LOVE & FATE of Yuri 'ยูริ'i3e-dwz
YURI : 08 : 'เป็นแฟนผมไหมครับ'



  • ยูรินอนนิ่งๆ พร้อมทั้งค่อยๆ ผ่อนลมหายใจให้ช้าและเบาที่สุดเมื่ออยู่ในอ้อมกอดของวิคเตอร์บนเตียงล่างของเตียงสองชั้นจอมโวยวายหลังเก่า ผิวขาวจนจวนจะซีดนั้นกลายเป็นสีแดงเมื่อพลังงานที่มีถูกเผาผลาญไปด้วยการบรรเลงรักสองครั้งซ้อนด้วยความอัดอั้นทั้งทางร่างกายและจิตใจหลังจากที่ไม่ได้พบหน้ากันมาเป็นเดือน แล้วก็ยังมีรอยช้ำทว่ามีสีหวานทิ้งเอาไว้บนผิวสวยๆ นั้นอีกด้วยเพราะจูบของวิคเตอร์ที่แทบไม่ปราณี เขาจูบยูริตลอดตัวแทบจะหัวจรดเท้าด้วยซ้ำ หากไม่ว่าอย่างไรมันก็ทดแทนความโหยหาที่มีมากจนเขาแทบจินตนาการไม่ออกได้เพียงนิดเดียวจากทั้งหมดเท่านั้น

    เสียงกรนเบาๆ ของวิคเตอร์ทำให้ยูริอยากหันไปมองหน้าเขาสักนิด พอพลิกตัวอย่าระมัดระวังแล้วก็อดไม่ได้ทีเดียวที่จะสัมผัสใบหน้าของเขา… ตอนที่ย้ายมาใหม่ๆ เขาเปล่งประกายมากท่ามกลางเด็กคนอื่น แม้แต่ยูริที่ไม่ค่อยได้สนใจใครแม้ว่าจะเป็นที่สนใจของทุกคนนั้นยังต้องให้เวลาตัวเองได้มองเขาอยู่เรื่อยอย่างไม่ทันรู้ตัว และจนถึงตอนนี้เขาก็ยังเป็นอย่างนั้น แม้จะเติบโตจากวัยเด็ก วัยรุ่น จนถึงวัยผู้ใหญ่...เขาก็ไม่เคยทิ้งความเปล่งประกายที่ทำให้ยูริหัวใจสั่นไปเลยแม้แต่นาทีเดียว 

    “จ้องเหมือนกับจะกินฉันไปทั้งตัวเลยแน่ะ”

    “หลับตาอยู่นี่ จะเห็นได้ยังไงว่าฉันมองแบบไหน”

    คนขี้เก๊กก็ยังทำเป็นเก๊กหน้าหล่อก่อนจะพูด

    “ต่อให้หลับตา หัวใจของฉันก็เห็นนายอยู่ตลอดนั่นแหละยูริ”

    “บ้า!”

    ชายหนุ่มรับกำปั้นเบาอย่างกับขนนกนั้นเอาไว้ด้วยอ้อมอก เขากอดยูริผู้งดงามอย่างแนบแน่น พวกเขาต่างเปลือยและบรรยากาศยังคงอบอวลไปด้วยความสุขสม ในนาทีนั้นพวกเขาคิดว่าต่อให้โลกถล่มลงมาเลยก็ไม่เป็นไร เพราะแค่มีกันและกันเท่านั้นก็มากพอที่จะไม่ต้องการอะไรแล้ว

    “นี่ วิคเตอร์”

    “ว่าไง”

    “เราจะรักกันไปจนถึงเมื่อไหร่ดี”

    “เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น…”

    “ทำไมพูดแบบนี้ล่ะ”

    “อย่าสนใจอดีตหรืออนาคตมากนักเลยยูริ...มองแค่ตรงนี้ ตอนนี้สิว่าเราสองคนมีความสุขกันมากแค่ไหน”

    “หมายความว่าวันนี้มีความสุขก็พอแล้วใช่ไหม”

    วิคเตอร์ยิ้มก่อนที่จะยกมือขึ้นมาลูบแก้มที่มีอยู่นิดหน่อยของคนรัก

    “วันนี้มีความสุขก็จะมีพลังพร้อมสำหรับพรุ่งนี้...ถ้าวันนี้รู้สึกดีต่อกันก็จะทำให้อยากรู้สึกดีต่อกันในวันพรุ่งนี้...หรือแม้แต่วันต่อๆ ไป แต่อย่าโกหกตัวเองก็แล้วกัน…”

    “จะโกหกเรื่องอะไร”

    “ถ้าไม่มีความสุข ก็อย่าโกหกว่ามีเพียงเพราะอยากให้พรุ่งนี้เป็นวันที่ดี...ถ้ารักคนอื่นแล้วก็อย่าโกหกตัวเองว่ามันไม่ได้เป็นอย่างนั้น หัวใจคนเรามีโอกาสได้รู้สึกกับคนใหม่ๆ ได้ทุกวันนั่นแหละยูริ”

