ฟิคฉันThayanee Ruttanakhun
[SR2] Stand Up

  • (*tribute to Byungjae and Haon chemistry)

    From the moment I met you, everything changed
    I knew I had to get you, whatever the pain
    I had to take you and make you mine

    ‘ทำนองเพลงนี้ดีเลยแฮะ ฟังแล้วฮึกเหิมแต่ไม่แข็งกร้าว เหมาะจะใช้ปลุกใจทำอะไรสร้างสรรค์ๆ.. ’
    บยองแจเผลอโยกหัวตามจังหวะ โวะโวะโวโวโอโวะ เขาไม่คิดว่าจะได้ยินเพลงนี้จาก PC ส่วนตัวในห้อง อาจจะเป็นซองมีที่แอบใส่มันเอาไว้ให้ตอนที่เขาไม่อยู่ ยัยพี่สาวตัวดีมักพยายามยัดเยียด?ให้เขาเปิดใจฟังเมนสตรีมบ้าง ถึงโดยรวมจะรำคาญที่เธอชอบทำแบบนี้(เพราะเพลงส่วนใหญ่ทำให้เขารำคาญ) แต่ลึกๆแล้วบยองแจรู้สึกขอบคุณที่พี่สาวพยายามสื่อสารกับเขา และบางครั้ง (อย่างเช่นครั้งนี้) เพลงที่ได้ฟังถือว่าเป็นการค้นพบที่ดีใช้ได้

    ….
    ด้วยความที่ภาษาอังกฤษไม่แข็งแรงนัก เจ้าของฉายา ‘ความมืด’ เปิดเว็บไซต์ google ออกค้นหาเนื้อร้องของเพลง Stand Up ที่กำลังฟังอยู่
    ….

    ผลการค้นอันดับหนึ่ง แสดงผลเพลงของ Hindi Zahra 
    ที่เขาหาน่ะ เพลงของวง One Direction ต่างหากเล่า! 

    I would walk through the desert
    I would walk down the aisle
    I would swim all the oceans just to see you smile
    Whatever it takes is fine

    บยองแจใช้เวลาครู่หนึ่งอ่านเนื้อหาเพลง หลังจากตั้งค่าโปรแกรม Windows Media Player ให้เล่นเพลงนี้ซ้ำไปเรื่อยๆ 
    จะว่าไปมันก็ทำให้เขาอารมณ์ดีนะ
    เพราะทำให้นึกถึงความสัมพันธ์ของตัวเองกับใครคนหนึ่ง

    So put your hands up
    Cause it's a stand up
    And I won't be leaving 'til I finish stealing every piece of your heart
    Every piece of your heart

    ‘ฉันจะไม่จากไปจนกว่าจะขโมยทุกชิ้นส่วนหัวใจเธอได้สำเร็จ’
    งั้นเหรอ?
    เขาอนุญาตให้ตัวเองยิ้ม ท่ามกลางบรรยากาศมืดหม่นของห้องนอนขนาด 4X4 เมตร 
    เหตุที่ ‘มืดหม่น’ ก็เพราะโทนสีของสิ่งของที่เจ้าของห้องเลือกใช้

    I know your hearts been broken
    But don't you give up
    I'll be there, yeah I know it
    To fix you with love

    ครั้งแรกที่เจอกัน เด็กหนุ่มร่างเล็กผอมเก้งก้างเปิดประตูเข้าห้องเรียนรวมแรปเปอร์มัธยมชั้นม.5 เข้ามาด้วยรอยยิ้มซื่อๆ ในขณะที่เขากำลังบีบบรรยากาศของชั้นเรียนไว้อยู่หมัด ด้วยทรงผมที่ไว้ยาวปรกลงมาปิดตา เครื่องแต่งกายเน้นสีดำ และรังสีกดดันที่แผ่ออกมาจากบุคลิกไม่สุงสิงกับใคร
    “โห มีสเก็ตบอร์ดด้วย”
    เด็กนั่นเดินตัวปลิวไม่รู้ร้อนรู้หนาวผ่านชุดโต๊ะเก้าอี้นักเรียนที่ทีมงานจัดไว้ให้ไปยังสเก็ตบอร์ดที่เป็นพร็อพตกแต่งตั้งติดกับฉากหลัง พอสำรวจเสร็จก็เลื่อนเก้าอี้เข้านั่งข้างเขาด้วยท่าทีสบายๆ
    เห็นหรอกว่าอี จีอึนคนสวยของรายการ? พยายามส่งซิกแนลเตือน
    ไม่รู้ว่า ‘คิม ฮาอน’ ไม่รู้ตัวจริงๆหรือแค่ไม่สนใจ 
    หมอนั่นหันมาถามเขาว่า “มาจากไหนเหรอ?” 
    ต่อด้วย“นายเรียนที่ไหน”
    “โอ้ ไม่เรียนเหรอ แล้วนายลาออกเมื่อไหร่?”
    “นายเล่นเกมบ้างไหม”
    “นายต้องทำงานหนักแน่ๆ เพราะมีผมขาว”
    “กินอะไรมาหรือยัง”
    และอะไรอีกเยอะ จนเขาต้องตัดบทว่า “เหนื่อยอะ”
    แทนที่จะชะงัก หมอนั่นกลับตบบ่าให้กำลังใจเขาเบาๆ แล้วบอกว่า “ฉันรู้ว่ามันเหนื่อย” อีกต่างหาก
    ช่างเป็นคนที่รับมือยากซะจริง

