LION'S HEART หัวใจสิงห์savedbywolf
ตอนที่ 13



  • LION'S HEART l หัวใจสิงห์
    ตอนที่ 13



    “สวัสดี เซฮุน”

    เด็กหนุ่มเจ้าของชื่อซึ่งกำลังก้มหน้าง่วนอยู่กับตารางเดินสายหาเสียงอยู่ในที่ทำการพรรค ผงกหัวขึ้นมาตามเสียงเรียกในทันที เพราะ ... ให้ตายซี่ ใครมันจะไปลืมลง เขาจำน้ำเสียงทุ้มๆนั่นได้ขึ้นใจก่อนเซฮุนจะรีบเงยหน้าขึ้นแล้วมองชายหนุ่มร่างเล็กที่กำลังยืนยิ้มๆอยู่ตรงหน้าด้วยสีหน้าแปลกๆ

    “คยองซูฮยอง”

    “สวัสดี เซฮุน” แขกผู้มาเยือนเอ่ยทักทายย้ำอีกครั้ง “เอ้อ ตอนนี้ฉันต้องเรียกนายว่าอะไรล่ะ มีตำแหน่งที่นี่รึยัง”

    เซฮุนส่ายหน้า ไม่ละสายตาจากอีกฝ่าย รู้สึกว่าตัวเองต้องสงบปากสงบคำขึ้นมาในทันที เขามองชายหนุ่มด้วยความระแวงแต่ในใจลึกๆกลับเชื่อใจว่าคยองซูจะไม่พูดอะไรก็ตามกับจงอินและลู่หาน แต่ก็แอบกลัวว่าใครจะมาได้ยินอะไรเข้าจนได้เหมือนกัน

    “ฮยอง!” เขาแทบจะเค้นเสียงกระซิบ “มาที่นี่ทำไม”

    ชายหนุ่มเลิกคิ้วแต่ก็ยังยิ้มพลางยกกระเป๋าเอกสารขึ้นมาสั่นๆให้ดูตรงหน้า “ก็มาทำงานน่ะสิ”

    “ไม่เห็นจงอินจะบอกผมเลย”

    “เดี๋ยวนี้นายต้องรู้ทุกเรื่องของจงอินรึไง” คยองซูพูดด้วยความประชด “น่ารักกันจังเลยนะ”

    เซฮุนมองอีกฝ่ายตาเขียว ...

    ยิ่งเห็นว่าชายหนุ่มมาทำกรุ้มกริ่ม ยักคิ้วหลิ่วตา ก็ยิ่งเชื่อว่าคยองซูต้องจับสังเกตได้ถึงอะไรที่ทั้งเขาและจงอินมีอยู่ด้วยกันเงียบๆมาสักพักใหญ่ ถึงแม้จะไม่ได้บอกให้ใครรู้เลยก็ตาม แต่ถ้าหากมีผู้ชายคนนี้คอยป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้ๆด้วยล่ะก็ มีหรือท่าทางเกินเพื่อนของเขาและจงอินจะรอดพ้นสายตาคมๆของเหยี่ยวข่าวอย่างเจ้าตัวไปได้

    รอดจากสายตาที่สแกนถึงกระดูกของลู่หานไปได้ ...

    แต่ลืมไปได้ยังไงนะว่าโลกนี้ยังมีโด คยองซูอยู่อีกคน

    “ไม่เห็นต้องทำเป็นโมโหเลยนี่ ฉันกับนายก็เคลียเรื่องเก่าๆกันไปหมดแล้ว ตอนนี้ถ้านายจะมีแฟนใหม่ จะคบใครก็เรื่องของนาย ฉันไม่ใช่พ่อนายสักกะหน่อย”

    เซฮุนเงียบ ให้ตาย เรื่องกวนประสาทคน ใครจะสู้คู่หูอย่างโด คยองซูและเบคได้ ไม่มีอีกแล้ว “เอาเถอะครับ ผมต่อล้อต่อเถียงกับฮยองยังไงก็แพ้ ว่าแต่ช่วงนี้เป็นยังไงบ้างล่ะ สบายดีนะ”

    “ก็เหนื่อยๆนิดหน่อย ฉันเองก็ยุ่งไม่แพ้พวกนายหรอก ทำไงได้ หนังสือพิมพ์ของฉันดันผูกขาดได้ตีพิมพ์ข่าวของจีเอ็นพีเป็นที่แรกตลอดนี่ จะยอมพลาดโอกาสดีๆได้ยังไง วันนี้ฉันก็เข้ามาสัมภาษณ์คุณจงฮุน ได้อะไรเด็ดๆกลับไปลงสกู๊ปเยอะเชียวล่ะ”

    “ฮยองคงคิดถึงงานภาคสนามน่าดูเลยใช่ไหม ลงมาทำเองวันนี้ถูกใจเลยล่ะสิ” เซฮุนยิ้มน้อยๆ ในขณะที่ทั้งสองคนพยักหน้าให้แก่กันด้วยความคุ้นเคย

    “แน่ล่ะ” คยองซูตอบก่อนจะหัวเราะ “ฉันไม่ได้ลงมาทำเองนานมากแล้ว วันๆนั่งอยู่แต่ในออฟฟิศ ตรวจข่าว อ่าน อ่าน อ่านอย่างเดียว มันน่าเบื่อจะตาย อีกอย่างเราอาจจะได้เจอกันอีกนะ ช่วงอาทิตย์หน้า เห็นว่านายเองก็เป็นหนึ่งในทีมที่จะตามจงอินไปหาเสียงด้วย”

    “ครับ” เซฮุนตอบเรียบๆ “ฮยองยังข่าวไวเหมือนเดิมเลยนะ”

    “ก็ทุกวันนี้ฉันหากินกับข่าว จะไม่รู้เรื่องพวกนี้ได้ยังไง”

    “ว่าแต่โฆษณาที่ทีมงานของฮยองเข้าไปถ่ายในบ้านตระกูลคิม ภาพออกมาสวยมากเลยนะ แม้แต่ลู่หานยังออกปากชม” เด็กหนุ่มพูดยิ้มๆ

    “งั้นนายก็รู้แล้วใช่ไหม ว่าลู่หานสั่งให้ตัดภาพทุกเฟรมที่มีนายติดมาด้วยออกไป”

    เซฮุนพยักหน้ารับ

    “แล้วนายโอเคงั้นเหรอ” คยองซูถามย้ำเหมือนจะห่วงความรู้สึกของเขา

    “โอเคสิครับ” เขาตอบเรียบๆแต่ก็ไม่ได้อธิบายอะไรต่อ

    คราวนี้สายตาของคยองซูฉายแววเป็นห่วงอย่างชัดเจน “นี่เซฮุน นายรู้ใช่ไหม ถ้าเกิดอะไรขึ้น นายยังมีฉันอยู่อีกคน ถ้าต้องการความช่วยเหลืออย่าลังเลที่จะมาหาฉันนะ นายรู้ว่าจะติดต่อฉันได้ยังไง”

