LION'S HEART หัวใจสิงห์savedbywolf
ตอนที่ 9



  • LION'S HEART l หัวใจสิงห์
    ตอนที่ 09


    ในตอนเช้าตรู่

    เซฮุนรู้สึกตัวตื่นเป็นคนแรก เขาขยับแขนโดยอัตโนมัติก่อนจะพบว่าน้ำหนักกดทับจากร่างของสาวน้อยเมื่อคืนหายไปแล้ว ร่างสูงโปร่งกระเด้งตัวตื่นด้วยความตกใจ ดวงตายังคงพร่ามัว แต่เมื่อหรี่ตาดูก็พบว่าบรรยากาศภายในห้องยังมืดสลัว ถึงแม้ว่าโคมไฟจะเปิดอยู่เหมือนก่อนที่เขาจะหลับไป แต่แสงสว่างจากดวงอาทิตย์ก็ยังไม่จ้าพอที่จะส่องลอดผ้าม่านเข้ามาในห้องแต่อย่างใด

    เด็กหนุ่มกวาดสายตามองหาลิตเติ้ล เจ

    เซฮุนยิ้มอย่างอดไม่ได้เมื่อเจอร่างของหนูน้อยกำลังนอนเอาแก้มซบอกอยู่บนตัวพ่อของเธอ ดูเหมือนเธอจะตื่นเป็นที่เรียบร้อยเพราะวินาทีที่สบตากัน ดวงตาแป๋วแหววก็จ้องตรงมาที่เขาและเมื่อเจเห็นว่าเซฮุนตื่น เธอก็รีบผงกหัวขึ้นอย่างน่ารัก ใบหน้าขาวจัดยิ้มให้เธอ เขาโบกมือเรียกก่อนจะหัวเราะน้อยๆเมื่อเด็กหญิงผะจากร่างของจงอินซึ่งยังคงหลับอยู่ที่เดิม ปีนลงจากเก้าอี้แล้วเดินเตาะแตะมาหาเขาอย่างว่าง่าย

    ลิตเติ้ล เจ เดินมาที่ข้างเตียงก่อนจะชูแขนสองข้างเป็นเชิงให้อุ้ม เซฮุนส่ายหัวเล็กน้อยแล้วจึงอุ้มเธอขึ้นมานั่งบนเตียงโดยไม่อิดออดเช่นกัน ร่างเล็กๆโถมตัวนอนคว่ำลงกับเตียงในทันที เด็กหนุ่มหยิบตุ๊กตาหมีตรงปลายเตียงส่งให้เธอด้วยรู้ดีว่านี่คือตุ๊กตาตัวโปรด มือเล็กๆคว้าไปกอด เจไม่ยอมพูดอะไร ดูเหมือนเธอยังคงงัวเงียอยู่

    เมื่อคืนเขาเองก็หลับไม่รู้เรื่องเหมือนกัน ไม่รู้เลยว่าเจลุกไปนอนกับจงอินตั้งแต่ตอนไหน คิดได้ดังนั้น ฝ่ามือขาวจัดจึงดึงผ้าห่มมาคลุมตัวเธอก่อนจะตบก้นโด่งของหนูน้อยเบาๆ ส่งเสียงฮึมฮัมในลำคอกล่อมให้เธอหลับและเมื่อเจเคลิ้ม ดวงตาหลับลง ผ่อนลมหายใจนิ่งเป็นจังหวะอีกครั้ง

    เซฮุนก็ค่อยยิ้มออกที่เธอไม่ได้งอแงแต่อย่างใด เด็กหนุ่มพยายามไม่ขยับตัวเพราะกลัวเจจะตื่นขึ้นมาอีกรอบ เขากวาดตามองร่างสูงใหญ่ที่นอนหลับอยู่บนเก้าอี้โยก นี่ก็อีกคน ... เดินกลับเข้ามาตอนไหน เขาก็ไม่รู้เรื่อง เมื่อคืนเซฮุนหลับสนิทและเขาก็ดีใจที่มันเป็นอย่างนั้น

    บอกตามตรง …

    ไม่รู้จะทำสีหน้าอย่างไรเหมือนกัน ถ้าหากสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึกแล้วเจอจงอินกำลังเดินกลับเข้ามาในห้อง แต่ตอนนี้กล้ามเนื้อของเขาชาจากการนอนท่าเดิมเป็นเวลานานๆ เซฮุนคิดว่าตัวเองจะต้องลุกขึ้นมายืดแข้งยืดขาเสียหน่อย เขาจึงค่อยๆลุกจากเตียงอย่างเงียบเชียบระวังไม่ให้ทั้งพ่อและลูกตื่น

    ร่างสูงโปร่งเดินหายเข้าไปในห้องน้ำภายในห้องนอนส่วนตัวของตัวเอง จัดการล้างหน้าและแปรงฟันเป็นที่เรียบร้อย เมื่อเดินย้อนกลับมาดูในห้องอีกครั้งก็ยังพบว่าจงอินยังหลับอยู่บนเก้าอี้ตัวเดิม เพียงแต่คราวนี้ไม่มีแว่นตาและเอกสารเหมือนเมื่อคืนแล้ว เซฮุนเดินเข้าไปใกล้ เขายิ้มกับความรู้สึกอุ่นๆในใจ เพราะดูเหมือนจงอินจะดูเด็กลงไปหลายปี เมื่อชายหนุ่มหลับสนิทแถมยังไร้พิษสงอีกด้วย

    เซฮุนส่ายหัวก่อนจะเดินเข้าไปใกล้กว่าเดิม มองดูก็เห็นว่าศีรษะของอีกฝ่ายนั้นพับไปข้างหนึ่งดูไม่น่าจะนอนสบายเอาเสียเลย แต่หน้าอกของชายหนุ่มกลับสะท้อนขึ้นลงเป็นจังหวะมั่นคงเป็นที่ยืนยันว่าจงอินหลับสนิท ในห้องเงียบสงัดเช่นนี้ เซฮุนเกือบจะได้ยินเสียงหายใจดังๆอย่างชัดเจนเลยทีเดียว

