ยามรักสลักจิตmaggie mae
บทที่๑ - ณ หลานหลวง


  • รถยนต์สีฟ้ามอครามเงาวับเป็นประกายจอดประทับหน้าเคหะสถานอันวิจิตรตั้งตระหง่านใจกลางถนนหลานหลวง ทันทีที่สารถีเปิดประตูหลังให้ผู้โดยสารกิตติมศักดิ์ลงจากรถ สาวใช้สองสามคนก็กุลีกุจอเข้ามาใกล้เมอเซเดส 220 Ponton คันงาม สาละวนคว้ากระเป๋าและสารพัดข้าวของจากนายของพวกหล่อน ส่วนเจ้าตัวนั้นเดินอย่างสบายอารมณ์ไปที่ตึกเล็ก

     

    “เป็นอย่างไร เพิ่งเปิดเรียนได้สองวันหนีเที่ยวเสียแล้ว”

    เสียงหวานเอ่ยทักทันทีที่ปรายตาเห็นขาเรียวก้าวเข้ามาในห้องรับแขกของตึกเล็ก มือบางปักดอกไม้ลงแจกันไปพลาง


    สนุกดีแน่ะพี่พริ้ง เที่ยวเทิ่วเมื่อไหร่ ไปกินน้ำชาเอง แหมข่าวไวจริง ใครรายงานกัน เสียงใสตอบกลับพี่สาว มือไม้ยาวจ้วงหยิบสัมปันนีบนโต๊ะเข้าปากไปด้วย


    พี่บัวเขาไปซื้อหูฉลามให้คุณพ่อที่ราชวงศ์ เจอเรานั่งกินขนม เพื่อนงี้เป็นโขยง


    โขยงกระไรพี่บัว” ว่าแล้วหันขวับไปหาสาวใช้ มีแค่สามสี่คนเท่านั้น เอ ทำไมวันนี้คุณพ่ออยากรับทานหูฉลาม


    ไม่ได้ซื้อมารับทานเอง จะเอาไปจวนผู้ว่าพรุ่งนี้เช้า หญิงสาวพูดจบก็ผละออกจากแจกันดอกไม้ หันมองหน้าน้องสุดท้อง


    โธ่ อดกินเลยนี่ ของแพงเสียด้วย

    พี่สาวมือแสนไวฟาดแปะลงแขนขาวขึ้นเป็นรอยนิ้ว

    โอย พี่พริ้ง ตีระพีทำไม


    บอกไม่รู้ฟัง กิริยาเห็นแก่กินนี่อย่าทำ


    ระพีก็พูดเฉพาะที่บ้าน ใครเขาไปทำที่อื่น


    หยุดเถียงพี่แล้วไปอาบน้ำอาบท่า ประเดี๋ยวคุณแม่กลับมาแล้วจะโดนซ้ำรอยเดิม


    เจ้าตัวแสบหันมาแลบลิ้นปลิ้นตาแล้วรีบวิ่งขึ้นบันไดทันที ส่วนพี่สาวได้แต่ส่ายหน้าและไม่วายตะโกนไล่หลัง  “ช้าอดกินสาคูไส้หมู!

     

    .

    .


    หนังสือพิมพ์บนโต๊ะรับแขกพัดไหวตามลมแผ่วที่ลอดผ่านเข้ามาทางหน้าต่าง หน้าแรกจั่วหัวสยามนิกร วันที่ ๒๙ กันยายน พ.ศ.๒๕๐๐ ยามนี้ไม่มีผู้ใดไม่รู้ว่าพระนครช่างวิเศษนัก เรามีข้าวของเครื่องใช้อุปกรณ์แปลกใหม่มาให้ตื่นตะลึงมากโข ทั้งยังมีห้างร้าน สโมสร โรงหนังอยู่ทั่วไป สาวหนุ่มพระนครกำลังสนุกกันทีเดียวกับความเจริญรุ่งเรืองที่ย่างกรายเข้ามาในประเทศไทยหลังยุคปฏิวัติสยามในเวลานี้ เช่นเดียวกับหนุ่มสาววัยแรกแย้มที่วังหัวถนนหลานหลวงแห่งนี้ บุตรและบุตรีในราชสกุลวรรณวัฒน์ทำให้บรรยากาศสดใสดั่งคิมหันตฤดู กอปรกับอากาศสดชื่นยามบ่าย แสงแดดรำไร กลิ่นขนมและดอกไม้อ่อนๆหอมตลบอบอวลไปทั่ววัง ชวนให้ทุกคนที่อาศัยได้รื่นรมย์อยู่เรื่อยไป

     

    ก่อนถึงเวลาสำรับมื้อเย็น หม่อมหลวงพักตร์พร้อมเพิ่งกลับถึงวัง ล้างหน้าล้างตาได้สักประเดี๋ยวก็มานั่งรวมกับน้องๆพร้อมหน้าพร้อมตากันที่ห้องรับแขก นั่งเล่นรอบรรดาสาวใช้จัดโต๊ะสำรับ พอดีคุณชายทรงกิตติกับคุณหญิงพรรณประพายมาถึง


