Better to die than be a cowardskyonstr
ข้อแลกเปลี่ยน
  •   “นายนี่แรงเยอะจังเลยนะ”

      นาอิปพูดในขณะที่มองของมากมายในมือแจ็ค

    ตอนนี้พวกเขาช่วยกันแบกของเล็กๆน้อยๆเพื่อย้ายไปอยู่ที่บ้านหลังใหม่ พอเอาเข้าจริงไม่ใช่ง่ายๆเลย ของมันค่อนข้างเยอะ เลยต้องแบกหลายรอบหน่อยสำหรับนาอิป

    “ปกตินะครับ”

    “คนที่เป็นแผลที่มือแล้วยกของขนาดนี้ได้มันไม่ได้เรียกว่าปกติหรอกนะ แจ็ค”

    “ก็มันช่วยไม่ได้นี่ครับ จะให้นายแบกของคนเดียวได้ไงตั้งหลายรอบ”

      คนตัวสูงวางกล่องหนักลงบริเวณห้องรับแขกของบ้านใหม่โชคดีที่ช่วงนี้อากาศเย็น เลยทำให้เหงื่อไม่ออก ไม่งั้นคงจะเพลียน่าดู

     “แต่นายก็สุดยอดเหมือนกันนะครับ”

    “ยังไง?”

    “ถึงจะแบกของน้อย แต่ก็แบกตั้งหลายรอบนี่ ยังดูไม่ค่อยเหนื่อยเลย”

    “ไม่ค่อยเหนื่อยหรอก เดินแบกของแค่นี้มันยังเหนื่อยไม่ถึงครึ่งของตอนฝึกในค่ายเลย”

    “ในค่ายเหนื่อยมากเลยหรอ”

    “อื้อ ฝึกเสร็จนี่เหมือนตัวแทบแหลกแหนะ”

    “นี่ไงล่ะถึงบอกว่าสุดยอด ถ้าเป็นผมคงทำอะไรแบบนั้นไม่ไหวแน่”


     แจ็คชื่นชมเพื่อนของเขาไม่หยุดปาก 
    ตากลมโตกวาดไปรอบๆบ้านหลังใหญ่พลางถอนหายใจ


    "พอไม่มีเสียงเพลงแล้วมันก็เหงาเอามากๆเลยนะ บ้านหลังนี้น่ะ"

    "นั่นสิ ปกติเวลามาทีไรก็จะมีเสียงเพลงจากเขาเปิดอยู่ตลอดเลย...."


      ดวงตาของแจ็คหลบตำ่เพราะความรู้สึกที่คิดถึงผู้เป็นพ่อ

    "ขอโทษ...ฉันไม่น่าพูดขึ้นมาเลย"

    "ไม่เป็นไรครับ....ยกของต่อเถอะ”

    “นั่นสินะ....”
      ——————————————————————  
      ในระหว่างที่ทั้งสองยกของไป ได้มีผู้ชายคนหนึ่งชนเข้ากับนาอิปแล้วเดินผ่านไปโดยไม่ขอโทษสักคำ 
    แจ็คเห็นแบบนั้นก็แอบเคืองนิดๆแต่มันก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี

     “คนนั้นน่าจะขอโทษกันบ้างนะครับ”

    “ไม่เป็นไร เขาคงจะรีบแหละ”


      นาอิปว่าก่อนจะเดินต่อเพื่อแบกของหนักไปที่บ้านหลังใหม่ 

    “หนักชะมัดเลยแฮะเจ้าเนี่ย...”  

    หนุ่มน้อยว่าขณะที่ยืดเส้นยืดสายกลางห้องนอนกว้าง
    เขามองสำรวจรอบๆก่อนจะบ่นพึมพำ


    “จะว่าไปไม่เคยเข้ามาห้องนอนของบ้านนี้เลยแฮะ เตียงใหญ่ชะมัด”

      แต่ไม่น่าแปลกสักเท่าไร ก็เป็นตั้งจิตกรชื่อดังเลยนี่นา

      อยากลองนอนจัง... นาอิปคิดพลางหันซ้ายขวาก่อนที่จะทิ้งตัวลงบนเตียงนุ่ม 

    “อ่า.....”