    จงอินยังอยู่ในชุดเดียวกับเมื่อคืน เสื้อยืดสีขาวกับกางเกงนอนขายาว มือแข็งแรงทั้งสองกุมประสานกันอยู่ตรงหน้าท้องรับกับข้อศอกที่วางบนพนักเก้าอี้ ชายเสื้อยืดเลิกขึ้น เผยให้เห็นหน้าท้องแบนเรียบแล้วก็ขอบกางเกงต่ำๆ ท่อนขาไขว้กันยืดออก มีเพียงปลายเท้าที่พาดอยู่บนปลายเตียงของลูกสาว

    ยามนอน ดูผ่อนคลายเหมือนเป็นคนละคน ในยามปกติจงอินก็ดูสบายๆอยู่แล้ว แต่ยามนี้จากผู้ชายวัยสามสิบกว่าซึ่งต้องแบกอะไรไว้มากมายกลับเหมือนเด็กหนุ่มธรรมดาๆเท่านั้น สีหน้าที่ถูกควบคุมเป็นอย่างดีในการแสดงออกหายไป ดวงตาปิดสนิท รวมถึงเส้นผมที่ตกลงมาปรกใบหน้าดูน่ารำคาญไม่น้อยนั่นด้วย

    “หล่อตรงไหนเนี่ย ฮึ”

    เซฮุนพึมพำกับตัวเองเบาๆระหว่างโน้มตัวเหนือร่างของชายหนุ่ม เหมือนดั่งที่จงอินทำกับเขาเมื่อคืน ปลายนิ้วยาวเกลี่ยเส้นผมที่ปรกใบหน้าหล่อจัดนั่นออก อดไม่ได้ที่จะลูบศีรษะเบาๆเพราะเขารู้สึกลึกซึ้ง ห่วงหา อาทรในตัวอีกฝ่าย ก่อนจะผะตัวเองออกมานั่งบนปลายเตียงใกล้ๆกับปลายเท้าของจงอิน
      
    ดวงตาสีน้ำตาลสดหันไปมองทั้งน้องเจ ทั้งจงอินแล้วก็นิ่งไปพักหนึ่ง ความรู้สึกอ่อนไหวต่างๆอัดแน่นอยู่เต็มอกหลังจากเหตุการณ์บอกฝันดีเมื่อคืน เซฮุนก็อ่อนไหวจนอยากจะร้องไห้เพราะเขารู้ตัวดีว่าตอนนี้ถลำลึกลงไปมากแค่ไหน

    เขารักจงอิน

    เซฮุนแน่ใจว่าเป็นแบบนั้น เขาอยากจะแก้ตัวให้ตัวเอง ทำไมมันถึงง่าย ทำไมถึงเร็ว ทำไม ทำไม แต่คิดเท่าไหร่ก็ห้ามตัวเองไม่ได้ เหตุผลในการตัดสินใจของเขามีเท่าๆกับสติ แต่เหตุผลในการห้ามความรู้สึกของตัวเองนั้น ไม่มีเลย

    เซฮุนรักจงอิน ไม่ใช่แค่เชิงชู้สาว แต่มันมีอะไรมากกว่านั้น เขารู้เท่าๆกับที่รู้ว่าอีกฝ่ายอาจจะตอบแทนความรู้สึกแบบเดียวกันกลับมาไม่ได้ หรือถ้าได้ เรื่องของเราสองคนก็จะไม่ง่ายเลย เขานึกสงสัยว่าเพราะอะไร รักจงอินเพราะอะไร เพราะรูปร่างหน้าตาก็คงไม่ใช่ทั้งหมด เพราะเขาไม่ได้รู้สึกถูกดึงดูดเวลามองลู่หานหรือคยองซูหรือคุณจงฮุนที่มีเค้าคล้ายจงอินเลยสักนิด

    บางที เซฮุนอาจจะหลงรักจงอินตั้งแต่ก่อนจะรู้จักชื่อของชายหนุ่มก็เป็นได้ ตั้งแต่ที่ได้ยินเสียงนุ่มๆเอ่ยปลอบประโลมในตอนที่เจ็บตัวจนแทบจะขยับไม่ได้ เซฮุนรักจงอินในตอนที่รู้ว่าตัวเองไม่เหลือใคร มองไปทางไหนก็มืดสนิท มีเพียงคนๆเดียวที่รอเขาอยู่ในแสงสว่าง

    ตอนนั้นจงอินไม่ได้มีอะไรพิเศษ เป็นแค่ผู้ชายธรรมดาที่ไม่มีชื่อเสียง ไม่มีหน้าตา มีแต่น้ำเสียงที่บอกว่าทุกอย่างจะดีขึ้น ตอนนั้นแหละ ที่เซฮุนหลงรักจงอินเพราะเสียงของชายหนุ่มเป็นสิ่งที่ทำให้เขาต่อสู้เพื่อที่จะมีชีวิตต่อไป

    ‘ไม่ต้องกลัว คุณปลอดภัยแล้ว’

    ประโยคนี้แล่นอยู่ในหัวซ้ำๆ และเมื่อได้ยินทีไหร่ก็อ่อนไหว ลึกซึ้งจนอยากจะร้องไห้ทุกที

    เด็กหนุ่มหาข้อสรุปให้ตัวเองจนได้ เขาก้มหน้ามองตัก ไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัว กลัว ... กับสิ่งที่ยังไม่เกิด กลัวว่าเหตุการณ์จะซ้ำรอย ครั้งนี้เขารู้สึกเต็มๆ ไม่มีหมกเม็ด เขาเป็นฝ่ายหลงรักก่อน ไม่เหมือนกับคราวแบคฮยอน ครั้งนั้นเซฮุนไม่ได้เป็นฝ่ายให้ แบคฮยอนแทบจะหาดาวหาเดือนมาให้เขา ถ้าหากเซฮุนเอ่ยปาก แล้วสุดท้าย มันจบด้วยโศกนาฏกรรมแบบไหน

    เซฮุนเองก็รู้ดีที่สุด

    เพราะในตอนนี้ เขายังไม่กล้าแม้แต่จะให้อภัยตัวเอง

    เขาตัดสินใจปล่อยพ่อลูกไว้ทั้งแบบนั้น เซฮุนหมุนตัวจากมาด้วยความรู้สึกหนักอึ้ง ตอนนี้เขาอยากอยู่คนเดียวและต้องการพื้นที่คิดอะไรเงียบๆ แม้จะรู้สึกสมเพชตัวเองแค่ไหนก็ตาม กับการหลบหน้าจงอินแบบเด็กๆ แล้วยิ่งเรื่องเมื่อคืนมันแทบไม่ได้มีอะไรเลย อีกฝ่ายอาจจะไม่ได้คิดอะไรด้วยซ้ำ

    ขนาดเดินเข้ามาในห้อง เจ้ารูปปั้นตกแต่งสวนเล็กๆที่ตรงระเบียงยังหันหน้าหนี ...

