LION'S HEART หัวใจสิงห์savedbywolf
ตอนที่ 7



  • LION'S HEART l หัวใจสิงห์
    ตอนที่ 07


    วันนี้ทั้งวันเซฮุนมีแต่ความสุข ...

    เขามีรอยยิ้มติดบนใบหน้าก่อนจะเข้านอนตั้งแต่หัวค่ำ

    สุขอย่างมากมายที่ได้กลายเป็นคนใหม่ ...

    สุขอย่างที่ไม่เคยสุขมาในรอบหลายปี ...

    สุข จนเกือบจะลืมสิ่งที่ตัวเองเคยทิ้งไว้ข้างหลัง ...

    สุข จนความจริง ตามมาหลอกหลอนในความฝัน ...

    ความฝันที่มาในชื่อของ พยอน แบคฮยอน

    ผู้ชายคนเดียวในชีวิตก่อนหน้า คนที่เป็นทั้งต้นเหตุและจุดจบของเรื่องราวทั้งหมดในชีวิตของ โอ เซฮุน


    ชายหนุ่มเพื่อนร่วมสัญชาติ ที่เขาไปเจอโดยบังเอิญในห้องสมุดกลางของมหาวิทยาลัยที่เซฮุนเคยทำงานอยู่เมื่อหลายปีมาแล้ว เราสองคน ... เริ่มต้นจากการพูดคุย จากนั้นจึงกลายมาเป็นเพื่อนแล้วก็มาเป็นอะไรอีกหลายๆอย่าง แบคฮยอนเป็นคนมีเสน่ห์ ช่างพูดแต่ฉลาดคุย เป็นผู้ชายตัวเล็กแต่ใจใหญ่ ไปไหนไปกันและมีใบหน้าติดจะน่ารัก ที่มาพร้อมกับหางตาตกเหมือนลูกหมาราวกับเด็กหนุ่มรุ่นๆ

    ตอนนั้นเขารักแบคฮยอนด้วยความจริงใจอย่างถึงที่สุด

    รักล้ำลึกในแบบที่ไม่เคยคิดว่าเรื่องราวของเราจะต้องจบลงในแบบนี้

    แบคฮยอน แบคฮยอน แบคฮยอน ... ชื่อนี้เคยดังก้องอยู่ในหัวใจซ้ำๆ

    ผู้ชายคนนั้น ก้าวเข้ามาในตอนที่เซฮุนหาตัวเองไม่เจอ เขาหลงทาง ทั้งๆที่มีอิสระแต่ก็เหมือนไม่มี แบคฮยอนเป็นเหมือนแสงสว่างที่นำทางให้เขาได้รู้จักตัวเองในแบบที่แม้แต่ตัวเซฮุนเองก็ยังไม่อยากจะยอมรับ ใช่แล้ว ... ผู้ชายคนนั้น นำพาความตื่นเต้น แปลกใหม่ในแบบที่เขาไม่เคยรู้มาให้ลอง เป็นที่พึ่งทางจิตใจเมื่อโดนครอบครัวกดดันมาอย่างหนัก 

    เป็นรักแรก จูบแรก คนแรก ใจพังยับเยินครั้งแรก

    ก็พยอน แบคฮยอนนี่แหละเป็นคนสอนให้เซฮุนเรียนรู้มันทุกอย่าง

    จะสามเดือนแล้ว ที่เซฮุนไม่ได้ถึงนึกแบคฮยอนเลย เพราะทุกอย่างมันช่างเลือนราง แต่คืนนี้จู่ๆ เขาก็ฝัน ... ฝันถึงครั้งสุดท้ายที่เราตะโกน ขึ้นเสียงใส่กัน แล้วเขาก็กลับบ้านทั้งๆที่ยังเคลียร์อะไรกับคนรักไม่รู้เรื่อง เซฮุนโกรธในแบบที่ตัวเองยังไม่รู้ว่าโกรธอะไร ความรู้สึกทั้งหลายพังทลายลงก่อนจะตีขึ้นมาใหม่ จนเขาเองก็กดมันเอาไว้ไม่ได้อีกต่อไปแล้ว เด็กหนุ่มเดินเข้าบ้าน ด้วยจิตใจที่ยังขุ่นๆด้วยอารมณ์หลังจากทะเลาะกับแบคฮยอนมา เขาบอกพ่อกับแม่ด้วยความมั่นใจอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนว่าเขาไม่ได้ชอบผู้หญิง


    ตอนนั้นเรื่องของเขากับแบคฮยอนก็จบลงในทันทีเช่นกัน

    ก่อนจะมาเริ่มใหม่ที่นี่ ... โดยที่เซฮุนปิดปากเงียบเกี่ยวกับชีวิตรักของตัวเอง

    แต่ในฝัน มันกลับมาเด่นชัดอีกครั้ง ... ถ้อยคำรุนแรงพวกนั้น


    “พ่อแม่จะให้นายแต่งงาน?!” แบคฮยอนตะโกนลั่น “นายกล้ามาบอกฉันหน้าตาเฉยได้ยังไงว่าจะแต่งงาน!!!”

    เซฮุนยังไม่ทันได้ตอบอะไรกลับไป แบคฮยอนก็คว้าแขนแล้วดึงเราทั้งคู่เดินลึกเข้าไปในห้องของเจ้าตัวก่อนจะผลักร่างของเขากระแทกผนังด้วยความโกรธ โอ้ ลองถ้าเราไม่ได้โต้เถียงกันอย่างรุนแรง เขาคงชอบทิศทางของภาษากายที่กำลังดำเนินอยู่นี้อย่างแน่นอน ถึงแม้จะแบคฮยอนจะเป็นผู้ชายตัวเล็กและรูปกายภายนอกของเจ้าตัวก็ไม่ได้บ่งบอกถึงความเป็นผู้นำในความสัมพันธ์นี้เลยตาม

    แต่เวลาที่เซฮุนอยู่กับแบคฮยอน อะไรบางอย่างในตัวอีกฝ่ายมักจะทำให้เขารู้สึกเหมือนเป็นเด็กตัวเล็กๆอยู่เสมอ ครั้งหนึ่งเซฮุนเคยยอมรับกับแบคฮยอนไปตามตรง เขาพูดด้วยน้ำเสียงเบาบางพร้อมกับความอับอายที่ทำให้ต้องก้มหน้าหลบสายตาของอีกฝ่ายอย่างอดไม่ได้ว่า .... เขารักการถูกควบคุมมากเพียงใด เซฮุนชอบความรู้สึกของการถูกเป็นเจ้าข้าวเจ้าของเพราะมันทำให้เขารู้สึกเป็นที่รักและพิเศษเกินกว่าจะหาอะไรมาเปรียบเทียบ

    “เบค ...” เซฮุนเรียกชื่อเล่นของอีกฝ่าย

    “เงียบไปเลย เงียบแล้วฟังฉันให้ดีๆ” แบคฮยอนโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ก่อนจะขยับเข้าใกล้อีกครั้ง “นายเคยขอให้ฉันยอมมาแล้วครั้งหนึ่ง เรื่องของเรา เรื่องที่ต้องคบกันแบบหลบๆซ่อนๆ ฉันยอมนายมาแล้วเซฮุน ฉันไม่รู้ว่านายกำลังคิดอะไรอยู่ แต่ฉันทนไม่ไหวแล้ว ฉันไม่สนว่าเรื่องบ้านี่จะจบยังไง แต่ถ้าไม่เลิกกันไปตรงนี้ เราก็ไปบอกพ่อแม่ของนายด้วยกันเลยว่าเรารักกัน เข้าใจที่ฉันพูดไหม”

    “ไม่เข้าใจ” เซฮุนตอบด้วยความใจเย็น “แบคฮยอน ฟังฉันก่อนได้ไหม-”

    “ฟังบ้าอะไรอีกล่ะ” ชายหนุ่มสบถ “จะให้ฟังอะไรอีก ฉันยอมนายมามากพอแล้ว นายบอกว่ารักฉันแต่ทำเหมือนฉันเป็นตัวเลือก นี่มันทุเรศมาก”

    “นายกำลังโกรธ นายไม่รู้ตัวหรอกว่ากำลังพูดอะไรออกมา ไว้ใจเย็นแล้วเราค่อยมาคุยกันใหม่”