     มันรู้สึกสบายจนหนุ่มน้อยหลุดเสียงในลำคอออกมา

    “เตียงนี้นุ่มน่าดูเลยนะ”

    “!!!!!”

      นาอิปลุกขึ้นนั่งอย่างเร็วเพราะเสียงทุ้มที่เข้ามาทัก

    “ข....ขอโทษ”

    “ขอโทษทำไมล่ะครับ”

    “ก็ที่ฉันทำมันเสียมารยาท เตียงคนอื่นแท้ๆ....”

    “ไม่หรอก”


      แจ็คเดินไปนอนข้างๆนาอิปบนเตียงนุ่ม

    “เดี๋ยวนายก็จะได้ใช้ร่วมกับผมอยู่ดี”

    “...........”

    “อ่า....สบายจััง..”

    “นายจะนอนพักก่อนก็ได้นะแจ็ค ช่วงนี้นายนอนน้อยนี่”

    “แล้วนายล่ะครับ”

    “ฉันก็อยู่ในบ้านนี่แหละ เผลอๆก็อาจจะนอนเหมือนกัน”

    “งั้น....ผมขอเวลาสัก30นาทีนะ...”

      แจ็คว่าก่อนจะปิดตาลง ดูท่าว่าเขาคงจะเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว ถึงได้หลับง่ายขนาดนี้ ไม่สิ ตั้งแต่แรกที่เจอกันแล้ว แจ็คมักจะชอบงีบหลับตลอดเมื่อมีโอกาส....

     คงจะเป็นแบบนี้มาก่อนที่ตัวนาอิปจะมาแล้วล่ะมั้ง....

     หนุ่มเนปาลมองใบหน้ามนของแจ็คที่หลับไหลมือเล็กลูบหัวที่ปกคลุมไปด้วยเส้นผมสีดำช้าๆเพราะกลัวว่าเจ้าตัวจะตื่น

     ............

      แต่แล้วนาอิปก็ตัดสินใจเดินออกไปจากห้องนอนเพื่อสูดอากาศเขานั่งลงที่เก้าอี้ไม้ก่อนจะได้ยินเสียงของบางอย่างอยู่ในกระเป๋ากางเกง

     “หืม....”

      เขาหยิบมันออกมา พบว่าเป็นจดหมายบางอย่างส่งถึงเขาจากสถานีตำรวจ.....

    “.............”

      หนุ่มน้อยครุ่นคิดก่อนจะแกะจดหมายออกมาอ่านเนื้อหาประมาณว่าเรียกตัวเขาไปพบเพื่อแลกกับเงื่อนไขการปล่อยตัวข้อหาหนีทหาร

    “เอาไงดีเนี่ย....”

      ........................

     สุดท้ายนาอิปก็ออกมาตามที่ถูกเรียกตัว เขายืนอยู่หน้าสถานีตำรวจด้วยความลังเล

     ถ้าหากนี่เป็นกับดักล่ะก็..... 
     
    เขาค่อยๆถอยห่างจากสถานี


    “คุณซูบีดาร์ใช่ไหมคะ”

      ทันใดนั้นก็มีพนักงานหญิงเดินออกมาต้อนรับเขาอย่างสุภาพ

    “ค...ครับ”

    “เชิญเข้ามาได้เลยค่ะ หัวหน้าเขากำลังรอคุณอยู่”

    “..............”

    ————————————————————

      นาอิปถูกพามาที่ห้องของนายตำรวจใหญ่ ไม่มีคนเฝ้าระวังหรือกำลังทหาร มีแค่ตัวนาอิปกับนายตำรวจเท่านั้น

    “นั่งก่อนสิ”

    “ค...ครับ”

      ยังไงสำเนียงอังกฤษมันก็ฟังยากจริงๆนั่นแหละนะ...นี่ขนาดอยู่กับแจ็คตั้งพักนึงนึกว่าจะช่วยให้ฟังเก่งขึ้นเสียอีก

    นาอิปคิดก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้ใหญ่ข้างหน้านายตำรวจ

    “นาอิป ซูบีดาร์ อายุ24ปี เป็นทหารจากประเทศเนปาลและชนะศึกจนได้มาร่วมกองทัพของเรา.....ก่อนจะหนีออกไป”

    “เอือก......”

      นาอิปกลืนนำ้ลายเอือกใหญ่

    “รู้ใช่ไหมว่าโทษของการหนีทหารคืออะไร...”

