั้น ไม่อยากรบกวนแคลเรนซ์นานเกินไปก็เรื่องหนึ่ง อีกเรื่องก็คือมีเอกสารหลายอย่างและข้อมูลในคอมพิวเตอร์ที่อพาร์ตเม้นท์ และอีกหลายเรื่องที่ค้างไว้ รวมถึงผ้าที่ยังไม่ได้ซักอีกหนึ่งตะกร้า 

    เขาไม่แน่ใจว่าจะได้พบกับแคลเรนซ์อีกหรือไม่ ถึงได้ที่อยู่และหมายเลขโทรศัพท์มือถือเอาไว้ติดต่อกันได้ แต่เขาก็ไม่รู้จะโทรศัพท์ไปพูดคุยเรื่องอะไรกับอีกฝ่ายอยู่ดี จะชวนไปกินอาหารกลางวันหรือค่ำหรืออะไรอย่างอื่นก็ดูเป็นเหตุผลที่เลื่อนลอยเกินไปหน่อย หรือจะชวนคุยเรื่ององค์กรที่คอยคุ้มครองเขาอยู่ห่าง ๆ โดยที่เขาเองก็ไม่เคยรู้ตัวมาก่อน 


    ตอนที่กลับไปถึงอพาร์ตเม้นท์ เป็นครั้งแรกที่ห้องที่ว่างเปล่าที่เขาอยู่ตามลำพังให้ความรู้สึกแปลกออกไป

    ห้องที่อัดแน่นไปด้วยหนังสือทั้งที่อ่านเล่นและหนังสือวิชาการ ไม่มีโทรทัศน์ เพราะเขาไม่สนใจจะดู พืชอวบน้ำริมหน้าต่างดูสลดลงนิดหน่อย แต่ก็ไม่ถึงกับตาย มีจดหมายที่ยังไม่ได้อ่านกองอยู่ที่ตู้ใส่รองเท้าข้างประตู หน้าห้องน้ำมีตะกร้าใส่ผ้าที่ยังไม่ได้ซักและยังไม่ได้แยกชนิดวางอยู่ มีข้อความฝากไว้ในโทรศัพท์ในห้องพักหลายสายที่ยังไม่ได้เปิดฟัง ส่วนโทรศัพท์มือถือของเขามีสายที่ไม่ได้รับหลายสาย หลายสายเป็นหมายเลขโทรศัพท์ที่ไม่คุ้นเคย และบางสายเป็นสายจากเพื่อนร่วมห้องปฏิบัติการที่เขายังลังเลว่า จะส่งข้อความหรือโทรศัพท์กลับไปหรือไปพูดคราวเดียวเมื่อกลับไปทำงานในวันรุ่งขึ้น


    เขาวางกระเป๋าเป้ที่ติดตัวมาตั้งแต่วันที่เกิดเหตุลงบนเก้าอื้หลังโต๊ะทำงาน หยิบคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กออกมาเปิดเครื่อง ตรวจสอบดูว่ามันติด แต่แล้วก็ถอนใจเฮือก เมื่อโปรแกรมวินโดว์อัพเดทตัวเองโดยอัตโนมัติโดยไม่ได้ร้องขอเลยสักนิด 


    เงาสะท้อนของเขาบนกระจกหน้าต่างดูแปลกตาไปเล็กน้อย เมื่อมีหนวดเคราที่เริ่มขึ้น เพราะไม่ได้โกนมาอย่างน้อยสามวัน ไม่ได้โกนเกลี้ยงเกลาเหมือนทุกวัน อย่างน้อยก็ในช่วงนี้ ไม่นับช่วงที่อยู่ในแล็บทำงานวิจัยแบบหามรุ่งหามค่ำแทบจะกินนอนอยู่ในห้องพักนักศึกษาปริญญาเอกคราวละหลายวันในสัปดาห์


