Hello DepressionS m o g
The Traces Of Pain From The Old Bench (D e p r e s s i o n)
  • ตอนนี้ฉันขึ้นป.6แล้ว

    ฉันและหลิวยังคงถูกแกล้งเป็นประจำ

    เริ่มแรกก็เป็นการแกล้งแบบเดิมๆ

    แต่นับวันก็ยิ่งหนักขึ้น

    โจ้ผลักฉันในระหว่างที่ฉันกำลังเดินลงบันได

    โจ้ตบหัวหลิวตอนที่หลิวเพิ่งตัดผมมาใหม่เพราะเห็นว่ามันสั้นเต่อและดูตลกดี

    โจ้ดึงผมของฉันเพียงเพราะว่าฉันมีผมที่ยาวและหยิก

    การแกล้งเหล่านี้ดูเหมือนจะกลายเป็นเรื่องปกติและหนึ่งกิจกรรมในชีวิตประจำวันไปเสียแล้ว

    ทุกๆครั้งที่ฉันและหลิวถูกแกล้งทุกคนในห้องแค่ยืนดูและหัวเราอย่างสนุกสนาน

    ฉันและหลิวทำได้เพียงร้องไห้

    ครูเริ่มจะเอือมระอากับการที่ฉันบอกว่าถูกแกล้งเต็มทน

    เพราะอย่างนั้นครูจึงเลือกที่จะนิ่งเฉยและบอกกับฉันว่า

    “ไม่เป็นไรนะ แค่นี้เอง เพื่อนหยอกเล่น”

    ฉันเชื่อในสิ่งที่ครูบอก 

    พวกเราอดทนต่อการแกล้ง เพราะหวังว่าทุกๆอย่างจะไม่เป็นอะไรอย่างที่ครูบอก

    แต่ทุกๆอย่างยังคงเหมือนเดิม

    ฉันและหลิวยังคงถูกแกล้งอยู่เป็นประจำ

    พักหลังมานี้โจ้แกล้งพวกเราหนักขึ้น

    --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

    เย็นวันหนึ่ง

    โจ้สั่งให้เพื่อนคนอื่นๆจับฉันและหลิวไว้ ก่อนที่จะใช้มีดคัตเตอร์กรีดเสื้อของพวกเรา

    ฉันร้องไห้ กรีดร้อง และร้องขอให้หยุด

    หลิวกลัวมากจนทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ร้องไห้

    หลิวพยายามออกแรงดิ้นเพื่อที่จะหนี

    ฉันยังคงร้องขอความช่วยเหลือไม่หยุด

    แต่ทุกๆอย่างก็ไร้ประโยชน์

    ประตูห้องถูกปิดและมีเพื่อนในห้องคนอื่นคอยดูต้นทาง

    พวกเราทำได้แค่ร้องไห้

    ร้องไห้และกรีดร้องเหมือนกับที่ทำเป็นประจำ

    และก็ไร้ประโยชน์เหมือนทุกครั้ง

    เสียงร้องขอความช่วยเหลือของเราไม่เคยส่งไปถึงใครเลย

    หลังจากเสื้อนักเรียนของพวกเราถูกโจ้และเพื่อนในห้องกรีดจนพอใจ

    พวกเขาก็ปล่อยให้ฉันและหลิวนั่งกอดกันร้องไห้อยู่ตรงนั้น

    เราร้องไห้กันไม่หยุด

    พอรู้ตัวอีกทีก็พบว่าเป็นเวลา5โมงเย็นแล้ว

    ป้าแม่บ้านมาเจอพวกเรา

    ป้าดูตกใจมาก

    สภาพของเราคงดูไม่สู้ดีเท่าไรนัก

    ป้าถามว่าเกิดอะไรขึ้น

    ป้าบอกพวกเราให้รีบเปลี่ยนชุดพละกันก่อน

    --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

    หลังจากเปลี่ยนไปใส่ชุดพละ

    เราก็เล่าเรื่องทั้งหมดให้ป้าฟัง

    ป้าแม่บ้านถามว่าอยากโทรศัพท์หาแม่ไหม

    ฉันและหลิวมองหน้ากันก่อนจะส่ายหน้าให้กับป้าเพื่อเป็นการปฏิเสธ

    อีกครึ่งชั่วโมงแม่ของฉันและหลิวจะมารับ

    พวกเราบอกขอบคุณป้าแม่บ้านก่อนจะเดินไปรอแม่ที่สนามเด็กเล่นหลังโรงเรียน ซึ่งเป็นที่ประจำ

    หลิวถามฉันว่าจะบอกแม่ไหม

    ฉันยิ้มให้หลิว

    ยิ้มที่หนักที่สุดที่ฉันเคยยิ้ม

    ฉันบอกหลิวว่าฉันจะไม่บอกแม่

    หลิวเองก็เห็นด้วย

    พวกเราวางแผนการโกหกด้วยกัน

    การโกหกครั้งแรกของพวกเราจบลงด้วยข้ออ้างว่าเสื้อเปื้อนสีจึงต้องทิ้งไป

    ฉันและหลิวนั่งรอแม่ของพวกเราอยู่ตรงม้านั่งข้างสนามเด็กเล่น

    ม้านั่งตัวนี้เป็นตัวที่คนชอบเลือกนั่งมากที่สุด

    สภาพของมันทั้งเก่าและทรุดโทรม

    มีถ้อยคำต่างๆถูกเขียนไว้ 

    ทั้งคำหยาบคาย รูปวาดต่างๆ และรอยขีดข่วน

    แต่กลับไม่มีใครคิดที่จะสนใจมันเลย

    ทั้งๆที่ทุกคนก็เห็นว่าสภาพมันแย่แค่ไหน

    เพียงแค่เพราะมันพูดไม่ได้ บอกไม่ได้

    ผู้คนจึงเลือกที่จะทิ้งขว้างและไม่สนใจมัน

    --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

    "ม้านั่งตัวนี้เป็นตัวที่คนชอบเลือกนั่งมากที่สุด สภาพของมันทั้งเก่าและทรุดโทรม 
    มีถ้อยคำต่างๆถูกเขียนไว้ ทั้งคำหยาบคาย รูปวาดต่างๆ และรอยขีดข่วน
    แต่กลับไม่มีใครคิดที่จะสนใจมันเลย ทั้งๆที่ทุกคนก็เห็นว่าสภาพมันแย่แค่ไหน
    เพียงแค่เพราะมันพูดไม่ได้ บอกไม่ได้ ผู้คนจึงเลือกที่จะทิ้งขว้างและไม่สนใจมัน"

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in