LION'S HEART หัวใจสิงห์savedbywolf
ตอนจบบริบูรณ์



  • LION'S HEART l หัวใจสิงห์
    ตอนจบบริบูรณ์



    กลิ่นโรงพยาบาล ...

    ครั้งแรกที่เคยตื่นมาแล้วได้กลิ่นนี้ก็ตอนที่ประสบอุบัติเหตุจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด

    ส่วนครั้งที่สองก็ครั้งนี้ ในตอนที่ลืมตาตื่นขึ้น ...

    โด คยองซูก็มายืนนิ่งอยู่ข้างเตียงเป็นที่เรียบร้อย

    ชายหนุ่มอยู่ในชุดผู้ป่วยไม่ต่างจากเขา พี่ชายคนสนิทก้มหน้าลงมามองในขณะที่มือก็กำเสาน้ำเกลือซึ่งลากติดมาด้วยไว้แน่น เซฮุนได้แต่นอนสบตากลับไป เขายังไม่กล้าขยับตัวเพราะกลัวว่าจะเจ็บ แต่พอตัดสินใจขยับเพราะทนนิ่งอยู่ไม่ไหว ร่างกายกลับไม่ได้เจ็บอย่างที่นึกกลัวไปเอง และเมื่อเห็นคยองซูก็ย้อนกลับไปนึกถึงความทรงจำสุดท้ายก่อนจะหมดสติไป

    ชเว จินฮยอกตั้งใจจะยิงคุณจงฮุนถึงสองนัด นัดหนึ่งโดนเขาอย่างแน่นอน แต่อีกนัดล่ะ ...

    หายไปไหน?

    หรือว่า ที่คยองซูฮยองมายืนเกาะเสาน้ำเกลืออยู่ในตอนนี้ก็เพราะเจ้าตัวรับกระสุนอีกนัดแทนเขาอย่างนั้นหรือ 

    “ฮยอง ...” เซฮุนครางอย่างไม่อยากจะเชื่อ เมื่อมองสภาพของคยองซูแล้วก็ปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมดได้ในทันที “ทำไมต้องทำถึงขนาดนี้ด้วยครับ”

    ใบหน้าของพี่ชายคนสนิทก้มต่ำยิ่งกว่าเดิม คยองซูส่ายหัวแต่ยังไม่ยอมพูดอะไร จู่ๆก็กลับไปจมอยู่กับความรู้สึกผิดที่เจ้าตัวเก็บไว้กับตัวเองตลอดมา ท่อนแขนของอีกฝ่ายมีรอยถลอกจากการล้มพับไปกับพื้นด้วยกันทั้งคู่ ดวงตาโตเหมือนเด็กสาวบวมแดงจากการร้องไห้และมีผ้าพันแผลปิดอย่างแน่นหนาอยู่ที่ต้นแขน

    “ตอนแบคฮยอน ...” คยองซูพูดอย่างนุ่มนวล แต่มือกลับกำเสาน้ำเกลือแน่นจนสั่นไปทั้งแขน “ฉันช่วยเขาเอาไว้ไม่ทัน กับนาย ... ในฐานะพี่ชาย อะไรที่ทำให้ได้ในตอนนี้ ฉันก็จะทำให้”

    เซฮุนเงียบก่อนจะพึมพำจนแทบจะไม่ได้ยิน “ขอบคุณมากครับ ฮยอง”

    เขาได้แต่สบตากับคยองซูกลับไปตามตรง

    ก่อนจะสังเกตเห็นคนอื่นๆซึ่งกำลังนั่งประปรายอยู่ตามจุดต่างๆภายในห้อง ลู่หานและจูลส์นั่งเคียงข้างกันอยู่บนโซฟา คุณจงฮุนและภรรยานั่งอยู่อีกฝั่ง แล้วเขาก็ได้ยินเสียงใครสักคนพูดเบาๆว่าลิตเติ้ล เจกับซื่อซุนอยู่กับคุณตา คุณยายที่บ้านเป็นที่เรียบร้อย

    ส่วนจงอิน ...

    ชายหนุ่มกำลังยืนพิงขอบหน้าต่างและกำลังกอดอกอยู่ ทั้งเนื้อทั้งตัวดูมอมแมมเหมือนเด็กเพิ่งไปเล่นโคลนมา รอยเลือดเป็นหย่อมๆยังติดอยู่ตามตัวเสื้อและที่แขน ดูท่าจะเป็นเลือดของเขาไม่ผิดแน่ แต่ตอนนี้เจ้าตัวรักษาระยะห่างจากตัวเขาอย่างเห็นได้ชัด จงอินระมัดระวังในการเข้าหาเหมือนลูกหมาที่หูลู่ หางตกเมื่อโดนเจ้าของเอ็ดเข้าให้

    “จงอิน” เซฮุนส่งเสียงเรียก ใบหน้าหล่อจัดที่หมองลงจนหมดราศีค่อยๆหันกลับมา เมื่อสบตากับดวงตาคมเข้มซึ่งกำลังแดงก่ำเหมือนคนกลั้นร้องไห้ ยิ่งทำให้เขายิ่งรัก ยิ่งสงสารและเห็นใจอีกฝ่ายเพิ่มเป็นเท่าตัว

    “มาหาผมใกล้ๆสิครับ มาเถอะ ผมไม่ได้เจ็บอะไรเลย”

    เมื่อชายหนุ่มเดินเข้ามาใกล้ ใครบางคนก็ยกเก้าอี้มาให้จงอินทรุดนั่งที่ข้างเตียง ในขณะที่ลู่หานก็เดินมาประคองคยองซูให้ไปนั่งที่โซฟากับจูลส์แทน เซฮุนมองดูสีหน้าเป็นกังวลของทุกคนอย่างช้าๆ เขายิ้มก่อนจะถามคุณจงฮุนอย่างมีมารยาท

    “คุณจงฮุนไม่เป็นอะไรใช่ไหมครับ”

    “ขอบใจที่ช่วยชีวิตฉันนะเซฮุน”

    ถึงแม้มันจะดูเหมือนเป็นประโยคขอบคุณตามมารยาท แต่น้ำเสียงของชายวัยกลางคนกลับเต็มไปด้วยอะไรที่มากกว่านั้น เขารู้ว่าอีกฝ่ายซาบซึ้งน้ำใจของเขาอย่างแท้จริงเพราะการที่คุณจงฮุนยังยืนอยู่ในห้องนี้ รอให้เขาฟื้นเพื่อที่จะกล่าวขอบคุณต่อหน้า ทั้งๆที่สถานการณ์วุ่นวายเพิ่งจะเกิดขึ้นกำลังรอให้ผู้ใหญ่หลายคนเข้าไปจัดการแก้ไขปัญหา มันแทบจะรอไม่ได้ด้วยซ้ำ แต่ทั้งคุณจงฮุนและคุณอี้เฟยก็ยังเลือกที่จะอยู่ตรงนี้

    เซฮุนไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่าคำขอบคุณอย่างเรียบง่ายเลย

    “ไม่เป็นไรครับ ทุกคนไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว คุณจงฮุนกับคุณอี้เฟยไม่ต้องห่วงผมแล้วนะครับ” เขาพูดด้วยรอยยิ้มน้อยๆและเป็นการบอกกลายๆว่าผู้ใหญ่ทั้งสองท่านไม่จำเป็นต้องอยู่เฝ้าเขาอีกต่อไป เท่านั้น คนทั้งคู่ก็เข้าใจ คุณอี้เฟยเดินมาลูบศีรษะพร้อมกับบอกว่าเดี๋ยวจะให้ซื่อซุนมาอยู่เป็นเพื่อน ก่อนจะจากไป
    ในขณะที่จงอินก็ยังก้มหน้านิ่งอยู่เหมือนเดิม