    วันนั้นยูริไม่ค่อยเข้าใจนักว่าเมื่อรู้สึกรักใครคนใดคนหนึ่งอย่างเต็มหัวใจอย่างที่ยูริรู้สึกรักวิคเตอร์แบบนี้แล้วจะยังมีโอกาสไหนให้ได้รู้สึกกับคนใหม่ๆ อย่างที่วิคเตอร์พูดได้อย่างไร…
    ในช่วงต้นของวัยยี่สิบแบบนั้น ในหัวของยูริมีแต่เรื่องมากมาย ไม่ว่าจะเรื่องเล็กเรื่องใหญ่มักปะปนและพุ่งมาเป็นอันดับหนึ่งพร้อมๆ กันอยู่เรื่อยเหมือนกับคนหนุ่มสาวทั่วไปไม่ได้ผิดเพี้ยน ความรู้สึกที่มีให้กับวิคเตอร์มาเป็นอันดับหนึ่งเสมอ ความรัก ความคิดถึง ความต้องการ ทุกอย่างล้วนตามมาด้วยชื่อของแฟนหนุ่มผู้เป็นรักแรกในชีวิตคนนี้เท่านั้น  และถ้าหากมีใครสักคนหน่ึงท้าทายและอยากลองดีกับความรู้สึกเหล่านั้นของยูริ เจ้าตัวก็คงจะไม่ลังเลเลยที่จะแสดงให้เห็น เหมือนกับที่กำลังรู้สึกว่ามีใครอีกคนในตัวกำลังท้ายทายอยู่ในขณะนั้น…เป็นเหตุให้อีกคนที่อยู่ในตัวแต่เป็นฝั่งตรงข้ามกันนั้นไม่รอที่จะทำให้เห็น 

    ตอนนั้น…
    กับวิคเตอร์น่ะให้ตายแทนก็ยังกล้าทำให้อย่างสบายๆ เลยด้วยซ้ำไป

    “ยูริ?”

    “มาเถอะ”

    “เดี๋ยวนายจะเหนื่อยเอานะ…”

    ยูริสะบัดหน้างดงามนั้นช้าๆ หากยังตั้งมั่นและขยับกายให้เข้าที่เข้าทางอยู่บนร่างของแฟนหนุ่ม

    “ตั๋วรถไฟขากลับน่ะฉันซื้อใหม่ได้ แต่นายน่ะหาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว”

    “.............”

    “ทำให้ฉันรักนายมากกว่านี้ได้ไหม ไม่อย่างนั้นพรุ่งนี้ฉันไปรักคนอื่นเข้าจะทำยังไง”

    ถึงเขาจะพูดเองว่าคนเรามีสิทธิ์จะเป็นแบบนั้น และเชื่อเต็มอกว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้ในอนาคต แต่เขาก็ไม่ได้หงุดหงิดที่ยูริทำเหมือนไม่เข้าใจกันนัก แถมมันจะยังป่วยการน่าดูถ้าจะไปพูดซ้ำๆ กับยูริผู้น่ารักคนนี้และในอนาคตเวลาก็คงบอกทุกอย่างกับยูริเองอย่างแน่นอน เขามั่นใจอย่างนั้น…มั่นใจในทุกขณะที่มองตาและสัมผัสกับยูริไม่ว่าจะทั้งภายนอกและภายใน ไม่ว่าจะด้วยมือหรืออวัยวะใดๆ ก็ตาม

    “ยังไงก็ถือว่ามีความรักนั่นแหละนะ”

    เขาตอบ...พอดีกับที่ยูริผู้งดงามโน้มกายและจูบเขาตั้งแต่หน้าผากมาจนถึงริมฝีปาก อย่างที่ยูริคงจะไม่ได้ทำเช่นนั้นกับใครง่ายๆ แน่นอน



    - YURI -



    เสียงนกร้องตอนเช้ามืดปลุกยูริจากนิทราได้อย่างนุ่มนวลอีกครั้ง นั่นทำให้เปลือกตาบางๆ คู่นั้นค่อยๆ เปิดขึ้นแล้วดวงตาสีเทานั้นจึงได้เผยโฉมยามมองภาพท้องฟ้าที่สว่างช้าตามประสาฤดูหนาว
    สัมผัสอุ่นๆ ที่โอบยูริเอาไว้แทบทั้งตัวนั้นมีชีวิตชีวาต่างจากทุกครั้งที่เป็นเพียงผ้าห่มผืนหนานั้นบอกเจ้าตัวอีกครั้งว่าตอนนี้ผ้าห่มผืนหนานั้นไม่ได้ห่มยูริเอาไว้เพียงลำพังทว่ายังมีคนตัวโตอีกคนที่มาอาศัยห่มนอนด้วยกันในตอนนี้ เขานอนซ้อนอยู่ข้างหลังแล้วก็ยังวาดแขนหนึ่งโอบเอวยูริ ในขณะที่ก็ใจดีให้ยูริหนุนนอนบนอีกแขนหนึ่งไปด้วย ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาเป่ารดอยู่ที่หัวไหล่และไม่เพียงเท่านั้น...เขายังจุมพิตลงไปบนบริเวณนั้นด้วย ถ้าให้เปรียบเทียบก็คงคล้ายกับเด็กๆ ที่อยู่ไม่นิ่ง ต้องยุกยิกราวกับค้นหาอะไรบางอย่างรอบตัวตลอดเวลา ยุนโฮเป็นอย่างนั้น...อาจจะกำลังค้นหาสิ่งน่าสนใจจากแผ่นหลังมีตำหนิของยูริอยู่ก็เป็นได้

