Let’s have Minimore fun!minimore
เด็ก 9 ขวบ ซื้อหนังสือเข้าเรือนจำ เรื่องดีๆ ที่มินิมอร์อยากชวนให้ทำตาม
  • "เราควรส่งเสริมให้คนรักการอ่าน เพราะการอ่านคือการติดอาวุธให้ปัญญา" มินิมอร์เคยได้ยินคนพูดราวนี้อยู่หลายครั้ง แน่นอน มินิมอร์เห็นด้วยว่าการอ่านคือการเดินทางอันยิ่งใหญ่ ทำให้คนเราได้โตขึ้น หรือบางทีอาจจะทำให้เราได้พบจุดเปลี่ยนในชีวิต แม้แต่ผู้ที่ต้องโทษอยู่ในเรือนจำเองเขาก็น่าจะมีสิทธิ์ได้อ่านหนังสือดีๆ นะ 

    เรามาแบ่งปันหนังสือให้เขากันไหม? ถ้าสงสัยว่าแล้วต้องทำอย่างไรล่ะ ตามมินิมอร์มา เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้อาจจะบันดาลใจเพื่อนๆ ให้ลองทำก็ได้ :>

    ช่วงสัปดาห์ก่อนมินิมอร์เห็นข่าวหนึ่งจากสหรัฐอเมริกา เป็นเรื่องของเด็กชายวัย 9 ขวบ จากรัฐเทนเนสซี ได้เอาเงินเก็บของเขาไปซื้อหนังสือเข้าเรือนจำ แล้วยังเป็นหนังสือใหม่เอี่ยมเพิ่งถอยออกมาจากร้านเป็นร้อยเล่มเลย (ทำไมหนังสือที่ส่งเข้าเรือนจำจึงควรเป็นหนังสือใหม่หรือสภาพดี เดี๋ยวมินิมอร์จะเล่าให้ฟังต่อ) 



    ไทเลอร์ ฟิวเจท เป็นเด็กชายที่เรียนอยู่เกรด 5 เขาได้ถามแม่ว่าจะพาไปที่ร้านหนังสือท้องถิ่นหน่อยได้ไหม เพราะอยากซื้อหนังสือส่งเข้าเรือนจำ

    "เวลาผมเริ่มคิดอะไรไม่ดี คิดอะไรร้ายๆ ผมจะไปอ่านหนังสือแทน" 

    อะไรทำให้เด็กชายคนนี้คิดได้เช่นนี้? มินิมอร์ไม่รู้ว่าเพราะเคยมีสมาชิกในครอบครัวเขาต้องโทษหรือเปล่า เลยทำให้เขาได้มองผู้ต้องขังในอีกมุมหนึ่ง...ที่ไม่ใช่สายตาของความหวาดกลัว

    "ถ้าเขาอ่านหนังสิอ พวกเขาก็จะไม่มีเวลาว่างมานั่งคิดแผนการร้ายๆ ที่จะทำตอนออกมา และบางทีหนังสือบางเล่มอาจจะ 'คลิก' กับเขา แล้วกลายเป็นจุดเปลี่ยนชีวิตเลยก็ได้"

    นายอำเภอของ มอนท์โกเมอรี่ เคาทน์ตี้ ซึ่งเป็นทัณฑสถานท้องถิ่นที่ได้รับการแบ่งปันหนังสือจากเด็กชายวัย 9 ขวบ บอกว่า เรือนจำนั้นมีห้องสมุด แต่ไม่มีงบจัดหาซื้อหนังสือเข้ามาหรอก ทุกอย่างได้มาจากการบริจาคทั้งนั้น


    ขนาดเรือนจำในอเมริกายังขาดแคลนหนังสือ แล้วบ้านเราล่ะ? 
    รู้ไหมว่าในไทยก็มีโครงการบริจาคหนังสือเข้าเรือนจำเหมือนกันนะ!