    ความสัมพันธ์ที่ผ่านมา เขาทำมันพังเอง แค่ครั้งนี้เซฮุนระวังตัวมากขึ้น อย่างน้อย เขาคิดว่าเขารู้ว่าตัวเองกำลังต่อสู้อยู่กับอะไร เซฮุนเข้าใจถึงสาเหตุของเรื่องทั้งหมด จงอินเกลียดความไม่ซื่อสัตย์ เขาคิดว่าลู่หานและทั้งครอบครัวเองก็ด้วย เพราะคนทุกคนที่นี่มีอนาคตทางการเมืองเป็นเดิมพัน พวกเขาเอาตัวเองมาเสี่ยงกับเรื่องไร้สาระไม่ได้

    แต่สิ่งที่เขามั่นใจในตอนนี้ จงอินไม่ได้คบใครที่ไหนหรือเจอใครในเชิงชู้สาว เจ้าตัวอาจจะหลับนอนกับผู้หญิงที่ไร้ชื่อบ้างเป็นครั้งคราวเพื่อผ่อนคลาย แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่เซฮุนคาดเดาไปเอง แต่หลังจากที่เข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้เป็นเดือน ใกล้ชิดกับสมาชิกทุกคน ผู้ชายทุกคนในตระกูลคิมเคร่งครัดเรื่องระเบียบวินัยและกฎปฏิบัติของสังคม ให้เกียรติเพศหญิงอย่างเท่าเทียม มันแทบเป็นไปไม่ได้เพราะเจ้าตัวรักศักดิ์ศรีเกินกว่าจะทำลายเกียรติของภรรยาด้วยตัวเอง

    เซฮุนคิดระหว่างอาบน้ำเพื่อสงบจิตใจก่อนร่างสูงโปร่งจะสะดุ้งโหยงเมื่อมีคนเคาะประตู เด็กหนุ่มขานรับ จากนั้นไม่นานอีกฝ่ายก็ตอบกลับมา ปรากฏว่าเป็นสาวใช้ในบ้านบอกสั้นๆว่ามีจดหมายส่งมาถึงเขา และเธอก็นำมันมาวางไว้ให้บนโต๊ะเครื่องแป้งเป็นที่เรียบร้อย

    เขาขมวดคิ้ว ...

    ใครกันที่อยากส่งจดหมายมาหาโอ เซฮุน

    และใครกันที่รู้ว่าตอนนี้โอ เซฮุนคนนั้นอยู่ที่ไหน ...

    เด็กหนุ่มรีบสวมเสื้อคลุมก่อนจะพรวดพราดออกมาจากห้องน้ำ เซฮุนทำในสิ่งที่ไม่เคยทำตั้งแต่เข้ามาอยู่ในบ้านของตระกูลคิม เขาล็อกประตูที่เชื่อมห้องนอนส่วนตัวกับห้องนอนของลิตเติ้ล เจ อย่างรวดเร็ว มือสั่นๆหยิบจดหมายขึ้นมา ในใจยังคงกระสับกระส่ายอย่างหาที่มาไม่ได้

    มันเป็นซองจดหมายสีขาวครีมเรียบๆ บนหน้าซองถูกพิมพ์ด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ ไม่มีชื่อที่อยู่ของผู้ส่ง มีแต่เพียงแค่ชื่อที่อยู่ผู้รับซึ่งถูกจ่าไว้เท่านั้น เด็กหนุ่มถือมันไว้นิ่งๆ ในใจเต้นตึกตัก ไม่แม้แต่จะกล้าเดาว่าใครคือผู้อยู่เบื้องหลังจดหมายฉบับนี้

    กระดาษแผ่นเล็กๆนั้นพับครึ่ง ไม่มีลวดลายอะไรมากความ มือขาวคลี่มันออก เนื้อในไม่ได้ถูกพิมพ์ด้วยคอมพิวเตอร์อย่างที่เขานึกกลัว แต่มันเป็นลายมือหวัดๆเขียนด้วยภาษาอังกฤษซึ่งเขาจำเจ้าของลายมือได้จนขึ้นใจ

    ‘We need to talk.’
    (เรามีเรื่องต้องคุยกัน)

    แค่นั้น ...

    สั้นๆและแสนง่ายดาย

    แต่เซฮุนรู้ดีว่ามันไม่ง่ายอย่างแน่นอนเพราะอดีตกำลังจะหวนกลับคืนมา

    ไม่ว่าเขาจะเหยียบมันให้จมดินลึกแค่ไหนก็ตาม




    ระหว่างนั้น ระหว่างที่ต้องรออย่างไม่รู้จุดหมาย

    เซฮุนถามตัวเองอยู่หลายครั้งว่าทำไมเขาถึงไม่เป็นฝ่ายเดินเกมก่อนเล่า ไม่ว่าเจ้าของจดหมายจะต้องการอะไรหรือแค่อยากพูดคุยก็ตาม เขาพยายามแม้กระทั่งคิดหาวิธีติดต่ออีกฝ่ายอยู่นาน แต่สถานะตอนนี้ เขาไม่สามารถทำอะไรได้แม้แต่น้อย เซฮุนรู้ว่าที่จริงเขาทำได้ ถ้าหากเขาอยากจะทำแต่ความสุ่มเสี่ยงมีมากเกินไป สิ่งที่มีอยู่ในตอนนี้ทั้งกับจงอิน ลิตเติ้ล เจหรือกับทุกคนรอบตัวเขามันคุ้มกับความอยากรู้อยากเห็นเพียงแค่เล็กน้อยอย่างนั้นหรือ?