    “มันดูเป็นยังไง”

    “ครับ? ต..ตื่นแล้วหรือครับ”

    “อืม...ว่าไง แผลเป็นของฉันดูเป็นยังไงยุนโฮ มันน่ากลัวหรือเปล่า”

    “ผมคิดว่ามันเหมือนปีกของนางฟ้า ร่องรอยนี้บอกว่าคุณไม่ใช่คนธรรมดา”

    “เธอก็เห็นแล้วว่าฉันธรรมดา”

    ยูริไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองเก่งกาจอะไร เรื่องบนเตียงนี้ตอนที่ยังอายุน้อยกว่านี้ก็ไม่ได้มั่นใจว่าเก่งกาจขนาดมัดใจวิคเตอร์ได้อยู่หมัดอะไรเลย เพราะฉะนั้นถึงได้พูดออกไปอย่างเต็มปากและไม่ได้ถ่อมตัวเลยว่า ‘ธรรมดา’ 

    “หมายถึงเรื่องนั้นหรือครับ”

    “เรื่องนั้นของเธอคือเรื่องไหนกัน”

    “ก็เรื่อง...ที่เราทำกัน ซึ่งผมว่ามันดีมาก คุณอ่อนโยน แล้วก็ใจดีมากครับ”

    ยูริรู้สึกหน้าร้อนผ่าว ดีเท่าไหร่แล้วที่ไม่ได้นอนหันหน้าไปหาเขา
    ทั้งยังจำได้ดีว่าก่อนหน้านี้เกิดอะไรขึ้น เขารุกด้วยคำพูดและเหตุผลที่หนักแน่น รุกมากเสียจนยูริจนมุมไม่มีทางหนีอีกต่อไปแล้วจนต้องยอมแพ้เขาหมดรูป ด้วยทั้งใจอ่อนและร่างกายที่ไม่ซื่อสัตย์กับเจ้าของอีกเลยตลอดเวลาที่ค่อยๆ คลายเชือกที่รั้งหัวใจเอาไว้ทีละน้อย ทีละน้อย...จนในที่สุดก็ต้องปล่อยมือและปล่อยให้หัวใจที่เบาแสนเบาตั้งแต่ฟังคำว่ารักจากเขาได้โบยบินออกไปแล้วโผเข้าหาอ้อมอกของชายหนุ่มที่อ่อนกว่าเกือบยี่สิบปีได้จัดการตามความต้องการ กับยุนโฮไม่เหมือนวิคเตอร์เลย...แม้อะไรจะเหมือนกันแต่กับเรื่องอย่างว่านี้แม้จะเหมือนกันมากในเรื่องกายภาพทว่าลีลาของเขาช่างแตกต่างกัน วิคเตอร์ผู้รักธรรมชาติทำเหมือนกับเสือจะขย้ำเหยื่อ แต่กับยุนโฮรูปหล่อเขาอ่อนโยน ให้เกียรติแล้วทุกการกระทำในแต่ละขั้นตอนของเขานั้นเต็มไปด้วยความระแวดระวัง เขาคอยดูอาการยูริและพยายามอย่างมากที่จะไม่ให้ยูริต้องร้องออกมาเพราะความเจ็บปวด แต่คนมีประสบการณ์ย่อมรู้ดีว่าต่อให้เขาพยายามแค่ไหนแต่ถ้าเมื่อไรที่ส่วนนั้นไม่สามารถเบาเหมือนนุ่นได้อย่างไรก็เลี่ยงความรวดร้าวไม่ได้เลย

    แม้ว่าจะจำได้ดีแต่ก็ยังไม่อยากจะเชื่ออยู่ดีว่าทำลงไปแล้ว ยอมเป็นของยุนโฮไปแล้ว ไม่ว่าจะด้วยใจอ่อนหรืออะไรก็ตามทีแต่สุดท้ายก็อยู่ตรงนั้น เปลือยร่างกันทั้งคู่แล้วก็นอนกอดกันเหมือนกับคู่รักในหนังเชยๆ สักเรื่อง พูดคุยกันถึงเรื่องที่ผ่านมาและเรื่องสัพเพเหระ เขินอายกันอยู่บ้างเล็กน้อยและยังคงได้กลิ่นไอของกันและกันจากผิวเนื้อของอีกฝ่าย

    มันก็ไม่ได้รู้สึกแย่ แต่เหมือนกับยูริไม่กล้ารู้สึกดีกับเขามากนัก...เพราะทั้งที่ยังรักวิคเตอร์อยู่แต่ก็นอนกับยุนโฮอย่างเต็มใจ แถมยังเป็นคนเปิดทางเองด้วยซ้ำ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้รู้สึกเสียใจอะไร กลับกันคือได้เหมือนกับย้อนเวลากลับไปในวัยที่กำลังรุ่งโรจน์และสดใส วัยที่ไม่รู้จักคำว่าสูญเสียและผิดหวังได้ดีนัก ได้ปล่อยวางทุกอย่างและปล่อยให้ตัวเองล่องลอยไปตามการชักนำ ปล่อยให้ร่างกายเป็นใหญ่และปล่อยให้ความรู้สึกได้โลดโผนเป็นครั้งแรกในรอบยี่สิบปีเห็นจะได้  ยูริในวัยสี่สิบปีในร่างกายที่จะดีหรือแย่ก็ไปไม่สุดสักทางราวกับถูกสาปนี้ยังรู้ตัวเองดีเสียด้วยว่าการปฏิเสธคงไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้ง่ายๆ แล้วเมื่ออยู่ต่อหน้าชองยุนโฮที่กลายมาเป็นคนที่มีอิทธิพลกับหัวใจมากกว่าใครโดยไม่รู้ตัว

    “คุณยูริครับ”

    “หืม?”