    “ครับ มิสเตอร์โด” เด็กหนุ่มว่ายิ้มๆทั้งแววตาและริมฝีปาก

    คยองซูที่เดินออกไปแล้วสองสามก้าวหันกลับมา เซฮุนยืนนิ่งแต่ก็รอว่าพี่ชายที่เคยสนิทจะพูดอะไร “ดีใจที่ได้เจอเช่นกันครับ คุณเซฮุน”

    เขาหัวเราะ เกือบแล้วเชียวที่จะยกมือโบกลาอีกฝ่าย เซฮุนแทบจะไม่รับรู้ความเคลื่อนไหวของคนมากมายในห้อง ไม่ได้คิดว่าตัวเองเป็นจุดสนใจเพราะภายในห้องโถงกว้างของห้องประชุมก็มีคนมากมายเดินผ่านไปมาแทบทั้งวันอยู่แล้ว ไหนจะเสียงคุยเซ็งแซ่ เสียงเครื่องถ่ายเอกสารกำลังทำงานดังครืดๆหรือแม้กระทั่งเสียงโทรทัศน์ที่ทีมงานต้องคอยติดตามทุกความเคลื่อนไหวของข่าวการเมืองในช่วงนี้ไม่ให้คลาดสายตา

    และไม่ได้รับรู้ถึงสายตาของคนที่เพิ่งออกมาจากห้องทำงาน ซึ่งกำลังยืนกอดอกนิ่งๆจ้องตรงมาราวกับสงสัยว่าเด็กหนุ่มนั้นไปสนิทสนมกับลูกชายเจ้าของหนังสือพิมพ์หัวใฝ่การเมืองจนสามารถคุยเล่น ยิ้มแย้มราวกับเพื่อนสนิทขนาดนี้ได้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ...




    “รีบกลับห้องไปก่อนที่น้องเจจะขึ้นมาเห็นดีกว่านะครับ”

    เซฮุนกระซิบกระซาบ น้ำเสียงของเด็กหนุ่มดูเหมือนจะเป็นกังวลอย่างจริงจังจนจงอินถึงกับต้องปล่อยมือและก้าวถอยห่าง ดวงตามองใบหน้าขาวจัดนิ่งๆอยู่พักหนึ่งก่อนจะยิ้ม แล้วยอมถอยร่างเข้ากลับเข้าไปในห้องลูกสาวแต่โดยดี ในขณะที่เซฮุนยังยืนอยู่ในเขตห้องนอนของตัวเองอยู่เหมือนเดิม ถ้าประตูเชื่อมปิดอยู่ก็จะมีแค่กำแพงไม้ที่กั้นกลางระหว่างสองเรา

    “ขอบคุณที่ห่วงความรู้สึกของลิตเติ้ล เจนะ”

    จงอินพูดอย่างมีความหมาย คล้ายกับที่ประทับใจในตัวคนตรงหน้าที่ไม่ได้สนแต่ความต้องการของตัวเอง คนทั้งคู่มองกันเนิ่นนาน ที่จริงอยู่ใกล้แค่เอื้อมมือ แต่เพราะปัจจัยอะไรหลายๆอย่างทำให้ทั้งเขาและจงอินไม่กล้าก้าวเท้าผ่านเขตประตูนั่นเลย

    อึดใจถัดมา เสียงวิ่งตึกๆของสาวน้อยก็ทำลายความลึกซึ้งของบรรยากาศลง

    ลิตเติ้ล เจเปิดประตูผางก่อนจะวิ่งเข้ามาในห้อง เธอคว้าตุ๊กตาตัวโปรดแล้วกระโดดดึ๋งลงบนเตียงเจ้าหญิงของเธอ สาวน้อยอาบน้ำ ปะแป้งมาอย่างเรียบร้อยแต่คืนนี้เจยืนกรานว่ายังไงเธอก็จะใส่เสื้อยืดที่พ่อเพิ่งซื้อให้นอนแล้วมองเมินชุดนอนลายการ์ตูนดิสนีย์ตัวโปรดอย่างไม่ใยดี

    “โอเค โอเคเจ พ่อยอมเราแล้ว เสื้อยืดก็เสื้อยืด”

    เซฮุนหัวเราะขำกับตัวเองในตอนที่ได้ยินเสียงจงอินเถียงกับลูกสาวแต่สุดท้ายชายหนุ่มก็ต้องยอมในที่สุด ในจังหวะที่แอบชะโงกเข้าไปมองโดยไม่ให้น้องเจเห็นนั้นเพราะเขากลัวว่าถ้าหากเธอเห็นเขาขึ้นมา น้องเจคงจะอยากเล่นขึ้นมาอีกรอบจนไม่ยอมนอนเสียมากกว่า

    และสิ่งที่เห็นในห้องของสาวน้อยก็เป็นภาพที่คุณพ่อลูกหนึ่งกำลังสวมเสื้อให้ลูกสาวโดยดึงเสื้อลงทางศีรษะของแก ใบหน้าเล็กๆของลิตเติ้ล เจมีแต่รอยยิ้ม ดูท่าว่าเธอจะชอบเสื้อยืดตัวใหม่ของเธอน่าดู เพราะมือเล็กๆนั้นเอาแต่ลูบไปมาบนลายสกรีนไม่ยอมหยุด

    เป็นเด็กนี่ดีจริงๆเลยนะ

    เพราะแค่เสื้อยืดหนึ่งตัวก็คงทำให้สาวน้อยนอนหลับฝันดีไปทั้งคืนได้

    “ขอบคุณค่ะ คุณพ่อ” เธอพูดเสียงดังด้วยอารมณ์แจ่มใสในขณะที่จงอินผะออกมาวางมือแตะบนศีรษะของเธอเบาๆ แล้วกางผ้าห่มไว้รอเตรียมจะส่งลูกสาวเข้านอน

    “นอนซะลูก” เสียงของจงอินคุยกับน้องเจยังคงลอดมาให้ได้ยินเป็นระยะๆ

    เซฮุนแอบมองได้แค่นั้นก็ตัดสินใจปิดประตูเชื่อมแล้วไปอาบน้ำบ้าง วันนี้เหนียวตัวมาทั้งวัน ร่างสูงโปร่งถอดเสื้อผ้าเปลี่ยนเป็นใส่เสื้อคลุมอาบน้ำและเปิดน้ำอุ่นไว้รอเพื่อให้อุณหภูมิพอดีในแบบที่เขาชอบ ขณะปล่อยให้เสื้อคลุมร่วงลงสู่พื้น เสียงน้ำก็ดังกระทบพื้นกระเบื้องจนไม่ได้ยินเสียงเปิดประตู