    “เปล่าเลยที่รัก” แบคฮยอนเน้นเสียงด้วยความประชดประชัน “สิ่งที่ฉันพูดออกไป ไม่ได้พูดเพราะความโกรธ แต่ฉันเก็บมันไว้นานแล้วต่างหาก นี่แหละ พยอน แบคฮยอน ตัวจริงเสียงจริง”

    “กุ๊ยต่างหากล่ะไม่ว่า นี่ไม่ใช่ตัวนายเลยเบค ปล่อยแขนฉันเดี๋ยวนี้”

    “แล้วทำไม เป็นกุ๊ยแล้วยังไง?” ใบหน้าขาวจัดเงยขึ้นกระซิบแทบจะชิดใบหู “นายรับไม่ได้ที่ฉันจะทำตัวหยาบคายบ้างเป็นบางครั้ง แต่นายโอเคกับการถูกคลุมถุงชนงั้นเหรอ กับผู้หญิงด้วยเนี่ยนะ??? นายยอมดูถูกตัวตนของนายเอง แม้กระทั่งนายยังไม่รักตัวเอง แล้วนายจะรักฉันได้เหรอโอ เซฮุน”

    “ฉันขอ -”

    “อย่าได้พูดคำว่าขอโทษออกมานะ อย่า”

    “นายไม่เชื่อใจฉันเลยเหรอ แบคฮยอน”

    “ฉันไม่เชื่อใจนายอีกต่อไปแล้วต่างหาก” แบคฮยอนพูดนิ่งๆเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะยืนมองใบหน้าที่อยู่สูงกว่าของคนรักด้วยแววตาผิดหวังอย่างชัดเจน “ฉันรู้จักนายดีเกินไปเซฮุน นายไม่กล้าทำหรอก นายยอมปล่อยฉันไปดีกว่าจะทำให้พ่อแม่ของนายผิดหวัง ฉันรู้ดี”

    เซฮุนส่ายหัวก่อนจะละล่ำละลักบอกอย่างเจ็บปวด “ฉันขอเวลาอีกหน่อยนะเบค เชื่อสิ ฉันจะหาทางพยายามพูดกับพวกเขา บางที ...”

    คำสัญญาของเซฮุนไม่ทำให้สีหน้าของแบคฮยอนดูดีขึ้นเลย ...

    เขารู้ได้ในตอนนั้นเองว่าได้ทำพลาดไปเสียแล้ว เขาสูญเสียความไว้วางใจจากคนรักไปจนหมดสิ้น แม้แต่ตัวตนที่แท้จริง อย่างที่แบคฮยอนพูดไปก่อนหน้านี้ แม้กระทั่งกับตัวเอง เซฮุนยังไม่อยากยอมรับตรงๆเลยว่าเขาไม่ได้ชอบผู้หญิง ถ้าหากไม่มีคำพูดรุนแรงให้เขาฉุกคิด ในอีกไม่กี่เดือนต่อจากนี้ เขาคงได้เป็นเจ้าบ่าวอย่างที่พ่อแม่อยากให้เป็นอย่างแน่นอน

    “นายทำกับฉันแบบนี้ได้ยังไง” แบคฮยอนกระซิบ “นายหลอกให้ฉันรัก ให้ฉันคิดไปเองคนเดียวว่าสักวันเราจะได้อยู่ด้วยกันเหมือนคนอื่น นายขอให้ฉันเข้าใจ ฉันก็รอ....รอทั้งๆที่รู้ว่าเราจะไม่มีวันได้รับการยอมรับจากครอบครัวของนาย”

    เซฮุนน้ำตาคลอ ... ถึงแม้แบคฮยอนจะไม่ได้พูดว่าเขาเห็นแก่ตัว

    แต่ความนัยของประโยคตัดพ้อนั่น จะตีความหมายเป็นอย่างอื่นได้อีกอย่างนั้นเหรอ เขาไม่เถียงเพราะเขารู้ดีว่าแบคฮยอนพูดถูกทุกอย่าง เซฮุนกำลังเหน็ดเหนื่อยกับการปกป้องตัวเองจากคำตำหนิจากคนรอบข้าง คำพูดถากถางที่ถูกโยนเข้าใส่ เขาอยากตอบโต้กลับไปใจจะขาด อยากที่จะลุกขึ้นสู้เพื่อตัวเอง แต่ก็หมดแรง ที่ทำได้ก็มีเพียงตั้งการ์ดรับเท่านั้น

    “แบคฮยอน ...”

    เซฮุนเรียกก่อนจะบิดแขนจนหลุดออกจากการเกาะกุมของอีกฝ่าย เขายกมันขึ้นเลื่อนแขนทั้งสองข้างวางบนไหล่ของคนรัก ฝ่ามืออุ่นๆประสานอยู่ที่หลังคอขาวจัดดั่งที่ทำเป็นประจำ “เบค ...”

    “อย่าทำแบบนี้” แบคฮยอนเอ่ยห้ามเสียงเบาแถวๆสันกรามก่อนจะซบหน้าลงกับไหล่กว้างราวกับเหนื่อยกับการสาดคำพูดใส่กันแล้วเช่นกัน

    “ฉันขอโทษจริงๆ”

    “อย่าทำให้ฉันผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่า เซฮุน”

    คำพูดง่ายๆนั้นเจ็บปวดเหลือเกิน มันพุ่งลงที่กลางใจ จะว่าไป ... เขาก็กำลังทำตัวน่าผิดหวังจริงๆนั่นแหละ ไม่รักตัวเองไม่พอ ยังกล้าหมิ่นศักดิ์ศรีที่เคยหวงแหนโดยการพยายามจะใช้เซ็กส์ในการแก้ปัญหา เพราะเซฮุนรู้ดีที่สุด รู้มากกว่าใครว่ายังไงแบคฮยอนก็ต้องยอมใจอ่อน แต่อีกใจ เขาก็มีความปรารถนาต่ออีกฝ่ายอย่างแท้จริง

    “ฉันขอโทษที่ทำให้นายผิดหวัง” น้ำเสียงแหบแห้งกระซิบตอบ

    ในขณะที่เลื่อนฝ่ามือไปประคองหน้าของแบคฮยอน เชยมันขึ้นแล้วเอียงคอประกบจูบแนบกับริมฝีปากแดงสดในที่สุด แล้วจึงถอนหายใจผ่านจมูกไปพร้อมๆกันเมื่อคนรักไม่ได้มีทีท่าแข็งขืน ตรงกันข้ามอีกฝ่ายยอมเอนศีรษะเข้าหา เขาจึงกล้าที่จะค่อยๆแตะปลายลิ้นไปทักทายด้วยความคุ้นเคย ปลายนิ้วเรียวยาวพันเส้นผมสีดำสนิทของแบคฮยอนเล่นก่อนจะใช้ฟันขบริมฝีปากจัดนั่นเบาๆ

    “นายมันร้ายกาจ โอ เซฮุน”

    มือที่ยันผนังของแบคฮยอนตกลง ร่างสูงโปร่งถูกดันไปข้างหลังจนเบียดแน่นอยู่ระหว่างฝาผนังกับร่างเล็กกะทัดรัดของคนรัก ท่อนแขนขาวจัดข้างหนึ่งโอบรอบเอวสอบอย่างแนบแน่น อีกข้างเลื้อยลงต่ำ ไปวางแปะอยู่ที่แก้มก้น ด้วยความคุ้นเคยและเป็นธรรมชาติที่สุด