    ไม่ล่ะ ... เด็กหนุ่มตัดสินใจเด็ดขาดได้ในทันที

    ตอนนี้สิ่งที่ทำได้ ก็คือ รออย่างอดทน

    เพราะเขารู้ดี เจ้าของจดหมายต้องหาวิธีติดต่อเขาได้อย่างฉลาดและแนบเนียนอย่างแน่นอน

    แล้วมันก็เป็นอย่างที่เซฮุนคาดการณ์ไว้จริงๆ ...

    บ่ายแก่ๆในอาทิตย์ถัดมา การเคลื่อนไหวก็เริ่มต้นอีกครั้ง ระหว่างที่เด็กหนุ่มกำลังนั่งเล่นกับเจ้าบราวน์อยู่ในสวน แถวๆโต๊ะไม้ตัวเดิมที่ครอบครัวคิมเคยใช้เลี้ยงต้อนรับเขาเมื่อตอนที่ย้ายมาจากโรงพยาบาล

    เซฮุนนั่งเงียบๆ ในมือมีหนังสือเล่มหนึ่งเกี่ยวกับการปลูกฝังพัฒนาการของเด็ก ตรงหน้ามีของว่างและเครื่องดื่มที่สาวใช้นำมาวางไว้ให้ เลยไปตรงปลายเท้าเจ้าสุนัขเพื่อนยากกำลังนอนหมอบแทะขนมของมันอย่างมีความสุข

    ลมโกรกสบายในบ่ายวันพุธ วันนี้อากาศดีมากและเงียบสงบ ไม่มีเงาลูกน้องของจงอินซุ่มอยู่ตามจุดต่างๆเพราะท่านที่ปรึกษาและเจ้านายทั้งหลายของบ้านไม่อยู่กันยกครัว เด็กๆก็พากันไปเรียนพิเศษทั้งคู่ จะเหลือก็แต่เขาและผู้ดูแลบ้านเท่านั้น

    ตอนนั้นเองที่เจ้าของจดหมายตัดสินใจปรากฏตัว ...

    ในตอนที่ไม่มีใครอยู่บ้าน ผู้ชายคนนั้นก็ตัดสินใจมาที่นี่ราวกับเป็นเรื่องบังเอิญ

    โอ้ อยากจะหัวเราะเสียจริง แต่เซฮุนรู้ดีกว่านั้นเยอะ มันไม่มีหรอกความบังเอิญน่ะ เวลาทำอะไรเพื่อหวังผล ความบังเอิญไม่สามารถการันตีถึงผลลัพธ์ได้ สำหรับผู้ชายคนนี้ มีแต่แผนที่ตั้งใจไว้ แม่น ราวกับจับวางเท่านั้นแหละ

    ‘เชิญค่ะ ถ้าไม่สะดวกนั่งรอในบ้าน ก็นั่งรอในสวนก่อนได้นะคะ อีกไม่นานคุณจงอินก็จะกลับแล้ว รอสักครู่นะคะ เดี๋ยวดิฉันจะยกน้ำมาให้’

    เสียงสาวใช้ที่คุ้นเคยดีดังขึ้นมาแว่วๆ เจ้าบราวน์รีบผงกหัวขึ้นมามองตามความเคลื่อนไหว เมื่อเห็นคนแปลกหน้า แต่ครั้งนี้น่าแปลกที่เจ้าตัวโตกลับไม่เห่า คล้ายกับแขกที่เขายังไม่เห็นหน้าเคยเข้า-ออกบ้านหลังนี้จนมันชิน แต่ด้วยสัญชาติญาณของสุนัข เมื่อคนนอกเข้ามาในบ้าน มันจึงรีบคาบทั้งขนมและของเล่นที่วางอยู่บนพื้นแล้ววิ่งจู๊ดเอาไปเก็บไว้ในที่ซ่อนทันที ก่อนจะวิ่งตึกๆกลับมา กระดิกหางใส่แขกผู้มาเยือน ตามนิสัยใจดีติดคนของมัน

    เซฮุนหันรีหันขวาง รีบเก็บหนังสือและแก้วน้ำ ตั้งใจว่าจะหนีเข้าบ้านเผื่อว่าแขกของจงอินอาจจะต้องการใช้เวลาส่วนตัวของตนเงียบๆ แต่อะไรบางอย่างที่เขาเองก็ไม่รู้ หรืออาจจะเป็นเซ้นส์ ความรู้สึกที่สั่งให้เด็กหนุ่มหันกลับไปมองก่อนหนังสือคู่มือฝึกพัฒนาการเด็กจะตกลงบนพื้นหญ้าจนเจ้าบราวน์สะดุ้งโหยง

    ดีน ...”

    อีกฝ่ายส่งเสียง หึ ในลำคอ

    เป็นดีนจริงๆด้วย ...

    แถมยังใช้วิธีเข้าหาเขาได้อย่างฉลาดสมกับนักข่าวเก่าของรอยเตอร์ส จะมีอะไรแนบเนียนไปกว่าการแอบเข้ามาคุยกับเขาโดยการอ้างว่ามารอพบจงอินกัน ครั้งหนึ่งเจ้าตัวเคยบอกกับเขาเอง สอนด้วยความตั้งใจว่าถ้าหากอยากเข้าถ้ำเสือไปเอาลูกเสือก็จงปลอมเป็นแม่เสือมันเสียเลย

    ดีน ถอดเสื้อแจ็คเก็ตที่สวมอยู่ออกก่อนจะพาดมันไว้อย่างสบายๆบนโต๊ะไม้ เซฮุนยืนนิ่งระหว่างมองอีกฝ่ายค่อยๆลดตัวนั่งพลางหันไปรับแก้วน้ำจากสาวใช้ที่เพิ่งนำมาเสิร์ฟ ชายหนุ่มพึมพำขอบคุณอย่างมีมารยาท แล้วมองตามจนแน่ใจว่าสาวใช้เดินจากไปเป็นที่เรียบร้อย ก่อนจะหันกลับมา จ้องนิ่งๆจากนั้นจึงผายมือให้เซฮุนนั่งลงบ้าง