    เฮ้อ ... นี่ก็อีกคน นั่งก้มหน้านิ่ง ไม่กล้าคุยด้วย ไม่กล้าสบตา ทำเหมือนเป็นเด็กๆโดนดุจนหงอไปได้ แต่ใช่ว่าเขาจะมีใจต่อว่าอีกฝ่ายเสียเมื่อไหร่กัน ใช่ว่าเจ็บปวดแล้วจะต้องลงโทษจงอินให้อยู่กับความรู้สึกผิดไปจนวันตาย เขาอยู่กับมันมาแล้วตอนที่แบคฮยอนเลือกทางนั้น

    เซฮุนจึงรู้ดีที่สุดว่าการลงโทษใครสักคนให้จมกับความรู้สึกผิดมันแย่แค่ไหน

    เอาเป็นว่า เขาเข้าใจก็แล้วกันว่าคนรักต้องทำหน้าที่ของตัวเอง ตอนนั้นจงอินก็คงไม่มีทางเลือกจริงๆอย่างที่เจ้าตัวว่า ชายหนุ่มเป็นคนใจดี เป็นกับทุกคนเสียด้วย เซฮุนรู้ดีที่สุด ใจดี มองโลกในแง่ดีและไม่หมดหวังกับใครง่ายๆ บางครั้งก็ดีเสียจนเกือบจะไร้เดียงสา คิดไม่ได้และคิดไม่ถึงในหลายๆเรื่อง

    ดูไปดูมา จงอินไม่เหมาะหรอกกับอาชีพนักการเมือง จงอินเหมาะกับอาชีพอาจารย์มากกว่าเยอะ

    เซฮุนเข้าใจเรื่องทั้งหมดได้ แต่เจ้าตัวนี่สิจะเข้าใจได้ด้วยหรือเปล่า ดูสีหน้าก็รู้ว่าเสียใจจนกินไม่ได้ นอนไม่หลับ เสื้อเหม็นคาวเลือดขนาดนั้นก็ยังไม่มีแก่ใจจะไปอาบน้ำอาบท่าเหมือนคนอื่นเขา คุณเจเนี่ย บทจะงอแงก็คงไม่แพ้บทเจ้าชู้ยักษ์เหมือนกันละมั้ง

    ใครว่า คิม จงอินเอ็นดูโอ เซฮุนอยู่ฝ่ายเดียวกันเล่า

    เซฮุนเองก็เอ็นดูคิม จงอินไม่ต่างกันหรอก

    “จงอิน” เขาเรียกอีกฝ่ายอย่างนุ่มนวล “ผมคอแห้ง เอาน้ำให้ผมหน่อยได้ไหมครับ”

    ชายหนุ่มรีบลุกขึ้นไปรินน้ำใส่แก้วก่อนจะเอามายื่นให้ในทันที ปลายนิ้วแข็งแรงจับหลอดก่อนจะจ่อที่ริมฝีปากของเด็กหนุ่ม เซฮุนแอบส่ายหัวอยู่ในใจ ดูทำเข้า อยากจะบอกว่าเขาไม่ได้โกรธ ไม่ได้เคืองอะไรเลย แต่เห็นหงอๆแบบนี้ก็ดูน่ารักน่าเอ็นดูจริงๆนั่นแหละ

    “นั่งเถอะครับ ผมดื่มเองได้” เขารีบพูดก่อนจงอินจะกระสับกระส่ายไปมากกว่านี้

    ชายหนุ่มทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้เหมือนเดิม ก่อนจะคว้ามือขาวจัดไปจับไว้แล้วฟุบหน้าลงกับสะโพกของเซฮุนกล่าวคำขอโทษซ้ำๆอย่างไม่อายใครอีกแล้ว “ผมขอโทษ ผมขอโทษ ... ขอโทษจริงๆ”

    เด็กหนุ่มถอนหายใจแล้วปล่อยให้จงอินร้องไห้ คร่ำครวญ หมดมาดท่านที่ปรึกษาในทันที เงียบกันไปทั้งห้องอยู่พักหนึ่ง แต่ในที่สุดเซฮุนก็ตัดสินใจวางฝ่ามืออีกข้างลงบนศีรษะของคนรัก เขาลูบไป ลูบมาก่อนจะพูด “ไม่เอาหน่า จงอิน”

    “แต่คุณเจ็บ” ชายหนุ่มตอบกลับมาอู้อี้จนเกือบจะไม่ได้ยิน

    “เจ็บนิดเดียวเองครับ” เซฮุนรีบตอบก่อนจะส่งสัญญาณบอกให้ลู่หานช่วยไขเตียงของเขาให้สูงขึ้นเพื่อที่จะได้กึ่งนอนกึ่งนั่งคุยกับคนรักได้อย่างสะดวกระหว่างที่ปลายนิ้วยังคงไล้เล่นกับเส้นผมของชายหนุ่มอย่างที่ชอบทำ “คยองซูฮยองเจ็บกว่าผมตั้งเยอะ เรื่องมันก็ผ่านไปแล้ว อย่าโทษตัวเองเลยนะครับ”

    “แต่ถ้าหากผมฉุกคิดสักนิด” น้ำตาเอ่อขึ้นขณะที่เจ้าของใบหน้าหล่อจัดเงยขึ้นมาพูด “ทั้งคุณ ทั้งคยองซูก็ไม่ต้องเจ็บตัว”

    “จงอิน” เซฮุนเรียกเสียงอ่อน ฝ่ามือเลื่อนมาจับใบหน้าของชายหนุ่มเอาไว้ แล้วดวงตาของเขาก็ประสานกับอีกฝ่าย “มันไม่ใช่ความผิดของคุณ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นผมเลือกเอง ผมเอาตัวเองไปอยู่ตรงนั้นเอง ต่อให้คุณควบคุมเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นได้ ผมก็จะไม่มีทางหลบอยู่ด้านหลังแล้วปล่อยให้คุณออกไปเผชิญอันตรายคนเดียว”

    “แต่ผมผิดสัญญาที่เคยให้ไว้กับคุณ ผมปกป้องคุณไม่ได้”

    ความผิดหวังในตัวเองทำให้จงอินพรั่งพรู ครั้งหนึ่งดวงใจของเขาเคยถูกกระชากออกจากอก ตัวตนของคิม จงอินเกือบจะแตกสลาย ถ้าหากไม่มีลูกแล้วล่ะก็ เขาก็กล้าพูดได้เต็มปากว่าเขายินดีจะตายตามฮานึลไปจริงๆเพราะถ้าหากอยู่ ก็ต้องอยู่เหมือนตายทั้งเป็น แต่โชคชะตากลับช่างมีอารมณ์ขันเพราะโชคชะตาส่งโอ เซฮุน หัวใจดวงใหม่เข้ามาในชีวิตของเขา

    “ผมรู้สึกว่าผมเป็นคนรักที่แย่มาก ... จริงๆนะ ถ้าคุณอยู่กับคนอื่น เขาอาจจะให้คุณได้มากกว่าผมก็ได้ คุณก็ไม่ต้องอยู่แบบหลบๆซ่อนๆ แต่นี่ ... เราจะออกไปเดทกันสักครั้งยังลำบากเลย แต่งงานผมก็ให้คุณไม่ได้ ทะเบียนสมรสก็ไม่ได้ ลูกหลานหรืออะไรที่คุณฝันอยากจะมี ผมให้คุณไม่ได้เลยสักอย่าง ถ้าคุณอยู่กับผม คุณก็ต้องอยู่ในเงาของผม ทั้งที่จริงๆแล้วคุณเก่งจนผมยังทึ่ง ลูกผมคุณก็ยังต้องเลี้ยง ผมรู้สึกว่าความสัมพันธ์ของเรา มีแต่ผมที่เอาเปรียบคุณ ที่ผ่านมาผมให้คุณได้แต่สัญญาปากเปล่า อนาคตของคุณยังอีกไกล แล้วคุณเสียสละมาอยู่กับคนอย่างผมทำไมเซฮุน”

    โธ่ คุณเจ ...

