SIAM SPORTS NERDSคนมองหนัง ทัศนทรรศน์
นักมวยสากลไทยผู้เดินทางไปค้ากำปั้นในสหรัฐ มากครั้งที่สุด!!
  • การประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องของ "ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น" น่าจะส่งผลให้เขามีโอกาสได้เดินทางไปค้ากำปั้นที่สหรัฐอเมริกา เมกกะของวงการมวยสากลอาชีพโลก ติดๆ กันอีกหลายไฟต์

    ศรีสะเกษประสบชัยชนะที่สหรัฐติดต่อกันมาสามไฟต์แล้ว อย่างไรก็ตาม เขายังไม่ใช่นักมวยสากลไทยหรือแชมป์โลกสถาบันหลักชาวไทย ซึ่งได้เดินทางไปชกที่อเมริกามากครั้งที่สุด

    นักมวยสากลอาชีพชาวไทยระดับแชมป์โลก ผู้ข้ามน้ำข้ามทะเลไปต่อยมวยที่สหรัฐอเมริกามากไฟต์ที่สุด คือ "รัตนชัย ส.วรพิน"

    สำหรับแฟนมวยสากลคนไทย รัตนชัยอาจไม่เป็นที่นิยมมากนัก อย่างน้อย เขาก็โด่งดังน้อยกว่าพี่ชายที่เป็นอดีตแชมป์โลกเช่นกันอย่าง "รัตนพล ส.วรพิน" (ทั้งเพราะเจ้าโบ้ รัตนพล ครองแชมป์โลกในช่วงระยะเวลายาวนานกว่า และสีสันชีวิตนอกสังเวียนของรัตนพลก็น่าสนใจกว่า)

    รัตนชัยเคยเป็นแชมป์โลกรุ่นแบนตัมเวท (118 ปอนด์) ขององค์กรมวยโลก (WBO) อยู่ช่วงสั้นๆ

    แต่จุดน่าสนใจมากกว่า ก็คือ เขามีโอกาสได้เดินทางไปค้ากำปั้นที่ต่างประเทศมากถึง 16 ไฟต์ จากสถิติการชกทั้งหมด 88 ไฟต์ ชนะ 75 (น็อก 50) แพ้ 13 (แพ้น็อก 4)

    ถ้าเทียบกับแชมป์โลกสถาบันหลักชาวไทยรายอื่นๆ แล้ว รัตนชัยน่าจะเป็นคนที่ได้เดินทางไปชกมวย ณ เมืองนอกมากหนที่สุด รองจาก "ชาติชาย เชี่ยวน้อย" ผู้เดินทางไปประลองฝีมือที่ต่างประเทศถึง 40 ไฟต์ จากการชกทั้งหมด 82 ไฟต์

    ที่สำคัญ รัตนชัยเคยเดินทางไปชกมวยที่สหรัฐอเมริกามากถึง 8 ไฟต์ แบ่งเป็นสามช่วงเวลา คือ ระหว่างปี 1998-2000 (4 ไฟต์) ปี 2001 (2 ไฟต์) และปี 2005 (2 ไฟต์)

    จุดเด่นประการนี้นี่แหละ ที่ส่งผลให้รัตนชัยมีความคล้ายคลึงกับเจ้าแหลม ศรีสะเกษ แม้ฝีไม้ลายมือและชื่อเสียงของเขาจะเป็นรอง

    ในช่วงแรกสุดที่เดินทางไปสหรัฐ รัตนชัยมีสถานะเป็น "มวยสร้าง" ของโปรโมเตอร์ที่นั่นเลยด้วยซ้ำ เห็นได้จากการขึ้นเวทีไปคว่ำนักมวยเกรดรองหลายๆ ราย

    ก่อนที่ต่อมา รัตนชัยจะได้ขึ้นชกกับยอดมวยเกรดเอและบีบวกหลายคน ณ สหรัฐอเมริกา เช่น

    (1) เขาได้ชิงแชมป์ว่างรุ่น 115 ปอนด์ สหพันธ์มวยนานาชาติ (IBF) แพ้คะแนน "มาร์ค จอห์นสัน" เมื่อปี 1999