    “.......ครับ”

    "ไม่ต้องห่วง ถ้าเราจะจับนาย เราคงทำไปนานแล้ว"

    "อ่า...."

          นี่รู้ที่อยู่เรามานานแล้วสินะ...

    “.....และฉันมีข้อเสนอ”

    “?”

      นายตำรวจคนนั้นยกแฟ้มหนาออกมาจากลิ้นชักก่อนจะส่งให้นาอิปดู  ภายในเต็มไปด้วยรูปศพของหญิงสาวมากมาย รวมถึงรายงานข่าวจากหน้าหนังสือพิมพ์

    “หลายปีมานี้มีคดีฆาตกรรมเกิดขึ้นนับครั้งไม่ถ้วน และที่หนักสุดก็คือ”

    “..........เดอะ ริปเปอร์”

    “ใช่แล้ว”

    “แล้วมันเกี่ยวอะไรกับผมหรอครับ?”

    “เราต้องการให้นายช่วยหาตัวเจ้านั่นแล้วตามจับมาให้ได้ จะเป็น หรือ ตายก็ได้ และถ้านายทำสำเร็จ เราจะปล่อยนายไป พร้อมส่งนายกลับประเทศ”

    “.......................”  

       จะได้กล้บบ้านงั้นหรอ......จะได้กลับไปใช้ชีวิตที่แสนสงบสุขโดยไม่มีความผิด


      กลับไปหาแม่.....



    “...ตกลง....”

    “ดี”

    “แต่ผมไม่รู้เรื่องของเดอะริปเปอร์เลยนะครับ”

    “แฟ้มที่นายกำลังถืออยู่ ทั้งหมดในนั้นคือคดีของเดอะริปเปอร์ เอาไปอ่านซะ”

    “ค...ครับ”

    ..............จริงรึนี่
       ..........ไม่คิดเลย...
    .....ว่าคนคนเดียวจะสามารถฆ่าคนได้เยอะขนาดนี้..

       หนุ่มน้อยคิดพลางมองแฟ้มหนาในมือ

      ตัวจริงของฆาตกรคนนี้...
          เป็นคนแบบไหนกัน

    "อะนี่"

        จู่ๆนายตำรวจก็ยืื่นกระดาษบางอย่างให้กับนาอิป

    "อะไรหรอครับ"

      นาอิปรับมันมาก่อนจะเปิดดู

    "เมื่อปีก่อนมีคนส่งพัสดุไปหาคณะกรรมการป้องกันภัยพร้อมแนบจดหมาย เสียดายที่ฉันไม่สามารถเอาพัสดุมาให้นายดูได้เพราะมันอาจจะเน่า"

    "พัสดุนั่นคือ...."

    "ไตน่ะ คาดว่าน่าจะเป็นไตของเหยื่อที่เดอะริปเปอร์สังหาร"

    "..................."

      นาอิปอ่านข้อความในกระดาษ หัวข้อมันถูกเขียนไว้ว่า

       ส่งมาจากนรก



    “แล้วก็ ขอบอกไว้อย่าง”

    “?”

    “ห้ามบอกเรื่องนี้ให้ใครรู้โดยเด็ดขาด”

    “รับทราบครับ”

    เพราะฆาตกรคนนั้นอาจจะอยู่รอบตัวเราก็ได้...

    ———————————————————-

      “นายหายไปไหนมาครับนาอิป”


        แจ็คยืนเทศนาอิปด้วยนำ้เสียงกระวนกระวาย


      “ฉันไปยกของมาน่ะ แล้วเกิดหิวก็เลยไปซื้อของกิน...”


         หนุ่มน้อยชูถุงที่ใส่ขนมปังให้อีกฝ่ายดู


      “อ่า...งั้นหรอ..โล่งอกไปที...”

      “ขอโทษนะ ฉันควรจะบอกนายไว้ก่อน”

      “ไม่เป็นไรครับ ไม่เป็นไร...”


       ชายหนุ่มว่าก่อนจะก้มไปกอดหนุ่มน้อยตรงหน้า ใบหน้าหล่อซุกอยู่ที่ไหล่ของนาอิป


      “ผมแค่นึกว่านายโดนจับไปซะแล้ว..”