    เด็กหนุ่มยืนหันหลังให้กับทางเข้า ปล่อยให้สายน้ำอุ่นช่วยคลายความเมื่อยล้าบนกล้ามเนื้อหลัง เขาครางเบาๆเมื่อสายน้ำทำให้สบายตัวจนเหมือนกับได้นวดคลายเส้นก็ไม่ปาน ก่อนจะสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงกระแอมอยู่ทางด้านหลัง ไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าใครมาทำแอบดอดเข้ามา แต่เซฮุนก็ยังเลือกหันกลับไปอยู่ดี

    จงอินไม่เหลือเสื้อผ้าสักชิ้นแล้วเช่นกัน แต่สายตากลับยิ่งมองก็ยิ่งเจ้าชู้ประตูดินในขณะที่ฝ่ามือของชายหนุ่มแตะอยู่ที่ลูกบิดประตูห้องน้ำแล้วหมุนให้มันล็อค เซฮุนไม่ได้พูดอะไร แต่สายตาก็มองกันอยู่ตลอดจนในที่สุดร่างสูงโปร่งก็ขยับเบี่ยงไปข้างๆเผื่อเหลือที่ว่างให้พอกับผู้ชายโตเต็มวัยสองคน จากนั้นไม่นาน ชายหนุ่มก็ขยับตามมาวาดแขนทั้งท่อนโอบกอดจากด้านหลัง

    “น้องเจหลับแล้วหรือครับ” เขาถาม

    รู้สึกได้ถึงริมฝีปากที่ก้มไปจูบตรงหัวไหล่ “อือฮึ”

    “เมื่อกี้พ่อลูกทะเลาะอะไรกันครับ ได้ยินมาถึงห้องผมแหน่ะ” เซฮุนว่ายิ้มๆ

    “จะอะไรล่ะ ก็เจ้าตัวแสบน่ะสิ ดื้อจะใส่เสื้อยืดนอนท่าเดียว” ชายหนุ่มบ่นพร้อมกับส่ายหัวไปด้วย “เด็กผู้หญิงอะไรซนเหมือนเด็กผู้ชายไม่มีผิด ผมงัดข้อกับเจอยู่ตั้งนานกว่าแกจะยอมใส่เสื้อกับกางเกงขายาว”

    “น้องเจยอมด้วยเหรอครับ”

    “ยอมซะที่ไหน แต่ผมก็ไม่ยอมเหมือนกัน ใส่เสื้อบางๆนอนตื่นมาจะเป็นหวัดเอาน่ะสิ สุดท้ายก็ต้องใส่เสื้อยืดทับเสื้อแขนยาวอยู่ดี” ส่ายหัวอีกรอบแล้วก็หัวเราะ จนเซฮุนหัวเราะไปด้วย

    “แค่เรื่องเสื้อ ต้องเดินหน้ายุ่งมาขนาดนี้เลยเหรอครับ จงอิน”

    “เปล่า” จงอินดูเหมือนไม่อยากจะพูดเรื่องนี้ “แกร้องหาคุณด้วย”

    เขาหลุดขำในทันที “อย่าบอกนะ ว่าที่คุณหน้างอมาหาผมเพราะน้อยใจน้องเจเนี่ย”

    “ผมคิดถูกแล้วจริงๆที่ไม่เรียกคุณเข้าไปหาเจเมื่อกี้” บทจะทำเป็นเจ้าใจน้อยก็ตัดพ้อได้ไม่แพ้ลูกสาวเลย “ถ้าคุณรวมทีมกับเจ ก็ไม่มีใครฟังผมแล้ว”

    “โถ ผมเพิ่งรู้นะนี่ว่าคุณเป็นคนขี้ใจน้อยด้วย” เซฮุนแหย่แล้วยกมือขึ้นมาลูบท่อนแขนที่กอดตัวเองไปมา “อ้อนเป็นเด็กโข่งแบบนี้เมื่อก่อนสาวน้อยสาวใหญ่ไม่หลงแย่เลยหรือไงครับ”

    “ยังไม่ทันได้อ้อนใครเลย ผมมีคุณก่อนนี่ไง”

    จริงๆเลย คราวนี้เป็นเซฮุนบ้างที่ต้องส่ายหัวด้วยความอ่อนใจ

    นี่ขนาดลูกหนึ่งแล้วนะ ยังมาทำเสียงเล็กเสียงน้อยอ้อนจะเอาให้ได้เลยขนมหวานเนี่ย ...

    ลองมาเจอแบบนี้แล้วเขาจะไปไหนรอดกัน เด็กหนุ่มไม่ได้พูดอะไรอีก ร่างสูงโปร่งยืนนิ่งๆ ผ่อนคลายหลังจากทำงานมาทั้งวัน แล้วก็กลับมาวิ่งไล่จับน้องเจในตอนเย็น สอนภาษาอังกฤษซื่อซุน ก่อนจะจบด้วยการทานมื้อเย็นกับของหวานเสียจนท้องตึง ตอนนี้เขาไม่ได้ต้องการอะไรอีก ทั้งอิ่ม ทั้งสบายแค่ปล่อยให้สายน้ำอุ่นๆพรมร่าง ปกปิดความเปล่าเปลือยของเราทั้งคู่ท่ามกลางความเงียบก็พอ

    “จงอิน” เซฮุนกระซิบเสียงพร่าเพราะจู่ๆก็นึกอยากจะพูดขึ้นมา “... ถ้าสักวัน เรื่องของเรา -”

    “เมื่อก่อนนี้ …” น้ำเสียงนุ่มทุ้มขัดขึ้นมาก่อนที่เซฮุนจะได้พูดจบ

    ไม่รู้อีกต่อไปแล้ว ว่าน้ำจากฝักบัว มือทั้งสองของจงอินหรือความร้อนรุ่มในอกกันแน่ที่อุ่นมากกว่ากัน
     
    “ผมเคยคิดว่า ผมคงจะไม่รักใครอีก แต่คุณก็เข้ามา มันเริ่มจากการความเป็นเพื่อนคุยแล้วมันก็กลายมาเป็นแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ แต่รู้ตัวอีกทีผมก็ต้องการคุณแทบบ้าและมันก็ทรมานมากที่ต้องต่อสู้กับความรู้สึกนี้ตลอดเวลา”

    “ผม-” เซฮุนพยายามจะพูด แต่ท่อนแขนที่รัดแน่นอยู่รอบตัวเหมือนกำลังออกคำสั่งให้เขาต้องฟังก่อน

    “ผมเองก็ไม่ใช่คนตัวเปล่านะเซฮุน ถึงแม้ผมจะมีทุกอย่างแล้วผมก็สามารถให้ได้อย่างไม่จำกัดด้วย แต่มันก็ยากนะที่จะหาคนรักใหม่ที่ต้องเข้าใจว่าถ้ารักกับผม เขาหรือเธอคนนั้นจะต้องเต็มใจแชร์ผมกับลิตเติ้ล เจด้วย เด็กหนุ่มๆสาวๆที่ไหนจะมาทนได้ ถ้าหากไม่ได้เป็นคนสำคัญที่สุดในสายตาคนรักของพวกเขา”