    มีข้อแนะนำในการส่งหนังสือเข้าเรือนจำอย่างละเอียดเลยเถอะ แบบอ่านปั๊บเก็ทเลย ถ้าเราอยากจะแบ่งปันหนังสือบ้างเราจะเริ่มต้นยังไง ปะ ตามมินิมอร์ไปดูกัน 

  • ทีนี้ เรามาฟังข้อคิดเห็น และประสบการณ์ของผู้ที่เคยบริจาคและแบ่งปันหนังสือเข้าเรือนจำดีกว่า ว่าเขามีหลักการคัดเลือกหนังสือและมีข้อแนะนำให้เราอย่างไร ต้องขอขอบคุณทุกท่านมากจริงๆ ที่สละเวลามาให้สัมภาษณ์ มินิมอร์ไม่มีอะไรจะตอบแทนนอกจาก *ทอดกายลงกราบ* 

    ผู้ที่มินิมอร์ไปสอบถามเรื่องการแบ่งปันหนังสือมีสามท่านด้วยกัน

    ท่านแรกคือ คุณฟีน่า นักอ่านเจ้าของเพจ "โลกของคนบ้านิยายและหนังสือมากมายของฟีน่า" นักอ่านผู้อ่านนิยายแทบทุกแนว รวมถึงหนังสือแนวอื่นด้วย 

    ท่านที่สองคือ คุณจอย เจ้าของนามปากกา เนตรนภัส ที่เพิ่งมีผลงานเรื่องล่าสุดอย่าง เลื่อมลายดอกรัก ซึ่งเล่มนี้คุณจอยก็แบ่งปันเข้าเรือนจำเหมือนกัน

    ท่านที่สามคือ พญ.ชนกานต์ ชัชวาลา คุณหมอฝนที่ทำงานพิเศษในงานมหกรรมหนังสือ แลกหนังสือใหม่ๆ จากสำนักพิมพ์ แล้วนำใส่รถขนไปบริจาคที่เรือนจำหญิงจังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นจังหวัดที่ตนเองทำงานอยู่

    ทุกท่านจะมาแชร์ประสบการณ์และไอเดียเกี่ยวกับการบริจาค แล้วเพื่อนๆ จะได้รู้ว่า เฮ้ย มันไม่ใช่เรื่องยากเลยเว้ย ปะ ลองอ่านกัน เผื่อจะบันดาลใจให้เพื่อนๆ เลือกไปซื้อหนังสือจากงานหนังสือที่ใกล้จะถึงนี้ จากเดิมซื้อเพื่อตัวเองก็เพิ่มเติมหนังสือที่จะแบ่งปันให้คนอื่นด้วยนะ

    คำถามมีทั้งหมด 3 หัวข้อด้วยกันล่ะ มินิมอร์ก็ชั่งใจว่า เอ จะเรียบเรียงอย่างไรดี แต่พอได้อ่านคำตอบที่ทุกท่านได้พิมพ์มาให้ก็รู้สึกว่าไม่ควรตัด! ทุกคนตั้งใจพิมพ์เพื่อแนะนำการแบ่งปันหนังสือ ฉะนั้นแล้ว...อาจจะยาวหน่อยนะ 


    "ปกติจะเลือกส่งหลายๆ ที่นะคะ คือกระจายๆ กันไป อย่างส่งไปทางโรงเรียนภาคใต้ ไปที่มูลนิธินกขมิ้นบ้าง (เขาเอาไปขายหาเงินเข้ามูลนิธิ) ส่งไปพวกโครงการต่างๆ อย่างสิงห์อาสาที่เขาจะทำห้องสมุดให้เด็กตามโรงเรียนต่างจังหวัด