       เพราะท่าทางขี้เหงาของแจ็ค นาอิปจึงเอื้อมมือไปลูบหัวของคนตัวสูงกว่าเพื่อปลอบขวัญ


      “นายเนี่ย ขี้เหงาเหมือนหมาเลย”

      “ม...หมาหรอ..”

      “ฉันชอบหมานะ”

      ".........."

       
        แจ็คจ้องมองใบหน้ายิ้มแย้มของนาอิปก่อนจะคลี่ยิ้ม


      "หลับเต็มอิ่มไหม นายน่ะ"

      "ครับ"

      "งั้นมากินขนมปังกัน ฉันซื้อมาเผื่อนายด้วย"

      "อื้ม”


      ทั้งคู่นั่งกินขนมปังกันภายในบ้านใหญ่


      "นายรู้เรื่องคดีเดอะริปเปอร์ไหม?"

      "ถามผมทำไมหรอ?"

      "ฉันเห็นมันออกข่าวบ่อยน่ะ แถมนายก็เป็นคนแถวนี้ด้วยเลยอยากถาม"

      "......รู้สิครับ ข่าวมันดังมาก"

      "ทั้งที่มีข่าวฆาตกรรมตั้งเยอะเเยะเลยนะ”

      “เพราะศพที่ถูกฆ่าโดยเดอะริปเปอร์มันค่อนข้างจะสภาพเเย่น่ะครับ แถมเดอะริปเปอร์ก็ไม่เคยโดนตามจับได้เลยสักครั้ง”

      “น่ากลัวแฮะ”

      “........งั้นเลิกคุยเรื่องนี้กันเถอะครับ ผมเองก็กลัว”

     “....คืนนี้จะนอนที่ไหน”

     “ไม่รู้สิครับ นายอยากลองนอนที่นี่ดูไหมล่ะ”

     “ก็ดีนะ เตียงนุ่มดี แถมใหญ่ด้วย”
      
     “OK”

    ——————————————————
      
      คืนแรกในบ้านหลังใหม่อาจจะไม่ค่อยชินนัก จึงทำให้ทั้งสองหลับยาก


     “นอนไม่หลับ...”


     “ผมก็เหมือนกัน...ไม่ได้นอนที่นี่มานานแล้ว..”


     “นายไม่ได้อยู่ที่บ้านนั่นตั้งแต่แรกหรอ?”


     “เปล่าครับ ผมโตที่นี่แล้วถึงค่อยย้ายออกไป ถ้านับก็ประมาณ3ปีแล้วล่ะ”


     “ตอนย้ายไปวันแรกคงจะเหงาน่าดูเลยนะ”


     “ครับ อยู่คนเดียว นอนคนเดียว เหงามากเลยล่ะ เลยต้องแวะมาหาอาจารย์เอา ฮะๆ”


     “งี้ต่อจากนี้ถ้าฉันไม่อยู่...”


     “ก็ไม่มีอาจารย์ให้ไปหาแล้ว ผมคงต้องอยู่ตัวคนเดียวจริงๆ..”


     “..............”


     “ช่างมันเถอะครับ...มันเป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้วล่—-“


     “พูดมาเถอะ แจ็ค..”


    ...........ใช่ เก็บไว้มันก็ไม่ช่วยอะไร 


     “...ผม..”

        
    ..............


     “....ผมอาจจะต้องทำใจไปสักพัก....เรื่องของนาย"


        หนุ่มอังกฤษพูดในขณะที่มองเพดานห้อง



       เมื่อมีพบก็ต้องมีจากเป็นธรรมดา....ตัวของนาอิปคิดแบบนั้นตอนที่พบแจ็คครั้งแรก
    ตอนนั้นเขาแทบไม่คิดอะไรเลยด้วยซำ้ ก็แค่ชายแปลกหน้าที่ช่วยเขาไว้
      แต่พอนานๆเข้า แจ็คก็เริ่มเข้ามาเติมเต็มบางอย่าง บางอย่างที่เขาไม่เคยรู้จักหรือรู้สึก


    "...แจ็ค”

    “ครับ?”

