เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
Janie’s Reviewsjanieishappy
Book: Depression Diary #มันไม่ได้เศร้าอย่างที่คิดหรอกนะ

  • เราคือผู้ป่วยโรคซึมเศร้าที่ลองอ่าน ‘เรื่องเล่าจากยอดภูเขาน้ำแข็ง’ แล้วรู้สึกไม่ชอบ อาจจะเป็นเพราะว่าเราไม่ใช่ซึมเศร้าสายเพ้อ เราไม่เคยพรั่งพรูความทุกข์ทั้งหมดที่มีให้หมอฟังเวลาที่ไปหา เราไม่เคยทำร้ายตัวเองหรือพยายามฆ่าตัวตายเพื่อให้ใครมาสนใจ เราพยายามทำทุกวิถีทางให้เราดูเป็นคนปกติมากที่สุดในสายตาทุกคน เราไม่บอกคนที่บ้านเรื่องที่เราเป็นซึมเศร้าแล้วก็ต้องกินยาต้านซึมเศร้าเป็นประจำทุกวัน …แล้วก็เพราะไอ้ความพยายามอย่างมากที่จะไม่เป็นคนอ่อนแอนี่แหละ เราจึงเป็นโรคซึมเศร้า

    หมอวินิจฉัยว่าเราเป็นซึมเศร้าเรื้อรัง (Dysthymia) มานานก่อนหน้านี้ แล้วก็มีอาการซึมเศร้ารุนแรง (MDD) ซ้อนขึ้นมา โดยมีแรงกดดันต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้นเป็นตัวกระตุ้น เรามีพื้นฐานครอบครัวคล้ายๆ กับคนเขียน ต่างกันตรงที่เราเป็นลูกคนเดียวแล้วแม่เราก็ตายตั้งแต่เรายังเด็กๆ ที่บ้านเราไม่มีการทะเลาะตบตีกันแม้แต่นิดเดียว แต่จะมีความคาดหวังในระดับสูงปรี๊ดมาแทน เราเติบโตมาเป็น Perfectionist ที่พังที่สุดคนหนึ่งในโลก เรารักความสมบูรณ์แบบ แต่เราก็ไม่เคยทำอะไรได้สมบูรณ์แบบเลยสักอย่าง 

    เราเป็นโรคซึมเศร้าและเราก็รู้ปัญหาของตัวเองดี แล้วเราก็ฉลาดพอที่จะรู้ด้วยนะว่าปัญหาแต่ละอันนั้นมันจะต้องแก้ยังไง แต่เราทำไม่ได้ ในหัวเรามีแต่ความเศร้า โลกนี้มันมืดหม่น เราตื่นมาทุกเช้าด้วยความคิดที่ว่า ทำไมเราต้องตื่นมาอีก ทำไมเราไม่ตายๆ ไปสักที เราอยากตายทุกลมหายใจเข้าออก แต่เราก็ห่วยแตกเกินกว่าที่จะทำให้ตัวเองตายจริงๆ เรากลัวการมีชีวิตอยู่ แต่เราก็กลัวการที่จะต้องจากโลกนี้ไปด้วยเช่นกัน

    เราได้แต่นั่งนึกขอบคุณอะไรก็ตามแต่ที่ทำให้เราขี้ขลาด ไม่ทำอะไรแบบคนเขียนหนังสือเล่มนี้ เราอาจจะยังเป็นไม่หนักเท่าเขา เราเคยเป็นหนักขนาดพีคไป MDD แค่ครั้งเดียว ซึ่งตอนนั้นเรามาถึงมือหมอก่อนที่เราจะทำอะไรแย่ๆ ไป แล้วหมอก็จัดการให้อาการเราอยู่ในระดับที่ควบคุมได้มาจนถึงปัจจุบัน แต่พอเราอ่านหนังสือเล่มนี้ เราก็แอบรู้สึกกลัว กลัวว่าวันหนึ่งเราจะเป็นแบบนั้น เพราะจนถึงวันนี้ เราก็ยังหายาที่เข้ากับเราไม่ได้เลย

    คนเขียนใช้วิธีเขียนง่ายๆ เหมือนเขียนไดอารี่ ซึ่งมันก็ตรงตามชื่อหนังสือ เราชอบที่มันไม่มีความเพ้ออะไรเลย มันตรง และมันก็เข้าใจง่ายจนเราอยากจะเอาหนังสือเล่มนี้ให้คนใกล้ตัวของเราทุกคน (ที่รู้ว่าเราเป็นซึมเศร้า) อ่าน เพราะเราคงไม่มีความอดทนมากพอที่อธิบายอะไรพวกนี้ให้ทุกคนฟัง

    หนังสือมีบอกด้วยว่าคนป่วยอย่างเราต้องการอะไร เราอยากให้ทุกคนปฏิบัติต่อเรายังไง ฟังดูเยอะเนอะ เราก็ไม่อยากไปพร่ำบอกกับทุกคนหรอกว่าเราอยากให้เขาทำงั้นทำงี้กับเรา เพราะมันจะดูจู้จี้จุกจิกจนเกินไป แต่ทุกคนก็ยังคงขยันทำให้เรารู้สึกแย่ด้วยการพูดว่า
    “เธอไม่เป็นอะไรซะหน่อย”
    หรือ
    “เธอจะคิดมากอะไรนักหนา”
    หรือ
    “หัดเข้าวัดทำบุญมั่งสิ”
    เวลาได้ยินอะไรแบบนี้ เราจะอยากวิ่งเข้ามุมห้องแล้วร้องไห้ทุกที เรารู้สึกอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้วว่าเราไม่มีค่า ไม่ต้องมาช่วยย้ำก็ได้

    จริงๆ เราไม่ได้ต้องการให้ใครมาเอาอกเอาใจอะไรเราหรอก เราแค่อยากให้คนที่เรารักและรักเราพยายามที่จะเข้าใจเราบ้าง ก็แค่นั้น
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in