    จงอินหยุดชั่วครู่ แต่เมื่อเห็นว่าเด็กหนุ่มยังก้มหน้าและตั้งใจฟังอยู่เหมือนเดิม เขาก็พูดต่อ “มันไม่สนุกสำหรับผมเลยเหมือนกัน โดยเฉพาะถ้าสักวันที่ผมอาจจะต้องมานั่งอธิบายให้ลูกสาวฟังถึงความรักอีกประเภทหนึ่งที่เธอยังไม่เข้าใจด้วยซ้ำหรือการที่ผมต้องมาขอร้องให้คนรักใหม่พยายามเข้าใจและให้เกียรติครอบครัวของผม ... และที่สำคัญต้องเข้าใจว่าการที่ผมยังรักและให้เกียรติฮานึลในฐานะแม่ของลิตเติ้ล เจนั้นมันสำคัญต่อผมและลูกสาวมากแค่ไหน เพราะฉะนั้น การที่คุณจะรักผม เรื่องของเรามันจำเป็นต้องมีข้อแม้ให้คุณพยายามเข้าใจผมเต็มไปหมด ผมก็จะตอบคำถามของคุณว่า ถ้าสักวันจะเกิดอะไรขึ้น ผมก็จะปกป้องคุณเอง”

    เด็กหนุ่มน้ำตาร่วง เซฮุนก้มหน้า คิดไม่ถึงเหมือนกันว่าคำพูดยาวเหยียดของผู้ชายที่เขาเลือกจะส่งผลต่อความรู้สึกลึกๆในใจได้ถึงเพียงนี้ ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ยืนร้องไห้ในอ้อมกอดของจงอินอยู่เงียบๆ

    “ตอนที่ผมรับคุณเข้ามาดูแล ผมไม่ได้สอนให้คุณยืนด้วยตัวเอง ถ้าหากสักวันเราอยู่ด้วยกันไม่ได้จริงๆ คุณไม่ต้องกลัวว่าผมจะทอดทิ้งคุณเหมือนที่คนอื่นเคยทำ ถ้าหากเราไม่ได้รักกันแล้ว ผมสัญญาว่าผมจะเป็นเพื่อนที่ดีต่อคุณ โอเคไหม”

    เซฮุนพยักหน้า ไม่ปฏิเสธว่าคำพูดของจงอินปลอบประโลมจิตใจอ่อนไหวของตัวเองได้มากเพียงใด เด็กหนุ่มยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหมุนตัวกลับมา กอดร่างของชายหนุ่มไว้เต็มอ้อมแขน ไม่สนใจว่าทั้งเขาและจงอินอาจจะหายใจติดขัดเพราะละอองน้ำทั้งกระเด็นเข้าปาก เข้าจมูกแถมยังไหลเข้าตาจนแทบลืมตาไม่ได้ เราทั้งคู่ยืนนิ่งอยู่อย่างนั้นอีกครู่หนึ่ง และคราวนี้ก็เป็นจงอินที่ยกมือขึ้นมาลูบศีรษะเหมือนตอนที่ปลอบลิตเติ้ล เจไม่มีผิดเพี้ยน

    “เรามีอะไรจะพูดอีกไหม” ถามย้ำอีกครั้งเสียงนุ่ม

    “มีครับ” เซฮุนตอบในที่สุด

    “พูดมาสิ ตอนนี้ให้พูดได้แล้ว” เมื่อใบหน้าหล่อจัดยกยิ้ม ถึงแม้จะเปียกไปทั้งตัวเหมือนเจ้าบราวน์ตอนเพิ่งอาบน้ำเสร็จใหม่ๆด้วยกันทั้งคู่ แต่ความตึงเครียดจากบทสนทนาเมื่อครู่ก็จางหายไปอย่างรวดเร็ว

    “ผม รัก คุณ”

    เซฮุนพูดช้าๆอย่างชัดๆ ในขณะที่ดวงตาจ้องตาอย่างมีความหมาย

    เขาหลับตาลงเมื่อจงอินโน้มหน้าเข้ามาใกล้ ก่อนที่ฝ่ามือแข็งแรงจะเอื้อมผ่านบั้นเอวไปทางด้านหลังไปหมุนก๊อกปิดฝักบัวอาบน้ำในที่สุด ในจังหวะที่เสียงน้ำหล่นกระทบพื้นกระเบื้องหยุดไป เสียงสูดหายใจเข้าผ่านจมูกของคนทั้งคู่ก็ดังก้องห้องน้ำในทันที

    ผิวขาวจัดเหมือนจะฮึดสู้ภายใต้ฝ่ามือที่เคล้าคลึงเต็มเนื้อแท้ ยังไม่ทันที่เซฮุนจะได้หายใจหายคอ ฝ่ามือคู่เดิมก็ย้ายไปเล่นลงต่ำเสียแล้ว อารมณ์ปรารถนาไหลกลับมาอีกครั้ง แต่คราวนี้เขาไม่อยากเป็นฝ่ายโดนปรนเปรอ

    เขาอยากเอาใจจงอิน ให้ชายหนุ่มได้มีความสุข ได้รัก ได้หลง จนไปไหนไม่รอด

    ร่างสูงโปร่งผะออกมา เขามองใบหน้าหล่อจัดด้วยแววตาแสนรัก ในขณะที่ฝ่ามือดันร่างของชายหนุ่มอย่างระมัดระวังให้ก้าวถอยหลังไปยืนชิดผนังก่อนจะ ... คุกเข่าลง

    ในที่สุด

    ดวงตาคมเบิกกว้างคล้ายกับคาดไม่ถึง

    แต่สีหน้านั้นเต็มไปด้วยความตื่นเต้น เขาจึงจ้องตอบกลับไปด้วยความท้าทาย มือขาวเลื่อนวางพักไว้ที่หน้าขาสีแทนแน่นๆ มืออีกข้างก็เลื่อนมาประคอง เป่าลมไปเบาๆราวกับจะทักทายจนน้ำเสียงนุ่มทุ้มครางออกมาเสียงสั่น

    อึดใจถัดมาริมฝีปากแดงจัดก็ได้ทำความรู้จัก ...

    เซฮุนก้มหน้าลงไปพูดคุยพร้อมๆกับที่ฝ่ามือแข็งแรงของชายหนุ่มยกขึ้นมากำเส้นผมสีเข้มเสียเต็มกำมือ ปลายเท้าจิกเกร็งเมื่อได้รับการปรนเปรอ ดวงตาปรือปรอยในตอนที่สบกันก่อนการสื่อสารผ่านดวงตาจะขาดหายไปเมื่อจงอินส่งเสียงหลง

    เงยหน้าหงายศีรษะพิงกับผนังห้องน้ำ

    แล้วหลับตาลงราวกับสุขนักสุขหนาเป็นที่สุด ...




    กลางดึกคืนนั้นเอง ...