    “ถ้าผมมองโลกในแง่ร้ายกว่านี้อีกหน่อยล่ะก็ ... ผมจะคิดว่าคุณอยากจะเลิกกับผมนะครับ” เด็กหนุ่มย้อนถามประโยคเดียวกับที่เจ้าตัวเคยถามเขาในอดีต ตอนนั้น ตอนที่เขาไม่มั่นใจในตัวเอง กลัวไปสารพัดว่าชายหนุ่มจะนึกรังเกียจ ยังจำได้ไม่ลืม ที่โรงพยาบาล ในคืนฝนตก เสียงดังเปาะแปะของน้ำกระทบพื้นยังดังก้องในความทรงจำ

    “แต่ผมจะตอบคำถามของคุณ อย่างแรก ... ผมไม่ใช่ลูกของคุณ ผมเป็นคนรัก ผมดูแลตัวเองได้เท่าๆกับคุณนั่นแหละครับ คุณไม่จำเป็นต้องมาปกป้องผม เราทั้งสองต้องปกป้องกันและกันต่างหาก ถ้าคุณลำบาก ผมก็จะลำบากไปกับคุณ ต่อให้คุณมีแต่ตัว ผมก็ยังยินดีอยู่ตรงนี้ อย่างที่สอง ผมเคยบอกคุณไปแล้วไม่ใช่เหรอจงอิน ว่าทุกอย่างผมเลือกเองแล้วผมก็รู้ด้วยว่าที่ของผมอยู่ตรงไหน ผมมีสิทธิ์ทำอะไรหรือเรียกร้องอะไรได้บ้าง คุณอย่าคิดมากเลยนะครับ ผมรู้ว่าถ้าเราไม่ได้อยู่ด้วยกัน ผมอาจจะเจอใครที่ดีกว่าคุณก็ได้ แต่ผมพอใจกับสิ่งที่เรามีร่วมกันแล้ว คุณจะมาคิดกังวลแทนผมทำไม”

    จงอินก้มหน้า ดวงตายังแดงก่ำ ก่อนฝ่ามือแข็งแรงจะล้วงผ้าเช็ดหน้าจากกระเป๋ากางเกงมาเช็ดหน้าเช็ดตาของตัวเองลวกๆ เซฮุนได้แต่ลูบหน้าชายหนุ่มอย่างปลอบประโลม หมดกันมาดของท่านที่ปรึกษา ร้องไห้น้ำหูน้ำไหลเหมือนจับจงอินมาย่อส่วนตัวเหลือเท่าน้องเจไม่มีผิด

    “อย่างสุดท้าย …” เด็กหนุ่มพูดอย่างใจดี ตอนนี้แน่ใจแล้วว่ามันไม่ใช่แค่รักหรือหลง แต่มันทั้งรัก ทั้งหลงแล้วก็ลึกด้วยเลยต่างหาก รักมาก ห่วงมาก มากพอที่จะเชื่อคำพูดของจงอินได้อย่างสนิทใจว่าถ้าหากสักวันหนึ่ง เราไม่ได้อยู่ด้วยกันอีกต่อไป เราก็จะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้

    “คุณรู้ไหมว่าผมรักคุณเพราะอะไร?” เซฮุนถาม

    อย่าได้ตอบอีกนะว่า ‘ผมหล่อ’ คราวนี้จะฟาดให้จริงๆ ...

    เด็กหนุ่มคิดในใจ แต่จงอินกลับเงียบ ได้แต่โน้มตัวมาซบใบหน้าของตัวเองกับต้นขาของคนเจ็บอยู่แบบนั้น

    ในขณะที่ดวงตาน้ำตาลสดมองชายหนุ่มตรงๆ นึกอ่อนอกอ่อนใจในตัวคนรักที่จู่ๆบทจะงอแงก็ทำเอาเขาเกือบไปไม่เป็นทีเดียว เดี๋ยวก็เงยหน้ามาอ้อนขอสบตา เดี๋ยวก็ฟุบมาซบขา เหมือนลิตเติ้ล เจไม่มีผิดจริงๆ

    “ทุกคนพูดเหมือนกันหมดว่าคุณเป็นคนใจดีมากจงอิน ผมเห็นด้วยที่สุดเลย ก่อนที่ผมจะเห็นด้านอื่นๆของคุณ ผมก็เห็นความใจดีของคุณเป็นอย่างแรก นอกจากใจดีแล้วคุณก็ยังกล้า บ้าบิ่นสมราคาคุยอดีตหัวโจกเสียด้วย คุณกล้าเอาคนแปลกหน้าอย่างผมมาเลี้ยงดู พาเข้าบ้าน ให้เห็นจุดอ่อนที่สุดของคุณ ครอบครัวของคุณไม่ใช่คนธรรมดานะ ถ้าหากผมคิดไม่ดี ผลกระทบมันจะเป็นวงกว้างขนาดไหน ผมคิดว่าคุณเองก็รู้ แต่คุณก็ดึงดันที่จะเสี่ยง”

    จงอินยังเงียบแต่กลับเอื้อมมือมาจับฝ่ามือของเด็กหนุ่มเอาไว้

    “ความใจดีน่ะ ทำให้ผมประทับใจในตัวคุณ แต่มันไม่ได้ทำให้ผมรักคุณทั้งหมดหรอกนะครับ สิ่งที่ทำให้ผมรักคุณก็คือ คุณไม่เคยคิดร้ายกับคนอื่น ไม่ว่าคนๆนั้นจะเข้ามาเพื่อหวังอะไรจากคุณก็ตาม คุณไม่เคยหมดหวังในตัวใครง่ายๆ คุณทำให้ผมมีแรงบันดาลใจที่จะสู้ ผมไม่รู้ว่าการปกป้องของคุณคือแบบไหน แต่ในสายตาของผม คุณวางท่าปกป้องทุกคนอยู่ตลอดเวลา คุณแทบจะทนไม่ได้ถ้าหากลู่หานไม่ยอมคุยกับผม คุณจะอยู่ไม่สุขถ้าหากเห็นเพื่อนทะเลาะกัน คุณจะรู้สึกว่ามันเป็นหน้าที่ของคุณที่ต้องทำให้ทุกอย่างเรียบร้อยอยู่เสมอ คุณทนไม่ได้ ... จนบางทีผมก็อยากมองโลกในแง่ดีให้ได้เท่าคุณ”

    จงอินเงยหน้าขึ้นมามองเซฮุนเนิ่นนาน ...