    เซฮุนไม่รู้ว่าแบคฮยอนยังโกรธตัวเองอยู่หรือไม่ แต่ชายหนุ่มจูบเขาอย่างกระหายคล้ายกับอัดอั้น เมื่อครู่เขาขบริมฝีปากเจ้าตัวไป แต่ตอนนี้แบคฮยอนตอบโต้โดยการดูดริมฝีปากของเขาอย่างรุนแรงจนมันแยกออกอย่างช้าๆ เซฮุนครางฮือเมื่อปลายลิ้นที่จัดไม่แพ้คำพูดของเจ้าของมัน ย้ายไปไล้เลียอยู่แถวหลังใบหู ฝ่ามือที่เคยวางแนบต้นคอขาวจัดก็เปลี่ยนมาเป็นวางแนบกับผิวแก้มอ่อนนุ่มของแบคฮยอนแทน
    ฝ่ามือเรียวสวยราวกับผู้หญิงคลำไปตามร่างกายของเขาสะเปะสะปะ ก่อนจะสอดฝ่ามือเข้าไปในขอบเอวกางเกง แทรกผ่านกางเกงบ็อกเซอร์ ล้วงลึกจนไปช้อนแก้มก้นแล้วดันร่างสูงโปร่งให้เข้ามาแนบชิดยิ่งกว่าเดิม เซฮุนตัวสั่นเมื่อสัมผัสกันโดยตรงโดยไม่มีเสื้อผ้ามากั้น เขาหงายหน้าเพื่อมองเข้าไปในนัยน์ตาของแบคฮยอนชัดๆอีกครั้ง คนรักยอมเล่นเกมจ้องตาอยู่เพียงครู่ ก่อนจะโน้มเข้ามาครอบครองริมฝีปากของเขาอีกรอบ

    ชายหนุ่มครางอย่างพอใจเมื่อฝ่ามือร้อนผ่าวกดช่วงล่างของเราทั้งคู่ให้บดเบียดกันยิ่งกว่าเดิม เซฮุนอ่อนระทวยในอ้อมกอดของอีกฝ่าย แบคฮยอนกลายเป็นผู้ชายตัวใหญ่ในตอนนี้ ส่วนเขาก็ร้อนวาบไปทั่วร่างและรู้สึกเหมือนว่าตัวเองตัวเล็กเหมือนเด็กสาวให้แบคฮยอนทำอะไรก็ได้ตามใจชอบ

    แล้วจู่ๆ ก็เหมือนถูกกระชากสวรรค์ออกจากอก

    แบคฮยอนผละออกจากตัวเขาราวกับรังเกียจที่แตะต้องกันอีกต่อไป เซฮุนอึ้ง พูดอะไรไม่ออกเมื่อถูกทิ้งกลางคัน ได้แต่ตะลึงงันกระพริบตามองชายหนุ่มอีกคนเพื่อให้เห็นชัดๆ

    “ออกไป”

    พยอน แบคฮยอนพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ดวงตาเรียวรีที่เขาเคยนึกรักมองสบเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะเป็นฝ่ายเดินออกไปเองโดยไม่แม้แต่จะปิดประตูตามหลัง เซฮุนทั้งอับอายทั้งเจ็บปวด เขาถูกทิ้งราวกับเป็นสิ่งของใช้แล้วทิ้งอยู่ในห้องนอนของแบคฮยอน อยู่กับกลิ่น ข้าวของเครื่องใช้และความผิดหวังอย่างรุนแรงของแบคฮยอน


    เซฮุนสะดุ้งตื่นในตอนนั้นเอง

    เขายังตกใจไม่หายในสิ่งที่ความฝันเพิ่งจะพากลับไปพบเจอ ร่างสูงโปร่งตะเกียกตะกายเอื้อมมือไปกดเปิดโคมไฟหัวเตียงอย่างรวดเร็วจนร่างเกือบจะไถลตกจากที่นอน เด็กหนุ่มลุกขึ้นนั่งสูดหายใจเข้า ออกอย่างรุนแรง ในใจนึกไปถึงตอนที่เห็นหนูน้อยห้องข้างๆเพิ่งตื่นจากฝันร้ายอย่างอดไม่ได้ ตอนนี้ตัวเขาเองจะดูเสียขวัญเหมือนน้องเจตอนนั้นด้วยหรือไม่ เธอดูหวาดกลัวเหมือนกับหลับตาแล้วเห็นภาพที่น่าสยดสยองมากที่สุด

    แต่เซฮุนก็รู้ได้ในตอนนี้เอง …

    สิ่งที่น่ากลัวที่สุดเกี่ยวกับความฝัน ไม่ใช่ภาพอันน่าสยดสยองแต่อย่างใด

    แต่เป็นความทรงจำที่เราเก็บมันไว้ในก้นบึ้งของจิตใจต่างหาก

    ไม่ ... เขาไม่อยากกลับไปนึกถึงมันอีก คนบนฟ้าช่างใจร้ายอะไรขนาดนี้


    เขาเหนื่อยใจเหลือเกินตอนที่ตัดสินใจปิดโคมไฟหัวเตียงแล้วพยายามข่มตาให้หลับ แต่ครู่ใหญ่เซฮุนก็หลับไม่ลงเสียที คืนนี้มีเรื่องให้กลับไปคิด ก็คงนอนไม่หลับอีกอย่างแน่นอน เขาคิดด้วยความหนักใจ ในห้องนอนใหม่นี้ดูสะดวกสบายมาก แต่มันไม่มีของทานเล่นเหมือนในห้องที่โรงพยาบาล เวลาที่เครียดๆ เซฮุนมักจะนั่งกินอะไรเรื่อยเปื่อยและหวังว่าเจ้าของบ้านจะไม่ถือสาถ้าหากเขาจะแอบลงไปดื่มชาร้อนหรือโกโก้สักถ้วย

    สี่ทุ่มกว่า ... ป่านนี้ผู้ใหญ่ในบ้านคงเข้านอนกันหมดแล้ว

    เซฮุนตวัดผ้าห่มออก ตัดสินใจที่จะลุกขึ้นออกจากเตียงแล้วเดินออกจากห้อง ตรงเข้าสู่ครัว แอบชงโกโก้ร้อนด้วยความคล่องแคล่วหลังจากถามสาวใช้ถึงตำแหน่งข้าวของเครื่องใช้ในห้องครัวของบ้านตระกูลคิมเป็นที่เรียบร้อย เขาจิบเครื่องดื่มเพื่อลองชิมก่อนจะพบว่ามันขมไปนิด ร่างสูงโปร่งเปิดตู้เย็นอีกรอบ หยิบนมหวานกล่องเล็กๆของน้องเจมาเจาะแล้วเทใส่แก้วเล็กน้อย

    อืมมม .... กลมกล่อมขึ้นเยอะ

    ก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบบ้าน ทุกอย่างช่างสมบูรณ์แบบในแบบที่คนอย่างเขาได้แต่ฝัน ทำไมทุกคนถึงได้ดีกับเขาเช่นนี้ เซฮุนแอบหวังเล็กๆว่าจะมีใครที่รักเขามากเท่ากับที่ประมุขของบ้านรักลูกๆของพวกเขา แต่บางทีความสมบูรณ์ที่เห็น เขาอาจจะคิดไปเองก็ได้ ... เพราะชีวิตคนเรามันจำเป็นต้องมีที่ที่หนึ่งที่สมบูรณ์ที่สุด เพื่อเป็นรากฐานแข็งแรงคอยสนับสนุนให้คนๆหนึ่งออกไปเผชิญความจริงบนโลกภายนอก

    เปรียบได้กับการชาร์จพลังงาน ออกไปข้างนอกเพื่อใช้ กลับมา ชาร์จให้เต็มเพื่อที่จะพร้อมออกไปสู้ต่อในทุกๆวัน

    “ยังไม่นอนอีกเหรอ?” เสียงของจงอินที่จู่ๆก็ดังขึ้นทำเอาเซฮุนสะดุ้งโหยง

    เด็กหนุ่มยกมือขึ้นทาบอกก่อนจะวางแก้วกระเบื้องลงบนเค้าน์เตอร์หินอ่อนในห้องครัว “ตกใจหมด! คุณทำผมเกือบตายแหน่ะ”

    เจ้าของเสียงหัวเราะเป็นการตอบกลับและเมื่อใบหน้าขาวจัดหันไปมองก็พบว่าจงอินไม่ได้มาคนเดียวแต่อย่างใด แต่ชายหนุ่มมาพร้อมกับลิตเติ้ล เจที่ยังคงกอดคอพ่อไม่ยอมปล่อยพ่วงด้วยเจ้าหมายักษ์ขี้อ้อนอีกหนึ่งตัว

    “ทำไมถึงนั่งคนเดียวในที่มืดๆแบบนี้” จงอินบ่นเบาๆก่อนเจ้าตัวจะวางลูกสาวให้นั่งบนเค้าน์เตอร์แล้วเดินไปเปิดไฟ “แอบลงมาหาของกินเหรอ เหมือนกันเลยนะ เราสามคน” เสียงนุ่มทุ้มเอ่ยกลั้วหัวเราะ