    “มีคนแค่สองคนบนโลกนี้ที่เรียกฉันว่า ดีน” ชายหนุ่มเริ่มพูด “คนแรกคือเพื่อนรักของฉัน ตั้งแต่สมัยที่ฉันยังทำงานอยู่กับรอยเตอร์ส ดีนคือชื่อที่เขาตั้งให้เพราะเจ้านั่นชอบพูดว่า ดีโอ มันเชยไปแล้ว อีกอย่าง คยองซู ก็ยากเกินไปที่จะออกเสียงสำหรับคนที่นู่น ส่วนคนที่สองก็คือนาย เซฮุน”

    คำสุดท้าย ดีนลงเสียงเรียกชื่อเขาหนักๆ จนเซฮุนกลืนน้ำลายลงคอโดยไม่รู้ตัว เขาหันไปมองรอบๆเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครเพ่นพ่านอยู่ในสวนอีกครั้ง ก่อนร่างสูงโปร่งจะเดินไปนั่งเก้าอี้ที่ตั้งอยู่เกือบจะถึงปลายโต๊ะด้วยความระมัดระวัง เมื่อมองจากสายตาคนภายนอก ดูเผินๆในตอนนี้ ทั้งสองคนเหมือนคนแปลกหน้าที่ไม่รู้จักกันโดยสิ้นเชิงซึ่งจำเป็นต้องใช้พื้นที่ส่วนรวมร่วมกันมากกว่า

    “... ทำแบบนี้ทำไม” เซฮุนเริ่ม

    ส่งจดหมายมาทำไม ... นั่นคือสิ่งที่เขาอยากจะถาม

    “ฉันต่างหากที่ต้องถามนาย ทำแบบนี้ทำไม” คยองซูสวนกลับมาทันที

    ทำเอาเด็กหนุ่มถึงกับนิ่ง ...

    เขาไม่กล้าคิดว่าชายหนุ่มจะมีปฏิกิริยาอย่างไรกับเรื่องนี้ ความโกรธในตัวคยองซูต่อเขานั้น จะบางเบาลงตามกาลเวลาด้วยหรือไม่ เซฮุนไม่เคยได้พูด ไม่มีโอกาสเลยสักครั้ง อย่างน้อยที่สุดที่เขาจะทำได้ ก็คือ ขอโอกาสอธิบาย

    “คนพวกนี้ไม่เหมือนเบค – ไม่เหมือนพวกฉันนะเซฮุน นายกำลังเล่นเกมอะไรอยู่” คยองซูพูดเรียบๆแต่กลับมองมาด้วยแววตำหนิอย่างชัดเจนที่สุด

    เด็กหนุ่มพ่นลมหายใจอย่างอึดอัด พยายามอย่างสุดความสามารถที่จะไม่ปล่อยให้อารมณ์ฉุนเฉียวของอีกฝ่ายข่มขวัญตัวเอง เขายิ้มในแบบที่คยองซูคุ้นเคยเป็นอย่างดี “ผมไม่ได้เล่นเกมอะไรเลย เรามาคุยกันดีๆเถอะนะครับ”

    เมื่อเขายิ้มพร้อมกับหงายฝ่ามือออกไปข้างหน้า แสดงออกอย่างชัดเจนถึงความเป็นมิตร ความแข็งกร้าวของคยองซูก็ละลายลงไปอย่างช้าๆ เหมือนสมัยก่อนไม่มีผิด สมัยที่ยังอยู่ลอนดอน มีกันสามคน คยองซู แบคฮยอนแล้วก็เขา ดูเหมือนเรื่องที่เกิดขึ้น อีกฝ่ายก็ยังทำใจไม่ได้เช่นกัน คยองซูเคยเอ็นดูเขามากเพียงใด เซฮุนก็รู้ดีที่สุด

    แบคฮยอนรักเขาแบบถวายหัว ….

    แต่คยองซูรักเพราะโหยหาการมีพี่น้องเนื่องจากเจ้าตัวเป็นลูกคนเดียวของนายทหารใหญ่ ดวงตาคมของพี่ชายคนเก่าอ่อนแอราวกับพร้อมจะแตกสลายได้ทุกเมื่อ มองแล้วช่างน่าหดหู่ ช่างต่างกับคยองซูคนเดิมที่เคยเป็นเสาหลักของทั้งเขาและเบค แต่ความไม่ยอมรับกับความเคลือบแคลงยังคงชัดเจนในดวงตาคู่นั้น

    รักแต่ก็ยังให้อภัยไม่ได้เสียที

    “ตอนนั้น ... ฉันจ้องตา ถึงได้แน่ใจว่าใช่นายแน่ๆ”

    ตอนนั้นที่อีกฝ่ายหมายถึง ... คงเป็นตอนที่เขาบังเอิญเจอกับคยองซูครั้งแรกในที่ทำการพรรคของจงอิน ทั้งเขาและเจ้าตัวคงไม่ทันได้ตั้งรับกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ดีนถึงได้รีบผลุนผลันกลับไป โธ่ ฮยอง ... เด็กหนุ่มมองใบหน้าหล่อของอีกฝ่ายด้วยความเศร้าใจ คยองซูยังดูสุขภาพแข็งแรงเหมือนเดิม แต่ใบหน้าซูบผอมลงนิดหน่อย แก้มตอบลงจนเป็นที่ชัดเจนว่าเจ้าตัวทุกข์ใจกับอะไรบางอย่างในช่วงหลังๆ คงดื่มหนักน่าดู

    “ฮยอง ...” เซฮุนเสียงสั่น “ผมขอโทษ ผมขอโทษ ยกโทษให้ผมด้วยเถอะครับ”

    เด็กหนุ่มอ้อนวอนและเมื่อสบตากับอีกฝ่าย คยองซูก็ยกมือขึ้นมาลูบใบหน้าของตัวเองแรงๆแล้วหันหน้าหนีทันทีราวกับทนดูไม่ได้เช่นกัน

    “มันคุ้มไหมเซฮุน เรื่องทั้งหมดนี่” คยองซูเค้นเสียง

    “แล้วพี่คิดว่าผมอยากจะให้มันเป็นแบบนี้เหรอ คิดว่าผมตั้งใจใช่ไหม”

    คยองซูเงียบไปในทันที ก่อนชายหนุ่มจะลุกขึ้น เดินมาทิ้งตัวนั่งตรงข้ามกับร่างสูงโปร่ง คว้ามือขาวจัดไปกุมไว้ด้วยมือตัวเองทั้งสองข้างก่อนจะเริ่มร้องไห้ราวกับทนไม่ไหว ในที่สุด “ฉันรู้ แต่ฉันยังรับไม่ได้ ฉันรู้ ...”