        
        หนุ่มน้อยลุกขึ้นก่อนจะทิ้งสัมผัสไว้บนริมฝีปากของแจ็ค เป็นจุมพิตแค่เพียงเสี้ยววิ แต่ทำให้หัวใจของทั้งคู่พองโต


    “.....น..นาอิป”

    "เอิ่ม.....โทษที...ฉันเริ่มไม่ถูกน่ะ..."

    ".......นายเริ่มได้ดีแล้วล่ะครับ.....”



      ทั้งคู่ไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้ากันระหว่างสนทนา เพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะเห็นสีหน้าที่เขินอายของตน


      “ฝ..ฝันดีนะครับ..”

      “นายก็เหมือนกัน.......”

    ...........................
    .............
    ......
    ....

     หลังจากนั้นไฟของห้องครัวก็เปิดขึ้น

      นาอิปที่ตื่นขึ้นมากลางดึกนั่งลงพร้อมกับวางแฟ้มคดีบนโต๊ะก่อนจะเปิดอ่าน


       ลักษณะการฆ่าเหยื่อและการเลือกเหยื่อของเดอะริปเปอร์....
      เขามักจะเลือกที่เป็นหญิงสาว โดยเฉพาะหญิงสาวที่ทำงานเป็นโสเภณี ส่วนแรงจูงใจยังไม่มีระบุแน่ชัด...หรืออาจจะเป็นเพราะความต้องการทางเพศ......ตามที่พบศพ เหยื่อส่วนมากจะถูกปาดคอก่อนที่จะผ่าท้องและควักอวัยวะทั้งหมดออกมา และมีคนพบศพในตรอกลับตาคนในเช้าวันต่อมา 

       ดูจากสภาพของแผลคนร้ายคงจะต้องมีแรงมหาศาลในการที่จะสร้างบาดแผลแบบนี้ได้ จึงสรุปได้ว่า เดอะริปเปอร์คงจะเป็นผู้ชายและเป็นคนที่มีร่างกายเเข็งแรงกำยำมากพอดู.....

      ส่วนรายชื่อของเหยื่อนั้น....

      ไม่มีใครรู้แน่ชัดถึงจำนวนเหยื่อที่แท้จริงของเดอะริปเปอร์ เนื่องจากมีข่าวการเสียชีวิตของโสเภณีมากมายในย่านนี้เป็นสิบๆ....แต่สำหรับเดอะริปเปอร์บ้างว่าแค่เพียง3 บ้างก็ว่า5...หรือไม่บางที..เหยื่อทั้งหมดอาจจะถูกฆ่าโดยเดอะริปเปอร์เลยก็ได้ไม่มีใครรู้


      “เห้อ......”


       นาอิปปิดแฟ้มนั้นก่อนจะเก็บมันเข้ากระเป๋า 
    แค่เพียงไม่กี่หน้าก็สามารถทำให้เขากลัวเสียแล้ว...บางทีเขาควรจะกลับไปนอนดีกว่า...



      ร่างบางลุกขึ้นปิดไฟก่อนจะขึ้นไปยังห้องนอนตามเดิม


    ——————————————————————

       
      เช้าวันรุ่งขึ้น เขาก็เริ่มอ่านข่าวจากหนังสือพิมพ์ แต่ก็ดูเหมือนจะไม่มีเหตุของเดอะริปเปอร์เลยเมื่อคืน
      นาอิปขมวดคิ้วพลางกัดขนมปังปิ้งทาเนยเข้าปาก


      “เมื่อคืนนายลงมาทำอะไรข้างล่างหรอครับ?”

       เสียงทุ้มถามในขณะที่หันหลังเพื่อเตรียมทำอาหารเย็น


      “.........พอดีหิวนำ้น่ะ เลยลงมากินแล้วอ่านหน้งสือพิมพ์ไปด้วย เลยนาน..”

     “หน้าเครียดซะขนาดนั้นคงจะเป็นข่าวไม่ดีแน่ๆเลยนะ”

      “......นายลงมาหรอ....”

      “แค่ลงมาเช็คน่ะ”

      “อืม....พอดีอ่านข่าวแล้วเจอข่าวเดอะริปเปอร์ บวกกับบรรยากาศด้วยน่ะ.....แบบว่านั่งอ่านอยู่ดีๆแล้วมีเดอะริปเปอร์โผล่มาแทง คิดแล้วขนลุก....”