    “นั่งดีๆนะครับน้องเจ ระวังตกนะ” เซฮุนพูดกับหนูน้อยก่อนจะถามทั้งพ่อทั้งลูกว่าพวกเขาอยากได้โกโก้ร้อนด้วยหรือไม่ พวกเขาพยักหน้าอย่างพร้อมเพรียงและมันก็ทำให้เด็กหนุ่มยิ้มออกจนได้

    “ผมนึกว่าคุณเข้านอนแล้วซะอีก” จงอินถามพร้อมกับจิบเครื่องดื่มของตัวเองไปด้วย ในขณะที่แก้วของลิตเติ้ล เจเป็นแก้วพลาสติกและมีหลอดดูดเพื่อความสะดวก เครื่องดื่มถูกชงเข้มกว่าปกติแล้วใส่น้ำแข็งเจือจางทีหลัง เพื่อที่จะได้ไม่เสียรสชาติและไม่ร้อนจนลวกปากของเธอ

    และทั้งหมดนั่นจงอินเป็นคนทำให้ลูกสาวอย่างคล่องแคล่ว เซฮุนก็ได้แต่มอง ความประทับใจในตัวของอีกฝ่ายกำลังเพิ่มพูนอย่างไม่มีที่สิ้นสุดเลยจริงๆ ทั้งน้องเจและพ่อของเธออยู่ในชุดนอนเป็นที่เรียบร้อย ดูเหมือนทั้งคู่จะเพิ่งอาบน้ำเสร็จเพราะในฝ่ามือแข็งแรงมีกระปุกแป้งเด็กติดมาด้วย

    “ผมเข้านอนแล้วครับ แต่ดันตื่นขึ้นมาอีกซะงั้น ตอนนี้ก็เลยตาแข็งนอนไม่หลับเลย” เซฮุนตอบยิ้มๆ “แล้วน้องเจล่ะครับ สี่ทุ่มไม่ดึกเกินไปสำหรับเธอเหรอ”

    จงอินส่ายหัว “พรุ่งนี้เธอไม่ต้องไปโรงเรียนน่ะ”

    เขาพยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจก่อนจะหันไปมองเมื่อเจ้าบราวน์เอาจมูกดันปลายเท้าที่ห้อยลงมาจากเค้าน์เตอร์ของหนูน้อยเล่นๆ ลิตเติ้ล เจหัวเราะคิกคัก เธอแกว่งเท้าไปมาเป็นการเล่นด้วย มองดูเจ้าตูบวิ่งพล่านอย่างมีความสุข พวกเขาเล่นเกมแมวจับหนูกันอยู่สักพักก่อนสุนัขจะเป็นฝ่ายหมดแรงก่อน บราวน์หอบแฮ่กแล้ววิ่งหายไปเลียน้ำในถ้วยของตัวเองด้วยความกระหาย ในขณะที่เจก็หันมาดื่มโกโก้อุ่นๆของตัวเองบ้าง

    เธอดื่มมันจนหมดแล้ววางแก้วไว้ด้านหน้าของตัวเองอย่างเรียบร้อย

    “ทาแป้งไหมเจ” จงอินถาม

    แต่เซฮุนอยู่ใกล้กระปุกแป้งมากกว่า เขาจึงหยิบมันขึ้นมาถือตั้งใจว่าจะส่งให้ชายหนุ่มแต่เจกลับเขยิบเข้ามาใกล้ทางฝั่งของเขาราวกับจะบอกว่าเธอต้องการให้เขาเป็นคนทาแป้งให้เธอ

    “ให้พี่ทาให้เหรอครับน้องเจ” เซฮุนถามเพื่อความแน่ใจ

    หนูน้อยพยักหน้าแรงๆจนผมจุกบนศีรษะของเธอสั่นอย่างน่าเอ็นดู

    “โอเคครับ” เซฮุนยิ้ม ก่อนจะเทแป้งลงบนฝ่ามือของตัวเอง แล้วลูบไล้ไปตามผิวนอกร่มผ้าของสาวน้อยช้าๆ เขาใช้ปลายนิ้วชี้แตะแป้งที่ยังติดอยู่บนฝ่ามือ ก่อนจะปาดมันบนผิวแก้มเป็นรอยหนวดแมวให้กับน้องเจด้วยรอยยิ้มเต็มใบหน้าของทั้งเขาและเธอ

    เจ ยังไม่เห็นความขี้เล่นของเขาแต่อย่างใด แต่พ่อของเธอเห็นมันแล้ว จงอินยิ้มเสียจนตาปิด ชายหนุ่มล้วงโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋ากางเกงนอนและบอกให้หนึ่งผู้ใหญ่ หนึ่งแมวเหมียวและหนึ่งหมาสีน้ำตาลยิ้มกว้าง ก่อนจะกดถ่ายรูปรัวหลายครั้งติดกัน 

    เซฮุนเลิกคิ้วเป็นเมื่ออีกฝ่ายไม่ยอมให้เขาดูรูปซ้ำยังเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋ากางเกงของตัวเองอย่างหน้าตาเฉย

    “ได้กินนมแล้ว งั้นเราขึ้นไปแปรงฟันกันดีกว่า”

    จงอินพูดเรียบๆก่อนร่างสูงใหญ่จะลุกขึ้น เปลี่ยนเรื่องแบบเนียนๆ แล้วจึงกวาดหยิบแก้วทั้งสามใบไปวางไว้ในซิงค์ล้างจาน เป็นหัวหน้าครอบครัว ดูแลทุกคนอย่างที่สุภาพบุรุษพึงกระทำ ชายหนุ่มเดินไปอุ้มร่างของลูกสาวแนบอก ก่อนจะย้อนมาดึงแขนเซฮุนราวกับบอกให้เขาไปเข้านอนพร้อมกัน

    พวกเขาแยกกันที่หน้าห้องของลิตเติ้ล เจ

    “ขอให้เป็นคืนที่ดี หลับฝันดีนะ” จงอินกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มเหมือนตอนที่พูดกับน้องเจไม่มีผิด เซฮุนยิ้มรับก่อนจะขอบคุณแผ่วเบา ในใจวาบไปด้วยความรู้สึกอุ่นๆระหว่างที่สบดวงตาคมเข้มพร้อมกับอวยพรให้อีกฝ่ายฝันดีเช่นกัน

    “ฝันดีนะครับน้องเจ พรุ่งนี้เช้าเจอกัน”

    “ฝันดีค่ะพี่เซฮุน”

    เขายิ้มในขณะที่โน้มตัวไปใกล้ทั้งพ่อและลูก ตั้งใจจะเอื้อมมือไปบีบแก้มยุ้ยๆนั่นเป็นการบอกลา แต่ลิตเติ้ล เจ กลับวาดแขนโอบรอบคอของเซฮุนแล้วดึงเข้ามาใกล้ ถึงแม้จะตกใจแต่ก็ไม่กล้าเด้งตัวออกห่างเพราะกลัวว่าเธอจะตกจากอ้อมกอดของจงอิน ในตอนแรกเขาคิดว่าเธอเพียงแค่จะกอดหรืออะไรที่ใกล้เคียงการกระทำนั้น แต่เจกลับยื่นหน้ามาจูบแก้มของเขาจนเปียกจนน้ำลาย

    จงอินหัวเราะอีกครั้งก่อนจะเดินหายเข้าไปในห้องของลูกสาวในที่สุด

    ในขณะที่เซฮุนอึ้งกับการแสดงความรักของเจ เขายืนเหม่อลอยจับแก้มของตัวเองราวกับเป็นสาวน้อยอายุสิบสี่ที่เพิ่งเสียจูบแรกให้กับชายหนุ่มที่ตนแอบรัก ให้ตาย ...

    ไม่ได้เขินอะไรขนาดนี้มานานเท่าไหร่แล้วนะ ....