    “ถ้าเป็นไปได้ ผมก็อยากจะเจ็บแทนคุณนะ” ชายหนุ่มถอนหายใจพร้อมยกมือขึ้นเสยผม น้ำตาคลอในดวงตาจนดูเด็กลงไปหลายปี “จินก็เหมือนกัน ... ผมหวังจริงๆว่าเขาจะไม่ได้มีจุดจบแบบนี้ ผมอยากจะอาลัยอาวรณ์เพราะถ้าพูดถึงลูกศิษย์ ผมเอ็นดูเขามากกว่าใคร แต่เมื่อได้เห็นเองว่าจริงๆแล้วจิตใจของเขามันโหดเหี้ยมและไม่อยู่กับร่องกับรอยมากแค่ไหน ผมก็สงสารเขาไม่ลง แต่คิดไปคิดมา เขาก็น่าสงสารจริงๆนั่นแหละ เพราะมันเห็นได้ชัดว่าเขาป่วยมาก เขาต้องการความช่วยเหลือแต่ไม่มีใครเข้ามาช่วยเขาเลย เขารับความผิดหวังอย่างรุนแรงไม่ได้ เขายังเด็กมาก ไม่น่ามาตายแบบนี้”

    ก็เพราะแบบนี้ไง ... เซฮุนถึงรักผู้ชายคนนี้แบบไม่มีเงื่อนไขอะไรเลย

    “อย่ากดดันตัวเองแบบนี้เลยนะครับ ปล่อยมันไปเถอะ ผมไม่ได้เจ็บอะไรมาก ที่จริง ผมคิดว่ากระสุนคงโดนแค่ถากๆด้วยซ้ำ” เด็กหนุ่มพูดพร้อมรอยยิ้มน้อยๆ “พอหมดเรื่องผมแล้ว กลับไปที่พรรค คุณยังต้องไปจัดการอะไรอีกเยอะนะ อีกอย่าง ให้คยองซูฮยองเจ็บแทนน่ะดีแล้วครับ เขาทำผมไว้อย่างแสบเชียวล่ะ โดยเฉพาะเรื่องที่ตั้งใจให้ทุกคนรู้ว่าผมกับเขารู้จักกันมาก่อน”

    เซฮุนพูดพร้อมแกล้งทำเสียงอาฆาตพลางใช้สายตามองเขม็งไปที่พี่ชายคนสนิทด้วย เป็นจูลส์ที่หัวเราะขึ้นมาคนแรกแล้วลู่หานก็หัวเราะตาม ในขณะที่คยองซูทำเพียงยักไหล่อย่างปลงๆ ใบหน้ายังขาวจัดและอ่อนเพลียเหมือนเด็กรุ่นๆ ดูไม่น่าเป็นชายหนุ่มที่คุมหนังสือพิมพ์หัวรุนแรงได้เลยสักนิด

    จงอินพยักหน้าไปด้วย สีหน้าดูดีขึ้นมาอีกหน่อย “ก็โดนแค่ถากๆจริงๆนั่นแหละ แต่ที่เป็นลมล้มไป หมอบอกว่าคุณช็อก คนที่กระสุนฝังในน่ะ คยองซูต่างหาก แต่หมอก็จัดการผ่าออกเรียบร้อยแล้ว แถมยังไม่ได้โดนจุดสำคัญในร่างกายด้วย เขาก็เลยลุกมาเดินเป็นซอมบี้ได้อย่างงี้ไงล่ะ”

    “ลำบากแย่เลยนะครับฮยอง ทำไมไม่นอนพักอยู่ในห้องล่ะครับ” เซฮุนหันไปพูดกับคยองซูในที่สุด

    “ก็เป็นห่วงน่ะสิ” จูลส์เป็นคนตอบพร้อมกับเสียงหัวเราะน้อยๆ “แต่รู้อะไรไหม พอมีเธอเข้ามาในทีม เราทุกคนก็เหมือนมีน้องเล็กเลยนะ แม้กระทั่งลู่หาน เห็นปากไม่ดีแบบนี้ แต่ตอนที่เขาเห็นเธอล้มลงไปก็วิ่งวุ่นเป็นหนูติดจั่นไม่แพ้จงอินเขาหรอก”

    “จริงเหรอครับ คุณลู่หาน?” เซฮุนตาโตพร้อมกับหันไปถามอดีตคู่กัดของตัวเองด้วยรอยยิ้มล้อเลียน

    “ฮึ พูดเป็นต่อยหอยได้แบบนี้แล้ว ก็คงไม่เป็นอะไรแล้วล่ะ” ลู่หานประชดประชันตอบ แต่สีหน้าก็ดูคลายกังวลลงเยอะ

    “ผมมีอะไรจะให้คุณอย่างหนึ่ง” เสียงของจงอินดังขึ้นมาขัดจังหวะบรรยากาศผ่อนคลาย

    “ผมบอกว่ายังไงครับจงอิน ไม่เอาน่ะ ผมไม่ได้อยากได้อะไรนะ” เซฮุนตอบในทันทีเช่นกัน

    แต่ชายหนุ่มก็เถียงกลับอย่างหนักแน่น “ฟังผมก่อนนะ อย่างน้อยผมก็อยากให้ทุกคนที่อยู่ที่นี่เป็นพยาน รับรู้ร่วมกัน แถมคยองซูก็ยังอยู่ที่นี่ด้วย เขาสำคัญสำหรับคุณ ผมก็อยากให้เขารู้ไปเลย”

    ทั้งสองคนสบตากันอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจงอินก็พูดต่อ

    “อย่างที่ผมบอก ผมแต่งงานกับคุณ ผมจดทะเบียนสมรสให้คุณไม่ได้ ผมเลยปรึกษาคุณชายอี้ชิง ทนายประจำครอบครัวของเรา ว่าผมจะสามารถทำอะไรให้คุณได้บ้าง ไม่ใช่ว่าคุณบาดเจ็บแล้วผมจะมาบอกคุณเรื่องนี้นะ แต่ผมคิดเรื่องนี้มาสักพัก แล้วตอนนี้ก็เป็นโอกาสดี ผมว่าผมบอกคุณไปเลยดีกว่า”

    “คุณจะทำอะไรครับจงอิน”

    เซฮุนกระซิบ หายใจไม่ทั่วท้องเมื่อได้ยินคำว่าแต่งงานออกจากปากของชายหนุ่ม ด้วยความสัตย์จริง เขารู้ว่าเป็นไปได้ยากเพราะฐานะในสังคมของตระกูลคิม เขาไม่ได้หวัง แต่ก็ไม่ได้แปลว่าหัวใจจะไม่เต้นรัว ถึงแม้จะรักกัน แต่ใครมันจะอยากอยู่แบบเรื่อยๆไปตลอดชีวิต ความมั่นคงก็เป็นสิ่งหนึ่งที่สำคัญในชีวิตคู่
    จงอินคว้าเอามือขาวสะอาดมากุมไว้แล้วน้ำตาก็เริ่มรื้นขึ้นมาในดวงตาสีน้ำตาลสด

    “คุณชายอี้ชิงแนะนำว่า ในเมื่อแต่งงาน จดทะเบียนกันอย่างถูกต้องตามกฎหมายคู่ชีวิตไม่ได้ แต่ผมสามารถขอให้คุณเปลี่ยนมาใช้นามสกุลของผมด้วยความเสน่หาได้ ถึงแม้มันจะไม่มีผลต่อทรัพย์สินหรือมรดกของผมที่มีอยู่ก็ตาม แต่ถ้าหากผมเป็นอะไรไป ขอให้มั่นใจไว้ได้เลยว่าคุณจะไม่มีวันลำบาก ผมจะวานให้คุณชายอี้ชิงทำทุกทางเพื่อให้คุณได้รับในสิ่งที่คุณควรจะได้เท่าๆกับลิตเติ้ล เจในฐานะคู่ชีวิตของผม”

    “จงอิน ...” เซฮุนส่ายหัว คราวนี้เป็นตัวเองบ้างที่น้ำตาร่วง “ไม่เอา ผมไม่อยากได้ ผมทนไม่ได้ที่จะให้คุณคิดว่าผมอยู่กับคุณเพราะเงินทองของคุณ”