    สำหรับเซฮุนเวลากลางคืนมักจะเป็นเวลาที่เขาคิดว่าเหมาะสำหรับการใช้ความคิดมากที่สุด เขาชอบการนอนเอนหลังเพื่ออ่านหนังสือดีๆสักเล่มสร้างสมาธิสั้นๆให้ตัวเองก่อนนอน มันเงียบสงบ ได้พักสมองและอยู่กับตัวเองอย่างแท้จริง แต่กลับกันถ้าไม่ได้มีเรื่องอะไรให้คิดด้วยแล้วล่ะก็ เขามักจะเข้านอนแต่หัววันแล้วหลับสนิทไปตลอดทั้งคืน

    โรคนอนไม่หลับไม่เคยเป็นปัญหาหนึ่งในชีวิตประจำวันของเขาเลยแม้แต่น้อย

    แต่ ... ให้ตายซี่

    มันอาจจะไม่ยุติธรรมสำหรับคนรักเก่าๆที่ผ่านมาของเขา ถ้าหากจะพูดมันตอนนี้ แต่ถ้าให้ยอมรับตามตรง ... ชีวิตรักของเซฮุนไม่เคยดีหรือทำให้อิ่มเอมขนาดนี้มาก่อนเลย ทั้งในห้องนอนหรือนอกห้องนอนก็ตาม ถึงแม้ตอนนี้เขาจะนอนอยู่อย่างโดดเดี่ยวบนเตียงกว้างของตัวเอง จงอินก็คงหลับไปนานแล้วและเราสองคนก็ยังไม่วี่แววว่าจะได้นอนเคียงข้างกันในทุกๆคืนเหมือนคู่รักคู่อื่น

    แต่ ... 

    ด้วยความสัตย์จริง ... เซฮุนไม่สนหรอก

    เพราะมองอีกมุม มันก็คงจะดีและดึงทุกอย่างระหว่างเราให้ช้าลงบ้าง ถ้าได้ใช้ชีวิต ผลัดกันโตขึ้นอีก ค่อยๆเรียนรู้กันไปเหมือนคู่รักอื่นๆ แยกจากบางเวลาเพื่อให้แต่ละคนได้คิดทบทวน มันไม่ได้เร่าร้อนก็จริงแต่มันรวดเร็วมากเหมือนเผลอไปแตะโดนก็ถูกดูดวูบเดียวเข้าไปในใจกลางพายุโดยไม่รู้ตัว

    และไม่ว่าคนอื่นจะมองคิม จงอินยังไง เจ้าตัวจะใส่หน้ากากหรือมีตัวตนเร้นลับปิดบังสายตาคนภายนอกอีกกี่ชั้น แต่มีความจริงแท้อยู่ข้อหนึ่งที่ยังไงก็เปลี่ยนไม่ได้ซึ่งก็คือชายหนุ่มเป็นผลผลิตของสังคมที่เจริญแล้วอย่างแท้จริง ชายหนุ่มแทบจะไม่สบถให้เขาได้ยินในตอนนี้แต่บรรยากาศรอบตัวกลับเต็มไปด้วยพลังของบุรุษเพศโดยที่ไม่ต้องมีความรุนแรงเข้ามาเกี่ยวเลย

    จงอินเป็นผู้ชายโดยที่ไม่จำเป็นต้องกดเพศอื่นๆให้ต่ำกว่าตัวเอง

    เป็นชายที่น่าชื่นชมจากนิสัยไม่ใช่เพศที่กำเนิด

    แถมก่อนจะแยกจากกัน จงอินเพิ่งยอมรับกับเขาตามตรงว่าเจ้าตัวไม่ชอบให้เซฮุนเดินเปลือยไปไหนมาไหน ถึงแม้คำว่าไปไหนมาไหนของชายหนุ่มจะจำกัดเพียงแค่พื้นที่ในห้องนอนของเขาเองก็ตาม แต่เพราะพ่อคนเจ้าชู้ยักษ์คิดว่าการที่เขาชอบใส่เสื้อคลุมอาบน้ำบางๆซึ่งแทบจะแนบกับผิวไปเสียทุกส่วนนั้นมันเซ็กซี่กว่าเป็นไหนๆต่างหาก

    ฮึ!

    แล้วโอ เซฮุนเป็นใครกันล่ะ ถึงจะกล้าขัดใจท่านที่ปรึกษาพิเศษได้?

    แม้จะน้ำตาร่วงไปหลายรอบกับการถามเพื่อย้ำความรู้สึกของจงอินก็ตาม แต่ในใจหนึ่งลึกๆเขาก็อยากจะรู้คำตอบมันเดี๋ยวนี้ ถ้าหาก ... เขาคายความจริงออกไปทั้งหมด อดีต ความเป็นมาและสิ่งที่กลับไปแก้ไขไม่ได้อีกต่อไปแล้ว จนถึงตอนนั้น ชายหนุ่มยังจะรักษาสัญญาที่เคยให้ไว้อยู่ไหม

    ถ้าหากเซฮุนต้องยอมเสียสละในการจะรักกับจงอิน

    เพื่อ ... ทุกคน

    เพื่อความรู้สึกดีๆ

    เพื่อความไว้เนื้อเชื่อใจ

    แล้วถ้าเรื่องมันกลับกัน ถ้าเขาขอร้องบ้าง จงอินจะพร้อมที่จะอดทนฟังคำอธิบายจากเขาด้วยหรือไม่ ...




    เช้าวันต่อมา

    เซฮุนเดินเข้าไปในที่ทำการพรรคพร้อมกับจงอินดั่งปกติ แต่เมื่อชายหนุ่มปรากฏตัว เลขาที่คุ้นเคยกันดีก็เข้าประกบท่านที่ปรึกษาพิเศษในทันทีเช่นกัน เขาจึงเดินแยกไปที่โต๊ะทำงานเล็กๆของตัวเองในห้องโถงใหญ่ พร้อมกับกวาดสายตามองบรรยากาศการทำงานอย่างตื่นตัวในช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียงไปด้วย

    ว่าแต่วันนี้ยังไม่เห็นลู่หานเลยแฮะ

    อัดใจถัดมาก็มีเสียงวางแก้วลงกับโต๊ะและเมื่อเซฮุนเงยหน้าขึ้น ก็พบกับรอยยิ้มอันสว่างสดใสของจูลส์
    “กาแฟหน่อยไหม”

    “ขอบคุณครับ” เขายิ้มรับแล้วยกแก้วกาแฟใส่นมขึ้นมาจิบถึงแม้จะไม่ชอบเครื่องดื่มนี้เลยก็ตาม “ยินดีต้อนรับกลับมาทำงานนะครับคุณจูลส์”