      “นายจะฝันร้ายเอานะครับนาอิป”


        แจ็คลับมีดในมือก่อนจะเริ่มหั่นเนื้อสัตว์

    เขาค่อยๆใช้คมมีดเฉือนผ่านเนื้อแดงสดจนสัมผัสได้ถึงความหนาของเนื้อ นำ้เลือดที่ไหล่ออกมาเมื่อออกแรงกดนั้นมันช่าง....


      “ฉันถึงได้กลับขึ้นไปไง”

      
       จู่ๆร่างของนาอิปก็เดินมาแนบอิงอยู่ข้างๆ มือเล็กหยิบมีดอีกเล่มเพื่อปอกเปลือกแครอทสำหรับทำอาหาร


     สายตาที่มืดมนของแจ็คเมื่อครู่เปลี่ยนไปเพราะหนุ่มน้อยข้างๆ ดวงตาสีหม่นจับจ้องอีกฝ่ายแบบไม่วางตาเพราะนึกถึงเรื่องเมื่อคืน

      “มีอะไรหรอ...”

      “นึกถึงเรื่องเมื่อคืนน่ะ...”

      “.............”

        
        มือของนาอิปชะงักเมื่อนึกขึ้นได้ เมื่อคืนเขาจูบกับแจ็คนี่นา...


      “ตอนนั้นขอโทษจริงๆนะ...”

      “ขอโทษทำไมล่ะ ผมชอบออก จูบของนายน่ะ”

      “ขอบใจ แต่สาบานได้ ฉันไม่ได้เหลาะแหละแบบนั้น...”

      “...งั้นลองอีกครั้งไหมครับ.....”

        
        แจ็คล้างมือที่เปื้อนนำ้เลือดก่อนจะหันไปหานาอิป

       
      ความสูงที่แตกต่างของทั้งคู่ทำให้นาอิปต้องเงยหน้ามองเล็กน้อย


       “ตอนนี้เลยหรอ?...คือฉัน......”

        
        สายตาของนาอิปดูประหม่าอย่างเห็นได้ชัด


       “ม..ไม่ต้องก็ได้ครับ...ไว้คราวหลังก็ได้....เอ่อ..ตอนนี้มันคงยังไม่เหมาะ..”


       “อ..อื้ม..นั่นสิ”

        
        หลังจากนั้นแจ็คก็กลับไปวุ่นกับการทำอาหารตามเดิม
        
       “ถ้างั้นฉัน....ขอไปนั่งที่ห้องทำงานนายนะ”

       “ห้องผมหรอ.....ได้ครับ ไปสิ”

        “ขอบคุณ”


      ..............................................

          หลังจากนั้น หนุ่มน้อยจึงไปนั่งแช่อยู่ที่ห้องทำงานของเพื่อนสักพัก แต่ก็ได้เห็นอะไรหลายๆอย่าง

          ทั้งผลงานของแจ็คที่ดูสวยงามและปราณีต และบางผลงานที่ดูแปลกๆ

         จะใช้คำว่าน่ากลัวก็ได้ เพราะภาพนั้นมันบิดเบี้ยวและดูสับสน เหมือนมนุษณ์ที่กำลังกรีดร้อง


           ใช่ กำลังกรีดร้อง รู้สึกเหมือนได้ยินเสียงนั้นออกมาจริงๆ....

       
       "อะ......"

        
            นาอิปได้ไปสดุดกับภาพผู้หญิงผมสีทองเข้า....ผิวเนียนขาว ดวงตาสีฟ้า กับรอยยิ้มที่สดใส

      นั่นจะใช่ แมรี่ เจน คนรักเก่าแจ็ครึเปล่านะ..... 
     
    แต่ยังไงซะพวกเขาทั้งสองคงเป็นคู่ที่โชคดีเอามากๆ

      ฝ่ายของแจ็คนั้นมีความเป็นสุภาพบุรุษแถมยังหล่อเป็นชายในฝันของหญิงสาวหลายๆคนแน่ๆ ส่วน ฝ่ายของแมรี่เองก็สวยด้วย..


            เหมาะสมกันขนาดนี้เลิกกันได้ไงเนี่ย


                นาอิปคิดในขณะที่ถือรูปนั้นอยู่ มือซนดันเผลอไปสัมผัสกับบางอย่างที่อยู่ด้านหลังรูป และพอเขาพลิกดู มันคือกระดาษที่เขียนข้อความหนึ่งเอาไว้

          
         ขอให้พระเจ้าคุ้มครองดวงวิญญาณของคุณ แมรี่ผู้เป็นที่รัก

             จาก แจ็ค


       “..................”


