The Boy Who Never GrowsBUNBOOKISH
02: สุสานเครื่องบิน
  • ผมเคยตายไปแล้วครั้งหนึ่ง

    แม่เล่าว่าการตายของผมคือสาเหตุที่ทำให้พ่อจากไป ผมลืมไปแล้วว่าพ่อหน้าตาเป็นยังไง อันที่จริงผมไม่มีความทรงจำ ก่อนหน้าที่ผมจะตายเลยด้วยซ้ำ แต่ผมก็ไม่ได้อยากรู้อะไรมากมายนัก เพราะถ้าการจำเรื่องราวทั้งหมดได้จะทำให้แม่ดูเศร้าขนาดนี้ ผมก็คงโชคดีแล้วที่จำอะไรไม่ได้เลย

    ผมวางตะเกียงลงข้างๆ ตัว หยิบพลั่วอันจิ๋วออกมาจากกระเป๋ากางเกงและเริ่มลงมือโกยหิมะ ที่ใต้ต้นไม้ใหญ่นี้เอง ผมลงมือตกแต่งหลุมศพของตัวเองด้วยพืชสวนแสนสวย ทั้งต้นด็อกวู้ดกิ่งแดง ต้นฮอลลี่ และต้นคาเมเลียจิ๋วที่ออกดอกสีขาวอมชมพู ข้อดีของฤดูหนาวคือผมไม่ต้องคอยมาดึงพวกหญ้าและกาฝากบ่อยๆ เพราะพวกมันกำลังหลับใหลเฝ้าคอยให้ถึงวันที่อากาศอุ่นกว่านี้ เพื่อตื่นขึ้นมาขยายอาณาเขตต่อจนทั่วทั้งสุสาน

    ผมมองไปรอบๆ แล้วก็อดนึกสงสารหลุมศพอื่นๆ ที่ถูกละเลยจนทรุดโทรมไม่ได้ บ้างก็กลายเป็นซากป้ายหินผุพัง บ้างก็รวมเป็นหนึ่งเดียวกับผืนดินและวัชพืช เหลือเพียงหลุมศพของผมที่ยังคงสวยงามยืนหยัดท่ามกลางกาลเวลาที่คอยเซาะทำลายทุกอย่างให้กลายเป็นผุยผง

    สวบ สวบ สวบ
  • เสียงพลั่วแทงลงไปในหิมะดังแทรกความสงัดอย่างสม่ำเสมอ น่าตลกที่สถานที่อย่างสุสาน เวลาทำอะไรก็เหมือนจะเสียงดังกว่าปกติ ราวกับทุกอย่างรอบตัวต่างกลั้นหายใจไปพร้อมๆ กัน

    ความตายของผมทำให้พ่อเสียใจมากจนหายออกจากบ้านไป ทิ้งให้แม่ต้องอยู่ตามลำพัง และไม่กลับมาอีกเลย แต่แม้จะเสียทั้งพ่อและผมไปในเวลาใกล้ๆ กัน แม่ก็ยังอดทนและเฝ้ารอ ด้วยความหวังว่าวันหนึ่งจะเห็นพ่อเดินก้าวยาวๆ ผ่านประตูรั้วบ้านเข้ามา

    เดือนแล้วเดือนเล่า...

    ปีแล้วปีเล่า...

    เวลาผ่านไปนานจนแม่เริ่มทำใจ

    แต่แล้วในคืนหนึ่งที่ฝนตกหนัก แม่ก็พบผมนั่งตากฝนอยู่นอกประตูบ้าน
  • นับตั้งแต่นั้น เราสองคนก็เริ่มต้นชีวิตกันใหม่ ดูเหมือนแม่จะเลิกชะเง้อมองหาพ่อ และพยายามใช้ชีวิตตามปกติ เหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น แต่สุดท้ายผมก็ต้องยอมรับว่ามีบางอย่างในตัวผมที่ไม่เหมือนเดิม

    มีสามสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นกับผม หนึ่ง แน่นอน—ผมความจำเสื่อม สองคือผมกลายเป็นโรคนอนไม่หลับ ไม่ใช่แค่นอนไม่หลับสามสี่คืน แต่เป็นหนักขนาดที่ว่า ตั้งแต่กลับมาผมก็ไม่เคยนอนหลับอีกเลยแม้แต่นาทีเดียว!