    It hurts me to think that you've ever cried
    So put your hands up
    Cause it's a stand up
    And I won't be leaving 'til I finish stealing every piece of your heart
    Every piece of your heart

    พอมาดูรายการวันออนแอร์ตอนแรก ทีมงานตัดต่อให้เขามีรังสีความมืดแผ่ออกมาตัดกับฮาอนที่เป็นแสงสว่าง
    นึกแล้วก็ขำดี 
    ฮาอนเปิดใจเขาไปได้ครึ่งนึงตอนแสดงความสามารถว่าแรปเก่งแค่ไหน และเปิดไปอีกครึ่งตอนเลือกเขาเข้าทีมเป็นคนแรก
    เขาถึงกับให้สัมภาษณ์อย่างตรงไปตรงมาว่าชอบใจ และไม่ว่าจะในรายการหรือไม่ ก็อยากจะทำเพลงกับคนๆนี้ดูสักครั้ง

    So put your hands up
    Cause it's a stand up
    And I won't be leaving 'til I finish stealing every piece of your heart

    นั่นเป็นการแสดงจุดยืนและยกมือแจ้งให้รู้อย่างมากที่สุดที่เขาจะทำได้แล้ว


    And I will steal us a car
    And we will drive to the stars
    I will give you the moon
    It's the least I can do if you give me the chance

    หลังจากนั้น เราก็คุยกันเยอะมาก จนสนิทกันรวดเร็ว
    อันที่จริงเขาออกจะประหลาดใจนะ
    ก็โลกนี้มันเหี้ย บยองแจไม่อยากเสแสร้งแกล้งทำเป็นอยู่ได้สบายมาก สไตล์ของเขามันเลยออกไปตามมุมที่มอง
    แต่เขาก็เด็กม.5 คนหนึ่ง
    การที่ได้เจอเพื่อนที่ถูกใจ แม้จะดูต่างกันทุกองศาทั้งภายในและภายนอก แต่กลับมีจุดร่วมสำคัญซึ่งกันและกันอยู่
    ทำให้มีความคิดนิดนึงว่าอยากกลับไปเรียนเลย

    So put your hands up
    Cause it's a stand up
    You can call me a thief (I'm a thief, I'm a thief)

    หลายคนอาจจะไม่เข้าใจ ที่เราใกล้ชิดกันราวกับเป็นคู่รัก
    นั่นเป็นเรื่องธรรมดา แต่ไม่ปฏิเสธว่าเคมีระหว่างเรามันดีมาก 

    “อย่าไปอะไรกับความน่ารักของเด็กเกาหลีเลย” ใครบางคนเคยพูดให้ได้ยินอย่างนั้น 
    ใช่
    เขาพูดถูก
    วัยรุ่นเราถูกหล่อหลอมด้วยวัฒนธรรม ‘ต้องน่ารักให้เป็น’ และ ‘ต้องทำตัวดีต่อกันให้มากๆ’
    ยอมรับเลยว่าอิทธิพลพวกนี้มีอยู่ในตัวตน เรื่องที่ว่าจะนำมาใช้เมื่อไหร่ ก็ขึ้นอยู่กับว่าผู้โชคดี? เป็นคนที่เขาจะยอมเปิดใจให้มากแค่ไหน
    และฮาอนก็เป็นหนึ่งในผู้โชคดีเหล่านั้น

    But you should know your part(I'm a thief, I'm a thief)
    I'm only here(I'm a thief, I'm a thief)
    Because you stole my heart

    เขาไม่เคยถามว่าทำไมถึงอยากเป็นเพื่อนกับคนอย่างเขานัก
    เขาน่ะชอบฮาอนที่ซื่อสัตย์ต่อเป้าหมายและมองโลกในแง่ดี
    แม้ไม่เคยเข้าใจเลยว่าอีกฝ่ายโตขึ้นมายังไงถึงได้มอบพลังบวกและความสงบในจิตใจให้คนอื่นได้เก่งขนาดนี้
    มีฮาอนอยู่ข้างๆ ดีกว่าไม่มี เขาคิดแบบนั้น
    เชื่อเถอะว่า หมอนั่นทำให้โลกสดใสขึ้นเยอะ

    So put your hands up(I'm a thief, I'm a thief)
    Cause it's a stand up
    And I won't be leaving till I finish stealing every piece of your heart
    Cause you stole my heart

    ซองมีอดเตือนไม่ได้ที่เขาทำตัวติดหนึบกับฮาอนทั้งที่เพิ่งรู้จักได้ไม่นาน
    พี่กลัวเขาเจ็บ บยองแจรู้
    คนที่มีบาดแผลและจิตใจอ่อนไหวง่ายอย่างเขาน่ะ



    ………


    คิดว่าดีแล้วที่ใช้ใจแลกใจกัน


    …..


    ก็ให้มันเป็นเรื่องของอนาคตเถอะถ้ามันจะมีอะไรไม่ดีเกิดขึ้นในความสัมพันธ์

    ทุกวันนี้ ขอเป็นเพื่อนกันให้ดีที่สุดไปก่อนก็พอ :)


Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in