    ส่วนเรือนจำ เพิ่งมารู้จักโครงการ จากที่อ่าน นักโทษจำนวนมากแต่งบประมาณไม่พอ 
    การอ่านหนังสือทำให้ผ่อนคลายความเครียดและให้ประสบการณ์ชีวิตที่ขนาดเราเองมีอิสระยังหาไม่ได้เลย แต่หนังสือให้เราได้ ก็เลยอยากแบ่งไปเรือนจำบ้าง อาจจะมีน้อยแต่ก็แบ่งปันกันไปค่ะ ถ้าตัวเองมีไม่พอก็แชร์ไปที่หน้าเพจ หน้าเฟซ บางคนเขาก็หาที่บริจาคอยู่แต่ไม่รู้ว่าจะหาจากตรงไหน"
    - คุณฟีน่า  "โลกของคนบ้านิยายและหนังสือมากมายของฟีน่า"


    "ส่วนตัวชอบบริจาคหนังสืออยู่แล้วเพราะเป็นเด็กต่างจังหวัดเลยรู้ว่าโอกาสในการเข้าถึงหนังสือที่หลากหลายนั้นน้อยกว่าตามเมืองใหญ่ๆ มาก แล้ววันหนึ่งก็บังเอิญไปเจอกระทู้ชวนบริจาคหนังสือเข้าเรือนจำ ซึ่งเขาลิสต์รายชื่อมาเยอะมาก เรียกได้ว่าทั่วประเทศ ก็เลยเริ่มต้นส่งตyhงแต่ตอนนั้นค่ะ" 
    - เนตรนภัส นักเขียนนิยาย


    "เพราะเป็นคนที่ชอบอ่านหนังสือตั้งแต่เด็กๆค่ะ มีเงินก็ไปซื้อหนังสือมาเก็บไว้ หลังๆก็มีทั้งซื้อและแลกเปลี่ยน หนังสือเป็นของสะสมที่เรารักมาก และคิดว่าเป็นประโยชน์กับชีวิตตัวเองมากๆ ในฐานะจิตแพทย์ ก็เรียนมาอยู่แล้วว่า หนังสือดีๆ สามารถเปลี่ยนแนวคิดคนได้ เมื่อเปลี่ยนแนวคิด พฤติกรรมก็จะเปลี่ยนตาม ไม่ได้บอกว่าผู้ต้องขังคือคนเลวคนชั่วไปเสียทุกคน แต่แน่นอนว่าที่ผ่านมาพฤติกรรมของพวกเขามีปัญหา ไม่ถูกต้องตามหลักกฏหมายไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดก็ตาม หนังสือน่าจะช่วยเขาได้ อย่างน้อยที่สุด เมื่อคุณอ่านหนังสือ คุณสามารถโบยบินไปที่ไหนในโลกนี้ก็ได้ ถึงแม้ว่าตัวคุณจะไม่อาจออกไปไหนได้เลยแม้แต่ก้าวเดียว ฝนจึงค่อยๆคัดเลือกหนังสือที่มีซ้ำๆ(พอซื้อเยอะๆเข้า มีซื้อซ้ำนะคะ) นิตยสาร หรือหนังสือที่อ่านบ่อยและเล่มที่คิดว่าไม่น่าจะได้อ่านอีกแล้ว ทยอยส่งเข้าเรือนจำหญิงสงขลาค่ะ ซึ่งเดี๋ยวจะตอบว่าทำไมต้องเป็นเรือนจำหญิงในคำถามข้อถัดไปนะคะ"

    สิ่งที่คุณหมอฝนพูดนี่มินิมอร์เห็นด้วยจริงๆ หนังสือดีๆ ที่ได้อ่าน อาจจะบันดาลใจและเปลี่ยนชีวิตเราได้เลยนะ!

