Janie’s Reviewsjanieishappy
Book: The Tao Of Pooh

  • เล่มนี้เราชอบมาก ชอบในความเรียบง่ายและน่ารัก ชอบในการที่ผู้เขียนหยิบเอาหมีพูห์และผองเพื่อนมาผสมเข้ากับเต๋า ถือว่าเป็นหนังสือเกี่ยวกับปรัชญาที่อ่านง่ายและย่อยง่ายเล่มหนึ่งเลย

    อย่างที่บอก เราไม่ได้มองว่าเต๋าคือศาสนาหรือลัทธิ แต่เรามองว่าเต๋าคือปรัชญา — ปรัชญาตะวันออกที่สอนให้เราใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย สอนให้เรามองทุกอย่างและยอมรับในสิ่งที่มันเป็น ซึ่งผลลัพท์มันก็คือ ชีวิตที่มีความสุข

    ใครที่เคยอ่านบันทึกและรีวิวก่อนๆ ของเราคงจะยี๊จนหน้าย่น อิเจนมาพูดเรื่องความสุขว่ะ ทั้งๆ ที่มันไม่มีความสุขกับชีวิตของมันเลย ขำ อย่าเพิ่งยี๊เด้อ เราไม่ได้จะมาสอนให้ทุกคนมีความสุข เราแค่จะมาแนะนำหนังสือ ฮ่าๆๆ

    เราไม่ชอบอ่านหนังสือธรรมะ เราไม่สวดมนต์ เราไม่นั่งสมาธิ เราพูดไม่ได้เต็มปากว่าเรานับถือพุทธ เราไม่ชอบเรียนวิชาพระพุทธศาสนา เพราะเราไม่ชอบการใช้เรื่องอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์มาเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างศรัทธา ในขณะเดียวกัน เราก็ไม่เชื่อในพระเจ้า ถ้าถามว่าแล้วเราเชื่อในอะไร? ถ้าสุขภาพจิตเราดี เราคงตอบว่าเราเชื่อในตัวเอง แต่ด้วยสภาพจิตตอนนี้ เราว่าการเชื่อในตัวเองมันไม่น่าจะเป็นความคิดที่ดีสักเท่าไหร่ งั้นเราขอตอบว่า เจนเชื่อในจิตแพทย์ค่ะ ฮ่าๆๆ

    เราชอบอ่านหนังสือปรัชญา มันเริ่มมาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ เราคิดว่าน่าจะเป็นช่วงมหาลัย เราชอบอ่านปรัชญามากถึงขนาดที่ซื้อหนังสือเกี่ยวกับปรัชญามาอ่านจนเต็มบ้านไปหมด แต่อย่ามาถามนะว่านักปรัชญาคนไหนมีแนวคิดว่าอะไร เราจำไม่ได้ ก็ดูสิ เกรดวิชานิติปรัชญาเรายังได้แค่ B ทั้งๆ ที่เราหวัง A นี่ก็เลยไม่รู้ว่าที่อ่านๆ ไปทั้งหมดนี่มันเข้าหัวเรามั่งไหม

    สิ่งที่เราชอบเกี่ยวกับปรัชญาคือ เวลาที่เราอ่าน มันทำให้เราได้คิด (หรือนี่คือเหตุที่ทำให้เราเป็นซึมเศร้า?) มันไม่เหมือนกับเวลาที่เราอ่านนิยาย chic lit ที่เราจะอ่านผ่านๆ ให้มันจบๆ ไปเพื่อความบันเทิง หรือนิยายลึกลับ สืบสวน ฆาตรกรรม ที่อ่านแล้วมันก็ได้คิดนะ แต่ก็คิดหาคนร้ายซะมากกว่า หรือจะพวก non fic อื่นๆ ที่ไม่ใช่ปรัชญา เราก็มองว่ามันไม่ได้ทำให้เราฉุกคิดได้เหมือนกับหนังสือปรัชญา ถ้าให้เราเปรียบ เราคงเปรียบหนังสือปรัชญากับจิตแพทย์ (จิตแพทย์อีกแล้ว หมกมุ่นเบอร์ไหน ถามใจเธอดู) 

    การไปพบจิตแพทย์แต่ละครั้ง เราจะได้อะไรกลับมาทุกที ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นคำถามที่จิตแพทย์ถามมาแล้วเราตอบไม่ได้ในห้องตรวจ เราก็จะต้องกลับมานั่งคิดหาคำตอบที่บ้าน ตรงนี้แหละที่เรามองว่ามันเหมือนกับเวลาที่เราอ่านหนังสือปรัชญาที่อ่านแล้วมันจะทำให้เราคิด เวลาที่อ่านหนังสือปรัชญาดีๆ นะ เราอ่านรอบเดียวไม่จบอ่ะ อ่านได้แค่ทีละเรื่องสองเรื่อง เพราะหยุดคิดนานเกิน บางทีหยุดคิดเป็นวันๆ เลยก็มี

    แต่สำหรับ The Tao of Pooh เล่มนี้ เราว่ามันอ่านง่ายกว่าหนังสือปรัชญาหนักๆ พวกนั้น ใครที่กำลังสนใจปรัชญาแล้วมองหาหนังสือที่อ่านง่ายๆ ย่อยไม่ยาก เราแนะนำเล่มนี้เลย อ่านง่ายมาก น่ารักด้วย 

    ...ถ้าโชคดี อ่านจบคุณอาจจะมีความสุขแบบพูห์ก็ได้นะ

    :)



    *มีฉบับแปลแล้วนะ ของสำนักพิมพ์มติชน ชื่อเต๋าแบบหมีพูห์
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in