    กลับมากันหมดแล้วหรือ วันนี้พร้อมหน้าพร้อมตาเทียว


    ค่ะคุณแม่ พี่พร้อมเพิ่งถึงได้ครู่ พักตร์พริ้งเอ่ยตอบมารดา แต่วันนี้เจ้าระพีหนีเที่ยวล่ะค่ะ


    เด็กอะไร้ เพิ่งเปิดเรียนก็เกเรเสีย ไปเที่ยวไหนมาล่ะจ๊ะ


    วันนี้ที่มหาวิทยาลัยเขามีงาน ระพีไม่ได้เรียนจนวิชาเดียว เที่ยวเล่นในงานหมดแล้วก็ไปกินขนมน้ำชากับคุณหญิงสุรางค์ กานพลู กลีบบัว แล้วก็วิวิธ” ระพีแก้ อธิบายเรื่องนี้หนที่สิบเห็นจะได้ เพราะตั้งแต่กลับมาคุณพริ้งก็จัดแจงบอกทุกคน ตั้งแต่คนใช้ คนขับรถ พี่ชาย จนไปถึงคุณพ่อคุณแม่ ที่สำคัญยังเอ็ดระพีอีกเกินสิบหน


    ไปยังไงล่ะพ่อคุณ แท็กซี่หรือ” 


    รถวิวิธครับคุณแม่ คาดิลแลคออกใหม่ โก้น่าดู เห็นเขาว่าถอยมาหมาดๆเมื่อมะรืน ขับเองอีกเสียด้วย


    รวยปานนั้น ลูกเต้าเหล่าใคร พ่อไม่เคยได้ยิน คุณชายทรงกิตติซักบ้าง ยกถ้วยน้ำมะตูมขึ้นจิบไปพลาง


    พ่อแม่วิวิธเขาทำธุรกิจแยะ ล่าสุดนี้เพิ่งเปิดห้างแถวราชวงศ์ ระพีฟังวิวิธเล่าเสียเพลิน แต่เขาดีทีเดียว มีน้ำใจกับระพีและคนอื่นๆทุกคน ไม่ได้ทำโก้ไปอย่างเดียว


    เอ้อเฮอ เข้าท่าล่ะเพื่อนเจ้าระพีคนนี้ คราวหลังพามาเที่ยววังเราซี พี่ชายคนโตเสริม แต่ระพีไปเรียนมาตั้งเทอมหนึ่งแล้ว พี่เพิ่งเคยได้ยินชื่อวิวิธ” 


    เพิ่งรู้จักได้สองวัน วันเปิดเทอมใหม่นี้เอง ลงเรียนวิชาเดียวกัน


    เอ้อ ดีแล้ว นึกว่าจะมีแต่เพื่อนเป็นคุณหญิงกระไรนั่น กับแม่สองแฝด


    ฟังไม่ทันจบเสียงใสก็เถียงทันควัน คุณหญิงสุรางค์เป็นเพื่อนรักที่สุดของระพี!”


    ยังไม่ได้ว่ากระไร ตั้งท่าจะว่าพี่เสียแล้ว หม่อมหลวงหนุ่มหัวเราะ ยกวิสกี้ในมือขึ้นจิบ


    ระพี อย่าพูดเสียงอย่างนั้นใส่พี่พร้อม


    พี่พริ้งดุระพีอีกแล้วพี่พร้อม เสียงใสเจื้อยแจ้วฟ้องพี่ชายตามเคย ชอบชวนระพีเถียง


    พักตร์พริ้งพิศมองน้องชายตาเขียวแล้วเอ่ยต่อ เสียงแข็งใส่พี่พร้อมแล้วก็ไปให้พี่เขาช่วย เรานี่จริงๆนะ

    เอาน่า ช่างน้องเถิด ส่วนระพีก็อย่ากวนโมโหพี่เขาซี


    พี่พร้อมก็ตามใจน้องจนเคย


    เอาล่ะๆ พี่ๆน้องๆหยุดเถียงกันเสียที โต๊ะสำรับเสร็จแล้ว แม่กับพ่อหิวจะแย่” คุณหญิงตัดบท เดินตามคุณชายที่ล่วงหน้าไปรอยังโต๊ะสำรับเป็นคนแรกตั้งแต่เมื่อครู่



    วังวรรณวัฒน์ ขนาดไม่เล็กเท่าบ้านคนทั่วไปแต่ก็ไม่ได้ใหญ่เทียมวังอื่นๆ เพียงแต่หรูหราและสวยงาม ทาสีเหลืองไข่ไก่ตัดกับขอบสีเขียวตองและขาว อย่างที่นิยมกันทั่ว แต่มีลวดลายและสวนที่วิลิศมาหรากว่าที่อื่นหลายที่ เครื่องเรือนในบ้านก็ล้วนแล้วแต่เป็นของดีราคาแพง บ่งบอกฐานะเจ้าเรือนได้เป็นอย่างดี วังแห่งนี้เป็นของราชสกุลวรรณวัฒน์ ตกทอดมาแต่โบราณ ครั้นบรรพบุรุษสิ้นชีพิตักษัย ทรัพย์สมบัติรวมถึงวังก็ตกทอดเป็นของหม่อมราชวงศ์ทรงกิตติ วรรณวัฒน์ เสียทั้งหมด พร้อมกับภริยา หม่อมราชวงศ์พรรณประพาย และลูกๆทั้งสามของท่าน 