    "นอกจากนี้ฝนยังคุ้นเคยกับนักเขียนที่มีชื่อเสียงหลายๆท่าน ซึ่งเมื่อท่านรู้โปรเจคเล็กๆส่วนตัวของฝนเข้าก็ช่วยสมทบหนังสือในนามปากกาของท่านเองฝากมา เพราะฝนเป็นคนกรุงเทพ มาทำงานหาดใหญ่และกลับบ้านค่อนข้างบ่อย ต่อมา ได้เป็นฝ่ายวิชาการของหนังสือ นิทานอีสัส และนิยายอีสัสของจ่าพิชิต ขจัดพาลชน แห่งเพจดราม่าแอดดิค เลยคุยกันว่า ฝนจะไม่ขอค่าแรงในการทำงานนะ งานสัปดาห์หนังสือฝนก็บินไปช่วยขายที่บู๊ธ และไม่เอาค่าแรงเช่นกัน แต่ขอเป็นหนังสือของสำนักพิมพ์ต้นมะนาว(สำนักพิมพ์ที่พิมพ์นิทาน-นิยายอีสัส) อย่างละเล่มทุกเล่มที่มี ฝนจะเอาไปบริจาคเข้าเรือนจำหญิงสงขลา พี่ศักดิ์ชัย บก.ก็อนุญาต จ่าพิชิตก็ช่วยสมทบหนังสือนิทานกับนิยายอีสัสมาหลายเล่ม ซึ่งฝนก็นำไปขอบคุณนักเขียนท่านอื่นๆที่สมทบหนังสือของท่านมาคนละหลายๆเล่ม อย่างเช่น คุณป้าชูวงศ์ ฉายะจินดา อาปุ้ย-กิ่งฉัตร พี่ปิ่น-ปิ่นลดา อ.โอ๊ต-พงศกร มล.จีริหทัย กิติยากรและยังท่านอื่นๆอีก ก็ได้หนังสือเพิ่มมาอีกหลายสิบเล่มค่ะ ทยอยขับเอาไปให้ที่เรือนจำหญิงสงขลา และในงานสัปดาห์หนังสือตุลานี้ฝนก็จะทำโปรเจคเดิม เพิ่มเติมคือว่าสำนักพิมพ์ที่คุ้นเคยบู๊ธไหนจะจ้างมาช่วยขายด้วยก็ได้ และค่าจ้างเหมือนเดิมคือ หนังสือสำหรับบริจาคเข้าเรือนจำค่ะ"
    -  พญ.ชนกานต์ ชัชวาลา

    เป็นไอเดียที่ดีมากเลย! มินิมอร์เข้าใจความรู้สึกของการได้เปล่า...มันก็ไม่ดีเท่าไหร่ แต่ไม่สบายใจอะ (แม้จะไม่ผิดอะไรเลยก็เถอะ) การได้ทำงานเพื่อตอบแทนหรือแลกกับบางสิ่งเป็นอะไรที่ทำให้เราได้ลงแรง ได้พัฒนาตัวเอง แล้วก็ยังได้ตามจุดประสงค์ด้วย! ขอให้คุณหมอฝนทำได้เกินเป้าเลยปีนี้

  • "ส่วนใหญ่ทางเพจหรือตัวกลางเขาจะระบุมาค่ะ เพราะเขาจะทราบว่าทางเรือนจำต้องการอะไร ก็จะเลือกอย่างที่เขาบอกหรือแนะนำมา แต่ถ้าสำหรับตัวพี่ ถ้าให้เลือกเอง พี่จะเลือกหนังสือเกี่ยวกับการสอนเรื่องอาชีพนะคะ เพราะว่าเขาจะได้มีทักษะติดตัวออกมาเพื่อทำงาน"

    - คุณฟีน่า  "โลกของคนบ้านิยายและหนังสือมากมายของฟีน่า



    ผู้ต้องขังหลายคนอยากได้หนังสือเกี่ยวกับการประกอบอาชีพ มินิมอร์ว่าถ้าได้ส่งเข้าไปนี่ย่อมดีแน่ๆ นึกถึงที่น้องไทเลอร์ 9 ขวบ บอกสิ ถ้าเขาได้อ่านหนังสือก็จะไม่เอาเวลาว่างไปคิดเรื่องร้ายๆ ที่จะทำตอนออกไป...นี่ไง ใช่เลย ส่งหนังสือเกี่ยวกับการฝึกทักษะอาชีพเข้าไป นอกจากไม่คิดเรื่องร้ายแล้วยังได้แนวทางการทำมาหากินอีก

