โรงเรียนประถมฯ ผมกับวรรณ และส่วนสูงของเราเปลวเพลิง ปะทัพพิรุณ
ม.ปลาย
  • ผมกลายเป็น “ไอ้เตี้ย” โดยสมบูรณ์แบบ เมื่อเรียนชั้น ม.ปลาย

    ผมตัวสูงขึ้นแค่ประมาณ 1 เซนติเมตร ต่อหนึ่งปีการศึกษา ตอน ม.4 ผมสูง 169 ซม. ม.5 สูง 170 ซม. และ ม.6 สูง 171 ซม. ผิดกับน้ำหนักตัวที่พุ่งทะลุหลัก 80 กิโลกรัมไปเรียบร้อย

    เพื่อนฝูงเก่าแก่หลายคนที่เคยตัวเตี้ยกว่า ล้วนพลิกแซงหน้านำผมไปไกลสุดกู่ เช่น ไอ้ซ้ง ซึ่งสูงเกือบ 180 ซม. ตอนจบ ม.6

    จากเพื่อนในห้อง 50 คน ไปๆ มาๆ ก็มีคนตัวสูงกว่าผมร่วม 40 ราย เหลืออีกประมาณ 5-10 คนเท่านั้น ที่เตี้ยกว่าหรือสูงพอๆ กับผม

    ทั้งยังมีครูผู้หญิงในโรงเรียนอีกสองท่าน ที่คล้ายจะตัวสูงกว่าหรืออย่างน้อยก็สูงเท่าๆ ผม

    สมัย ม.6 ผมไปติววิชาคณิตศาสตร์เพื่อเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย พร้อมกับลูกพี่ลูกน้องผู้หญิง ผู้เป็นญาติห่างๆ ฝั่งแม่ ซึ่งเรียนอยู่ชั้นเดียวกัน แต่เธออายุน้อยกว่าผมหนึ่งปี

    สิ่งที่น่าละอาย ก็คือ ลูกพี่ลูกน้องสตรีคนนั้นตัวสูงถึง 175 ซม. สูงกว่า “พี่ผู้ชาย” อย่างผม 4 เซนติเมตร!

    ผมพยายามทบทวนว่าเพราะอะไร ตนเองจึงไม่มี “ภาวะยืดตัว” เฉกเช่นเพื่อนผู้ชายร่วมรุ่นส่วนใหญ่

    ข้อหนึ่ง อาจเป็นเพราะผมเริ่ม “ช่วยตัวเอง” ตั้งแต่ตอนเรียน ป.6 ถือว่า “เร็วมาก” หากเปรียบเทียบกับเด็กผู้ชายอายุเท่ากัน นั่นจึงอาจส่งผลให้ผมหยุดโตก่อนหน้าเพื่อนๆ ตามไปด้วย

    ข้อต่อมา ผมเริ่มดื่มนมน้อยลงเมื่อเข้าเรียนชั้นมัธยมศึกษา เพราะในโรงเรียนมัธยมฯ ไม่ได้แจก “นมฟรี” และ “บังคับ” ให้เด็กนักเรียนต้องดื่มนมเหมือนตอนโรงเรียนประถมฯ แต่ก็คงมีเพื่อนหลายคนที่ยังเดินหน้าซื้อหานมมาดื่มเองโดยสมัครใจอยู่เป็นประจำ ผิดกับผมที่ดื่มบ้างไม่ดื่มบ้าง (แถมดันเลิกเล่นกีฬา เช่น ฟุตบอลและว่ายน้ำ ไปซะเฉยๆ อีกต่างหาก)

    ข้อสุดท้าย ผมเริ่มชอบดูทีวีและติดเกมคอมพิวเตอร์ จนเข้านอนตอนตีสองตีสาม ตั้งแต่ช่วงเรียน ม.3 หลายคนชี้ว่าการนอนน้อยนอนดึกเช่นนี้ มีส่วนชะลอยับยั้งไม่ให้ร่างกายได้เจริญเติบโตอย่างเต็มที่

    แต่ไม่ว่าผมจะหยุดโตเพราะสาเหตุใด (หรือเพราะทุกสาเหตุรวมกัน) ผมก็กลายเป็น “ไอ้เตี้ย” ไปแล้ว

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
skipmetofriday (@skipmetofriday)
สงสานน้องงงงงง