    คืนนี้เขาคงต้องหลับฝันดีอย่างแน่นอน

    โชคดีที่คนในตระกูลคิมมีที่สมบูรณ์แบบของพวกเขาแล้ว ก็คือที่นี่แหละ คือบ้าน

    และเซฮุนก็ได้แต่หวังว่าที่นี่จะกลายมาเป็นที่สมบูรณ์แบบของตัวเขาเองเช่นกัน




    ห้องทำงานส่วนตัวของลู่หาน ถือเป็นฝันร้ายของเหล่าพนักงานทุกคนในที่ทำการพรรคจีเอ็นพี ถึงแม้จะเป็นระเบียบเรียบร้อยตามนิสัยชอบจัดการของเจ้าของห้อง แต่บรรยากาศของมันกลับมืดสลัวและแผ่ความกดดันออกมาตลอดเวลา ซึ่งก็เหมือนตัวตนเจ้าของห้องอีกนั่นแหละ

    ลู่หานไม่ชอบให้ใครมายุ่งกับห้องทำงานส่วนตัวของตน แทบจะไม่ให้ใครย่างเท้าเข้ามาเหยียบเลยด้วยซ้ำ ห้องที่เต็มไปด้วยเอกสารหนาเตอะแต่กลับเต็มไปด้วยอุปกรณ์กีฬา นอกจากอุปกรณ์สำนักงานทั่วไปแล้ว ของมีค่าในห้องนี้ คงเป็นถ้วยรางวัลและของสะสมหายากเกี่ยวกับกีฬาฟุตบอลเท่านั้น ซึ่งหลายอย่างได้เลิกผลิตไปแล้วและมีคุณค่าในระดับที่ประเมินราคาไม่ได้เลยทีเดียว

    บนโต๊ะกาแฟเล็กๆหน้าโซฟา มีนิตยสารกีฬาวางอยู่หลายฉบับ ชายหนุ่มสมัครสมาชิกรายเดือนติดต่อกันมาหลายปีและอ่านอย่างละเอียดทุกตัวอักษรราวกับว่ามันเป็นเอกสารสำคัญ ไม่ได้มีไว้แค่ติดตามข่าวสารของวงการกีฬาแต่อย่างใด

    เท่านั้นยังไม่พอ ลู่หานยังสะสมเทปบันทึกภาพการแข่งขันนัดประวัติศาสตร์ของสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดไว้แทบทุกนัดอีกด้วย ชายหนุ่มศึกษาเทคนิคการเล่นกีฬาประเภทนี้จากนักกีฬาอาชีพหลายคนไม่ว่าจะสังกัดอยู่สโมสรใดก็ตาม ถึงแม้จะเป็นแฟนพันธ์แท้ของสโมสรดังจากประเทศอังกฤษแต่รสนิยมของเขากว้างขวางมากพอเพราะการเล่นฟุตบอลอย่างมีศิลปะนั้นเร้าใจลู่หานเสมอ

    แต่วันนี้ลู่หานมีงานต้องทำ

    และงานที่ว่าก็คือการนั่งดูคลิปวีดิโอที่ถ่ายในรั้วบ้านของตระกูลคิมเมื่อวันก่อน ซึ่งหน้าที่ของเขาต้องตรวจทานไม่ให้มีสิ่งใดที่ไม่ควรจะปรากฏเล็ดรอดจากคลิปนี้ออกไปสู่สายตาสาธารณชนได้ ที่จริงลู่หานไม่เห็นด้วยกับการโปรโมทพรรคโดยการให้สื่อมวลชนเข้าไปถ่ายภาพหรือบันทึกอะไรก็ตามแต่เกี่ยวกับพื้นที่ส่วนตัวของสมาชิกในพรรค

    แต่เพราะอาจารย์ ... ท่านชูซอนเห็นดีเห็นงามกับความคิดที่ว่าของทีม

    ดังนั้น ข้อโต้แย้งของเขาจึงต้องถูกถีบตกไปอย่างไม่ต้องสงสัย

    อาจารย์ท่านว่า ‘เพราะบุคลิกแบบนายทหารของจงฮุน อาจจะทำให้ประชาชนคิดว่าเขาเข้าถึงยากหรือน่ากลัวเกินกว่าจะไว้ใจได้ การที่เราปล่อยภาพสบายๆของเขาออกไป อาจจะลดความเคร่งขรึมของเขาลงได้บ้าง ให้พวกเขาดูไปเถอะ ที่บ้านฉันไม่มีอะไรต้องปิดบัง’

    ชายหนุ่มแทบจะใช้เวลาของวันนี้ทั้งหมดไปกับการดูเทป เพราะไม่มีทางรู้ได้เลยว่า เมื่อไหร่ก็ตามที่คลิปนี้ถูกปล่อยออกไป ภาพที่ทีมงานถ่ายเอาไว้จะเป็นประโยชน์หรือให้โทษต่อความนิยมของพรรค ดังนั้นเพื่อความสบายใจ ลู่หานจึงจำเป็นต้องตรวจสอบมันไม่ให้คลาดสายตาไปสักวินาทีเดียว

    ซึ่งคลิปความยาวประมาณ 20 นาทีกว่าๆนี้ ได้ผ่านขั้นตอนการตัดต่อ บันทึกเสียงทับลงไป ใส่เสียงดนตรีประกอบแล้วก็ใส่สิ่งของประกอบฉากจากผู้สนับสนุนหลักของทางพรรคเป็นที่เรียบร้อย ฝีมือการถ่ายภาพของทีมงานมืออาชีพยังดูไร้ที่ติเหมือนเดิม แต่ลู่หานไม่ได้ชื่นชมกับความสวยงามมากมายนัก เขามีหน้าที่แค่จับผิดภาพในวิดีโอให้มากที่สุดเท่านั้นเอง

    และด้วยความสัตย์จริง ....

    ถ้าหากจงอินไม่เคยยืนยันหนักแน่นว่าเจ้าตัวไม่อยากลงสมัครชิงตำแหน่งใดๆ เพราะเขารู้จักเพื่อนรักที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมายาวนานของตัวเองเป็นอย่างดี เขารู้ดีที่สุดว่าที่จงอินเลือกทำงานเบื้องหลังไม่ใช่ต้องการหลีกทางให้กับพี่ชายแต่เป็นเพราะเจ้าเพื่อนยากรักที่จะทำงานด้วยกันตรงนี้กับเขาจริงๆ แต่มันอดไม่ได้ ด้วยดวงตาของที่ปรึกษาเรื่องภาพลักษณ์มือหนึ่ง

    ลู่หานไม่เห็นใครที่จะเหมาะสมกับตำแหน่งเบื้องหน้าเท่ากับ คิม จงอิน อีกแล้ว

    คุณเคยมองใครสักคนไหม ที่เมื่อเขาเดินมา เราก็พร้อมจะเชื่อมั่นให้เป็นผู้นำได้ในทันที การมองจงอินให้ความรู้สึกแบบนั้นนั่นแหละ ด้วยรูปร่าง หน้าตาและบุคลิกที่ดูน่าเชื่อถือ แต่ก็เหมือนจะเข้าอกเข้าใจ เข้าถึงได้ง่ายไปพร้อมๆกันนั้น ...