    ปะ เรามาอ่านแนวคิดของคุณเนตรนภัสต่อเลย 

    "อ่านเจอจากกระทู้ต้นเรื่องอีกเหมือนกันค่ะ (ฮ่า) ว่าหนังสืออีกประเภทที่บางครั้งเรานึกไม่ถึงว่าเขาก็อยากอ่านเหมือนกัน ไม่ใช่แค่พวกธรรมะหรือหนังสือความรู้ต่างๆ ก็คือนวนิยาย แล้วตัวเองก็มีหนังสือส่วนหนึ่งที่ได้รับมาจากสำนักพิมพ์อยู่แล้ว ไม่ได้ลำบากอะไรเลยถ้าจะแบ่งตรงนี้ไปให้"

    มินิมอร์ถามคุณเนตรนภัสเพิ่ม ว่าทำไมถึงเอาหนังสือนิยายของตัวเองที่ได้มาจากสำนักพิมพ์ส่งเข้าเรือนจำ ทำไมไม่เล่นเกมแจกเพื่อแฟนๆ

    "ถ้าถามว่าทำไมถึงเลือกบริจาคแทนที่จะเอาไว้เล่นเกมแจก จริงๆ ก็ทำทั้งสองอย่างพร้อมกันได้โดยไม่ต้องลดโควต้าส่วนไหนเลยค่ะ เพราะเนตรนภัสมีจำนวนที่กำหนดไว้เลยว่าแจกเท่านี้เล่มนะ แล้วที่บริจาคประจำเท่านี้เล่ม แต่ถ้าไปเจอว่าห้องสมุดไหนต้องการรับบริจาคอีก ก็จะดึงในส่วนที่เนตรนภัสเก็บไว้แลกกับเพื่อนนักเขียน ลดในส่วนตัวเองเอาค่ะเพราะเราสามารถหาหนังสือที่อยากอ่านมาอ่านได้ง่ายกว่าผู้ต้องขังมาก"
    - เนตรนภัส นักเขียนนิยาย


    "ทางเรือนจำต้องการหนังสือใหม่ค่ะ เข้าใจว่าเป็นเหตุผลด้านความปลอดภัย แต่ถึงเป็นหนังสือมือสอง ถ้าสภาพเหมือนใหม่ ฝนว่าก็ไม่น่ามีปัญหานะคะ ประเด็นคือเราต้อง declare ว่าใครเป็นคนส่งเข้าไป ทุกเล่มฝนจะเซ็นชื่อ ระบุว่ามอบให้เรือนจำหญิงจังหวัดสงขลา และขอให้นักเขียนท่านอื่นทำเหมือนกัน ของคุณป้าชูวงศ์ท่านอยู่ออสเตรเลีย ฝนก็เขียนลายมือตัวบรรจงที่ปกด้านในทุกเล่มให้ค่ะ"

    ทุกอย่างมีเหตุผลแหละ อาจจะเป็นขั้นตอนที่รู้สึกว่ายุ่งยากนิดหน่อย แต่ไม่ยากเกินความตั้งใจเราหรอกเนอะ 

    ทีนี้มินิมอร์สงสัยว่ามีหนังสือแนวไหนที่ผู้ต้องขังบอกว่าชอบมากเป็นพิเศษหรือเปล่านะ คุณหมอฝนเคยเข้าไปบริจาคที่เรือนจำหญิงสงขลา น่าจะอธิบายเพิ่มเติมให้พวกเราทราบได้