    (จอห์นสันเคยเป็นแชมป์โลกรุ่น 112 ปอนด์ สหพันธ์มวยนานาชาติ ยุคเดียวกับที่ "แสน ส.เพลินจิต" และ "ยูริ อาร์บาชาคอฟ" เป็นแชมป์โลกพิกัดเดียวกัน ของสมาคมมวยโลกและสภามวยโลก ก่อนจะขยับรุ่นขึ้นมาชกในพิกัดซูเปอร์ฟลายเวท/จูเนียร์แบนตัมเวท)

    (2) ไฟต์สร้างชื่อที่สุดของรัตนชัย คือ การพลิกล็อกเอาชนะคะแนน "แดนนี่ โรเมโร่" อดีตแชมป์โลกรุ่น 115 ปอนด์ IBF ได้ในปี 2001

    (ช่วงนั้น โรเมโร่พลาดท่าพ่ายแพ้คู่ต่อสู้ระดับยอดฝีมืออย่าง "จอห์นนี่ ทาเปีย" กับ "วูยานี บังกู" มาสักพักใหญ่ และกำลังฟื้นฟอร์มขึ้นมาใหม่ แต่ดันถูกเผาเครื่องโดยรัตนชัยซะงั้น อย่างไรก็ตาม หลังแพ้รัตนชัยไม่นาน โรเมโร่กลับได้โอกาสชิงแชมป์โลกรุ่น 118 ปอนด์ องค์กรมวยโลก ในปี 2002 ทว่าเขาก็แพ้เจ้าของตำแหน่งอย่าง "ครูซ คาร์บาฮาล" ก่อนที่คาร์บาฮาลจะเดินทางมาเสียเข็มขัดแชมป์โลกให้รัตนชัยที่เมืองไทย ในอีกสองปีหลังจากนั้น)


    (3) รัตนชัยได้ชิงแชมป์โลกรุ่น 118 ปอนด์ สหพันธ์มวยนานาชาติ (IBF) แพ้คะแนน "ทิม ออสติน" (ขณะยังเป็นยอดแชมป์ไร้พ่าย) เมื่อปี 2001

    (4) เขาได้ชิงแชมป์โลกรุ่น 118 ปอนด์ องค์กรมวยโลก (WBO) อีกหน แต่ก็แพ้ทีเคโอ "จอห์นนี กอนซาเลซ" (นักมวยเม็กซิกันที่หมัดหนักมาก แต่คางเปราะ) เมื่อปี 2005

    ไม่เพียงเท่านั้น รัตนชัยยังเคยตระเวนไปขึ้นชกกับแชมป์โลกผู้ยิ่งใหญ่ชาวเอเชียอีกหลายคน ที่ประเทศฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย

    เขาเคยบินไปแพ้คะแนน "คริส จอห์น" นักมวยอินโดนีเซีย เมื่อปี 2002 ต่อมา จอห์นกลายเป็นยอดแชมป์โลกรุ่น 126 ปอนด์ ระดับตำนานของอินโดฯ

    (จอห์นป้องกันตำแหน่งแชมป์โลกของสมาคมมวยโลก หรือ WBA ได้ถึง 17 ครั้ง -ถือว่าระดับน้องๆ "พี่ระ เขาทราย" ที่ป้องกันตำแหน่งได้ 19 ครั้งเลยทีเดียว- ในจำนวนนั้น รวมถึงการเอาชนะคู่ต่อสู้ฝีมือดีอย่าง "ฮวน มานูเอล มาเกวซ" -ยอดมวยเม็กซิกันที่เคยน็อกแมนนี ปาเกียว ได้สำเร็จ!- และ "ร็อคกี้ ฮัวเรซ" -ซึ่งสมัยต่อยมวยสมัครเล่น เคยไล่ถล่ม "สมรักษ์ คำสิงห์" จนแพ้น็อกในกีฬาโอลิมปิกที่ซิดนีย์-)

    รัตนชัยเคยเดินทางไปแพ้น็อกให้แก่อีกหนึ่งยอดแชมป์โลกชาวฟิลิปปินส์ คือ "เจอร์รี่ พีญาโลซ่า" ถึงสองไฟต์ (พีญาโลซ่าน่าจะเป็นนักมวยที่รัตนชัยแพ้ทางมากที่สุด)

    ไฟต์แรกตอนปี 2000 (ชิงแชมป์อินเตอร์ฯ รุ่น 115 ปอนด์ สภามวยโลก WBC) ไฟต์หลังตอนปี 2008 (เป็นศึกชิงแชมป์โลกรุ่น 118 ปอนด์ ขององค์กรมวยโลก)