    หญิงสาวหัวเราะอย่างคนอารมณ์ดีก่อนจะขยิบตาให้เขาด้วยความขี้เล่น จากนั้นจึงขอตัวไปทำงานบ้าง เซฮุนมองตามร่างระหงของจูลส์จนลับสายตา ดูดีขึ้นเยอะเลย ดูท่าว่าทุกอย่างกำลังจะไปได้สวย เธอดูเหมือนจะลืมเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นไปหมดแล้วและไม่ได้ยึดติดอะไรซึ่งเป็นสัญญาณบอกว่าสภาพจิตใจของจูลส์มีพัฒนาการที่ดีขึ้นเรื่อยๆ

    เซฮุนคิดอย่างยินดีกับเธอด้วยจริงๆ เขาอารมณ์ดีจนถึงขั้นที่เอื้อมมือไปหยิบกาแฟที่จูลส์นำมาให้ยกขึ้นจิบอีกครั้งเพราะไม่อยากให้มันเสียเปล่า ก่อนจะหยิบแฟ้มเอกสารที่ทำค้างไว้เมื่อวาน กะว่าจะเอาออกมาทำต่อเพราะตอนนี้เขามีหน้าที่ตรวจทานเอกสารที่เป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น คอยช่วยแก้ไขสำนวนและภาษาให้เหมาะกับงานราชการอย่างครบถ้วนเพื่อยกระดับความน่าเชื่อถือของจีเอ็นพีในสายตาชาวต่างชาติเพิ่มมากขึ้นไปอีก

    แฟ้มสีดำสนิทซึ่งหน้าปกถูกประทับตราหัวสิงโตสอดอยู่ในลิ้นชักที่สอง เซฮุนตั้งใจจะหยิบมันออกมาวางบนโต๊ะแต่ยังไม่ทันได้วางแฟ้มกลับมีซองจดหมายหมายขนาดเอห้าร่วงลงมาจากแฟ้มเสียก่อน

    เด็กหนุ่มเอียงหัวมองมันด้วยความงุนงง ...

    เอ๋ เมื่อวานก่อนกลับบ้านเขาก็ไม่ได้เอาซองอะไรสอดไว้ในแฟ้มสักหน่อย

    และเมื่อเปิดมันดูด้วยความสงสัย ...

    ไม่ถึงนาทีต่อมา ใบหน้าขาวจัดของเด็กหนุ่มก็ซีดเผือด ร่างสูงโปร่งรีบเก็บแผ่นกระดาษและรูปถ่ายสองสามใบใส่ในซองเหมือนเดิม เขากำมันแน่นอยู่กับอกพร้อมกับกวาดสายตามองไปรอบๆอีกครั้งเพื่อหาว่ามีใครกำลังจ้องมองตัวเองอยู่หรือไม่ แล้วลุกขึ้นจากโต๊ะอย่างรวดเร็วจนเสียงขาเก้าอี้ครูดกับพื้นดังเอี๊ยดอ๊าด ซึ่งก็เลวร้ายกว่าเดิมเพราะมันทำให้พนักงานทุกคนหันมามองเด็กหนุ่มในทันที

    แต่เขาไม่ได้สนใจแม้แต่น้อย เซฮุนรีบก้มหน้าในขณะที่ก้าวยาวๆตรงไปที่ห้องน้ำ เขาหายใจเข้า-ออกอย่างรุนแรง มือยังคงสั่นระริกในตอนที่กดล็อคประตูห้องน้ำแล้วหันหลังยืนพิงมันนิ่งๆ

    ไม่นะ ... เป็นไปไม่ได้

    เด็กหนุ่มกรีดร้องอยู่ในใจแล้วดึงกระดาษกับรูปถ่ายในซองขึ้นมาดูอีกครั้ง

    แผ่นกระดาษถูกพิมพ์ด้วยหมึกสีน้ำเงินเข้มๆอย่างเรียบง่ายว่า ...



    DEAN & BAEK

    2007-2011: สำนักข่าวรอยเตอร์ส, ลอนดอน

    2011-ปัจจุบัน: หนังสือพิมพ์ The Korea Herald, กรุงโซล



    ใครกัน?

    ที่รู้แม้กระทั่งชื่อเล่นของคนทั้งคู่ มาเล่นอะไรแผลงๆแบบนี้ ...

    คยองซูอย่างนั้นเหรอ? ไม่จริงเขาไม่เชื่อ คยองซูไม่มีวันขู่เขาอย่างแน่นอน!

    และในตอนที่เขาพลิกรูปถ่ายขึ้นมาดูให้แน่ใจอีกรอบ เด็กหนุ่มถึงกับต้องเอามือปิดปากไว้ในทันทีเพราะมันเป็นรูปที่เขากับคยองซูกำลังนั่งกุมมือ พูดคุยกระซิบกระซาบกันอยู่ในสวน ภายในอาณาเขตของรั้วบ้านตระกูลคิมเมื่อไม่นานมานี้นั่นเอง

    เซฮุนมือสั่นในตอนที่ฉีกรูปถ่ายและกระดาษใบนั้นเป็นชิ้นๆแล้วโยนลงชักโครก ดวงตาสีน้ำตาลสดมองเศษกระดาษลอยวนก่อนจะเอื้อมมือไปกดน้ำเพื่อให้เรื่องเก่าๆไหลลงท่อไปในที่สุด ใบหน้าขาวจัดยังคงซีดเผือดระหว่างหยิบโทรศัพท์ออกมากดโทรออกไปยังเบอร์ที่ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ก็ยังไม่ได้โทรไปหาเลยสักครั้ง เขารอสายอยู่ครู่หนึ่งปลายสายก็กดรับ แต่ยังไม่ทันที่อีกฝ่ายจะได้พูดอะไร เซฮุนก็สวนคำพูดออกไปอย่างรวดเร็ว

    “ช่วยผมด้วยฮยอง”




    เซฮุนหาข้ออ้างปลีกตัวออกมาอยู่เงียบๆคนเดียวได้ตอนสี่โมงเย็นในที่สุด

    อย่างแรก เพราะตอนที่แอบออกมาจงอินกำลังประชุมอยู่ เขาจึงไม่จำเป็นต้องตอบคำถามด้วยความรู้สึกผิดไปมากกว่านี้ เด็กหนุ่มพยักหน้าขอบคุณพนักงานที่นำชาร้อนมาเสิร์ฟให้ถึงโต๊ะ พร้อมกับช้อนสายตามองคยองซูซึ่งกำลังทรุดตัวลงนั่งด้วยสายตาตื่นๆในทันที

    “พี่แกล้งผมรึเปล่า” เขาถาม

    “เซฮุน” ชายหนุ่มเรียกชื่อแล้วก็ถอนหายใจ “ฉันจะเป็นคนสุดท้ายที่เอารูปพวกนั่นมาขู่นาย”

    “แต่-”

    “ใจเย็นๆ” คยองซูยกมือปรามพลางทำท่าครุ่นคิดไปด้วย “ฉันกำลังสงสัยว่าทำไมคนที่ทำถึงต้องดึงแบคฮยอนเข้ามาเกี่ยวด้วยมากกว่า”