    “ผมหวังว่าคุณจะไม่เสียใจที่มันเกิดขึ้น”

    “เด็กโง่...ถ้าฉันเสียใจคงไม่นิ่งอยู่อย่างนี้แน่”

    เขาอดที่จะยิ้มไม่ได้ ซ้ำยังจุมพิตอีกครั้งบนแผลเป็นใหญ่ที่หลังของคุณยูริ
    ขณะเดียวกันนั้นหัวใจของยูริค่อยๆ เต้นเร็วขึ้นและเร็วขึ้นจนแม้แต่เจ้าตัวเองก็ยังสังเกตได้ และมันเป็นอย่างนั้นบ่อยครั้งไปเมื่ออยู่ในวัยที่เปี่ยมพลังใจมากที่สุดในชีวิต หรือนี่จะเป็นวันที่หัวใจได้กลับไปเหมือนในวัยรุ่งโรจน์ที่ว่าอีกครั้ง

    “เป็นแฟนผมไหมครับ”

    “แฟน?”

    “ถึงอีกไม่กี่วันจะต้องอยู่ห่างกันจริงๆ แล้วก็เถอะ แต่ถ้าคุณยินดีที่จะเป็นแฟนผม ผมจะทำให้คุณมีความสุขที่สุดเลยนะครับ”

    “ฉันไม่ใช่สาวน้อยที่จะหลงไปกับคารมและหน้าหล่อๆ ของเธอหรอกนะยุนโฮ”

    “จริงๆนะครับ”  เขาถามเสียงเข้ม  “ผมจะตั้งใจ ไม่ว่ายังไงก็จะทำให้คุณรู้สึกมีความสุขที่สุดให้ได้”

    “ฉันไม่ได้กำลังเป็นทุกข์”

    “แต่คุณมีความสุขได้มากกว่านี้  ถ้าคุณไม่รู้ตัว...ผมจะทำให้คุณรู้ครับ”

    ยูริพลิกตัวมามองคนหนุ่มตรงหน้า ชองยุนโฮคงจะเป็นลูกชายที่พ่อแม่ภาคภูมิใจ...ไม่ผิดแน่  พลังใจในการใช้ชีวิตของเขาเต็มเปี่ยมและมันสามารถเพิ่มพูนได้ตลอดเวลาเมื่อเขาต้องการ เขาทะเยอทะยาน จริงจัง มั่นใจในตัวเอง ความกระตือรือร้นที่เขามีอยู่ในเวลานี้เป็นเชื้อไฟอย่างดีที่ทำให้หัวใจของยูริโหมกระพือ เป็นเช่นนั้นตั้งแต่ที่เขาพร่ำคำว่ารักเสียจนหลอมละลายกุญแจหัวใจของยูริจนไม่เหลือชิ้นดีไปแล้วก่อนหน้านี้

    “นะครับ คุณยูริ”

    “หนังสือเล่มหนึ่งที่ฉันเคยอ่านบอกว่า มีมนุษย์อยู่สองแบบนะ...หนึ่งคือแบบที่เริ่มรักจากศูนย์ไปจนถึงร้อยกับแบบที่เริ่มรักจากร้อยจนอาจจะเหลือแค่ครึ่งเดียวหรือไม่ก็ไม่เหลืออะไรเลย ส่วนเธอน่ะยุนโฮ...ตอนนี้ความรักของเธอเต็มร้อย เต็มพัน...ฉันดูออก”

    “ครับ และมันจะไม่ลดลงเหลือแค่นั้นแน่ๆ”

    “เธอเป็นคนหนุ่ม กรมทหารที่เธอกำลังมุ่งหน้าไปก็จะหล่อหลอมให้เธอเป็นผู้ชายเต็มตัวมากกว่านี้ เธอเป็นคนมีพลัง มีแรงใจที่เข้มแข็ง ร่างกายของเธอก็แข็งแรง การแสดงออกที่ตรงไปตรงมาของเธอดีแสนดีสำหรับฉัน แต่ถ้าหากว่าในอนาคตจำนวนเต็มร้อยเต็มพันนี้จะลดลงบ้างฉันก็ไม่ว่าหรอกนะ”

    “แต่มัน…”

    “ถ้าลด ไม่ว่า ถ้าเพิ่ม จะดีใจ”  