    แต่สาวๆทั้งหลาย ไม่เลย จงอินไม่ได้เป็นสิงโต แต่เพื่อนรักของเขาเป็นหมาป่าต่างหาก และในความคิดของลู่หาน คนฉลาดควรจะเก็บหมาป่าเอาไว้ข้างกายเพราะความจงรักภักดีของมันเป็นที่เลื่องลือ แต่ในขณะเดียวกันก็ห้ามลืมว่าหมาป่ามีเขี้ยวขาววาบวับที่ถ้าหากได้กัดเมื่อไหร่ ก็มีสิทธิ์ถึงตายได้ในทันที ...
    คนซ่อนดาบแบบนี้แหละที่ดึงดูดความนิยมได้ดีนัก

    เหมือนจะยอมลงให้ แต่ก็มีอาวุธในตัวเมื่อถึงเวลาที่ต้องเอาออกมาใช้

    จงอินจึงเหมาะที่สุดที่จะเป็นนักขายฝัน ในสายตาของเขา

    เนื่องจากดูๆไปแล้ว เพื่อนรักของเขาเป็นคนที่โดดเด่นทั้งในกล้องและนอกกล้อง จงอินรูปหล่อ พ่อรวย เข้าตำราสาวรักสาวหลงและเป็นคนรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วในตำนานของยุคนี้เสียด้วย ก็เป็นผู้ชายประเภทเดียวกับเขานั่นแหละ แต่จงอินไม่มีความหยิ่งทะนงในแบบที่ผู้คนรังเกียจหรือหวาดกลัว

    คนแบบลู่หานถือว่าเป็นมนุษย์ที่เอาใจได้ยากมากที่สุดประเภทหนึ่ง

    แต่ถ้าตัดความเป็นเพื่อนออกไป แล้วเขามีหนึ่งคะแนนเสียงอยู่ในมือ ถ้าให้เลือก คะแนนเสียงของเขา ลู่หานจะยกให้ไอ้หน้าหล่อนี้อย่างไม่ต้องสงสัย คุณสมบัติที่ดีที่สุดในการเป็นนักการเมืองของจงอินก็คือ ท่านที่ปรึกษาพิเศษคนนี้ตอแหลไม่เป็น

    ไม่สิ ... จงอินตอแหลเป็น แต่เจ้านี่ทำให้คนเชื่อว่า เขาจะไม่มีวันโกหกได้ ต่างหาก

    ดี ... คุณธรรม จริยธรรมเอาไว้ใช้กับที่บ้านและลู่หานก็คิดว่า จงอินเข้าใจมันเป็นอย่างดี

    ภาพโดยรวมของคลิปนี้ไม่มีอะไรผิดปกติ... ลู่หานยังคงดูมันซ้ำไปซ้ำมา 

    แต่ชายหนุ่มต้องยอมรับกับตัวเองว่า โอ เซฮุน คือคนที่ดึงดูดความสนใจของเขาได้มากที่สุด เพราะหนึ่ง ... เด็กคนนี้คือคนที่ทำให้ลิตเติ้ล เจ มีปฏิกิริยากับสิ่งรอบข้างอย่างจริงจัง เขาห่วงหลานมากกว่าอะไรทั้งหมด เจไม่ใช่ลูกของเขาก็เหมือนใช่ ลู่หานคือคนที่เพื่อนรักทั้งสองเลือกให้เป็นพ่อทูนหัวของเด็กหญิงในวันที่เธอลืมตาดูโลก เขาสาบานกับจงอินครั้งหนึ่งว่าจะปกป้องเจด้วยชีวิตของตัวเอง

    เซฮุนดูเหมือนจะไม่มีพิษไม่มีภัยอะไร ...

    แต่ลู่หานเชื่อในสัญชาติญาณของตัวเองและเพราะเด็กคนนี้รู้ว่าควรจะวางตัวหรือทำอะไรในสถานการณ์แบบไหนดีเกินไปต่างหากคือสิ่งที่ทำให้เขากังวล เซฮุนรู้วิธีหลบมุมกล้องเหมือนไม่อยากจะเปิดเผยตัวแต่กลับแนะนำให้ลิตเติ้ล เจหันหน้าเข้าหาแสงเพื่อความเป็นธรรมชาติได้ถูกองศา บอกอย่างใจเย็นว่าสายตาควรจะมองไปทางไหนเพื่อให้ภาพออกมาสวยและสมจริงมากที่สุด

    ดูเป็นมืออาชีพจนลู่หานปล่อยผ่านไม่ได้

    เขานั่งดูคลิปมาหลายชั่วโมงแล้วและศึกษาโอ เซฮุน ไปพร้อมๆกัน สมองประมวลความบังเอิญที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ โชคชะตาช่างไร้เหตุผลรองรับ ลู่หานไม่เข้าใจเพราะเขาต้องการเหตุผลกับทุกอย่าง แต่ถ้าหากเขาตัดสินใจคุยเรื่องนี้กับจงอิน เพื่อนรักอาจจะบอกว่าเขาคิดมากเกินไปหรือไม่ก็ชินกับการอยู่คนเดียวจนลืมว่ามนุษย์เป็นสัตว์สังคมไปแล้ว

    ซึ่งก็อาจจะจริง เพราะลู่หานไม่ใช่อะไรเลยนอกจากผู้ชายเห็นแก่ตัว

    เขาหวงแหนความเป็นส่วนตัวของตัวเองที่สุด คนที่ความสัมพันธ์ล้มเหลว คนไร้หัวใจ คนอย่างเขา จะไปเข้าใจอะไร ก่อนจะตัดสินใจยกหูโทรศัพท์เพื่อบอกทีมงานตัดต่อว่าเขาต้องการให้ทุกชอตที่มีเด็กคนนี้อยู่ในเฟรมถูกตัดออกไป ตอนนี้สถานการณ์กำลังคงเส้น คงไม่มีใครอยากมานั่งตอบคำถามของการที่จู่ๆก็มีคนแปลกหน้ามาอยู่ร่วมชายคาด้วยหรอก

    อันตราย ...




    “เซฮุน! ดีใจที่ได้เจอนะจ๊ะ” เสียงดังกว่าปกติของจูลส์ดังมาก่อนเจ้าตัวจะมาถึงและเมื่อเซฮุนเดินเข้าไปใกล้ก็พบว่าร่างระหงของหญิงสาวลุกขึ้นจากเก้าอี้เพื่อต้อนรับเขา 

    “สวัสดีตอนบ่ายครับ คุณจูลส์” เซฮุนเอ่ยทักทายกลับก่อนจะจ้องมองสีผมของหญิงสาวที่เปลี่ยนจากสีน้ำตาลเข้มๆมาเป็นน้ำตาลอ่อนจนเกือบจะเป็นสีบลอนด์ “วันนี้คุณดูสวยมากเลยนะครับ”

    “เธอนี่ช่างน่ารักจริงๆ” จูลส์เอ่ยพร้อมกับหัวเราะไปด้วย “ตอนที่ลู่หานเห็นครั้งแรก เขาบ่นอย่างกับตาแก่ว่าสีผมใหม่ของฉันดูไม่เป็นมืออาชีพ แต่จงอินกลับบอกว่ามันสวยดี”

    เซฮุนยิ้ม ดวงตามองใบหน้าสวยจัดของหญิงสาวที่ขมวดคิ้วน้อยๆเมื่อพูดถึงเพื่อนรักของตัวเอง “คุณจงอินท่าจะรู้ดีนะครับ ว่าควรต้องพูดกับผู้หญิงอย่างไรให้พวกเธอพอใจ”

    “แน่สิจ๊ะ เขามีเสน่ห์แบบนั้นแหละ” จูลส์พูดยิ้มๆก่อนจะเชิญให้เขานั่งเคียงข้างกับเธอ “ทำไมวันนี้ มาถึงที่ออฟฟิศได้ล่ะ หื้ม”

    “คุณจูยอนทำกับข้าวมาให้พวกคุณน่ะครับ เธอเลยชวนผมมาเปิดหูเปิดตาด้วย”

    หญิงสาวพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้ก่อนจะถามต่อ “แล้วเจละจ๊ะ”

    “เหมือนคุณอี้เฟยจะพาแกกับน้องซื่อซุนออกไปเที่ยวด้วยกันครับ ผมยังไม่ค่อยชินกับที่นี่เลยขอผ่านไปก่อน”

    “ถ้าอย่างนั้นก็อยู่ทานข้าวด้วยกันไปเลยสิ” เธอชักชวน “เอากาแฟหน่อยไหม เดี๋ยวให้เด็กชงมาให้”

    “ไม่ดีกว่าครับ คุณจูยอนสัญญาว่าจะพาผมไปดูเรือนกระจกของเธอ ผมแทบรอไม่ไหวแล้ว” เซฮุนตอบตาเป็นประกายพร้อมกับส่ายหัวไปด้วย

    ช่วงหลังๆเขามักจะปฏิเสธกาแฟและมีโกโก้ร้อนเป็นทางเลือกใหม่ ถ้าหากจะต้องดื่มกาแฟแล้วเสี่ยงกับการนอนไม่หลับหรือกลับไปฝันร้ายอีก เซฮุนไม่ขอเสี่ยงจะดีกว่า นั่งเงียบกันไปพักหนึ่งแล้วสายตาก็ไปหยุดที่จูลส์อีกครั้ง เธอกำลังอ่านเอกสารอะไรบางอย่างที่เลขาเพิ่งจะเอามาให้

    จูลส์เป็นผู้หญิงที่สวยมาก ไม่ว่าจะมีเรือนผมสีอะไรก็ตาม เธอก็ยังสวยจับใจอยู่เหมือนเดิม เธอดูเหมือนไม่ใช่คนเกาหลีแท้ๆแต่กลับพูดสำเนียงโซลชัดเป๊ะเหมือนอยู่ที่นี่มาทั้งชีวิต เซฮุนมองเธอแล้วได้สงสัย ถ้าหากจิตใจของเขาไม่ได้บิดเบี้ยวดั่งที่พ่อแม่เคยกล่าวหา เธอคนนี้จะเป็นผู้หญิงแบบที่พ่อแม่ของเขาอยากได้มาเป็นลูกสะใภ้ด้วยหรือไม่

    ได้แค่คิดอะไรไปเรื่อยเพราะเขาอยู่ที่บ้านของจงอินมาจะสองอาทิตย์ได้แล้ว แต่เซฮุนก็ยังหากิจกรรมสุดโปรดของตัวเองไม่ได้เสียที

    เขาคิดถึงการทำงาน ....