    เซฮุนตาโตแล้วสั่นศีรษะอย่างรุนแรง “ผมไม่รู้ คนคนนั้นอาจจะเป็นใครในบ้านก็ได้ ผมไม่รู้จริงๆ”

    “นายแน่ใจนะว่าไม่มีใครตามนายมาที่นี่ด้วย”

    “แน่ใจสิครับ” เขารีบตอบ “ก่อนหน้าที่ผมจะออกมา คนที่มีสิทธิ์ออกคำสั่งต่างๆยังประชุมอยู่ในห้อง ที่ห้องโถงก็มีทีมงานเดินเข้าออกอยู่ตลอดเวลา ถ้าผมจะแวบหายไปสักคนก็คงไม่มีใครมานั่งสังเกตหรอก”

    “แต่ฉันว่ามันแปลกๆอยู่นะ”

    ชายหนุ่มเงียบไปพักหนึ่งก่อนจะพูด “ถ้าจะขู่กันจริงๆเพื่อหวังผลอะไรสักอย่าง คนที่ทำน่าจะเบนเข็มมาหาฉันมากกว่า ทั้งเงิน ทั้งข่าว ถ้าอยากได้กระแสจริงๆ แบคฮยอนก็ตายไปแล้ว ยังไงก็ต้องเล่นฉันสิ แต่นี่กลับไปโจมตีนาย ฉันว่ามันแปลกๆ”

    “พี่คิดแบบนี้จริงๆเหรอ”

    “จริงสิ” คยองซูว่า “ฉันทำข่าวอาชาญกรรมมาก่อนนะเซฮุน พวกคดีลักพาตัวกับพวกขู่แบล็คเมล์น่ะ มันมีรูปแบบของมัน เพราะงี้ตำรวจถึงเดาทางคนร้ายได้ยังไงล่ะ ถ้าหากมันบ้าเข้าขั้นก็ต้องเข้าชิงตัวเลยเพราะเสี่ยงมีแนวโน้มว่าคนร้ายจะฆ่าตัวประกันหรือถ้าจะเอาเงิน มันก็จะยื่นข้อเสนอเพื่อแลกกับข้อมูลที่มันมี แต่นี่ ...”

    เซฮุนกุมขมับได้แต่นั่งฟังเงียบๆเป็นกังวลจนพูดไม่ออก แต่เขาก็ยังกำแก้วชาร้อนไว้เพราะอยากมีอะไรให้ยึดเหนี่ยว

    “... แค่อยากจะขู่เพราะมันให้แต่ข้อมูล คนที่ทำไม่ได้เรียกร้องอะไรกลับเลย” เจ้าของน้ำเสียงทุ้มๆคาดเดา “เหมือนแค่คนคนนั้นอยากบอกให้รู้เฉยๆว่า ฉันรู้นะ”

    “แต่ผมไม่อยากให้จงอินรู้” เด็กหนุ่มกระซิบ

    “จงอินรู้แล้วมันจะเป็นยังไงล่ะ” คยองซูตอบ “ถ้าเจ้านั่นรู้ ก็จะรู้แค่ว่าฉันกับนายเป็นเพื่อนกันมาก่อน”

    “ไม่ คยองซู คนที่ทำไม่ธรรมดานะ เขารู้ถึงขนาดชื่อเล่นที่พวกเราใช้เรียกกัน” เสียงของเซฮุนแอบดังขึ้นเหมือนคนสิ้นหวัง

    “นายน่ะคิดมากไปแล้ว”

    “ก็มันน่าคิดมากไหมล่ะ” เด็กหนุ่มยอมรับพร้อมกับกัดริมฝีปาก “ผมกลัวว่าจงอินอาจจะไม่เข้าใจ”

    “มันอาจจะพิลึกอยู่นะ แต่แค่คิดเล่นๆ นายไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียกับงานของพวกฉันสักหน่อย ฉันไม่คิดว่าเจ้านั่นจะแคร์หรอกนะ เห็นแบบนี้แต่จริงๆแล้วจงอินกับลู่หานเป็นคนใจกว้างน่าดูเชียวล่ะ”

    “แต่ถ้าเขารู้ล่ะว่าเบคเป็นคนเขียนบทความนั้น” เซฮุนฟุบหน้าลงกับฝ่ามือแล้วเริ่มระบาย “... บทความที่ทำให้เกิดกระแสต่อต้านเขาอย่างหนัก แล้วก็ทำให้จงอินลาออกจากจีเอ็นพีเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว แล้วผมเอง ... ผมก็เป็นคนช่วยแบคฮยอนหาจุดอ่อนของเขาออกมาเขียนโจมตี”

    ในที่สุด เซฮุนก็ยอมพูดมันออกมาจนได้ ...

    โลกนี้มันไม่มีหรอกความบังเอิญน่ะ ไม่มีเลยจริงๆ

    “เซฮุน” คยองซูเรียกเสียงอ่อน

    “บอกตามตรงนะ ฉันเองก็ไม่แน่ใจหรอกว่าจงอินจะโกรธหรือไม่โกรธ แต่เรื่องเก่าๆก็ให้มันตายไปพร้อมแบคฮยอนเถอะ ฉันรู้จักจงอินมาเป็นสิบปี แล้วฉันก็เชื่อว่าตอนนี้เขาประสบความสำเร็จในชีวิตเกินกว่าจะมานั่งผูกใจเจ็บกับเรื่องเก่าๆแล้วนะ ถ้าตอนนี้เขาเห็นความเห็นแย่ๆพวกนั้นอีกรอบ ฉันคิดว่าจงอินจะเป็นคนปรามทุกคนด้วยซ้ำไปว่าอย่าไปถือสาเด็ก”

    “แต่ความรู้สึกผิดไม่เคยปล่อยให้ผมได้อยู่อย่างสงบเลย” เซฮุนก้มหน้าไม่กล้าสบตาด้วย

    “ตอนนั้นเบคทำหน้าที่ของตัวเองนะ นายก็รู้นี่ ไอ้พวกบทความเสียดสีเพื่อเรียกกระแส มันอาจจะดูไร้ศีลธรรมไปหน่อย แต่ความตลกร้ายมันเลี่ยงได้ที่ไหนกันเพราะมันมาพร้อมอาชีพของพวกฉันนะเซฮุน”

    เด็กหนุ่มพยักหน้า พยายามสูดหายใจเข้าแต่ก็ยังรู้สึกว่ามันไม่พอ

    “ฉันจะบอกความลับอะไรให้” ร่างเล็กของชายหนุ่มโน้มเข้าใกล้ก่อนใบหน้าคมเข้มของคยองซูจะยิ้มน้อยๆ “... มันมีมุกตลกของนักข่าวอยู่มุกหนึ่งที่ฉันได้ยินทีไหร่ ก็แอบเห็นด้วยทุกครั้ง เขาว่ากันขำๆว่าแท้จริงแล้ว นักการเมืองน่ะ ไม่ได้มีหน้าที่ฟังเสียงของประชาชนหรอก แต่นักการเมืองมีหน้าที่คุมประชาชนให้อยู่ในกรอบที่ตนและพรรคพวกวางไว้ต่างหาก”