        บางทีการที่ทั้งสองเลิกกันอาจจะไม่ใช่ว่าเขาไม่ได้รักกัน....

     
        “รูปนี้ผมตั้งใจจะวาดให้เธอเป็นของขวัญวันเกิด”

        
        อยู่ๆเสียงแจ็คดังขึ้นข้างหลังนาอิป จนหนุ่มน้อยต้องหันไปมอง


        “แต่ก็ดันกลายเป็นรูปสำหรับงานศพเสียได้...“

        
        แจ็คขอรูปในมือหนุ่มน้อยคืนก่อนจะวางมันไว้ในสุดของกองภาพ

        “แจ็ค...คือฉัน...”

        “ไม่เป็นไรครับ นาอิป นายไม่รู้นี่ ขอโทษนะครับที่ไม่เคยบอก”

        “นั่นเป็นคำพูดของฉันต่างหาก”

        “....ถ้างั้นอยากไถ่โทษไหมล่ะครับ”

        “หืม? ยังไงล่ะ”

        “แสดงว่าอยากสินะ”

        
        ขายาวก้าวไปยังเครื่องเล่นเพลงพลางเลือกแผ่นเสียงมาเปิด






        “เต้นกับผม”

        “ห...หะ?”
        
        “มาสิครับ”

         
         แจ็คยื่นมือออกไปหานาอิป


        “ฉัน...เต้นไม่เก่งหรอก”

        “แค่ทำตามผมก็พอ”

        “...............”

        “จะไม่มีใครโดนเหยียบเท้าแน่นอนครับ”

        “ฮะๆๆๆ...ถ้างั้น...”


        นาอิปเดินไปหาร่างสูงพร้อมรับมือของอีกฝ่ายไว้
    แจ็คจัดวางมือของนาอิปไว้บนไหล่ของเขาส่วนอีกข้างนั้นจับมือเขาเอาไว้

        ร่างของทั้งคู่เคลื่อนตัวไปตามจังหวะเพลง 


       “...........”

       “นายดูเกร็งๆนะครับ”

       “แหงสิ ฉันไม่ได้เต้นแบบนี้กับผู้ชายเป็นปกติหรอกนะ...”

      “นั่นสินะ..”

      “แล้วนายไม่เกร็งบ้างเลยหรอ...”

      “อืม..ก็ปกตินะครับ..”


        เขาเต้นอยู่กับที่ในจังหวะช้า ดวงตาของแจ็คหลุบตำ่ลง


        หัวทุยซบไปที่ไหล่แกร่งของชายตัวสูงเหมือนกับเด็กขี้อ้อนในขณะที่ร่างของทั้งสองยังคงโยกช้าๆ
    วินาทีนั้นเหมือนทั้งโลกหยุดเคลื่อนไหว เหมือนเวลาได้ถูกหยุด


         ถ้าบอกว่าอยากอยู่แบบนี้ตลอดไปมันจะฟังเห็นแก่ตัวเกินไปไหม...

     
      “หัวใจนายเต้นเร็วจัง นี่ก็ปกติหรอ?”

         
         นาอิปเงยหน้าไปหยอกล้อกับคนตัวสูง


      “หัวใจเต้นก็ต้องปกติสิครับ...”

      “อ้อหรอ”

      “นี่....”

       
       เเจ็คหยิกแก้มของเจ้าหนุ่มขี้แกล้งเบาๆด้วยความหมั่นเขี้ยว ในขณะที่นาอิปเองก็กำลังหัวเราะอยู่เช่นกัน

      “ฮ่าๆๆๆๆ”

      ..............

      แต่เพียงแปปเดียวก็เข้าสู่ความเงียบอีกครั้ง


      “ตอนนี้...จูบได้ไหมครับ?”

      “.......”