    “เปล่าเลย ที่รัก”

    เป็นครั้งแรกที่จงอินเรียกเขาว่า ... ที่รัก

    “ผมไม่เคยหวงของนอกกาย ต่อให้ผมสปอยคุณกับเจจนหมดตัว แต่ผมเป็นคนขยัน ถ้าเงินทองหมด ยังไงผมก็หาใหม่ได้เสมอ เมื่อวานคุณแสดงความรักของคุณโดยการปกป้องผมและครอบครัว แล้วตอนนี้การที่ผมทำทุกทางเพื่อให้คุณกับลูกอยู่อย่างสุขสบายก็เป็นวิธี ... แสดงความรักของผมเหมือนกัน

    “คุณเจ” เซฮุนคราง ตากลมเบิกกว้างมองใบหน้าหล่อจัดของจงอินอย่างไม่อยากจะเชื่อ

    “ผมรู้ว่าคุณรักผมนะ ผมรู้จริงๆเซฮุน”

    ดวงตาคมเข้มมองผ้าพันแผลของเขาแล้วหลับตาแน่นคล้ายกับยังทำใจไม่ได้ที่เห็นคนรักต้องมาเจ็บตัวเพราะความคิดไม่ถึงของตัวเอง จงอินลุกขึ้นก่อนจะโน้มใบหน้ามาจูบศีรษะของคนป่วย ในขณะที่หัวใจของเด็กหนุ่มยังคงเต้นแรงกับคำบอกรักกลายๆของชายหนุ่มอยู่อย่างนั้น

    “รับไว้เถอะนะ ความปรารถนาดีของผม ผมจะได้สบายใจว่าคุณกับลิตเติ้ล เจจะไม่ลำบากถ้าหากไม่มีผม ต่อให้เราเลิกกันไป ข้อเสนอนี้ก็จะยังอยู่เหมือนเดิม”

    จากนั้นก็เงียบกันไปทั้งคู่

    “ที่ผมให้ เหตุผลไม่ใช่อะไรเลย” แล้วจงอินก็โน้มหน้าลงมาจนตาสบตา ใกล้แค่เพียงเอื้อม แต่ก็ไม่ได้ใกล้จนน่าเกลียด

    ผมให้ เพราะผมก็รักคุณมากเหมือนกัน เซฮุน




    วันนี้จงอินปลุกเขาตั้งแต่เช้าตรู่ ...

    เด็กหนุ่มจึงขยับแขนขาที่นอนก่ายกับลิตเติ้ล เจอยู่ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะแงะร่างของตัวอ้อนประจำบ้านออกโดยไม่ทำให้เธอตื่นเสียก่อน น้องเจยังคงหลับไม่รู้เรื่องเพราะนี่ยังไม่ใช่เวลาตื่นของเธอ แต่ในเวลาที่เซฮุนทำสำเร็จจงอินก็หายเข้าไปในห้องน้ำเรียบร้อยแล้ว

    เขาหันหลังไปดูหนูน้อยบนเตียง

    ลิตเติ้ล เจดูช่างไร้พิษสงในยามหลับ เธอดูเหมือนตุ๊กตาเด็กน้อยที่ถูกวางโชว์อยู่ในตู้ ขาเล็กๆข้างหนึ่งโผล่พ้นผ้าห่ม ผมสีน้ำตาลเข้มๆเหมือนพ่อกระจายเป็นวงกว้างอยู่เต็มหมอน เซฮุนถอนหายใจอย่างเป็นสุขขณะที่มองเธอ ก่อนจะหมุนตัวเดินหายเข้าไปในห้องน้ำตามจงอินอีกคน

    ร่างสูงใหญ่กำลังเพลิดเพลินกับสายน้ำอยู่ใต้ฝักบัว ในขณะที่เซฮุนถอดเสื้อออกแล้วก้มไปล้างหน้าที่อ่างล้างมือ เขามองแปรงสีฟันประจำตัวซึ่งมียาสีฟันถูกบีบทิ้งไว้ให้เรียบร้อยด้วยรอยยิ้มก่อนจะคว้ามันขึ้น ยืนแปรงฟันเงียบๆอยู่ครู่หนึ่ง หัวใจยังคงเบิกบานเพราะเมื่อวานก่อน ชื่อของเขาได้ถูกย้ายเข้ามาอยู่ในทะเบียนบ้านของตระกูลคิมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

    “ทำไมปลุกผมแต่เช้าล่ะครับ” เด็กหนุ่มถามเสียงดัง แข่งกับเสียงน้ำกระทบพื้น

    “ว่าจะพาไปเจอเพื่อนของผมน่ะ” จงอินตอบกลับมา น้ำเสียงนุ่มทุ้มลากยาว

    “ใครกันครับ” เซฮุนพึมพำ “เอ่า แล้วน้องเจล่ะ ไม่พาไปด้วยเหรอครับ”

    จงอินส่ายหัวแต่ก็ไม่ยอมตอบอะไรเพิ่มเติม คนรักอาบน้ำจนเสร็จเรียบร้อยแล้วก็กำลังจะเดินสวนออกไปแต่งตัวพร้อมๆกับที่เซฮุนถอดเสื้อผ้าออกจนหมด เตรียมจะอาบน้ำบ้าง สายตาคมเข้มไล่มองเหมือนจะหาอะไรบนร่างกายเปลือยเปล่าที่อยู่ตรงหน้า ชายหนุ่มเอียงศีรษะยุ่งๆมองอยู่อย่างนั้นก่อนจะก้าวเข้ามาใกล้ จงอินมองเหมือนหาสิ่งผิดปกติ สายตาไล่ลงมาตามร่างกายขาวซีดแล้วก็ไล่กลับขึ้นไป

    หัวใจของเซฮุนหล่นตุบไปอยู่ที่พื้นเมื่อคนรักมองแล้วเลือกเงียบ

    มองตั้งแต่ใบหน้า ลำคอ แผ่นอก หน้าท้องและอะไรที่ต่ำลงไปกว่านั้น

    มองมันไปทุกตำแหน่ง ที่มีแต่คนรักเท่านั้น ที่จะมองแบบนี้ได้

    “จงอิน” เซฮุนเรียก แต่น้ำเสียงกลับเต็มไปด้วยแววไม่เข้าใจ “มองอะไรขนาดนั้นครับ”

    เท่านั้น ใบหน้าหล่อจัดก็สลดลง ชายหนุ่มขยับเข้ามาใกล้อีกครั้งพลางเอามือทั้งสองกุมต้นแขนของเด็กหนุ่มเอาไว้ ปลายนิ้วโป้งไล้เบาๆที่หัวไหล่ใกล้กับแผลกระสุนถากที่เพิ่งได้มา

    “เป็นแผลเป็นเลย” น้ำเสียงนุ่มทุ้มเบาบางจนเกือบไม่ได้ยิน

    เซฮุนถอนหายใจ ... รู้ดีที่สุดว่าจงอินพูดถึงเรื่องอะไร แผลที่หัวไหล่มันหายนานแล้ว เนิ่นนานจนเหลือแต่รอยจางๆและแทบจะไม่เห็น เพราะสีผิวของเซฮุนขาวซีดโดยธรรมชาติ แต่คนรักก็ยังไม่ยอมเลิกกังวล

    “ผิวคุณไม่เคยมีตำหนิ” จงอินพูดเนิบๆขึ้นมาอีกครั้งแล้วตวัดสายตาขึ้นมาสบกับเขา

    “ใครบอก” เซฮุนกระซิบตอบ แขนทั้งสองสอดผ่านเอวของชายหนุ่มเข้าไปคว้าร่างของตัวงอแงเข้ามากอด “แผลเป็นที่แก้มผมก็มี ลึกยิ่งกว่าแผลที่ไหล่อีก อย่าบอกนะว่าคุณไม่เคยสังเกตน่ะ”