    ยูริพูดช้าๆ ทว่าชัดเจนทุกคำ แววตาโอบอ้อมอารีส่งมาถึงยุนโฮที่อกกำลังจะระเบิดเพราะหัวใจที่มีแต่ความรักนั้นกำลังเต้นรัวอย่างวุ่นวายจนเขากลัวว่าจะตายก่อนจะได้ฟังคุณยูริพูดสิ่งที่ต้องการจนจบแทบแย่

    “ชองยุนโฮ”

    “ครับ! คุณยูริ”

    ยุนโฮแทบคลั่ง ราวกับว่าเขาเพิ่งจะถูกสอนให้รู้จักรักเป็นครั้งแรกและตอนที่รอว่าคุณยูริจะพูดอะไรต่อไปก็รู้สึกเหมือนกับว่ามันช่างเป็นเวลานานนับสิบนาทีทั้งที่เวลาเดินไปอย่างแสนสั้นแค่เธอกระพริบตาเพียงครั้งเดียว

    “ฉันจะเป็นแฟนของเธอ”

    เขาหมดความอดทนมอบจูบให้กับยูริ มอบให้อย่างอ่อนโยน ขณะที่ในความต้องการและกระตือรือร้นอย่างมากที่เขามีล้วนเจือไปด้วยการให้เกียรติคนรักหมาดๆ อย่างเต็มที่ ไม่ว่าเขาจะก้าวขึ้นบันไดไปกี่ขั้น เขาก็ไม่ได้รู้สึกว่าเขาใกล้ไปถึงเส้นชัยที่จะขนะใจและเป็นเจ้าของทั้งหมดของคุณยูริได้ ยูริยังคงอยู่ตรงนั้น...บนความงดงามและความเจ็บปวดที่มีมากจนเขาไม่อาจจินตนาการแต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นการทีคุณยูริพูดออกมาแล้วก็กำลังจูบตอบเขาอยู่ตอนนี้ก็บอกได้อย่างดีแล้วว่าเท่านี้เธอก็ใจดีกับเขามากเหลือเกินแล้ว

    “ขอบคุณครับ…ขอบคุณมากๆ”  

    เขาพร่ำบอก ราวกับมัวเมาในกลิ่นหอมและสัมผัสนุ่มดังกลีบกุหลาบจากปลายลิ้นของยูริ และในขณะที่เขาทำตัวราวกับเป็นบรรดาพู่ผึ้งหมายจะเอาน้ำหวานไปจากดอกไม้ที่สวยที่สุดที่นี่ คุณยูริเองก็ทำตัวสมกับความงดงามเหนือดอกไม้ใดๆ ในสวนของเธอ แขนและขาที่เป็นราวกับกลีบดอกไม้นั้นก็คอยโอบล้อมแมลงตัวเล็กๆ อย่างเขาเอาไว้อย่างอ่อนโยนและยินดี

    “เป็นของผมอีกครั้งนะครับ”

    “รออยู่เชียว”


    - YURI -


    ยุนโฮลาออกจากงานได้พักใหญ่แล้ว เขาตั้งใจเริ่มต้นใหม่หลังจากที่รับใช้ชาติเสร็จเรียบร้อยแล้ว สัปดาห์สุดท้ายก่อนไปรายงานตัวของเขาจึงไม่ได้มีกิจธุระอะไรสำคัญไปกว่าการมาขอความรักจากคุณยูริและจากนั้นก็ใช้เวลาทั้งหมดอยู่แต่ในบ้านเช่นเดียวกับเจ้าของบ้าน และเขากำลังมีความสุขมากและคงจะไม่โกรธหรอกถ้าใครมาพูดว่าเขาได้กลายเป็นผีดิบเฝ้าบ้านนี้ไปอีกคนแล้ว 


    กิจวัตรประจำวันของยูริเองก็เปลี่ยนไปเล็กน้อยเพราะยุนโฮ เจ้าตัวนึกขอบคุณอะไรก็ตามที่ไม่ทำให้ต้องเผยทีท่าอาการเจ็บป่วยที่คอยกวนใจออกไปต่อหน้าเขา และถึงจะไม่ได้ทำอะไรมากนักแต่เพราะความรักและการแสดงออกของคนต่างรุ่นอย่างยุนโฮนั้นก็ทำให้ยูริรู้สึกเหนื่อยอยู่บ้างเพราะหัวใจนั้นได้ถูกกระตุ้นให้เต้นเร็วและแรงแทบทุกเวลา คล้ายว่าเจอหน้ากันทีก็มีเรื่องทำให้หวั่นไหวได้ตลอด จากที่หวั่นไหวอยู่แล้วก็แทบจะทำอะไรไม่ถูกเลยเพราะความเขิน…
    ยุนโฮเป็นผู้ชายที่ดีมากคนหนึ่ง เขารู้จักเอาใจและใส่ใจกับคำพูดของยูริเสมอ แต่การคบกันกับคุณยูริไม่ได้ราบรื่นขนาดนั้นเพราะยังมีสองพ่อบ้านคอยกวนใจและเหมือนจะขัดขวางเอาไว้ตลอดเวลาเลยทีเดียว หลังจากเช้าวันนั้นที่ยูริยอมเป็นของยุนโฮอีกครั้งประมาณใกล้เที่ยงสองพ่อบ้านก็เคาะประตูและเปิดเมื่อคุณยูริส่งเสียงตอบออกไป ภาพที่ปรากฏเมื่อพวกเขาเปิดประตูแล้วก็คือยูริที่นั่งห้อยขาอยู่บนเตียงและจัดการกับเสื้อคลุมตัวยาวกรอมเท้าที่เจ้าตัวไม่ได้หยิบเข้ามาแต่ต้นทว่าคงไม่ใช่ใครนอกจากลูกชายทั้งสองคนนี้หรอกที่เป็นคนเอามาให้เมื่อกลางดึก พวกเขายิ้มและทักทายคุณท่านที่เคารพรักอย่างเป็นปกติ แต่ชองยุนโฮกลับได้เพียงความเย็นชาและเฉยเมยไปแทน 