    คนทั้งคู่สลับบทบาทกัน ตอนนี้คยองซูเหมือนเด็กที่เพิ่งเสียของรักไป ส่วนเขาก็กลายมาเป็นคนที่อายุมากกว่า เซฮุนมองดูอีกฝ่ายน้ำตาคลอ เขาสัญญากับตัวเองไว้ว่าจะไม่ร้องไห้เพราะเขาผ่านช่วงเวลานั้นมาได้แล้ว เขาจะไม่กลับไปร้องไห้ฟูมฟายอีกเด็ดขาด

    “ผมขอโทษ ...” เซฮุนพูดอีกรอบ

    “ฉันอยากจะโกรธนาย ...” คยองซูสะอื้น

    “พี่สมควรจะโกรธ ทุกอย่างมันเป็นความผิดของผมเอง”

    “ฉันโกรธ!” ชายหนุ่มพูดเสียงสั่น “... โกรธเป็นบ้าเลยด้วย แต่ฉันคิดถึงนายมากกว่า”

    “พี่เคยโกรธผมแค่ครั้งเดียวตอนที่ผมปาแจกันใส่แบคฮยอนจนหัวแตก แล้วหลังจากนั้น พี่ก็ทนไม่ได้ที่เราสองคนไม่คุยกันเป็นอาทิตย์ จนต้องลากคอเบคมาขอโทษที่เขางี่เง่าใส่ผมก่อนจนได้” เซฮุนพูดยิ้มๆก่อนจะดึงมือออกมาแตะแก้มของคยองซูแผ่วเบา “พี่ปกป้องผมเสมอ พี่เหมือนพี่ชายที่ผมไม่เคยมี คยองซู”

    ชายหนุ่มน้ำตาเอ่อขึ้นมาอีกครั้ง ร่างเล็กๆของคยองซู นั่งห่อไหล่ ศีรษะตกราวกับเพิ่งปล่อยให้ตัวเองจมกับความสูญเสียเป็นครั้งแรก ก่อนจะหยิบแก้วชาเย็นของเซฮุนมาจิบเฮือกใหญ่แล้วบ่นพึมพำ “บ้านนี้ดื่มแต่ชาสินะ ถ้าเราจะคุยเรื่องนี้กันจริงจัง ฉันคิดว่าคงต้องดื่มอะไรที่แรงกว่านี้ซะหน่อย”

    เซฮุนคิดว่าตัวเองหัวเราะ แต่ก็เปล่าเลย เขาหัวเราะไม่ออก “ดื่มชาน่ะดีแล้วครับ ช่วงนี้ดื่มหนักน่าดูเลยสิ”

    คยองซูส่ายหัวก่อนจะลืมตัวตอบโดยไม่คิดอะไร “ไม่หนักเท่าสมัยที่ดื่มกับเบคหรอก”

    เซฮุนนิ่ง ...

    คยองซูก็ดูเหมือนจะรู้ตัวว่าหลุดพูดอะไรออกไป ชายหนุ่มดึงมือออกมากุมประสานตรงหน้าของตัวเองแล้วจึงตัดสินใจคุยต่อ “ฉันรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นทั้งหมด เรื่องเครื่องบินตกและหลังจากนั้น ไม่นานก่อนที่ฉันจะส่งจดหมายมาหานาย”

    เซฮุนเริ่มกระสับกระส่าย เพราะเขารู้คำตอบอยู่แล้ว คยองซูไม่เห็นด้วยอย่างแน่นอนกับการที่เขาจะเล่นบทหนุ่มน้อยขาวสะอาดต่อไป โดยเฉพาะถ้าเจ้าตัวรู้ว่าจงอินยังไม่รู้เรื่องราวลึกๆทั้งหมด การพูดให้คยองซูคล้อยตามว่าสิ่งที่เขาทำอยู่มันถูกต้องต้องใช้เหตุผลน่าฟังและลูกเล่นมากมาย คยองซูเคยเป็นนักข่าวมาก่อน เป็นคู่หูสังเกตการณ์เพื่อรายงานกับแบคฮยอน หน้าที่การงานระดับเป็นนักข่าวของรอยเตอร์ส เพราะฉะนั้นมันจะไม่ง่ายเลย

    “ผมก็ไม่ได้อยู่อย่างสบายใจนักหรอกฮยอง” เซฮุนเริ่มด้วยการปกป้องตัวเอง

    มือที่ถือแก้วชาของชายหนุ่มชะงักไปในทันที ด้วยความสัตย์จริง คยองซูไม่นึกว่าจะได้ยินอะไรแบบนี้

    “แต่ถ้าพี่ให้โอกาสผม ผมก็อยากจะอธิบาย” คยองซูยังไม่ตอบอะไร เซฮุนจึงเริ่มพูดต่อ “จงอินน่ะ น่าสงสาร จริงอยู่ที่ลูกสาวเขาไม่ได้รับบาดเจ็บมากนัก แต่เธอเสียแม่ตั้งแต่ยังเล็ก เรื่องออกมาอีหรอบนี้ มันก็เหมือน ... เขาเสียทั้งภรรยาและลูกสาวไปพร้อมกัน”

    “แล้วพวกเราล่ะเซฮุน นายพูดเหมือนเราทั้งคู่ไม่ได้สูญเสียอะไรไปอย่างนั้นแหละ”

    “พี่หมายความว่ายังไง”

    คยองซูไม่ตอบในทันที ชายหนุ่มเงียบและปล่อยให้อีกฝ่ายวิตกอยู่ครู่หนึ่ง “นายก็รู้ว่าฉันหมายความว่ายังไง”

    “ผมพยายามจะอธิบาย ไม่ได้ให้พี่มาตอกย้ำเรื่องเก่าๆนะ คยองซู”

    “มันก็น่าตอกย้ำซะหน่อยนะ”

