Kat-san DIARY 3 - TOURIST GUIDEVuttiphong Mahasamut
DAY 3 - Urban Walking Tour

  • Kat-san Outfit of the day: ชุดกระโปรงSretsis, Vintage Jean Jacket.



  • ถึงวันที่ต้องอำลาคาวากุจิโกะ พวกเราตื่นแต่เช้าเพื่อทานอาหารเช้าและรีบไปรอรถบัสมุ่งเข้าสู่ชินจูกุ อากาศในตอนเช้ายังหนาวและมีลมเย็น 
    รูปปั้นปริศนาตรงสถานี



    เวลาประมาณเกือบ 8 โมงเช้า

    มีผู้คนประปรายมายืนรอรถบัส บางคนใส่ชุดลำลอง บางคนอยู่ในชุดทำงาน คนญี่ปุ่นไม่อายที่จะโชว์หน้าตาที่ง่วงนอน ทันทีที่ขึ้นรถ คนส่วนใหญ่หลับ 
  • YANAKA


    ที่พักในโตเกียวครั้งนี้อยู่ในย่าน Yanaka (จากการหาของนานะจัง) ย่านที่โด่งดั่งในเรื่องของชุมชนแมวและบันไดหิน(ที่อยู่ในรูปโฆษณาต่างๆมากมาย) ผมเคยมาที่นี่แล้ว 2 ครั้ง แต่ครั้งนี้ได้มีโอกาสใช้เวลาเดินเล่นแบบเต็มที่ เดินมองตรอกซอกซอยเล็กๆ บ้านและร้านค้าแถวนี้มีขนาดเล็ก ดูย้อนยุคแต่ก็ดูไม่ล้าหลัง(และส่วนใหญ่ดูสะอาดสะอ้าน) ผมเพิ่งมารู้ว่าย่านแบบนี้ คนญี่ปุ่นเขาเรียกกันว่า "Shitamachi" หรือ ย่านเมืองเก่า ซึ่งเป็นย่านที่มีพ่อค้า แม่ค้า และช่างฝีมืออาศัยอยู่มาตั้งแต่สมัยก่อน (เดี๋ยววันสุดท้ายจะมาเล่าต่อแบบเต็มๆ เพราะจบทริปกันที่ย่านนี้แหละ) 

    หลังจากที่หอบกระเป๋ามาเก็บที่ห้องพักเรียบร้อย ก็มุ่งหน้าสู่จุดหมายแรกของวัน ขึ้นรถไฟจากสถานี Sendagi ไปลงที่สถานี Yoyogi-hachiman


    ?



  • 365 วัน เบเกอร์รี่



    เมื่อมาถึงย่าน Yoyogi ภารกิจแรกคือการไปร้านเบเกอร์รี่ ชื่อ 365 วัน เป็นร้านขนมปังที่แคทซังอยากมาลองให้ได้ ทันทีที่เปิดประตูเข้าไป จะเจอกับชั้นวางขนมปังแบบสูง(เกือบติดเพดาน) ตั้งตระหง่านไว้ตรงทางเข้า 
    แสงไฟมากมายภายในร้านยิ่งทำให้ขนมปังดูน่ากิน


    และเมื่อเดินเข้าไปจะเจอตู้โชว์ขนมปังขนาดใหญ่ มีมากมายหลายชนิดให้เลือก


    ขนมปังที่แคทซังเลือก เป็นขนมปังขายดีของร้าน " Croquant Chocolat " (คำแรกอ่านว่า โครคอง เป็นภาษาฝรั่งเศส แปลว่า "กรอบ" ) ป็นขนมปัง Brioche ผ่าครึ่ง ใส่ไส้ด้วยช็อกโกแลตกรอบเม็ดเล็กๆ ประดับเพิ่มความเก๋นิดหน่อยด้วยทองคำเปลว

    Canelé De Bordeaux 


    ขนมปังที่นี่หน้าตาดูดีมากและรสชาติกับรสสัมผัสก็ทำออกมาได้ดีมากเช่นกัน ขนาดผมไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญก็ยังรู้สึกได้ ว่าเขาใช้วัตถุดิบอย่างดีรวมกับฝีมือการทำที่สุดยอดมาก ยกตัวอย่าง Croquant Chocolat ตัวขนมปังดูสวยทั้งสีทั้งรูปร่าง แถมเมื่อกัดเข้าไปก็ไม่แข็งแต่กลับรู้สึกนุ่ม(ทั้งที่ๆเนื้อขนมปังดูแน่น) ช็อกโกแลตกรอบเม็ดเล็กๆก็หวานแบบเข้ากันกับขนมปัง อร่อยมากเลย!  10/10

    FB PAGE : https://www.facebook.com/365joursTokyo/

  • หลังจากแวะร้านขนมปังก็ถึงคิวของกาแฟ ร้านที่แคทซังพานานะจังไปเป็นร้านที่ถ้าไม่สังเกตุดีๆก็สามารถเดินผ่านไปเลยโดยไม่รู้ตัว
    ชื่อของร้านคือ INN (โปรดสังเกตุตัวอักษรขนาดจิ๋วตรงกล่องสีขาวและผ้าใบสีขาว)

    อืมมม เปิดอยู่สินะ..