    “พลาดมื้อเช้าอีกแล้วนะครับ”

    จุนซูพูดคล้ายว่าจะเป็นการตำหนิ และเพราะตอนนี้เลยเวลาไปมากแล้วจริงๆ ยูริก็เลยไม่นึกเถียง

    “นั่นสินะ แย่จังเลย”

    “แล้วเที่ยงนี้คุณท่านอยากทานอะไรหรือครับ”

    “อืม…”

    ยูริครางพลางทำครุ่นคิด แต่แล้วก็หันไปถามยุนโฮต่อ และวิธีนั้นคือการเอารังสีอำมหิตของลูกๆ ไปโยนใส่เขาโดยไม่รู้ตัว

    “แล้วยุนโฮล่ะ”

    “ครับ?”

    “ต้องถามเธอด้วย เพราะวันนี้เธอจะอยู่ร่วมโต๊ะด้วยกัน...ใช่ไหม”

    “ครับ”

    “คุณท่านไม่รับเนื้อแดงมาหลายปีแล้วนะครับ ผมบอกเอาไว้ก่อน...เผื่อคุณยังไม่ทราบ”

    “ผมทราบแล้วครับ”

    “ทราบแล้วก็ดีครับ”

    “ถ้าอย่างนั้นก็ให้เป็นหน้าที่ของพวกเธอเลยก็แล้วกัน ฉันคิดไม่ออก...แต่ถ้าอยากได้อะไรเพิ่มจะบอกอีกครั้งก็แล้วกัน”

    “ครับ” ทั้งสองรับคำเสียงอ่อน ก่อนจะพากันเดินออกไปจากห้องอย่างอิดออกทีเดียวเมื่อคุณท่านย้ำว่าไม่ต้องการให้ช่วยอะไรอีกแล้ว

    พอประตูปิดลง ยุนโฮก็ขยับมานั่งข้างๆ กันกับคุณยูริ….
    อันที่จริงกลิ่นหอมของเธอยังติดอยู่ปลายจมูกของเขาอยู่เลย แม้ว่าจะใส่เสื้อคลุมปิดผิวที่เต็มไปด้วยรอยรักประดับประดาเอาไว้แล้วก็ตาม

    “อย่าถือสาเจ้าสองคนนั้นเลยนะ ชางมินกับจุนซูก็แค่เป็นห่วงฉันนั่นแหละ”

    “ผมรู้ครับ”

    “แต่มีพวกเขาก็ทำให้ฉันไม่เหงาดี บางครั้งก็แกล้งทำอะไรนอกกฎให้ได้ยินเสียงบ่นบ้างก็แก้ง่วงได้ไม่เลวเลย” 


    เธอพูดไป หัวเราะไป

    ระหว่างนั้นยุนโฮมองยูริจากด้านข้าง เขาได้เห็นแววตาและรอยยิ้มรวมถึงผิวเนื้อละเอียดนุ่มมือที่เขาสัมผัสมาแล้วอย่างใกล้ชิดจนเพลิน ขนตาของคุณยูริยาวแต่เป็นไปในทิศทางชี้ลงข้างล่าง เวลาเธอหลับตาก็เหมือนกับมีรั้วกั้นเอาไว้อีกทีหนึ่งจนพอจะเปรียบได้ว่าดวงตาสีเทาที่ผิดแผกไปจากคนในแถบนี้ช่างเป็นของมีค่าจริงๆ 

    อันที่จริงแล้วเมื่อใครมีคุณค่าทางจิตใจต่อกันแล้วก็มักจะเป็นที่หวงแหนกันทั้งนั้น ยุนโฮไม่ได้พูดเอาใจเมื่อเขาบอกว่าไม่ได้ถือสาอะไรกับพ่อบ้านทั้งสองคนที่คอยกันเขาให้ห่างจากคุณยูริเสมอเท่าที่มีโอกาส แต่เพราะเขาเองเข้าใจจิตใจของทั้งสองคนนั้นทั้งยังดูออกว่าคุณยูริหรือที่พวกเขาเรียกอย่างเคารพว่าคุณท่านนั้นมีคุณท่าต่อชีวิตและจิตใจของพวกเขามาก มากเสียจนต้องหวงแหนเอาไว้กับตัว เพราะแม้จะเป็นก่อนหน้าที่คุณยูริจะตกปากรับคำเป็นแฟนกันแบบตอนนี้เขายังรู้สึกหวงอยู่มาก พอมาเป็นตอนนี้ไม่ต้องถามอะไรก็คงเดาไม่ยากเลยว่าเขาจะทั้งรักทั้งหลงและหวงแหนคุณยูริมากแค่ไหน