    คิดถึงบรรยากาศของความรู้ ... รู้สึกว่าตัวเองเป็นประโยชน์ต่อใครสักคน

    เพราะเวลาทำงาน ถ้าหากคุณเก่ง คุณจะได้รับการยอมรับและถ้าหากได้รับการยอมรับแล้วนั้น ไม่ว่าคุณจะเป็นอะไร จุดมืดดำเล็กๆนั้นจะถูกมองข้ามได้อย่างง่ายดาย

    คุณจงฮุนเคยเสนอให้เขาลองหัดขับรถกอล์ฟเล่นภายในอาณาเขตของบ้านดู เพื่อที่เขาจะได้ไม่เบื่อหน่ายจนเกินไปนัก แต่เซฮุนกลับปฏิเสธอย่างไม่ต้องคิด เขายังกลัวเกินกว่าที่จะกล้าแตะอะไรที่เป็นเครื่องยนต์อีกและก่อนจะมาที่นี่คุณจูยอนได้พาเขาไปตัดผมให้เข้าทรงเป็นที่เรียบร้อย เซฮุนจึงรู้สึกว่าปัญหาถูกยกออกจากอกไปหนึ่งเปลาะ

    ทันใดนั้น จู่ๆประตูห้องทำงานด้านข้างก็เปิดออก เซฮุนมองตามด้วยความอยากจะเก็บรายละเอียดทุกอย่างให้มากที่สุด มันดูเหมือนจะเป็นห้องทำงาน แต่เนื่องจากไม่มีป้ายชื่อของเจ้าของห้องติดอยู่ที่บ้านประตูแต่อย่างใด เขาจึงคิดว่ามันน่าจะเป็นห้องประชุมเสียมากกว่า อึดใจถัดมาจงอินก็เดินออกมาพร้อมกับผู้ชายร่างสันทัดคนหนึ่งและทั้งคู่กำลังยิ้มแย้มราวกับข้อตกลงที่พูดคุยกันลุล่วงไปด้วยดี

    ให้ตาย ... เซฮุนใจเต้นดังตึก ตัก เมื่อเห็นจงอินยิ้มอย่างอบอุ่นและจริงใจ

    ชายหนุ่มหัวเราะกับผู้ชายคนนั้นเสียจนหางเสียงหลง ครั้งหนึ่งเขาเคยได้ยินลู่หานแนะนำจงอินด้วยน้ำเสียงติดจะหงุดหงิดอยู่เสียหน่อยว่าให้เลิกแต่งตัวตามสบายได้แล้ว กางเกงยีนส์ เสื้อเชิ้ต นาฬิกาและรองเท้าหนังกลับ เหมือนดั่งเวลาที่เจ้าตัวไปสอน ด้วยหน้าที่ แน่ล่ะ ว่าลู่หานอยากให้จงอินแต่งตัวเป็นทางการ ใส่สูท ผูกไทด์ให้เรียบร้อย ซึ่งวันนี้ดูเหมือนคู่สนทนาที่ใส่เสื้อสูทดำเงาวับไปทั้งตัวจะไม่ได้ถือสาอะไรเลยก็ตาม

    และวันนั้นเซฮุนก็เห็นจงอินตอบโต้กลับด้วยอาการไม่ยอมในทันทีเช่นกัน ชายหนุ่มตอบชัดเจนว่าถ้าหากไม่ใช่การปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณะตามกำหนดการของพรรค ใครก็จับคิม จงอินแต่งตัวไม่ได้! เขาทันเห็นลู่หานกรอกลูกตาใส่จงอินด้วยความจงใจ แต่ท่านปรึกษาก็นิ่งเฉยแล้วหันไปหยิบกาแฟขึ้นมาจิบต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เซฮุนได้แต่ยิ้มขำจนต้องยกหลังมือขึ้นมาปิดปาก

    ใครว่า ... ผู้ใหญ่เถียงกันมันไม่น่าเอ็นดูกันล่ะ

    “จูลส์ มาตั้งแต่เมื่อไหร่”

    เสียงทุ้มต่ำดังของชายที่เซฮุนไม่รู้จักดังขึ้นดึงเขาออกจากโลกส่วนตัวที่กำลังเคลิ้ม แขกของจงอินเดินตรงรี่มาตรงที่เขาและหญิงสาวนั่งคุยกันเมื่อครู่ เมื่อลุกขึ้นได้จูลส์ก็ถูกดึงเข้าไปในอ้อมกอดของชายแปลกหน้า เซฮุนได้ยินเสียงของเธอทักทายเขากลับก่อนจะเรียกเขาว่า คยองซู

    “ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ เป็นไงบ้าง คนสวย”

    จูลส์โบกมือบนอากาศให้กับคำหยอกเอินของชายหนุ่ม คยองซูหัวเราะเสียงต่ำราวกับคุ้นเคยกับทั้งจงอินและจูลส์เป็นอย่างดี เขาล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูทก่อนจะหยิบซิการ์มาเสียบคาไว้ในปากระหว่างเหล่มองเซฮุนไปด้วย 

    “จะไม่มีใครแนะนำเพื่อนใหม่ให้ฉันรู้จักหน่อยเหรอ” คยองซูพูดพร้อมกับตบหลังจงอินป้าบๆ “วันนี้ฉันเอาเงินมาให้แกก้อนใหญ่ แค่ชื่อของหนุ่มน้อยคนนี้คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง หื้อ”

    เซฮุนยิ้ม แต่ก็ยังไม่แนะนำตัว เขามองจงอินคล้ายกับรอให้ชายหนุ่มอนุญาต แต่ใบหน้าหล่อจัดก็ทำเพียงแค่หันมามองเพียงครู่ก่อนจะยิ้มแล้วส่ายหัว “คนนี้ไม่ได้ เจเขาหวงเพื่อนเขา”

    “โถ๊ะ!” คยองซูหัวเราะแล้วจึงยักไหล่อย่างไม่ได้ติดใจอะไร “ถ้าฉันไม่ได้มีประชุมต่อ ฉันอยากรอเจอลู่หานซะหน่อย ถ้าพวกแกว่างก็เชิญที่ร้านอาหารของฉันได้ พวกเราไม่ได้ดื่มด้วยกันมานานแล้วนะ”

    “โทษที วันนี้เจ้านั่นออกไปจัดการธุระให้ฉันน่ะ” จงอินตอบด้วยสีหน้าเหมือนจะเสียดายอย่างจริงจัง “ฉันทำแกเสียเวลามามากแล้ว กลับไปทำงานต่อเถอะ ขอบคุณมากที่บริจาคเงินให้พวกเรา”

    คยองซูโบกมือปฏิเสธก่อนจะดึงซิการ์มาถือไว้แล้วกอดจงอินอีกครั้งราวกับจะบอกลา “เฮ้ย แค่นี้เอง ไม่เป็นไรเลย ฉันพร้อมจะสนับสนุนจีเอ็นพีไปอีกนาน”

    “แต่แกไม่จำเป็นต้องทำขนาดนี้ แค่ในส่วนของพ่อแกก็เยอะมากแล้ว วันหลังฉันคงต้องพาคุณพ่อเข้าไปกราบขอบคุณพ่อแกหน่อยแล้วล่ะ”

    “ด้วยความยินดีเลยเพื่อน” คยองซูยิ้มก่อนจะพยักหน้าแล้วเดินออกไป

    หลังจากเสียงประตูปิดลง จูลส์ก็ถามจงอินในทันที “เท่าไหร่?”