    เซฮุนตอบคำถามของคยองซูด้วยการกรอกตาอย่างอดไม่ได้แต่ก็เลือกที่จะจับมือของชายหนุ่มซึ่งวางอยู่นิ่งๆราวกับจะขอบคุณที่คำพูดของเจ้าตัวทำให้เขาสบายใจขึ้นเยอะ

    “จงอินไม่ได้เป็นแบบนั้นสักหน่อย”

    “นายปกป้องจงอินน่าดูเลยนะ” คยองซูลดเสียงลงอีก พี่ชายคนสนิทดึงมือออกแล้วลูบผมเด็กหนุ่มอย่างเงอะงะ 

    ถ้าไม่ได้มีโต๊ะอาหารคั่นกลางระหว่างคนทั้งคู่ เซฮุนคิดว่าฮยองคงจะดึงเขาไปกอดอย่างที่ชอบทำแน่ๆ ถึงแม้การที่เด็กหนุ่มชอบวางปลายคางแหลมๆบนศีรษะของอีกฝ่ายจะทำให้เจ้าตัวหงุดหงิดมากเพียงใด แต่ทั้งเขาและพี่ชายคนนี้ก็รู้ดีว่าคยองซูรักมัน

    “แน่นอนสิครับ จงอินเป็นคนมีค่ามาก ...” เซฮุนพูดพร้อมกับรอยยิ้มน้อยๆ “เขาทำให้ผมเข้าใจว่าทำไมคนอย่างแบคฮยอนถึงได้ยอมสละชีวิตเพื่อความรักได้ ก่อนหน้านี้ผมไม่เคยเข้าใจเขาเลย ผมเคยผิดหวังในตัวเขาที่เลือกทำแบบนี้แล้วผลักความรู้สึกผิดมาไว้ที่ผม แต่ตอนนี้ ผมคิดว่าผมเข้าใจเขาแล้วฮยอง”

    “นายรักจงอิน?”

    ครั้งแรกมันเป็นประโยคคำถาม

    เซฮุนไม่ได้ตอบอะไร เด็กหนุ่มสบตาคยองซูกลับไปตรงๆก่อนจะพยักหน้า

    “นายรักเจ้านั่นจริงๆด้วยสินะ ...” 

    และครั้งนี้ ชายหนุ่มตรงหน้าของเขาก็ไม่ได้ตั้งคำถามอีกต่อไป คยองซูพึมพำเหมือนจะพูดกับตัวเองมากกว่าแต่เป็นเซฮุนเองที่ต้องการย้ำ

    “ผมรักเขามากฮยอง”

    จากนั้นดวงตาสีน้ำตาลเข้มก็ก้มมองนาฬิกาที่จงอินซื้อให้ ของขวัญชิ้นแรกและชิ้นเดียวในตอนนี้ เขามองมันแล้วตัดสินใจบอกลาในที่สุด “ผมออกมาได้สักพักแล้ว เรากลับกันดีกว่านะครับ ผมไม่อยากให้จงอินสงสัย ผมไม่ใช่คนชอบช็อปปิ้งซะด้วย ถ้าเขาถามว่าไปไหนมา ผมคงไม่มีคำตอบดีๆให้เขา”

    ในจังหวะที่ทั้งคู่ลุกขึ้นหลังจากเคลียค่าเครื่องดื่มเป็นที่เรียบร้อย คยองซูก็ส่งเสื้อคลุมให้เซฮุนใส่ก่อนเหมือนในวันเก่าๆแล้วตัวเองก็ค่อยใส่ตาม ถึงแม้จะเตี้ยกว่าจนเห็นได้ชัด แต่พี่ชายคนสนิทก็มักจะวางฝ่ามือไว้ที่แผ่นหลังเวลาเดินด้วยกันคล้ายกับท่าทีปกป้องอยู่เสมอ

    เซฮุนยิ้มให้กับความทรงจำเก่าๆที่ได้สัมผัสอีกครั้ง

    ก่อนจะบอกลา ...

    คยองซูเป็นฝ่ายรั้งไว้

    “วันนี้นายทำถูกแล้วที่โทรหาฉัน ดูแลตัวเองด้วยนะ อย่าลืมว่าฉันเป็นห่วง” ชายหนุ่มพูดพร้อมกับดึงร่างโปร่งบางเข้าไปกอดแน่น “ถ้าเรื่องทั้งหมดคลี่คลายแล้ว ก็ช่วยบอกจงอินด้วยว่าถ้าหากทำนายเสียใจ ต่อให้อีกหน่อยมันได้นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีขึ้นมา ฉันก็จะตามไปเตะมันตกเก้าอี้ในสภาด้วยขาสั้นๆคู่นี้แน่นอน”

    คยองซูไม่จำเป็นต้องย้ำเรื่องนี้เพราะเซฮุนรู้ดีอยู่แล้ว

    มันอาจจะสายเกินไปที่จะกลับไปแก้ไขเรื่องเก่าๆหรือกลับไปลบล้างสิ่งไม่ดีที่เคยทำพลาดในอดีต แต่เขาต้องพยายามเพราะเซฮุนมีอนาคตที่รอร่วมสร้างกับชายผู้นั้นและลูกสาวของเขาอยู่ เด็กหนุ่มพยักหน้าในขณะที่คยองซูตะโกนเรียกแท็กซี่ให้แล้วเปิดประตูรอให้เขาเข้าไปนั่งข้างในอย่างเสร็จสรรพ

    เซฮุนจูบแก้มพี่ชายคนสนิทด้วยความคุ้นเคย เกือบปีแล้วนะที่ไม่ได้บอกลาใครสักคนด้วยธรรมเนียมตะวันตกแบบนี้ หวังว่าผู้คนที่เดินผ่านไปมาจะไม่มองเขาด้วยสายตาแปลกๆ ร่างสูงโปร่งเข้าไปนั่งในรถแท็กซี่อย่างเรียบร้อยแล้วก็ได้เวลาเริ่มเดินทางกลับในที่สุด

    ในตอนที่รถเริ่มวิ่ง เด็กหนุ่มก็หันกลับไปมองร่างเล็กๆของคยองซูจนลับสายตา

    จนไม่ทันสังเกตเห็นว่ามีชายหนุ่มคนหนึ่งนั่งนิ่งอยู่ในรถสีดำสนิทซึ่งจอดดับเครื่องอยู่ริมฟุตปาธ ... กำลังมองทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่ในตอนที่เซฮุนและคยองซูออกมาจากร้านอาหารแล้ว





    เขียนโดย AyahSoo LONE WOLF
    Twitter hashtag: #หัวใจสิงห์KH


    -  Thank You  -






เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
ehyukjaebt (@BBaekhyun)
ใครตาม