    “เป็นอะไรอีกล่ะพ่อรูปหล่อ”  

    ยุนโฮกอดเธอ กอดแน่นและแนบชิดจนแค่เธอถามเบาๆ อย่างนั้นก็ได้ยินชัดเจน

    “ผมรักคุณนะครับ”

    “ฉันรู้แล้ว เชื่อใจด้วย”

    “ผมอยากให้คุณรอผมด้วย ไม่ว่าจะพรุ่งนี้หรือวันไหน ตอนที่ผมไปแล้วก็เหมือนกัน...ได้โปรดเฝ้ารอและถามถึงวันหยุดของผมบ่อยๆ นะครับ”

    “อื้ม ได้เลย”

    “คุณทำให้ผมไม่อยากไปยิ่งกว่าเดิมอีก”

    “เรายังมีเวลาเหลืออีกตั้งหลายวันให้เธอพูดแบบนี้ ไม่แน่ว่าพอไปแล้วจะได้เจอเพื่อนทหารถูกคอพอมีวันหยุดก็ดอดไปเที่ยวคลับตามประสาคนหนุ่มๆ จนสุดท้ายฉันก็ตกกระป๋อง แต่ไม่เป็นไรหรอก...ก่อนจะถึงวันนั้นมาใช้เวลาอยู่ด้วยกันนะ”

    “ว่าแต่ ยังไม่ได้บอกเลยว่าผมดูเป็นยังไงกับหัวเกรียนๆ แบบนี้”

    “หล่อดี...ไม่...ก็ยังหล่อมากอยู่”

    “ตอบเอาใจหรือเปล่าครับเนี่ย”

    “ตอบตามที่เห็นหรอก...ไม่ต้องห่วง จะหล่อหรือไม่หล่อหรือจะเป็นยังไงก็ไม่สำคัญหรอก เพราะเธอมีของดีมากกว่าหน้าตาซะอีกแล้วก็ไม่ต้องทำหน้าแบบนั้นเลย​ฉันดูออกนะว่าเธอคิดไปถึงไหนต่อไหนแล้ว  ที่ว่าของดีน่ะฉันหมายถึงตรงนี้ต่างหาก”

    ยูริจิ้มลงตรงอกของเขาพร้อมกับยิ้มหวาน

    “หัวใจของเธอแข็งแรงที่สุด ฉันพยายามแล้วแต่ก็สู้ไม่ไหวจริงๆ”

    “คุณยูริ” 

    ชื่อนั้นหลุดออกมาจากปากของเขาเอง ในขณะที่เขายิ้มตาของเขาก็ส่อประกายออกมาด้วย เป็นแววตาที่ทำให้ยูริยังนึกขำเมื่อมองเห็นเพราะดูเหมือนว่ามันจะไม่ต่างอะไรเลยกับเวลาที่เจ้าหมาขี้เล่นกำลังตื่นเต้นไม่เบา



    - YURI -



    ยุนโฮใช้เวลาอยู่ที่นั่นอีกจนหมดวันก่อนที่เขาจะต้องกลับมาบ้านของตัวเองทั้งที่ไม่ได้อยากจะสนใจอะไรอีกแล้วนอกจากคุณยูริ แต่ถึงเธอจะบอกว่าเข้าใจความรู้สึกของเขาขนาดนั้นก็ยังรบเร้าให้เขากลับบ้านตัวเอง อย่างน้อยก็มาเก็บข้าวของเตรียมตัวสำหรับการเป็นทหารใหม่บ้างก็ยังดี 

    อย่างที่เขาบอกไปแล้ว...พ่อแม่ของเขากำลังอยู่ในระหว่างฮันนีมูนรอบที่ล้านที่ยุโรป บ้านของเขาจึงเงียบเชียบในวันนี้เพราะแม้แต่พวกแม่บ้านก็ยังอาศัยช่วงเวลานี้ลากลับไปอยู่กับครอบครัวเลย ส่วนเขาที่เป็นไข้จนเกือบจะหายดีแล้วก็อารมณ์ดีมากพอจนไม่อยากจะนอนพักผ่อนตามที่คุณยูริขอมา เขายึดโซฟาชุดใหญ่ นอนเอกเขนกพร้อมกับดื่มเบียร์กระป๋องในมืออย่างเป็นสุข เขาไม่รู้จะทำยังไงเมื่อหัวใจคิดถึงคนรักที่แสนวิเศษอย่างคุณยูริอยู่ตลอดเวลา ไม่ใช่เพียงเพราะเขาเพิ่งเข้าใจและมีเซ็กส์กับเธอไปถึงสองครั้งเท่านั้นแน่ แต่เพราะตัวตนของคุณยูริทั้งนั้นที่ทำให้เขากล้าพูดเลยว่าเขาทึ่งและรักในความวิเศษที่ฉายชัดออกมาจากเธอ