    “ก็มากพอที่จะสั่งผลิตผ้าห่มแจกคนทั้งจังหวัดตามเป้าหมายที่พี่จงฮุนวางไว้ได้ก็แล้วกัน” จงอินตอบเรียบๆแต่บนใบหน้ากลับมีรอยยิ้มกว้างประดับอยู่ ชายหนุ่มยิ้มให้ทั้งเขาและจูลส์ ก่อนฝ่ามือแข็งแรงจะกำเป็นกำปั้นแล้วชูขึ้นมาตรงหน้าของหญิงสาวที่กำลังแสดงอาการดีใจอย่างชัดเจน เธอหัวเราะแล้วจึงยกกำปั้นมาชนกับจงอินในทันที

    “โด คยองซูยังหน้าใหญ่เหมือนสมัยเรียนไม่เปลี่ยนเลยนะ เจ้านี่ ...”

    จูลส์พูดจบก่อนจะซู้ดปากและมันก็ทำให้เซฮุนตกใจตาโตเมื่อเขาหันกลับมาสนใจชายหนุ่มอีกครั้งและพบว่ากำปั้นของจงอินย้ายมาอยู่ตรงหน้าของเขานี่เอง เซฮุนหลุดขำก่อนจะส่ายหัว เขาสบตากับสายตาที่มองมาเหมือนเอ็นดูระหว่างยกกำปั้นของตัวเองแตะกับอีกฝ่ายเบาๆ

    จูลส์ขอตัวไปทำงานต่อและจงอินดูเหมือนจะพอใจกับบรรยากาศในตอนนี้มาก

    “คุณแม่ผมคุยกับพี่จงฮุนอยู่ ท่านขอให้คุณรออีกสักพัก”

    “ผมรอได้ สบายมากครับ”

    จงอินล้วงมือทั้งสองข้างลงไปซุกในกระเป๋ากางเกงยีนส์ของตัวเอง “ไม่ยักรู้ว่าคุณสนใจที่ทำงานของผมด้วย”

    “ผมเบื่อน่ะ จงอิน” เซฮุนตอบเสียงเบา “แต่อย่าเข้าใจผิดนะครับ คือ ... ผมอยู่แต่ในบ้านทั้งวัน เวลาน้องเจไม่อยู่หรือเวลาที่เธอต้องเรียนพิเศษ ผมเหงามาก ตอนเย็นๆนู่น น้องซื่อซุนถึงจะกลับมาอยู่เป็นเพื่อน ผมไม่ค่อยกล้ากวนคุณแม่คุณหรือคุณอี้เฟยเท่าไหร่ เกรงใจน่ะครับ”

    “นั่นสินะ ก็สมควรที่จะเบื่ออยู่หรอก ผมลืมคิดไปได้ยังไงกันนะ” จงอินลากเสียงยาว

    “ผมไม่ได้-”

    “คุณอยากเรียนอะไรเพิ่มไหม” ชายหนุ่มเสนอ

    “ไม่เลยครับ ถ้าในเชิงวิชาการ ผมคิดว่าผมเรียนมามากพอแล้ว” เซฮุนตอบก่อนจะหัวเราะ

    “แล้วดนตรีล่ะ”

    เขาส่ายหัว

    “งานฝีมือ ทำอาหาร ขี่ม้า ศิลปะ คุณสนใจพวกนี้ไหม”

    เซฮุนส่ายหัวอีกครั้ง ...

    “หรือคุณมีอะไรอยากจะบอกผม แต่คุณไม่กล้าบอก”

    เด็กหนุ่มเหลือบมองใบหน้าหล่อจัดก่อนจะเงียบไปพักหนึ่งแล้วพยักหน้า

    “อะไรล่ะเซฮุน คุณคุยกับผมได้เสมอ คุณรู้ใช่ไหม” จงอินพยายามตะล่อม

    “คือ ... ผมอยากทำงาน” เซฮุนเสียงสั่น

    เกิดความเงียบอย่างน่าอึดอัดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนชายหนุ่มจะหลุดเสียงหัวเราะพรืดออกมา “อยากทำงาน?”

    “ค- ครับ”

    “เรื่องแค่นี้เองน่ะเหรอ ทำไมต้องกลัวที่จะบอกผมด้วย” จงอินว่าเสียงอ่อนพร้อมกับยกมือขึ้นมาโยกหัวกลมๆอย่างอดไม่ได้ “เรื่องแค่นี้เอง เซฮุน ...”

    จงอินประสานสายตากับเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนน้ำเสียงนุ่มจะพูดขึ้นอีกครั้ง “อาทิตย์หน้า จะมีงานเลี้ยงขอบคุณผู้สนับสนุนหลักของพรรค คุณจะมากับผมในฐานะผู้ติดตาม ตอนนี้หน้าที่ของคุณมีเพียงเท่านี้ ผมเชื่อในตัวคุณร้อยเปอร์เซ็นต์เซฮุน แต่งานนี้จะเป็นโอกาสที่จะทำให้ลู่หานและทีมของผมที่เหลือเชื่อว่าคุณคือบุคลากรที่มีค่าสำหรับพวกเรา อย่าทำให้ผมผิดหวังนะ พยายามให้เต็มที่”

    เขายิ้มก่อนจะจับข้อมือของชายหนุ่มที่ยังคงวางแหมะอยู่บนศีรษะตั้งแต่นาทีที่แล้ว

    “ผมสัญญาครับ ผมจะไม่ทำให้คุณผิดหวัง”

    จงอินเอามือออกแล้วจึงล้วงกระเป๋ากางเกงเหมือนเดิม ดวงตาคมเข้มไล่มองใบหน้าอ่อนเยาว์ของเด็กหนุ่มช้าๆ บนใบหน้ามีรอยยิ้มบางๆที่เห็นจนชินตา แต่เซฮุนรู้ดีว่าจงอินคาดหวังให้เขาเอาชนะใจทุกคนได้ในที่สุดเพราะจงอินเป็นคนแคร์ความรู้สึกคนรอบข้าง ถ้าหากมีใครสักคนที่ไม่พอใจกับการปรากฏตัวของเขา ชายหนุ่มเองก็คงลำบากใจไม่น้อย

    แต่ ...

    เรื่องราวทั้งหมดนี่เท่ากับว่า ...

    ตอนนี้เซฮุนเอาชนะใจจงอินได้แล้วอย่างนั้นเหรอ ชายหนุ่มถึงได้พยายามดึงให้เขาเข้ามารู้จักอีกโลกของตน คนในบ้านตระกูลคิมให้การยอมรับเพราะน้ำใจของเขาที่มีต่อลิตเติ้ล เจ แต่นั่นไม่ได้แปลว่าคนที่นี่จะคิดแบบเดียวกัน เพราะฉะนั้นเขาต้องพยายามเอาชนะใจทุกคนให้ได้

    โดยเฉพาะผู้ชายคนนั้น ลู่หาน

    คนที่มีความสำคัญต่อจงอินในทุกๆด้านอย่างไม่ต้องสงสัย

    “วันเสาร์หน้า เราจะออกจากบ้านพร้อมกันตอนหกโมงเย็น ส่วนเรื่องชุดที่จะใส่ ผมจะวานคุณแม่ให้ช่วยจัดการให้ คุณไม่ต้องกังวล ไปงานเลี้ยงด้วยกันนะเซฮุน” จงอินย้ำอีกครั้ง

    “แน่นอนครับ ผมจะไปกับคุณ”





    เขียนโดย AyahSoo LONE WOLF
    Twitter hashtag: #หัวใจสิงห์KH


    -  Thank You  -





เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
ehyukjaebt (@BBaekhyun)
สู้ๆนะ
raisarapat (@raisarapat)
ภาษาดีมาก อธิบายซะจนเห็นภาพ ทำให้เราหลงจงอินเหมือนที่เซฮุนหลงเลย