     

    หม่อมหลวงพักตร์พร้อม พี่ชายคนโตของครอบครัว เมื่อเรียนจบจากสหรัฐอเมริกาก็กลับมารับราชการเป็นนักบินอากาศแห่งกองทัพไทย ส่วนพี่สาวคนกลาง หม่อมหลวงพักตร์พริ้ง งามพริ้งสมชื่อ ชายใดในพระนครที่ได้ยลเป็นต้องเอาไปโพนทะนาทุกรายว่างามนัก กิริยามารยาทก็เรียบร้อยสมเป็นกุลสตรีปลายจวัก ส่วนน้องชายคนสุดท้องตัวแสบ ดวงหน้าน่ารักไม่ต่างจากพี่สาว ประกอบกับนัยน์ตาสดใสราวดวงอาทิตย์ทั้งดวงบรรจุอยู่ข้างในนั้น หากได้เห็นหม่อมหลวงพักตร์ระพีคนนี้แล้วจะบอกว่าไม่น่ารักอย่างไรได้ หม่อมคนเล็กอายุเพียงสิบแปดปี แต่เก่งและมีของดีหลายอย่าง ทั้งรู้ภาษาอังกฤษ ภาษาเยอรมัน พิมพ์ดีดและช็อตแฮนด์ได้ด้วย สมกับที่ศึกษาอยู่คณะอักษรศาสตร์

     


    .

    .



    พรุ่งนี้พี่พริ้งไปไหน ระพีถามพี่สาวที่นั่งอ่านหนังสืออยู่บนเก้าอี้ยาวในห้องหนังสือ หยิบแผ่นเสียงของแฟรงค์ ซิเนตร้าใส่ลงในเครื่องเล่น 


    ไปจวนผู้ว่ากับคุณพ่อ ระพีมาเปิดเพลงทำไมนี่ พี่อ่านหนังสืออยู่เห็นไหม คุณพริ้งเอ็ด


    พี่พริ้งก็ชอบแฟรงค์ไม่ใช่หรือ นี่ล่ะเพลงโปรดระพี


    เครื่องเล่นแผ่นเสียงโบราณสีทองเหลือง ตัวฐานทำจากไม้สีเข้มเคลือบจนเป็นมัน แผดเสียงใสๆเพลง Strangers in the night เพลงโปรดของพักตร์ระพี เจ้าตัวทิ้งตัวแผ่หราลงบนเก้าอี้ตัวใหญ่ข้างโต๊ะเขียนหนังสือ หลับตาฟังเพลงอย่างสบายอารมณ์ ส่วนหม่อมหลวงพักตร์พริ้งก็เพลินกับเพลงไปด้วยแม้จะเอ็ดน้องชายที่เข้ามากวน


    แล้วโรงเรียนใหม่ที่ไปสมัครเป็นครูมัธยมน่ะเขารับหรือยัง เสียงใสถามต่อ


    เขาเพิ่งส่งจดหมายมาเมื่อเช้าเองจ้ะ พี่ลืมไปบอกเราไป แต่บอกคุณแม่แล้ว


    วิเศษที่สุด พี่พริ้งได้สอนโรงเรียนราชินีเสียด้วย!”


    แต่อย่างไรก็ไม่รู้ กังวลจังระพี เคยสอนแต่โรงเรียนประถม เด็กมัธยมคงจะเหลือรับอยู่เหมือนกัน ไม่รู้จะปราบได้ไหม


    โธ่ มั่นใจไว้ซี ตอนอยู่ปีนังหนักกว่านี้ก็ยังผ่านมาแล้วไม่ใช่หรือ ตอนนี้มีทั้งระพี พี่พร้อม คุณพ่อแล้วก็คุณแม่ ไม่มีกระไรต้องกังวลหรอก ท่องไว้ว่าทำได้ก็พอ ง่ายเสียจะตายไป


    หลังจากพูดจบระพีก็ก้มหน้าก้มตาง่วนกับหนังสือเล่มหนา ท่าทางสบายๆเหมือนกับว่าเรื่องที่หล่อนกังวลดูจะเล็กน้อยเสียเหลือเกินสำหรับเขา พักตร์พริ้งคิดในใจ นั่งพิศดูดวงหน้าจิ้มลิ้มของน้องชายตัวเล็ก ผมสีน้ำตาลหยักศกน้อยๆ ดวงตากลมโต เข้ากันกับแก้มกลมๆนวลผ่องช่างน่าเอ็นดู ถึงแม้จะเป็นน้องสุดท้องแต่ระพีก็พึ่งพาได้และมีข้อคิดดีๆให้หล่อนเสมอ ซึ่งพักตร์พริ้งไม่เคยแปลกใจสักนิดเพียงแต่อยากจะรู้ว่าพักตร์ระพีคนนี้จะมีอะไรดีๆให้ได้เห็นอีกหนอ




    ___________________________


เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in