    ผมถูกพาไปหาหมอที่เก่งที่สุดในแคนาดา ทั้งหมอสมอง หมอเด็ก หมอโรคจิต แต่หมอสารพัดก็ไม่สามารถให้คำตอบได้ว่าอาการแบบนี้มีสาเหตุมาจากอะไร ผลตรวจสุขภาพของผมก็ออกมาปกติดีทุกอย่าง ไม่เคยตรวจเจอแม้แต่รอยแผลถลอกด้านการทดสอบทางร่างกายก็ไม่ได้แสดงสัญญาณอะไรที่บ่งบอกว่าร่างกายผมพักผ่อนไม่เพียงพอเลยแม้แต่น้อย หมอทุกคน ต่างแปลกใจและพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าผมแข็งแรงดีมากสำหรับเด็กอายุเท่านี้ เผลอๆ จะดีเกินไปเสียด้วยซ้ำ

    ผมจึงไม่รู้ว่าการนอนหลับนั้นรู้สึกอย่างไร เดาว่าคงคล้ายกับสมองได้หยุดพัก หยุดคิดอะไรฟุ้งซ่าน ปล่อยให้เปลือกตาบดบังโลกให้มืดมิด และปลดปล่อยตัวเองให้ล่องลอยไปในความฝัน

    ความฝัน! ผมล่ะอยากจะรู้จริงๆ ว่าความฝันนั้นเป็นอย่างไร เพราะไม่ว่าจะในเพลง ในหนัง หรือในหนังสือ ก็ล้วนแต่พูดถึงความฝันราวกับว่ามันเป็นเรื่องสำคัญนักหนา แม้จะน่าเสียดายที่ผมไม่เคยได้สัมผัสกับความฝัน แต่อย่างไรเสียผมก็ได้เวลาเพิ่มขึ้นมากกว่าคนอื่นวันละหลายชั่วโมง แถมเป็นช่วงเวลาที่ผมจะทำอะไรก็ได้ เพราะโลกทั้งใบมีแต่ผมเท่านั้นที่ยังตื่นอยู่ ยามค่ำคืนนี่เองที่ผมเป็นอิสระอย่างแท้จริง

  • แต่ความเป็นอิสระนี้ก็ต้องแลกกับอะไรหลายอย่าง แม้ว่าร่างกายของผมจะไม่ต้องการการนอนหลับพักผ่อน แต่บางอย่างข้างในกลับเรียกร้องให้ผมหยุดพักเสียที ความรู้สึกนี้ชอบแวะมาทักทายผมบ่อยๆ วันไหนที่อารมณ์ดีผมก็อาจจะลืมมันไป แต่ถ้าวันไหนที่ผมมีเวลามากเกินไปจนไม่รู้จะเล่นหรือทำอะไรต่อ ความรู้สึกนี้ก็จะกลับมา บางครั้งเป็นหนักขนาดที่ว่าแค่หายใจก็เหนื่อยเสียแล้ว จนผมอยากจะลองทิ้งตัวแล้วหลับวูบไปกลางอากาศ ปล่อยให้โลกหมุนไปโดยไม่มีผม

    นี่อาจจะเป็นสิ่งที่ต้องแลกสำหรับการกลับมา

    ตอนนี้สวนก็สวยงามและหลุมศพก็สะอาดหมดจดอย่างที่ตั้งใจแล้ว ผมลุกขึ้นยืนและล้วงของในกระเป๋ากางเกงออกมา ในมือผมคือเครื่องบินของเล่นปีกหักที่เก็บมาจากกองขยะ ผมเงยหน้าและเอื้อมมือคว้าเถาวัลย์จากต้นไม้ใหญ่มาเส้นหนึ่ง บรรจงผูกเครื่องบินสีเทาไว้กับเถาวัลย์เส้นนั้น ใกล้ๆ กันมีเครื่องบินของเล่นอีกนับร้อยที่ถูกห้อยระโยงระยางกับเถาวัลย์จนเต็มต้น บ้างก็เป็นพลาสติก บ้างก็ทำด้วยโลหะ และหลายลำที่บังคับได้ด้วยวิทยุ ตั้งแต่เครื่องบินโบอิ้งไปจนถึงเครื่องบินรบ มีขนาดตั้งแต่ลำเล็กเท่านิ้วโป้งถึงลำใหญ่เท่าแขน ทุกลำเป็นของเล่นที่ถูกทิ้งแล้ว แต่ผมก็เก็บพวกมันมาสะสมไว้ ผมรักและหลงใหลเครื่องบินมาก จนคิดว่าคงไม่มีใครอยากถามผมเกี่ยวกับเครื่องบินแน่ๆ เพราะเขาอาจจะต้องเสียเวลาฟัง
    คำตอบกันเป็นวันๆ เลยทีเดียว

    ผมเดินถอยออกมาเพื่อพิจารณาผลงานของตัวเอง กองทัพเครื่องบินจิ๋วแกว่งร่อนไปมาตามแรงลมอย่างมีชีวิตชีวา แม้แต่เจ้าเครื่องบินสีเทาเองก็เริ่มออกบินแล้วเช่นกัน

    “ขอบคุณนะ” เครื่องบินน้อยพูด

    “ไม่เป็นไร” ผมตอบ



Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in