    "ฝนเลือกเรือนจำหญิง เพราะว่าคิดว่าหนังสือของเรา ก็เป็นแนวๆผู้หญิงอ่าน และ ผอ.พรเอื้อง เรือนจำหญิงสงขลาก็ระบุว่า สาวๆข้างในอยากอ่านนวนิยาย ก็เหมือนผู้หญิงเราข้างนอกนี่แหละค่ะ เรานิยมอะไร เขาก็ชอบแบบนั้นแหละ เราเป็นมนุษย์เหมือนกันนี่นะ นอกจากนวนิยาย ที่สาวๆชอบอ่านก็พวกหนังสือสุขภาพจิต จิตวิทยา การดูแลสุขภาพ ท่องเที่ยว และฝึกอาชีพ ข้างในมีแต่หนังสือธรรมะ มีเยอะมาก ไม่ใช่ไม่ดี แต่มันขาดความหลากหลายค่ะ"

    ในทัณฑสถานที่เคยไป บรรยากาศห้องสมุดของที่นั่นเป็นอย่างไรบ้าง

    "ฝนไม่เคยเข้าไปข้างในตรงส่วนของผู้ต้องขังนะคะ เพราะต้องทำเรื่องเป็นพิเศษและฝนเองก็ยุ่งกับการทำงานพอสมควร แต่สำหรับเรือนจำหญิงสงขลาที่เดียว ก็มีสาวๆอยู่กันตั้ง 1500คนแล้วนะคะ 80%เป็นคดียาเสพติด พอรู้อย่างนี้ ฝนยิ่งรู้สึกว่าหนังสือเป็นเรื่องสำคัญมากๆ มันอาจจุดประกายความคิด ให้เมื่อพ้นโทษ เขาเกิดแนวคิดใหม่ๆ กับชีวิต หรืออย่างน้อย ก็ผ่อนคลายลงบ้างเมื่อยังต้องอยู่ข้างใน"  

    -  พญ.ชนกานต์ ชัชวาลา

    เล่นเกมจบ Game Over ยังกดเริ่มและเล่นต่อได้ ชีวิตคนก็เหมือนกันนะ ทำผิดพลาดจนต้องโทษไม่ได้แปลว่าทุกคนจะเป็นคนเลว จนสิ้นความคิดที่จะอยากกลับตัวกลับใจ เรามาลองบริจาคหนังสือที่ดีๆ เผื่อมันจะกลายเป็นจุด START ใหม่ของใครสักคนดีไหม? :>

  • "จริงๆ ไม่ได้อยากให้มองว่าเป็นการโละหนังสือเหลือเก็บในบ้าน แต่อยากให้เปลี่ยนเป็นว่า หนังสือถ้าอยากจะบริจาค ต้องเป็นหนังสือที่ทางผู้รับต้องการจริงๆ เพราะถ้าส่งไปผู้รับไม่ได้ใช้ เสียค่าส่งเปล่าๆ และเป็นภาระของคนรับ  มีทุนทรัพย์น้อยก็ส่งน้อยหรือรวบรวมกับเพื่อนส่งไป การส่งของไม่ยาก ส่งทางไปรฯ ก็ได้"
    - คุณฟีน่า  "โลกของคนบ้านิยายและหนังสือมากมายของฟีน่า"

    มินิมอร์ต้องขอย้ำอีกที หนังสือมีไว้อ่าน ถ้าส่งหนังสือที่อยู่ในสภาพ "อ่านไม่ได้แล้ว" ไปให้เขา มินิมอร์ว่าชั่งกิโลขายเลย เอาไปรีไซเคิล ได้เงินด้วยนะ!

    "ส่งเลยค่ะ ไม่ใช่แค่เฉพาะเรือนจำนะคะ ห้องสมุดหลายๆ แห่งก็ไม่ได้มีงบประมาณมากพอที่จะซื้อหนังสือทุกเล่มเข้าห้องสมุดค่ะ ถ้าเราสะดวก มีหนังสือที่อ่านแล้วแต่ไม่มีที่เก็บก็สามารถแบ่งปันกันได้ค่ะ ไม่จำเป็นต้องเป็นหนังสือใหม่เพิ่งถอยออกจากร้านด้วยซ้ำ"