    คุณยูริรู้จักความรักดีกว่าเขาตั้งไม่รู้กี่เท่าตัว เธอยังคงคิดถึงรักแรกที่จากไปแล้วอยู่เสมอ ในทุกๆ วันที่เธอตื่นขึ้นมาก็คล้ายว่าจะมีแต่เรื่องของเขาเป็นเรื่องแรก เขายังดูออกอีกว่าตอนที่คุณยูริพร้อมที่จะมอบทุกอย่างให้...เธอยังคงหวั่นใจและรู้สึกผิดกับคนรักเก่าอยู่ไม่น้อย แต่ถึงกระนั้นเธอก็ไม่ได้ปิดกั้นและเขาก็ไม่ได้บังคับขืนใจเธอแม้แต่นิดเดียว หลายครั้งที่เธอพูดถึงคนรักเก่าต่อหน้าเขาไม่ว่าจะเป็นเรื่องความคล้ายคลึงระหว่างตัวเขาและชายคนนั้นที่เธอเรียกติดปากว่าวิคเตอร์เขามักจะเห็นประกายความสุขออกมาจากแววตาของเธอซึ่งมันมีมากเสียจนยุนโฮไม่กล้ามั่นใจเลยว่าเขาจะทำให้มันคงอยู่อย่างนั้นได้นานเท่านานแบบนี้หรือไม่ แต่เขาไม่ใช่พวกติดค้างกับอดีตหรือกังวลต่ออนาคตมากเท่าไหร่ ปัจจุบันที่คุณยูริยิ้มและตอบรับความรักของเขาจึงเป็นเรื่องสำคัญที่สุด...ซึ่งมันสำคัญที่สุดจริงๆ เพราะคุณยูริบอกว่ารักเขาตอนที่สองเรากอดกันแนบแน่นอยู่บนเตียงหลังใหญ่นั่น


    เธอยังรู้จักชีวิตดีกว่าเขาหรือใครๆ ที่เขาเคยรู้จักมาเสียอีก หลายครั้งที่เธอพูดถึงการลาจากหรือความตายว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้เสมอ และในขณะที่เธอพูด เธอไม่เศร้า ไม่ร้องไห้ คล้ายกับว่าเธอเตรียมตัวเอวไว้เผื่อว่าความตายจะมาเยือนในทุกขณะ ซึ่งเขาไม่สบายใจเท่าไหร่เวลาที่ได้ยินแบบนั้น ครั้งสุดท้ายที่เธอพูดแบบนี้กับเขาก็ตอนที่ช่วยเขาแต่งตัวก่อนจะออกจากบ้านที่คนอื่นเรียกว่าบ้านผีสิงมาที่นี่...เมื่อเธอบอกกับเขาในเรื่องประมานนั้น เขาจูบปิดปากเธอทันที แล้วก็ทำให้เธอเขินจนหน้าแดงอย่างกับผลแอปเปิ้ลเลย


    แรกเริ่มเขาคิดว่าเธอเย็นชาแต่จะว่าไปคุณคิมแจจุงหรือยูริที่เขาชอบเรียกคนนี้ก็เป็นคนเย็นชาจริงๆ นั่นแหละ แต่เธอไม่ได้เย็นชากับทุกสิ่งหรือทุกคนเสียหน่อย บางครั้งเธอก็เย็นชากับพ่อบ้านทั้งสองที่เธอชอบเรียกรวมๆ กันว่าลูกชาย หรือครั้งแรกๆทที่พบกันเขาก็รู้สึกว่าเธอเย็นชากับเขาอยู่นิดหน่อย ถ้าจะถามว่าใครที่ไม่ได้ความเย็นชาของคุณยูริไปเลยเขาก็คงจะตอบได้ว่า คุณชองวิคเตอร์ และบรรดาต้นไม้ดอกไม้และสิ่งมีชีวิตทุกชนิดในสวนของเธอ นั่นเอง


    เขาไม่มีแรงในการเอาชนะรักแรกของคุณยูริเลย และเขาไม่รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องจำเป็นที่เขาต้องแข่งขัน ไม่ใช่เพียงเพราะคนๆ นั้นไม่มีชีวิตอยู่แล้ว แต่เป็นเพราะคำตอบมันชัดเจนอยู่แล้วว่าเขาคนนั้นมีอิทธิพลกับชีวิตที่ผ่านมาและชีวิตปัจจุบันของคุณยูริแค่ไหน เขาคือคนที่สอนให้คุณยูริรู้จักรัก และรู้จักความสูญเสียซึ่งทำให้ชีวิตของเธอสมบูรณ์แบบในฐานะมนุษย์คนหนึ่งที่ได้พบทั้งความสุขและความทุกข์มาครึ่งชีวิต...ซึ่งยุนโฮที่แม้จะบอกรักคุณยูริได้ทุกวัน แต่เขารู้ตัวดีว่าต้องเรียนรู้มันอีกมากจากเธอ เพราะฉะนั้นเขาถึงไม่กล้าคิดที่จะมาแทนที่ของใครในหัวใจของคุณยูริเลย






    “เธออาจจะรู้สึกไม่สบายใจอยู่บ้างเรื่องวิคเตอร์ แต่รู้เอาไว้นะชองยุนโฮ...ที่พูดว่าฉันรักเธอน่ะ ฉันจริงใจ”




    คุณยูริบอกกับเขา...และแค่นั้นก็เพียงพอแล้ว



    tbc


Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in