    เท่านั้น จงอินก็มองใบหน้าขาวจัดตาขุ่นเลยทีเดียว “คุณพยายามพูดให้ผมรู้สึกดีขึ้นเกี่ยวกับเรื่องนี้ต่างหาก”

    “พอได้แล้วนะคุณเจ ผมยังไม่แคร์เลย มันจะเป็นแผลเป็นก็ปล่อยมันไปสิครับ” เซฮุนว่า เริ่มหน้างอขณะมองดูอีกฝ่ายพยายามปล่อยอดีตให้ผ่านไป จงอินค่อยๆพยักหน้าก่อนจะถอดห่างไปคว้าเสื้อคลุมจากราวมาสวมแล้วรีบผูกเชือกที่เอว จากนั้นก็หายออกจากห้องน้ำไปแต่งตัว

    ครึ่งชั่วโมงต่อมา

    คนทั้งคู่ก็เดินถือกาแฟร้อนคนละแก้ว ทอดน่องเข้าไปสวนดอกไม้ภายในอาณาเขตของบ้านตระกูลคิม เซฮุนถามอีกฝ่ายเป็นครั้งที่สามว่า ไหนล่ะ เพื่อนที่จะพาไปเจอ แต่คนรักก็ยังไม่ยอมตอบแต่งอย่างใด จนเดินลึกเข้าไปอีก ก่อนร่างสูงใหญ่จะหยุดลงตรงทางเข้าสวนเล็กๆที่เต็มไปด้วยดอกไม้สีเหลืองสด

    “แดฟโฟดิล ...” เซฮุนพึมพำเมื่อมองเห็นเจ้ากอสีเหลืองนั่นชัดๆ

    “รู้จักด้วยเหรอ” จงอินรีบหันกลับมาถาม ก่อนจะค่อยๆดึงถ้วยกาแฟออกจากมือของเด็กหนุ่มอย่างมีมารยาท ไปวางไว้บนโต๊ะไม้เล็กๆด้านข้างแทน

    “รู้จักสิครับ แดฟโฟดิลเป็นดอกไม้เมืองหนาวนะ” เด็กหนุ่มว่า ก่อนจะโน้มตัวไปไล้ปลายนิ้วกับกลีบบอบบางสีเหลืองสดใส “แถวบ้านเก่าของผมก็ปลูกกันเต็มเลย มีหลายสีด้วย แล้วไหนล่ะครับ เพื่อนของคุณ” เขาถามอีกครั้ง

    จงอินยิ้มกว้าง ก่อนจะหันกลับมาแล้วคว้ามือของเด็กหนุ่มไปจับ “มาสิ ก็กำลังจะพาไปเจออยู่นี่ไง คุณหยิบช่อแดฟโฟดิลที่วางอยู่ตรงนั้นมาด้วยนะ เราต้องใช้มัน”

    ถึงแม้จะงุนงงเล็กน้อย แต่เขาก็เลือกที่จะตามอีกฝ่ายไปโดยไม่ถามให้มากความ ในขณะที่มือถือช่อดอกไม้แล้วดวงตาก็ได้แต่มองจงอินเปิดรั้วเหล็กเตี้ยๆ เข้าไปในส่วนที่ลึกที่สุดของสวน ร่างโปร่งเดินตามอย่างช้าๆ ก่อนจะหยุดเมื่อคนรักทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าอยู่หน้าแผ่นหินหลุมฝังศพซึ่งถูกแกะสลักเป็นรูปนกพิราบปากคาบก้านดอกไม้อยู่ในท่ากำลังโผบินมาเกาะที่แผ่นหิน


    ‘Kim Haneul
    Mother and Wife
    SMILE
    27 APRIL 20xx’



    เพื่อนที่จงอินบอกว่าจะพามาเจอก็คือ คุณฮานึล อย่างนั้นเองเหรอ ...

    ด้วยความสัตย์จริง เขาเองก็ไม่รู้หรอกว่าเธอยินดีที่จะเจอเขาไหม แต่ดูจากคำจารึกบนหลุมศพของเธอ ‘Smile’ แล้ว เจ้าตัวก็คงจะสดใสและมองโลกในแง่ไม่แพ้สามีของเธอหรอก แม้กระทั่งตอนที่ชายหนุ่มคุกเข่าลงกับพื้นดิน ล้วงผ้าเช็ดหน้าที่มักจะพกติดตัวอยู่เป็นประจำจากกระเป๋ากางเกงขึ้นมาแล้วเช็ดฝุ่นที่เกาะแผ่นหินอย่างไม่นึกรังเกียจ บรรยากาศรอบตัวของเขาก็ยังเต็มไปด้วยพลังของคำว่า รอยยิ้ม เลย

    ที่นี่สวยมาก ...

    เหมาะเป็นที่สุดสำหรับการหลับยาวในช่วงสุดท้ายของชีวิต คุณฮานึลเองก็คงจะหลับอย่างเป็นสุขและสบาย เพราะมันเต็มไปด้วยกลิ่นหอม สีสันของดอกไม้ที่ครั้งหนึ่งน้องเจเคยบอกว่าคุณแม่ของเธอชอบมันเป็นที่สุด

    “เรามานั่งด้วยกันตรงนี้สิ” น้ำเสียงนุ่มทุ้มเรียกหา

    เซฮุนก็เดินไปนั่งข้างๆอย่างว่าง่ายพลางมองจงอินดึงเอาแดฟโฟดิลช่อเดิมซึ่งเหี่ยวไปแล้วออกจากแจกันหน้าหลุมศพก่อนจะทำท่าทำทางบอกเขาเป็นเชิงว่าให้ใส่ดอกไม้ช่อใหม่เข้าไป

    “เซฮุนนี่ฮานึล ฮานึลนี่เซฮุนนะ” จงอินพูดพร้อมกับเอื้อมมือไปแตะที่แผ่นหินตรงหน้าเบาๆ

    “สวัสดีครับคุณฮานึล” เขาเอ่ยทักทายเสียงน้อย ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องพูดกับแผ่นหิน แต่ความรู้สึกมันบอกว่าอย่างน้อยเขาก็ควรจะทักทายเธอเสียหน่อย “ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ”

    “ฮื่อ” จู่ๆจงอินก็ส่งเสียงร้องประท้วงจนเขาตกใจ

    “อะไรครับ ร้องทำไม” เซฮุนรีบถาม

    “ไม่เอาหรอก ผมไม่ให้พวกคุณรู้จักกันดีกว่า” พูดเอง เออเองแล้วก็ลุกขึ้นเสียอย่างนั้น ในขณะที่เด็กหนุ่มได้แต่มองตามด้วยความไม่เข้าใจ อะไรของคุณเจเขานะ แต่ในตอนที่คนรักยื่นมือมาให้จับเป็นเชิงให้ลุกยืนบ้าง เซฮุนก็ทำตามอย่างว่าง่าย

    “คุณนี่! แล้วที่พาผมมาเยี่ยมหลุมศพของคุณฮานึลนี่ไม่ได้แปลว่าอยากให้ผมเจอเธอหรอกเหรอครับ” เขาถามยิ้มๆ

    “ตอนแรกมันก็ใช่อยู่หรอก แต่เพิ่งมาคิดได้เมื่อตะกี้นี้เอง ผมรู้จักทั้งคุณทั้งฮานึลดี ถ้าให้เจอกัน ผมกลัวว่าคุณจะตกหลุมรักเธอมากพอๆกับที่เธอจะตกหลุมรักคุณด้วยน่ะสิ”