         นาอิปไม่ตอบ เขาเพียงแค่หลับตาพริ้มเพื่อเตรียมรับสัมผัสของอีกฝ่าย


           หลังจากนั้นริมฝีปากนุ่มก็ได้สัมผัสกันอีกครั้ง ครั้งนี้แจ็คเป็นฝ่ายเริ่มก่อน มันเลยค่อนข้างต่างจากจูบเมื่อคืน  แต่ก็ไม่มากนัก เขาพยายามไม่ให้มันดูฉาบฉวยหรือดูดดื่มจนเกินไป เพราะกลัวว่านาอิปจะไม่ชอบ


     “อืม.....ปกตินายจูบแบบนี้ตลอดหรอ”

     “ห่วยหรอ?"

    "ตรงไหนที่บอกว่าห่วยกันเล่าาาา......ฉันหมายถึง..."

    "?"

    "มัน.....นุ่มนิ่ม....."

    "งั้นก็แปลว่าชอบใช่ไหมครับ"

    "ทำไมต้องถามหลายรอบ"

    "อะฮะๆๆๆๆ ดีใจจัง"

    "ดีใจหรอ ดีใจอะไร?"


       สายตาของนาอิปมองไปที่ชายตัวสูงกว่าตรงหน้า


    "ผมกลัวว่านายจะรู้สึกไม่ดีน่ะ"

    "เพราะว่าเป็นจูบของผู้ชายน่ะหรอ?"

    "ครับ"

    ".....นั่งลงสิแจ็ค ฉันจะพูดอะไรให้ฟัง"


      นาอิปค่อยๆหย่อนตัวลงนั่งที่โซฟาตัวยาว ก่อนที่แจ็คจะตามมานั่งลงข้างๆ นาอิปหยิบกระเป๋าเงินของตนเองพร้อมหยิบรูปเก่าใบหนึ่งออกมาจากมัน
      ในรูปประกอบไปด้วยนาอิปที่แต่งชุดทหาร และเพื่อนทหารหนุ่มของเขาข้างๆ

      “เท่เอาเรื่องนะครับเนี่ย”

      แจ็คเอ่ยปากชม

      “คนนี้เป็นแฟนของฉัน”

       หนุ่มเนปาลชี้ไปที่เพื่อนเขาในรูป นั่นทำให้แจ็คชะงักไปเล็กน้อย
      ดวงตาใสเหม่อลอยเพราะคิดถึงเรื่องในอดีต

      “แต่เขาตายในสงคราม เพราะช่วยฉัน....”

      “.............”

      “ที่ฉันกำลังจะบอกก็คือ”

     

         มือเล็กกอบกุมมือใหญ่เอาไว้แน่นพร้อมสูดหายใจลึก


    "ฉันน่ะไม่ได้คิดมากเรื่องเพศเดียวกันหรอก...”

    “........ครับ”


       แจ็คกระชับมือของนาอิปแน่น


      “งั้น จูบอีกได้ไหม?”


         หนุ่มอังกฤษขี้เหงาหันไปมองหนุ่มเนปาลข้างๆ


      “เสพติดรึไง พอได้แล้ววว”

      “ที่นี่ก็จูบบ่อยเป็นเรื่องปกตินะครับ อย่าง จูบทักทาย จูบลา จูบให้กำลังใจ...ที่ของนายไม่ทำแบบนี้กันหรอ?”

      “ไม่...ที่ประเทศฉันไม่ได้จูบเรื่อยเปื่อยแบบนั้น แล้วก็ไม่ได้จูบในที่สาธารณะด้วย ถึงจะเป็นชายหญิงก็ห้าม จะจูบกันก็แค่ในที่ลับตา....”

      “ไม่อึดอัดรึ?”

      “มันชินแล้วล่ะ”

      “จริงด้วย ก็เป็นวัฒนธรรมของบ้านนายนี่นา กลับกัน นายอาจจะรู้สึกอึดอัดก็ได้พอมาเจอเรื่องของที่นี่”

      
       ร่างใหญ่เอนหลังพิงโซฟานุ่มในขณะที่ยังกุมมือของนาอิปเอาไว้


    "....หิวรึยังครับ"

    "หิวแล้ว"

    "สตูวยังไม่เสร็จเลย"

    "แล้วจะถามทำไม"

    "ฮะๆ"

    "นี่นาย...กวนตีนหรอ"







      


     



      

       


        




        


      










         
       

       

       

           





      

      

      
      

      


      



      
     
     


      
       


      
     
      





      
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in