    ในไฟต์เกือบสุดท้ายบนสังเวียนนักสู้ รัตนชัยมาสร้างชื่อ (เสีย) แบบแปลกๆ โดยเขาเดินทางไปชิงแชมป์อินเตอร์ฯ รุ่น 122 ปอนด์ ขององค์กรมวยโลก กับ "รามี ลาปุต" นักชกเจ้าถิ่นชาวฟิลิปปินส์

    เกมการชกดำเนินไปโดยที่รัตนชัยตกเป็นรองชัดเจน

    กระทั่งในยกที่ 11 รัตนชัยมีแผลแตกเพราะเกิดอุบัติเหตุหัวชนกับลาปุต แต่กรรมการห้ามบนเวทีกลับไม่ได้สั่งยุติเกมลงชั่วคราวตามวิถีปฏิบัติทั่วๆ ไป นักมวยฟิลิปปินส์จึงตามมาต่อยซ้ำที่บาดแผลของนักชกไทย

    รัตนชัยมีอารมณ์โมโหเดือดดาลถึงขีดสุด เลยตอบโต้กลับไปด้วยการเตะก้านคอ (ในแบบฉบับแม่ไม้มวยไทย) ใส่ลาปุต จนถูกกรรมการจับแพ้ฟาล์ว แล้วโดนแบนจากการชกมวยสากลอาชีพเป็นเวลาหกเดือน

    หลังจากนั้น รัตนชัยกลับมาชกมวยอีกสองไฟต์ ชนะหนึ่งแพ้หนึ่ง ก่อนจะแขวนนวมไปอย่างเงียบๆ

    สำหรับคนที่ดูมวยสากลมากว่ายี่สิบปีอย่างผม "รัตนชัย ส.วรพิน" ถือเป็น "นักชกในความทรงจำ" คนหนึ่ง

    เขาไม่ได้เป็น "ฮีโร่" ผู้มีฝีมือและเกียรติประวัติโดดเด่น แต่เขาคือนักมวยที่แพ้บ้าง ชนะบ้าง (แถมในไฟต์สำคัญๆ ที่มีเข็มขัดแชมป์โลกเป็นเดิมพัน เขามักแพ้มากกว่าชนะด้วยซ้ำ) ซึ่งไม่ถูกจำกัดอยู่ในกรอบการแข่งขันเดิมๆ ของแชมป์โลกแบบไทยๆ ทั่วไป

    แชมป์ที่ชกอุ่นเครื่อง ชิงแชมป์ ป้องกันแชมป์อยู่ในบ้านเกิดเป็นหลัก ออกไปชกที่ญี่ปุ่นเป็นครั้งคราว ได้ข้ามน้ำข้ามทะเลไปชกที่ยุโรป-สหรัฐแค่ไม่กี่ครั้งในชีวิต โดยส่วนใหญ่ประสบความพ่ายแพ้ มีเพียงไม่กี่คนที่เคยลิ้มรสของชัยชนะ และมีน้อยรายที่ถูกว่าจ้างไปต่อยอย่างต่อเนื่อง

    รัตนชัยถือเป็นอดีตแชมป์โลกชาวไทยที่ก้าวข้ามข้อจำกัดหลายประการข้างต้น (แม้จะยังไม่สมบูรณ์แบบนัก เช่น เขาอาจเคยเอาชนะอดีตแชมป์โลกที่สหรัฐอเมริกา แต่ก็ไม่เคยคว้าเข็มขัดแชมป์โลกได้สำเร็จต่อหน้าแฟนมวยชาวอเมริกัน)

    จนถึงปัจจุบัน รัตนชัยยังคงมีสถานะเป็นนักมวยสากลอาชีพระดับแชมเปี้ยนโลกชาวไทย ผู้เดินทางไปค้ากำปั้นที่สหรัฐมากครั้งที่สุด

    แม้กระทั่งศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น ก็ยากจะทำลายสถิติดังกล่าว (เจ้าแหลมต้องไปชกที่อเมริกาอีก 6 ไฟต์ จึงจะโค่นสถิติของรัตนชัยลงได้)

    ---

    ถ้าชอบเนื้อหา ฝากติดตาม เพจเฟซบุ๊ก  ด้วยนะครับ

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in