    เซฮุนถึงกับขมวดคิ้วกับคำตอบที่เหมือนจะไร้สาระของอีกฝ่าย แต่เขารู้จักจงอินดีมากกว่านั้นเยอะ ไม่มีทางหรอกที่คำพูดเรียบเรื่อยของอีกฝ่ายจะไม่มีนัยยะ แต่ก็ช่างมันไปเถอะ เพราะตอนนี้แทนที่จะหึงหวงหรือรู้สึกอะไรในด้านลบ เด็กหนุ่มกลับรู้สึกอิ่มเอมใจกับความสัมพันธ์ของเขากับจงอินมากกว่าครั้งไหนที่ผ่านมา

    “พูดไปเรื่อยน่าคุณ”

    จงอินหัวเราะเสียงทุ้มก่อนจะยกมือของเราทั้งคู่ที่จับกันไว้ขึ้นมาหอมดังฟอด

    ความสัมพันธ์ของเรา

    ไม่มีแหวน

    ไม่มีหลักฐานทางกฎหมายเป็นตัววัด

    มีแต่ชื่อของเซฮุนที่ย้ายเข้ามาอยู่ในทะเบียนบ้านร่วมกับทุกคนในตระกูลคิมและนามสกุลใหม่ที่เจ้าของทำเรื่องอนุญาตให้เปลี่ยนด้วยเหตุผล ‘จากความเสน่หา’ เพียงอย่างเดียว

    อ้อ และสิทธิ์ในการเข้าถึงทุกอย่างภายใต้การครอบครองของคิม จงอินอีกอย่างหนึ่งด้วย

    ถึงแม้จะยิ้มแย้ม แต่เขาก็ยังพยายามห้ามตัวเองทุกวันไม่ให้ย้อนกลับไปคิดเรื่องที่ทำให้เซฮุนบาดเจ็บ แต่เมื่อคิดถึงเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น ตั้งแต่เราสองคนรู้จัก ผ่านอะไรๆมาด้วยกันจนถึงตอนนี้ เขาก็อดไม่ได้ที่จะดึงเซฮุนเข้ามากอด รู้สึกว่าตัวเองได้รับความรัก ความเข้าอกเข้าใจพอๆกับที่เด็กหนุ่มได้เข้ามายึดพื้นที่ในหัวใจของคนในครอบครัวคิมไปแล้ว

    เขากอดเซฮุนอยู่เนิ่นนาน ...

    กอดแน่นเหมือนเด็กหวงของ กอดเหมือนคนต้องการอะไรสักอย่างมายึดเหนี่ยว กอดจนใบหน้าแทบจะมุดหายเข้าไปในกลุ่มผมของอีกฝ่าย

    “ผมเคยบอกคุณรึยัง ว่าในวันนั้นที่คุณถูกยิงเป็นวันเดียวกับที่ผมตกหลุมรักคุณอีกครั้ง” จงอินสารภาพ พูดเบาๆแต่ทุกคำช่างหนักแน่น “คุณกล้าหาญมากจนผมหัวใจจะวายตาย ตอนที่เลือดของคุณไหลเปรอะตัวผม คุณรู้ไหม อีกนิดเดียวผมก็จะเป็นลมตามคุณไปแล้ว”

    ชายหนุ่มพูดพร้อมถอนใจแล้วจึงทำท่าจะผะออก แต่เป็นเซฮุนที่กอดกลับแล้วไม่ยอมให้จงอินถอยออกห่าง ร่างสูงโปร่งดึงคนช่างพูดกลับเข้ามาในอ้อมกอดอีกครั้ง “รู้สิครับ หน้าคุณหงอยเหมือนตอนเจ้าบราวน์โดนดุเชียว บอกตามตรงนะจงอิน ผมไม่เคยคิดว่าคุณจะมีมุมน่ารักๆแบบนี้กับคนอื่นเขาด้วย”

    “ผมน่ารักกว่าเจ้าบราวน์ตั้งเยอะ”

    เสียงทุ้มกระซิบกระซาบ แกล้งทำอ้อนก่อนริมฝีปากชื้นๆจะแตะลงเบาๆที่ต้นคอขาวจัด “ผมเป็นหนี้คุณตั้งไม่รู้กี่เรื่องแล้ว คุณช่วยชีวิตลิตเติ้ล เจ คุณช่วยชีวิตพี่ชายของผม คุณช่วยผมให้กลับมาเป็นผู้เป็นคนอีกครั้ง เชื่อผมนะ ผมรู้จริงๆว่าคุณรักผมแล้วตอนนี้มันก็ยิ่งกว่ารู้ด้วย เพราะตอนนี้ผมเห็นความรักของคุณ ผมเห็นมันอย่างชัดเจนเลยทีเดียว






    ก่อนจะเดินออกจากสวนแดฟโฟดิลเข้าสู่ตัวบ้าน …

    ระหว่างเซฮุนกำลังเพลิดเพลินอยู่กับบทสนทนาที่เพิ่งจบไป จงอินก็หันกลับไปมองทางเข้าสวนเล็กๆนั่นอีกครั้ง เขามองเข้าไปให้ลึก สิ่งที่สายตาเห็นมีเพียงแต่สีเหลืองสดใสของกอแดฟโฟดิลที่โอบรอบร่างของภรรยาอันเป็นที่รักเอาไว้ แต่เมื่อหลับตา ใบหน้าของฮานึลกลับเด่นชัดอยู่ในความทรงจำยังไม่จางหาย
    การที่ผมพาเซฮุนมาหาคุณ แท้จริงแล้วเป็นเพียงผลพลอยได้แต่ไม่ใช่จุดประสงค์หลัก

    เขาสุดยอดไปเลยใช่ไหมล่ะ?

    ผมรู้ว่า คุณคิดเหมือนกันกับผมนะฮานึล

    แต่ผมไม่ได้มาเพื่อพาเขามาหาคุณเพียงอย่างเดียว แต่วันนี้ผมมีอะไรจะบอกกับคุณด้วย

    ฮานึล ... ผมทำตามที่คุณเคยขอได้แล้วนะ สิ่งที่คุณเคยขอผมผ่านกระดาษเอสี่สีขาวแผ่นนั้น คุณรู้ไหม ในตอนแรก ผมแทบจะหัวเราะด้วยซ้ำเมื่ออ่านมัน เพราะผมคิดจริงๆว่ามันคงเป็นไปไม่ได้เลยที่ผมจะใช้ชีวิตต่อไปโดยไม่มีคุณ ยังจำได้ไหม สิ่งที่คุณเคยเขียนถึงผมในจดหมายฉบับนั้น


    ฉันรักคุณมากนะ จงอิน ได้โปรดใช้ชีวิตเพื่ออยู่ดูเจโตขึ้นเป็นสาวน้อยที่น่ารักที่สุดในโลกแทนฉันด้วย จำไว้ ฉันมีความสุขเมื่อคุณมีความสุข


    ผมยังจำได้ดี ไม่เคยลืม เพราะฉะนั้นวันนี้ ผมจึงมาเพื่อบอกคุณว่า ...