    เมื่อถามถึงเหตุผลที่แคทซังอยากจะพามาร้านนี้ เธอก็ว่า "ไม่รู้อ่ะก็แค่อยากไป" พร้อมกับส่งรูปที่ทำให้เธอรู้สึกอย่างนั้น (คร็อปมาจากในIGของคนที่เธอติดตาม)



    พอได้มาก็เลยได้รู้อีกว่า ร้านนี้ดูเหมือนจะcollaborateกับศิลปินหลายๆคน เพื่อให้อาร์ทเวิร์กสำหรับแก้วกาแฟเปลี่ยนไปเรื่อยๆ

    ตอนที่เรามาเลยได้ของศิลปินคนนี้ Face Oka (https://www.instagram.com/face_oka/)

    นั่งดื่มกาแฟซักพักก็ไปหาร้านของกินลองท้องกันต่อ ร้านนี้ผมว่าเป็นร้านเด็ดประจำวันที่ต้องเข้าไปอยู่ใน Kat-san Recommendation!!! เป็นร้านที่ทั้งแคทซังและผมเห็นตรงกันเช่นนั้น


    ////////////////////////////  Kat-san Recommendation  ////////////////////////////


      CAMELBACK Sandwich & Espresso  

    ก่อนที่จะออกเดินทาง แคทซังได้ทำการบ้านโดยการหาดูรายการนำเที่ยวญี่ปุ่นในยูทูป ทั้งที่เป็นของคนดังและคนธรรมดาทั่วไป หนึ่งในรายการที่เธอชอบดู คือ Toyko Eye 2020 (จากช่องNHK) ซึ่งเป็นรายการใหม่ทำขึ้นเพื่อโปรโหมดโตเกียวโดยเฉพาะ ทำเพื่อชาวต่างชาติที่คาดว่าจะมาเยือนโตเกียวอย่างล้นหลาม ในช่วงโอลิมปิกในปี 2020 

    ตอนนึงในนั้น เขาพาไปร้าน Camelback Sandwich & Espresso การรวมตัวกันของเพื่อนสมัยเรียนมัธยมสองคน คนนึงทำกาแฟและอีกคนทำแซนด์วิช ที่ผมสนใจคือ คนที่ทำแซนด์วิชนั้นเขาเคยเป็นถึงซูชิเชฟมาก่อน ซึ่งในวีดีโอ เขาขึ้นชื่อตำแหน่งว่า Sandwich Master ผมสะดุดตากับคำนี้และคิดว่ามันเท่ดี โดยปกติแล้ว การทำแซนด์วิชถือว่าเป็นสิ่งที่คนทั่วไปสามารถทำเองได้ แต่การจะมาเป็นแซนด์วิช มาสเตอร์ต้องฝึกฝนอะไรบ้าง? พอได้เห็นการทำงานของเขาก็พอเข้าใจว่า แซนด์วิชก็มีศาสตร์ของมันอยู่ การจับคู่ของขนมปังกับสิ่งที่ใส่ด้านใน ต้องเข้าใจว่ามันคู่กันได้ไหมและสามารถทำอะไรใหม่ๆออกมาได้บ้าง และในกรณีนี้ เขาได้เทคนิคของการทำซูชิมาประยุกต์ใช้ด้วย ทั้งการเลือกใช้วัตถุดิบตามฤดูกาลความปราณีตในการทำ การหั่น และการเตรียมส่วนผสมต่างๆ ผมรู้สึกว่าที่ญี่ปุ่น ไม่ว่างานที่ทำจะเป็นอะไร ถ้ามีใจรักและฝึกฝนที่จะทำมันอย่างแท้จริง คุณก็จะมีความภาคภูมิใจและสามารถทำมันเป็นอาชีพได้ (อาชีพหลักหรือเสริมก็แล้วแต่พรสวรรค์และโอกาส) แต่ในที่นี้ มันเป็นร้านที่น่าเชื้อเชิญให้มาลองทาน ถึงผมจะไม่ได้ลองกาแฟ แต่ได้ลองแซนด์วิชไข่ม้วน (ที่ได้รับอิทธิพลมาจากซูชิเต็มๆ) 

    คนนี้คือคนชงกาแฟ 


    Egg Omelet Sandwich - 380 ¥


    ขนมปังเข้ากันกับไข่ม้วนมาก นุ่ม กรอบ ส่วนรสชาติของไข่ดีมาก หอม เบา กินพร้อมกันแล้วดี!

