Buddy (YAOI)Yellow
เพื่อนสนิท
  • แดดอ่อนๆของช่วงเช้าส่องเข้ามากระทบกับใบหน้าคมเข้ม ทำให้คนที่นอนหลับสบายบนเตียงขยับตัวเล็กน้อยก่อนค่อยๆลืมตาขึ้นมาข้างหนึ่ง มือข้างหนึ่งควานหาโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลาแล้ววางมันไปกับเตียงอย่างไม่สนใจนัก

    ร่างสูงยันตัวเองลุกขึ้นมองไปรอบๆห้องเห็นถึงความผิดปกติบางอย่างในครัว เหมือนกำลังมีใครกำลังวุ่นวายอยู่ในครัวของเขา ใจจริงก็อยากจะตกใจอยู่หรอกแต่เมื่อคิดขึ้นได้ว่าคนที่เข้าออกห้องนี้ได้ประจำเป็นใครเลยไม่ได้ใส่ใจเท่าไร

    คงจะเป็น แรร์ สินะ

    แรร์เพื่อนสมัยเด็กที่แต่ก่อนชอบเล่นด้วยกันบ้านอยู่ติดกันเลยสนิทกันค่อนข้างมาก แต่อยู่ได้แค่ประถมปลายจะขึ้นมัธยมต้นที่บ้านของเขาก็พาย้ายไปอยู่ที่อื่น พวกเรายังคงติดต่อกันบ้างเป็นครั้งคราวเพราะต่างคนต่างเรียน มีชีวิตของตัวเอง แต่ความสนิทสนมในช่วงวัยเด็กกลับไม่ได้หายไปไหนเลย

    ตอนนี้พวกเราขึ้นปี1ของมหาวิทยาลัย นั่นเลยทำให้พวกเราได้เจอกันและอยู่ใกล้ๆกันอีกครั้ง ตัวเขาเองย้ายมาอยู่หอ ส่วนแรร์ก็อยู่หอแต่เป็นหอฝั่งตรงข้าม พ่อแม่ของเขาให้ย้ายมาอยู่ด้วยกันเป็นห้องเดียวเลยแรร์มันก็เห็นด้วยจะได้ไม่เปลืองช่วยกันออกค่าใช้จ่ายได้

    แต่เขาก็ไม่ยอมทำตามที่ผู้ใหญ่บอก แรร์เลยต้องมาหาเขาที่หอเป็นประจำเพราะตัวเขาเองไม่ค่อยดูแลรักษาห้องเท่าไรหรอก กับข้าวก็ทำไม่เป็น พ่อกับแม่เลยให้ทำกุญแจให้มันด้วยจะได้เข้ามาช่วยเหลือดูแลได้

    "ตื่นแล้วหรอธีม" คนที่อยู่ในครัวหันหน้ามาเห็นเพื่อนของตัวเองนั่งทำหน้ามึนอยู่บนเตียงแต่ไม่ยอมลุกไปไหนจึงเอ่ยปากเรียก

    "อือ" เขาตอบรับไปแค่นั้น "ทำอะไร"

    "ทำกับข้าวให้ธีมไง เดี๋ยวเราว่าจะเอาผ้าไปซักให้ด้วย" ไม่พูดเปล่าเขาเดินไปหยิบตระกร้าผ้าที่มีผ้ายัดอยู่จนเลยขอบของตะกร้าแล้วเดินไปทางห้องน้ำ

    "เฮ้ย ไม่ต้องทำ" เขารีบห้ามไว้ไอเพื่อนคนนี้มักจะวุ่นวายกับเขาอยู่เรื่อย "ของเราเดี๋ยวทำเองไม่ต้องยุ่ง"

    "จะไม่ให้ยุ่งได้ไง ดูธีมดิไม่ดูแลห้องเลย ในตู้เย็นก็ว่างเปล่าบอกให้ย้ายมาอยู่กับเราก็ไม่เอา"

    "ย้ายทำไมห้องนี้สบายแล้ว" ไม่เลย แคบก็แคบห้องของแรร์ใหญ่กว่ามากแถมตัวเขาเองก็เป็นพวกต้องมีคนคอยดูแลด้วย

    ถ้าถามว่าทำไมไม่ย้าย คำตอบก็คือ...กลัวใจตัวเอง

    เขายอมรับว่าหลงรักเพื่อนสนิทตั้งแต่เด็กๆแล้ว แรร์มันเป็นผู้ชายก็จริงแต่ทำตัวไม่สมผู้ชายเลย อ่อนแอ ไม่สู้คน น่าสงสาร จนเขารู้สึกอยากปกป้องอยากดูแลคนๆนี้ิ ยิ่งรูปร่างตัวเล็กๆกับนิสัยทำงานบ้านเก่งแบบนี้ยิ่งทำให้มันดูน่ารัก น่าถะนุถะนอมเข้าไปอีก

    เพราะเป็นแบบนี้เขาถึงไม่ยอมไปอยู่กับมัน ยิ่งอยู่ใกล้กันไม่รับประกันหรอกว่ามันจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นเพราะฉะนั้นตัดไฟตั้งแต่ต้นลมน่ะดีที่สุดแล้ว