    ผมทำตามสัญญาได้แล้วนะ

    ที่รัก เพราะตอนนี้

    ผมช่างมีความสุข






    สามปีหลังจากนั้น …

    Willis O. ก็กลับมาพร้อมกับนิยายเรื่องใหม่ของเขา

    แต่ครั้งนี้ นักเขียนผู้สุดแสนจะลึกลับจนมีคนเคยเปรียบชายหนุ่มผู้นี้ว่าเป็น Banksy แห่งโลกวรรณกรรม เพราะเขาเลือกที่จะปกปิดหน้าตาและตัวตนเอาไว้ตั้งแต่เริ่มต้นเส้นทางนี้เหมือนกับ Banksy เทพเจ้าแห่งโลกกราฟฟิตี้ ไม่เคยมีใครรู้เบื้องหลังของนามปากกา วิลลิส โอ. ถึงมีคนรู้ แต่ก็ไม่ได้มีใครแพร่งพรายออกไปเพราะการปกปิดตัวตนคือเจตจำนงของนักเขียนผู้นี้นี่เอง

    การกลับมาของวิลลิส โอ. ไม่เพียงแต่ทำให้โลกวรรณกรรมตื่นเต้นแต่มันกลับทำให้แฟนๆของเขาตื่นตัวรอคอยกันเลยทีเดียว แต่จะว่าไป จะมีนักเขียนบนโลกนี้อีกสักกี่คนที่จะสามารถชนะรางวัลพูลิตเซอร์ได้จากการเขียนหนังสือเล่มแรกและเป็นผลงานเพียงเล่มเดียวในตอนนั้น ถ้าหากจะบอกว่าแฟนๆหนังสือต่างรอคอยผลงานเล่มใหม่ของวิลลิส โอ. อย่างมีความหวังก็คงไม่ใช่คำพูดที่เกินไปนัก

    มีนักวิจารณ์งานเขียนหลายคนออกมาคาดเดาว่าหนังสือเล่มใหม่ของวิลลิส โอ.จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร ...

    อาจจะเป็นนิยายเชิงปรัชญาที่เสียดสีความรู้สึกนึกคิดของคน ไม่ก็อาจจะเป็นนิยาย ดราม่า สืบสวน สอบสวน ตามสไตล์เส้นเรื่องหนักๆ ตัวเอกกัดฟันสู้ชีวิตจนยิบตาเหมือนเรื่องเก่าก็ได้ หรืออาจจะเป็นความเน่าเฟะ เบื้องหลังม่านสีทองของสังคมชั้นสูงเพราะมีหลายคนเคยออกมาพูดว่าแท้จริงแล้ว วิลลิส โอ. เป็นเด็กหนุ่มที่มาจากครอบครัวคนมีฐานะ ทั้งทางการเมืองและการเงิน ว่ากันว่าเป็นครอบครัวที่ถือหนังสือเดินทางทูตและได้ย้ายไปตั้งรกรากอยู่ที่ยุโรปได้เป็นสิบๆปีแล้ว นั่นจึงเป็นสาเหตุที่เขาต้องปกปิดตัวตนที่แท้จริงเอาไว้

    ไม่ว่าความจริงเบื้องหลังนามปากกานี้จะเป็นอย่างไรก็ตาม ...

    แต่ท้ายที่สุดก็คงไม่มีใครคิดว่าหนังสือเล่มที่สองของเขาจะเป็น ...

    นิทานเด็ก (สำหรับผู้ใหญ่)

    นิทานจริงๆเพราะมันเต็มไปด้วยภาพวาดสีสันสดใสภายในเล่มและคาแร็กเตอร์ของตัวละครเอกทั้งหมดซึ่งถูกแทนที่ด้วยสัตว์ต่างๆหลากหลายสายพันธุ์

    โอ้ ... วิลลิส โอ. ช่างเต็มไปด้วยความสร้างสรรค์

    หนังสือเล่มนี้ไม่ส่งผลให้วิลลิส โอ.ได้รับรางวัลใดๆในฐานะนักเขียน แม้จะได้รับคำชมมากมายจากแฟนๆหนังสือของเขา นักวิจารณ์งานเขียนและเพื่อนร่วมอาชีพ เพราะทุกคนต่างคิดไปในทางเดียวกันว่าหนังสือเล่มใหม่ของเขานั้น ไม่ได้สร้างแรงขับเคลื่อนที่ยิ่งใหญ่ต่อสังคมเหมือนเล่มก่อนหน้านี้ แต่หนังสือเล่มนี้เกี่ยวกับชีวิตส่วนตัวของวิลลิส โอ. เสียมากกว่า แต่การเสนอความจริง ในแบบของเจ้าตัวนั้นก็กินใจมากพอที่จะทำให้วิลลิส โอ.ได้รับข้อเสนอมากมายจากสำนักพิมพ์ใหญ่ๆในหลายประเทศ

    LIONS HEART หัวใจสิงห์’ เขียนโดย Willis O.

    ตีพิมพ์ครั้งแรก (14) มกราคม 2017

    ซึ่งเป็นเรื่องราวของ ‘ หมาป่าหลงถิ่น ผู้ซึ่งกลายมาเป็นหัวใจทั้งดวงของสิงโต หมาป่าตัวนั้นเกิดมาและรู้สึกว่าตัวมันช่างแตกต่างและแสนอ่อนแอ แต่หมาป่าเป็นสัตว์ที่ขึ้นชื่อเรื่องความจงรักภักดีเป็นที่หนึ่ง โชคร้ายที่มันโดนรังแก ถูกฝูงของมันขับไล่จนต้องหนีหัวซุกหัวซุน เจ้าหมาป่าโซซัดโซเซในป่าใหญ่ บาดเจ็บสาหัสจากการเอาตัวรอด จนมาเจอลูกสิงโตตัวหนึ่งซึ่งกำลังบาดเจ็บสาหัสไม่ต่างจากมัน ถึงแม้จะต่างเผ่าพันธุ์ ต่างฝูง ต่างถิ่น ต่างนิสัยแต่ด้วยความเมตตา หมาป่าตัวนั้นก็ช่วยเหลือลูกสิงโต นำกลับมาเลี้ยงด้วยความรักจนหายดีในที่สุด

    แต่แล้ววันหนึ่งพ่อสิงโตก็ตามกลิ่นของลูกมันจนมาเจอเข้า ในตอนที่เผชิญหน้ากับจ่าฝูงตัวใหญ่ ทีแรกเจ้าหมาป่าคิดว่ามันคงไม่รอดแล้ว แต่ในที่สุด สิงโตทั้งฝูงก็สอนมันว่า การอยู่อย่างสิงห์ ที่รักศักดิ์ศรี รักพวกพ้องและรักความยุติธรรม

    แท้จริงแล้วไม่ว่าเจ้าจะเกิดเป็นอะไร ไม่สำคัญ


    เพราะการอยู่อย่างสิงห์ มันอยู่กันด้วยหัวใจ






    จบบริบูรณ์






    เขียนโดย AyahSoo LONE WOLF
    Twitter hashtag: #หัวใจสิงห์KH


    -  Thank You  -




เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
sirlohn (@sirlohn)
ขอบคุณสำหรับนิยายดีๆนะคะ
ehyukjaebt (@BBaekhyun)
ประทับใจมาก ดีมากๆ ชอบมากๆ รักเลย
cvlsaaj (@cvlsaaj)
มาอ่านกี่รอบก็รู้สึกดีมากๆค่ะ ภาษาสวยมากๆ ตัวละครมีความอบอุ่นจริงๆ คือตอนแรกเราเข้าใจว่าอยู่อย่างสิงห์จะเน้นไปที่จงอินแต่พอมาอ่านตอนจบก็เข้าใจเลยว่าเน้นไปที่หมาแ่าที่หลงทางมาอยู่กับสิงห์ เราเม้างงๆไหม แต่ก็อยากขอบคุณจริงๆที่แต่งฟิคดีดีให้อ่านนะคะ น้องเจและทุกๆตัวละครจะอยู่ในใจตลอดไป ขอบคุณค่ะ