    ใช่เลย ขอแค่สภาพอ่านได้ดีก็พอ และเป็นหนังสือที่เขาต้องการด้วยนะ

    "แต่ถ้าส่งเข้าเรือนจำ เท่าที่เคยส่งจำเป็นต้องแนบสำเนาบัตรประชาชนไปด้วย อันนี้เข้าใจว่าเป็นเรื่องของระบบรักษาความปลอดภัยของเขา แต่ตอนนี้ไปรษณีย์ไทยปรับระบบใหม่ต้องแสดงบัตรทุกครั้งที่ส่งของอยู่แล้ว เนตรนภัสเลยไม่แน่ใจว่ายังต้องแนบอีกไหมนะคะ แต่อาจต้องเตรียมไปก่อนจะได้ไม่ต้องไปหลายรอบเนอะ

    และถ้าใครได้ส่งไป อาจจะมีเซอร์ไพรส์อะไรมาถึงที่บ้านก็ได้นะคะ แต่ขอไม่บอกว่าอะไร รอลุ้นกันเอาเองต้นปีค่ะ ^^"
    - เนตรนภัส นักเขียนนิยาย

    "
บางคนจะบอกว่าทางเรือนจำไม่ต้องการหนังสือ อันนี้ที่เรือนจำหญิงสงขลาฝนเดินดุ่ยๆเข้าไปเลยนะคะ ตอนหลังถึงมีโทรนัด เรือนจำต้องการหนังสือมากค่ะ แต่เรื่องมาตรการความปลอดภัยสำคัญมากๆ ขั้นตอนจึงอาจจะเยอะนิดนึงถ้าไปด้วยตนเอง ต้องเขียนหนังสือถึง ผู้บัญชาการเรือนจำ คณะกรรมการตรวจรับสิ่งของบริจาค แต่มันจะง่ายกว่าถ้าส่งไปรษณีย์ เพราะเราจ่าหน้าถึง ผบ.เรือนจำ และคณะกรรมการได้เลย และตอนนี้การส่งพัสดุทุกอย่าง ปณ ไทยก็ใช้บัตรประชาชน ถ้าสนใจก็คัดเลือกหนังสือที่เราคิดว่าเหมาะสม ไม่มีเนื้อหาล่อแหลม แล้วส่งพัสดุจ่าหน้าถึงผู้บัญชาการเรือนจำ คณะกรรมการตรวจรับสิ่งของบริจาค(หนังสือ) แล้วก็ค้นหาที่อยู่เรือนจำใกล้ๆบ้าน จะได้ไม่เปลืองค่ะ แต่ถ้าอยากเดินทางไปเอง ก็อาจจะหาเบอร์โทร แล้วนัดทางเรือนจำล่วงหน้านิดนึง เวลาไปถึงจะได้สะดวกเรื่องเอกสารไม่ยุ่งยากปวดหัวค่ะ" 
    -  พญ.ชนกานต์ ชัชวาลา


  • อ่านมาทั้งหมด โอ้โห เยอะ แต่ถ้าจะให้มินิมอร์สรุปคร่าวๆ ก็มีตามนี้จ้ะ

    ✴︎ ไม่เอาหนังสือเก่า สภาพแย่ สิ่งที่คุณมองว่าจวนเจียนเป็นขยะแล้วเพราะอะไร? เพราะหนังสือมีไว้อ่านจ้ะ ถ้าอยู่ในสภาพไม่พร้อมอ่านจะได้ยังไงเล่า โธ่ ใครส่งไปเดี๋ยวตีตายเลย

    ✴︎ หนังสือธรรมะมีเยอะแล้ว ขอแนวอื่นบ้าง ที่ไม่ล่อแหลมนะ
    เพราะอะไร? คนเราก็อยากอ่านหนังสือหลากหลายน่า ใครจะไปอ่านหนังสือธรรมะตลอดเวลา คนเรามีวิะีผ่อนคลายจิตใจไม่เหมือนกันเนอะ