    ใบหน้าขาวจัดเชิดขึ้นอย่างดื้อรั้นราวกับจะท้าทาย คยองซูสบตาเขานิ่ง “ผมรู้ว่าผมทำอะไรลงไป ผมรักเบคเท่ากับที่พี่รัก ทุกวันนี้ผมก็อยู่แต่กับความรู้สึกผิด ไม่จำเป็นต้องให้พี่มารื้อฟื้นเรื่องเก่าๆของตัวเองให้ผมฟังหรอก ผมไม่ได้ลืมแบคฮยอน แต่ผมผิดเหรอที่ผมพยายามจะใช้ชีวิตต่อไป ผมทำพลาดเรื่องของเขา แต่ผมก็ได้บทเรียนแล้ว”

    “แต่นายไม่แม้แต่จะไปเยี่ยมหลุมศพของเบค -” แต่ละคำ พูดออกมาราวกับกำลังเอามีดกรีดปาดแผลที่ปิดสนิทไปแล้วให้เปิดออกอีกรอบ “เพื่อนรักของฉันคงนอนตายตาหลับ ถ้าหากเขารู้ว่าชีวิตที่สละเพื่อบูชาความรักไป มันไร้ค่าแค่ไหน”

    ก็เพราะแบคฮยอน ตายไปแล้วไง!” คราวนี้เซฮุนพูดมันทั้งน้ำตา “เพราะเขาจากไปแล้ว ผมกลับไปแก้ไขหรือทำอะไรเพื่อเขาไม่ได้อีกต่อไปแล้ว พี่เข้าใจไหม! เขาตายเพื่อผม เขาตายเพราะผม พี่อยากได้ยินคำนี้ใช่ไหมคยองซู พอใจรึยัง นี่ไง ผมพูดมันออกมาแล้ว เพราะผมทำให้เขาฆ่าตัวตาย ผมเอง ผมมันผิดเอง”


    แบคฮยอนคือจุดเริ่มต้น

    เพราะแบคฮยอนสอนให้เซฮุนรู้จักความรักในแบบที่เขาไม่เคยรู้จักกับมันมาก่อน

    เศษเสี้ยวในวัยเยาว์มีแต่โลกสีขาวสะอาด เศษเสี้ยวเล็กๆเท่านั้นที่จะได้ออกนอกกรอบ ทุกครั้งๆที่ขาข้างหนึ่งก้าวผ่านข้ามเส้นออกไป พ่อแม่ ครอบครัวและสังคมจะต้องดึงเซฮุนกลับมาในวงกลมเสมอๆ เด็กน้อยในตอนนั้นได้แต่เศร้าอยู่ภายใน เขาตัดใจและโบกมือลาโลกภายนอก ถึงแม้จะมีทุกอย่างเท่าที่เด็กคนหนึ่งควรจะมี แต่เขาก็ยังเป็นทุกข์เพราะที่ใช้อยู่มันไม่ใช่ชีวิตในแบบที่เขาตามหา

    จนกระทั่งพยอน แบคฮยอนก้าวเข้ามาในชีวิต ผู้ชายคนนี้ทำให้เซฮุนมีความสุข หลงใหล ได้ปลื้มไปกับความรู้สึกโลดโผนใหม่ๆแทบจะตลอดเวลา จนเป็นกังวลว่าสักวันชายหนุ่มจะหายไป

    แบคฮยอนเป็นคนสุดโต่ง ประเภทที่ตื่นเต้นกับความอันตราย ครั้งหนึ่งเจ้าตัวเคยพูดกับเขาว่า ‘ต่อไปนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น นายไม่ต้องกังวล เพราะทุกปัญหา มีส่วนประกอบมากมาย เกินกว่าที่จะเอามาโทษตัวเองทั้งหมด’ เพื่อที่เซฮุนจะได้ใช้ชีวิตให้เต็มที่และเขาก็เก็บมันไว้ลึกสุดหัวใจจนถึงทุกวันนี้

    ชายหนุ่มผู้จากไปเคยเป็นพลังชีวิตของเขา 

    แต่สำหรับคนรอบข้าง แบคฮยอนเป็นเหมือนโรคร้าย แต่สำหรับตัวเซฮุน แบคฮยอนน่ะเป็นแสงสว่าง ตัวเขาเองต่างหากที่กัดกินจิตวิญญาณบริสุทธิ์ของตัวเองจนไม่มีเหลือ และในวันที่เราทะเลาะกัน ตัดขาดความสัมพันธ์ทั้งๆที่ยังเคลียกันไม่รู้เรื่อง อาทิตย์ถัดมา แบคฮยอนก็ลาออกจากงาน ตัดขาดทุกอย่างและบินกลับมาที่บ้านเกิดภูมิลำเนาของตัวเอง เขานึกว่าแบคฮยอนกลับมาเพื่อมาหาคยองซู ตั้งใจจะเริ่มชีวิตใหม่ในโซล แต่เปล่าเลย จุดหมายปลายทางของชายหนุ่มคือการตัดสินใจฆ่าตัวตายเพื่อบูชาความไม่สมหวังในความรัก

    และนั่นก็คือจุดจบของโอ เซฮุนคนเก่า

    ในตอนที่เซฮุนรู้เรื่อง ... เป็นวันเดียวกับที่เขาได้ก้าวขึ้นถึงจุดสำคัญจุดหนึ่งของชีวิต

    เซฮุนได้รับรางวัลพูลิตเซอร์ เพราะเขาเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และรักร่วมเพศจากความไม่สมหวัง ความไม่ยุติธรรมของตัวเอง นั่นคงเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาได้รางวัลทรงเกียรตินี้ แต่เขาไม่มีหน้าไปรับรางวัลนี้อีกต่อไปแล้ว

    เซฮุนจึงตัดสินใจอุทิศรางวัลให้กับรักแรกอย่างพยอน แบคฮยอน

    รางวัลสูงสุดที่เซฮุนคนเก่าเคยมีก็พยอน แบคฮยอนนี่แหละ

    ไม่ใช่การตีค่าของผลงานแต่อย่างใด เพียงแต่ว่าตอนนั้นเขาโง่เขลาและตื้นเขินเกินกว่าที่จะเข้าใจอย่างถ่องแท้ แต่ตอนนี้เซฮุนเข้าใจมันแล้ว เขาจึงบินกลับมาที่นี่ เริ่มต้นชีวิตใหม่ เพื่อที่การตายของแบคฮยอนจะไม่ได้ไร้ค่าอย่างที่คยองซูเคยค่อนขอด

    และในที่สุด เขาก็ได้เจอจงอิน

    จุดเริ่มต้นครั้งใหม่ที่เซฮุนสาบานว่าให้ตายยังไง เขาจะไม่มีวันทำพลาดเป็นครั้งที่สอง

    ก่อนจะจากไป คยองซูทิ้งท้ายเอาไว้

    ‘ถ้าไม่อยากให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย นายต้องยอมรับความจริงและจงอินต้องรู้เรื่องทั้งหมด ...’