    ระหว่างรอให้โปรแกรมอัพเดท เขาตัดสินใจที่จะดูแลตัวเองให้เรียบร้อยที่จะออกมาจัดการงานทั้งหมดที่ค้างอยู่ให้เรียบร้อย จัสตินถอดเสื้อแจ็คเก็ตออกพาดกับพนักเก้าอี้ ดึงชายเสื้อยืดขึ้นเพื่อจะถอดออก เวลาที่ขยับตัวหรือบิดตัวยังเจ็บอยู่บ้างแต่ก็ยังพอทนไหว เสื้อยืดตัวนี้เป็นเสื้อยืดที่แคลเรนซ์ให้ยืมมา แต่เสื้อตัวนี้ไม่ใช่ของแคลเรนซ์ เป็นของอีไล สเติร์น อดีตคู่หมั้นของโอเมก้าหนุ่ม 


    ‘ไม่ต้องคืนก็ได้นะ’ แคลเรนซ์บอก มองเสื้อของคนที่ล่วงลับไปแล้วบนตัวของเขา สายตาที่มองเขาเป็นสายตาที่จัสตินลืมไม่ลง ถึงคนที่ให้ยืมจะพูดอย่างนั้น แต่เขาอยากคืนของที่เป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำของแคลเรนซ์ให้เจ้าของมากกว่า 


    แปลกดีเหมือนกันที่เขาเริ่มคิดถึงความรู้สึกของมนุษย์คนอื่นมากขึ้น... ในแง่ของความรู้สึก และกับบางคนเป็นพิเศษ


    เขาเริ่มสงสัยว่า แคลเรนซ์รู้สึกอย่างไร เมื่อต้องอยู่บ้านที่ไม่มีใครอยู่ตามลำพังเช่นเดียวกับเขาในตอนนี้ 


    เป็นความรู้สึกที่ประหลาดที่หาคำอธิบายไม่ได้ ไม่เป็นเหตุเป็นผล แต่ก็เป็นไปแล้ว


    เหมือนค้นพบดาวดวงใหม่ผ่านกล้องโทรทัศน์ รู้ว่ามีอยู่ มองเห็น แต่ไม่รู้รายละเอียดและไม่เข้าใจดาวดวงนั้น


    จัสตินมองเสื้อยืดในมือแบบไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรกับมันดีอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตัดสินใจหย่อนมันลงในตะกร้าผ้ารอซัก ก้มมองพลาสเตอร์ที่ติดแผลอยู่ของตัวเองที่แคลเรนซ์ย้ำมาตลอดทางที่มาส่งว่า ระวังอย่าให้ถูกน้ำ คอยสังเกตผลของตัวเองให้ดีว่า มีอะไรผิดปกติหรือไม่ ก็คงต้องใช้ความระมัดระวังให้มากขึ้นกว่าปกติอย่างที่อีกฝ่ายบอก


    เขากดเปิดเสียงเครื่องบันทึกเสียงอัตโนมัติของโทรศัพท์ฟังระหว่างเตรียมตัวจะอาบน้ำ สองสามข้อความผ่านไปโดยไม่มีอะไรน่าสนใจมากนัก จนกระทั่งข้อความที่สี่ เป็นเสียงที่อู้อี้ ฟังไม่เป็นธรรมชาติ แต่ก็ทำให้เขาหนาวเยือกไปทั้งตัว


    “เบต้าชั้นต่ำอย่างมึงเนี่ยนะ จะปลดปล่อยพวกโอเมก้า อย่าให้เจอตัวนะ เจอที่ไหน มึงได้ตายที่นั่นแน่”



    To be continued.... Chapter 9: Precious


    ---------------------------------------------- 


    หมายเหตุ: เรื่องนี้ขอยืมไอเดียกับ prompt มาจากทวิตของคุณเกดอันนี้ค่ะ เป็นพล็อตโอเมก้าเวิร์สที่โฟกัสกับบทบาทของเบต้า เห็นว่าน่าสนใจดีก็เลยลองเอามาเขียนดู แล้วไหนๆ ก็จะเข้าช่วง #Fictober กันแล้วก็เลยใช้คำโจทย์ของ Inktober ปี 2018 มาเขียนด้วย ก็หวังว่าจะรอดจนจบ 30 ตอนนะคะ 
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in