    ✴︎ หนังสือกฎหมายหรือคอมพิวเตอร์ที่ตกยุคไปแล้ว 
    เพราะอะไร? ที่มินิมอร์แนะนำเพิ่มเติมก็มันใช้ไม่ได้แล้วนะ! พวกคู่มือใช้ win 3.11 นี่ไม่ต้อง ตอนนี้ระบบปฏิบัติการไปถึงไหนๆ แล้ว หรือกฎหมายรัฐธรรมนูญปี 2475 ก็ไม่ต้อง ตอนนี้เปลี่ยนไปเยอะแล้วเนอะ


    แล้วเราจะส่งหนังสือไปเรือนจำได้อย่างไรบ้าง?

    1. ส่งผ่านเพจคนกลางที่จะประสานงานให้


    facebook page : แบ่งปันหนังสือเข้าเรือนจำ
    Website : thbooks4prisoners.com

    ทางเพจได้ประชาสัมพันธ์ และทำสรุปข้อมูลให้เราได้ดูด้วยว่าหนังสือแบบไหนที่ทางเรือนจำและทางผู้ต้องขังสนใจ ในเว็บไซต์ยังมีข้อมูลอีกมากที่เราเอาไว้ดูประกอบการตัดสินใจได้ ทางเพจยังเคยแนะนำว่าหนังสือศิลปะก็สามารถส่งไปได้ เพราะว่ามีผู้ต้องขังมากมายที่มีฝีมือทางนี้ระดับขายงานได้เลย ถ้าส่งไปให้เขาอาจจะได้พัฒนาฝีมือจนกลายเป็นอาชีพภายหลังพ้นโทษไง



    2. ส่งเองเลย!

    การส่งเองนั้น...ต้องขอให้เพื่อนๆ กลับขึ้นไปอ่านข้อแนะนำจากผู้ที่เคยแบ่งปันหนังสือแล้วอีกรอบ อาจจะมีขั้นตอนยุ่งยากกว่านิด แต่เราได้เลือกสรรสิ่งที่ดีด้วยความตั้งใจเราเองจริงๆ และเราสามารถเลือกได้ด้วยว่าเราจะส่งหนังสือไปที่ไหน!

    อาจจะดูจากกระทู้นี้ที่คุณเนตรนภัสอ้างถึง  รวบรวมรายชื่อสถานที่รับบริจาคเงินหรือสิ่งของให้ค่ะ
    หรือทำอย่างที่คุณหมอฝนแนะนำ คือลองเสิร์ชหาว่าในจังหวัดของตนเองมีเรือนจำบ้างหรือไม่ แล้วส่งของไปตามที่อยู่นั้น โดยไม่ลืมจ่าหน้าซอง และวงเล็บแนบไปว่า (หนังสือเพื่อบริจาค)

    เท่านี้เราก็ได้ส่งหนังสือให้กับผู้ที่ต้องการได้แล้วนะ!

    มินิมอร์หวังว่าโพสต์อันแสนยาว...และเต็มไปด้วยความตั้งใจของผู้ที่สละเวลามาคุยด้วยน คงจะพอให้ทุกคนเข้าใจการบริจาคและแบ่งปันหนังสือเข้าเรือนจำได้กระจ่างชัดขึ้น เมื่อมีคนแนะนำอย่างชัดเจนแล้ว ทีนี้ก็เหลือแค่เริ่มต้นแล้วล่ะ! ปะ บริจาคหนังสือเข้าเรือนจำกัน เพราะหนังสือหนึ่งเล่มอาจจะเป็นจุด START ใหม่ของชีวิตใครบางคนก็ได้


    ขอขอบคุณ
    คุณฟีน่า เจ้าของเพจ "โลกของคนบ้านิยายและหนังสือมากมายของฟีน่า"
    คุณ เนตรนภัส นักเขียนนิยาย
    คุณหมอฝน พญ. ชนกานต์ ชัชวาลา

    ที่มาข่าว
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in