  • หลังจากนั้นทุกคนก็ออกเดินกันต่อ เป้าหมายถึงการไปเดินเล่นแถว Omotesando / Harajuku  เนื่องจากครั้งนี้เป็นครั้งแรกของด้าย-ซึกิในโตเกียว จึงจำเป็นจะต้องพาเธอไปเช็ค-อินสถานที่สุดฮิต และผมรู้สึกว่าแถวนั้นมีอะไรน่าสนใจให้ดูอยู่ตลอด แม้ว่าจะเคยมากี่ครั้งแล้วก็ตาม


    เห็นบ่อยเหมือนกันมอเตอร์ไซด์แบบนี้ เขาเอาไว้ทำไรนะ??


    ร้านขายของวินเทจซ่อนอยู่ในตึก แคทซังขอแวะแปปนึง!

  • ////////// SIDE STORY //////////

    Project #FR2


    ก่อนหน้าที่จะมา แคทซังได้ฝากเพื่อนซึ่งเพิ่งกลับจากญี่ปุ่นซื้อกล้องใช้แล้วทิ้งมา 1 ตัวเพื่อเอามาถ่ายภูเขาไฟฟูจิ (แล้วก็ไม่ได้ถ่ายเพราะมองไม่เห็น) ซึ่งราคาของมันจะแพงกว่ากล้องใช้แล้วทิ้งทั่วๆไป พอได้เห็นจึงรู้ว่ามันมีpackagingที่แตกต่างออกไป น่าจะเป็นแบรนด์อะไรซักอย่างทำขึ้น พอเริ่มหาข้อมูลจึงรู้ว่าเป็นโปรเจคของแบรนด์สุดเกรียนของญี่ปุ่นใช้ชื่อว่า Fxxking Rabbits (#FR2) โดยโฟกัสไปที่ของใช้ต่างๆของช่างภาพ จะมีคำพูดกวนๆแอบอยู่ตามของต่างๆ เช่นพวกเสื้อยืด สายคล้องกล้อง 

    โดยส่วนตัวผมไม่ได้เป็นช่างภาพเลยไม่ได้สนใจเรื่องพวกนี้ แต่พอแคทซังไม่ได้ถ่ายผมก็เลยต้องเอามาถ่ายสิ่งต่างๆ ซึ่งภาพก็ไม่ได้ออกมาพิเศษอะไร เพราะเป็นกล้องของ Fujifilm ธรรมดาๆ เพียงแต่เพิ่มกล่องใส่ให้มันดูเท่ขึ้นมาหน่อย แต่ที่น่าสนใจคงจะเป็นความรู้สึกที่ได้ถ่ายกล้องฟีล์มอีกครั้ง ซึ่งพอมาล้างรูปดูจึงได้รู้ว่าถ่ายเสียไปหลายรูป ไม่มีการเปิดflashในที่ร่มและไม่ได้มีการใช้ที่วัดแสง ภาพเลยชัดก็เฉพาะตอนกลางแจ้งเท่านั้น พอเริ่มได้คำแนะนำจากคนอื่นๆ ก็เลยทำให้อยากลองฝึกถ่ายอีกในโอกาสข้างหน้า

    ---ร้าน Fxxking Rabbits บังเอิญเจอในย่าน Omotesando พอดี---

    ทำออกมาเหมือน Love Hotel เลย



    ---ภาพส่วนนึงจากกล้องฟีล์ม---




  • OMOTESANDO / HARAJUKU


    มาถึงตรงนี้ ทุกคนเริ่มมีอาการหิว อีกอย่างนึงที่ผมเรียนรู้มาจากแคทซังก็คือ เราสามารถแพลนคร่าวๆได้ในแง่ของสถานที่ที่ต้องการจะไป แต่พอเป็นเรื่องของการกิน เราควรจะเลือกร้านแบบเจาะจงไปเลยตั้งแต่แรก ร้านที่ทุกคนเห็นด้วยตรงกัน เพราะถ้าคิดว่า "เดี๋ยวไปเดินหาเอา" จะเกิดเหตุการณ์หิวแล้วตาลาย ยิ่งเดินหาร้านก็ยิ่งหิวเพิ่มขึ้น และการไปเดินหาร้านก็อาจจะได้ร้านที่ธรรมดาๆ แต่ในความธรรมดา บางทีก็ดีเหมือนกัน และผมก็ยังรู้สึกว่าทุกร้านใช้ของคุณภาพดีในการทำ ไม่ว่าจะราคาถูกหรือแพง