    เด็กหนุ่มยืนรอจงอินในตอนที่อีกฝ่ายกลับบ้าน

    เขากระวนกระวาย ทำอะไรไม่ได้ตั้งแต่ตอนที่คยองซูขอตัวกลับหลังจากที่เราทั้งคู่ระเบิดอารมณ์ครั้งใหญ่ สาวใช้ดูงุนงงเมื่อชายหนุ่มพูดด้วยสีหน้านิ่งสนิทว่าเจ้าตัวมีธุระด่วน ทั้งๆที่นั่งรอเจ้านายคนเล็กของบ้านอยู่ในสวนเป็นชั่วโมง แต่เธอก็เลือกที่จะไม่พูดอะไร เซฮุนจึงได้แต่ยืนมองอดีตนักข่าวของรอยเตอร์สซึ่งผันตัวมารับช่วงต่อธุรกิจของครอบครัว เป็นเจ้าของหนังสือพิมพ์หัวใฝ่การเมืองชื่อดังจนลับสายตา

    เซฮุนถอนหายใจ ในตอนที่อ่อนแอ เขาคิดถึงการมีอยู่ของจงอินมากกว่าอะไรทั้งหมด ...

    และในตอนที่ร่างสูงสง่าปรากฏตัวพร้อมกับลูกสาวและซื่อซุน ดูเหมือนวันนี้ชายหนุ่มจะแวะรับเด็กๆจากที่เรียนพิเศษก่อนจะกลับบ้าน จงอินยิ้มเมื่อสบตากัน แต่เซฮุนก็ยังกระวนกระวายใจไม่หาย ได้แต่หวังว่าเจ้าตัวจะจับไม่ได้ว่าเขาแอบมายืนรออยู่ตั้งนมนาน

    “ทำไมวันนี้กลับเย็นนักล่ะครับ” เขาถามในทันที พร้อมกับชำเลืองมองเด็กๆที่พากันไปนั่งเล่นของเล่นใหม่กับเจ้าบราวน์ที่หน้าโซฟาเป็นที่เรียบร้อย

    “พาเด็กๆไปซื้อสมุดระบายสีมาน่ะ โทษทีนะที่ไม่ได้โทรบอก นี่คุณรอผมทานข้าวอยู่รึเปล่า”

    เซฮุนส่ายหัว “ผมทานแล้วครับ วันนี้คุณจงฮุนกลับเร็ว ผมเลยทานกับพี่ชายคุณตั้งแต่หัววัน”

    “พี่จงฮุนบังคับให้คุณทานเป็นเพื่อนสินะ” จงอินหัวเราะ

    และเซฮุนก็ได้แต่ยิ้มรับแล้วเดินตามชายหนุ่มต้อยๆเหมือนเด็กน้อยหลงทาง จงอินหันมาเลิกคิ้วใส่แต่อีกฝ่ายกลับไม่พูดอะไร ได้เดินนำขึ้นไปชั้นสองเงียบๆ และในทันทีที่พ้นสายตาของคนในบ้าน เซฮุนก็รู้ตัวว่าเขาทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว มือขาวจัดยื้อเสื้อเชิ้ตด้านหลังของอีกฝ่ายเอาไว้แน่น

    เขาก้าวเข้าไปใกล้ จนปลายจมูกแทบจะซุกอยู่หลังต้นคอสีแทน ทั้งที่ใจจริง อยากกอดแต่ก็ยังไม่กล้าพอ
    “จงอิน ...”

    ดูจากลาดไหล่แกร่งของชายหนุ่มที่จู่ๆก็เกร็งขึ้น จงอินรับรู้อย่างชัดเจนว่าตอนนี้เซฮุนก้าวเข้ามาประชิดกับแผ่นหลังของตนมากเพียงใด

    “มีอะไรรึเปล่า ฮึ” เทวดาถามเสียงนุ่มก่อนจะทำท่าราวกับจะหันกลับมา แต่เป็นเขาเองที่วางมือนาบกับแผ่นหลังอุ่นร้อนของอีกฝ่ายบอกเป็นนัยๆว่าอย่าเพิ่ง

    “อย่าครับ ...” เซฮุนย้ำ ครู่หนึ่งที่ดวงตาจ้องอยู่ตรงต้นคอ มองเห็นเส้นเลือดบางๆและสายธารชีวิตของชายหนุ่มเต้นอยู่ตรงหน้าอย่างชัดเจน “ตั้งแต่ที่คุณเจอผม ผมเคยทำอะไรให้คุณสงสัยในความปรารถนาดีของผมไหม”

    จงอินเงียบไปพักหนึ่ง

    ชายหนุ่มไม่ยอมตอบแต่กลับเอื้อมมือมาคว้าศีรษะของเซฮุนให้ซบลงบนไหล่ของตัวเอง เด็กหนุ่มน้ำตาคลอในทันที แค่นี้แหละ ไม่ต้องพูดอะไรก็ได้ แต่อย่าเพิ่งไปไหน อย่าทิ้งให้เขาอยู่คนเดียวและมันก็ไหลลงข้างแก้มในตอนที่เขาหลับตาเพื่อที่จะซึมซับการมีอยู่ของจงอินไว้ให้นานที่สุด

    “ไม่เคยเลยสักครั้ง” เจ้าตัวตอบในที่สุด

    เซฮุนหลุดสะอื้น อึดอัดจนแทบจะระเบิด แต่บอกใครไม่ได้มันเป็นอย่างนี้นี่เอง ... ขอบคุณครับ

    ขอบคุณจริงๆ จงอิน




    เขียนโดย AyahSoo LONE WOLF
    Twitter hashtag: #หัวใจสิงห์KH


    -  Thank You  -





เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
ehyukjaebt (@BBaekhyun)
พีคไปอีกกกก