    เสร็จจากการกิน ทั้งสามสาวก็เข้าสู่โหมด Random Shopping คือ เดินไปไม่มีเป้าหมายแน่ชัด แวะเข้าร้านนั้น ร้านนี้ เข้าๆออกๆ ผมรู้สึกว่าตัวเองก็อยากไปเดินเล่นเหมือนกัน เลยขอแยกออกมาชั่วคราว 


    มีธงชาติไทยด้วยนะ


    ร้านไอศกรีมนี้ขายดีมากเลย!  ไม่เคยลองเหมือนกัน


  • ค่ำคืนที่เพิ่งเริ่มต้น


    พระอาทิตย์ตกดิน ท้องฟ้ายิ่งมืดลงผู้คนยิ่งเพิ่มขึ้น บรรยากาศครึกครื้นราวกับว่ามีเทศกาลอะไรบางอย่าง อาจจะเป็นแค่เทศกาลเลิกงาน/เลิกเรียนก็เป็นได้ เด็กวัยรุ่นแถวฮาราจุกุส่วนใหญ่หน้าตาดีและแต่งตัวเท่ดี แม้บางคนจะมีหน้าตาธรรมดาก็ดูมีความมั่นใจในแบบของตัวเอง ระหว่างนั่งรอนานะจังซื้อเครป ผมก็คอยสังเกตุผู้คน ผมรู้สึกว่าคนทุกคนมีความเสียสติในแบบของตัวเอง จะเสียมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมที่เขาโตมา คนบ้านิดหน่อยไม่ค่อยทำให้ผมกลัว คนที่ไม่มีความบ้าเลยต่างหากที่เป็นคนแปลก เขาเหมือนกับขนมหวานที่ไม่ได้ใส่น้ำตาล ดีต่อสุขภาพแต่กินแล้วไม่รู้สึกลุ่มหลง การลุ่มหลงเป็นสิ่งจำเป็น มันทำให้เราเป็นคน

    ค่ำคื่นเพิ่งเริ่มต้น เราเดินตรอก Takeshita Street ตามธรรมเนียม แล้วก็แยกเข้าตามตรอกเล็กๆตามโอกาส พอเดินมาได้ซักพัก ผมรู้สึกเหมือนราวกับว่ากำลังเดินอยู่ในดินแดนแห่งความฝัน ไม่ว่าใคร(หรือแค่ผมเอง)ก็มีความฝันที่จะได้อาศัยอยู่ในชุมชนที่มีบ้านเรือนสวยๆเท่ๆเก๋ๆ มีร้านรวงต่างๆนาๆ ขายของตามที่ตัวเองรักที่จะขาย ทำงานในสิ่งที่ตัวเองรักที่จะทำ อาคารในระแวกนี้ทุกหลังมีเสน่ห์/ความเท่ในแบบของตัวเอง มันเป็นความเท่ปนความหรูหรา สิ่งที่สามารถหาได้แต่เฉพาะย่านธุรกิจระดับต้นๆของญี่ปุ่น ผมได้แต่รู้สึกว่าถ้ามีบ้านหรือร้านของตัวเองอยู่แถวนี้ก็คงจะดี แต่ผมก็ได้แต่รู้สึก ความฝันบางอย่างก็ควรจะให้เป็นแค่ความฝัน ถ้าเกิดคิดมากไปจะกลายเป็นความอิจฉา ความอิจฉาเกิดขึ้นจากการที่ไม่มีจินตนาการระยะไกล ถ้าจินตนาการไปไกลมากพอ เราจะรู้ว่าอะไรที่เหมาะสมกับตัวเรา บ่อยครั้งเราอยากเป็นแบบคนอื่น แต่ถ้าเราจินตนาการไปไกลพอ เราจะรู้ว่าเราไม่สามารถเป็นคนอื่น(แล้วทีนี้จะเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีขึ้นก็ได้ แต่ต้องเข้าใจก่อน) 

    เพราะหากก่อนหน้านี้ฉันเปลี่ยนไป เธอคงไม่ได้อยู่ในความทรงจำ


  • Night-time Shopping


    ดึกแล้วแต่แคทซังก็ยังไม่วายที่จะเดินต่อ ร้านโปรดของเธออีกร้านคือ Pass The Baton ร้านขายของวินเทจสุดเจ๋งที่คัดสรรของมาอย่างดี (ราคาก็ดี(แพง)ตามด้วย) 



    และก็ปิดท้ายวันด้วยร้านที่ผมชอบมากร้านนึง 

    Doux Dimanche ( https://www.instagram.com/douxdimanche/ )


    เป็นร้านขายของวินเทจกระจุ๊กกระจิ๊ก เขาเลือกแต่ของที่น่ารักและน่าสนใจมาไว้ที่ร้าน โดยที่ของบางชิ้นก็เป็นของใหม่ ที่ทำออกมาแนววินเทจหรือเป็นของศิลปินทำขึ้นมา

    (ติดตามตอนต่อไป DAY 4 )

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in