    ตัวเขาเองยังไม่พร้อมจะเสียเพื่อนคนนี้ไป อยู่แบบนี้แหละ ขอให้ได้มอง ได้อยู่ใกล้ๆก็พอแล้วนี่บางทีทุกความสัมพันธ์ก็ไม่จำเป็นต้องครอบครองกันและกัน แค่ได้เห็นว่าเขามีความสุขเราก็มีความสุขแล้วไม่ใช่เหรอ

    "อะ กินสะเสร็จแล้วก็รีบอาบน้ำแต่งตัว" แรร์ยื่นจานที่มีไข่ดาว แฮม แล้วก็ขนมปังโฮมวีสให้ก่อนจะนั่งลงตรงข้ามกินของตัวเองด้วยเหมือนกัน

    "รีบทำไม วันนี้ไม่มีไปไหนสักหน่อย" เขาตัดเอาแฮมชิ้นพอดีคำเข้าปาก

    "ธีมลืมหรอว่าวันนี้เรานัดกันไว้" 

    นัด? นัดกันตอนไหนวะ เขาไม่ใช่คนขี้ลืมนะแต่เรื่องนี้เขาจำไม่ได้จริงๆไม่มีอยู่ในสมองฝั่งไหนสักซีก

    "นัดอะไร เราจำไม่ได้" 

    "ก็ธีมบอกจะไปช่วยเราเลือกของขวัญให้พี่ต้นไง" แรร์หรี่ตาลงเล็กน้อย "อย่าบอกนะว่าลืมอะ"

    ที่แท้ก็ไปซื้อของขวัญนี่เอง จริงๆเขาไม่ได้สนใจด้วยซ้ำไม่มีอยู่ในความทรงจำเพราะอะไรน่ะเหรอ ก็เพราะพี่ต้นอะไรนั่นเป็นแฟนของแรร์ เขาไม่เคยเจอหน้าเลยสักครั้งคนๆนี้เป็นใครมาจากไหนก็ไม่รู้ อยู่ๆก็มาได้ใจของแรร์ไปแต่ก็นั่นแหละนี่เลยเป็นสาเหตุที่เขาไม่กล้าเข้าใกล้มากกว่านี้ 

    ช้าไป เขาช้าไปแค่นิดเดียว....

    จบข้าวมื้อเช้าไข่ดาว แฮมและขนมปังโฮลวีทของแรร์ เขาก็ลุกไปอาบน้ำเพื่อเตรียมตัวออกไปข้างนอก ถึงความจริงโคตรจะไม่อยากช่วยมันเลือกก็เถอะ แต่ทำไงได้ละก็เราเป็นเพื่อนกันนี่ เพื่อนก็ต้องช่วยเพื่อนอยู่แล้ว แม้จะไม่เต็มใจเลยสักนิด

    ร่างสูงเดินออกมาจากห้องน้ำตามตัวเต็มไปด้วยหยดน้ำที่เกาะผิวมา ไรผมที่มีน้ำไหลลงยิ่งทำให้เจ้าของใบหน้าได้รูปดูดีไปอีกแบบ และนั่นทำให้คนที่นั่งอยู่บนเตียงถึงกับมองไม่วางตา

    สายตาจับจ้องไปที่หุ่นได้รูปกับกล้ามเนื้อที่สวยจนน่าอิจฉา เพียงเท่านั้นการหายใจก็ติดขัดขึ้นทันที ไม่รู้ว่าตัวเขามองคนตรงหน้าไปนานเท่าไรแล้วรู้แต่เพียงว่าไม่สามารถละสายตาออกจากธีมได้เท่านั้นเอง

    "มองอะไร" คำถามที่ตามมาด้วยดวงตาเจ้าเล่ห์ สายตาที่แทบจะกลืนกินกันทั้งตัวแบบนั้น 

    อันตรายจริงๆ 

    ธีมค่อยๆเดินเข้ามาใกล้ยิ่งเดินเข้ามามากเท่าไรเขาก็ยิ่งรู้สึกตัวแข็งขยับไปไหนไม่ได้เท่านั้น ยังไม่ทันได้ตั้งสติมือใหญ่ทิ้งน้ำหนักลงตรงข้างตัวของเข้าทั้งสองข้าง ใบหน้าของพวกเราห่างกันแค่คืบรับรู้ได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนที่รดรินกันและกัน

    "ทะ ทำอะไร" แรร์พยายามหลบหนีใบหน้าได้รูปแต่ก็โดนต้อนให้กลับมามองกันอย่างเดิม

    "หลบทำไม" มือข้างขวาหยิบผ้าเช็ดหัว ยืดตัวเต็มความสูงเหมือนเดิม ผ้าขนหนูสีขาวผืนเล็กถูกนำไปเช็ดบนผมเปียก "ก็แค่จะหยิบผ้า"

    โธ่เอ้ย นึกว่าจะมีฉากเลิฟซีนเกิดขึ้นสะแล้ว

    "ว่าไง เมื่อกี้คิดอะไร" ธีมยืนเช็ดผมอยู่ตรงหน้ากับทำหน้ากวนประสาท คงจะดูออกสินะว่าเขาแอบคิดลึก

    "เปล่า รีบไปแต่งตัวได้แล้ว มาใส่แต่ผ้าขนหนูแบบนี้คิดว่าน่าดูไง" เขารีบไล่มันไปก่อนที่มันจะถามอะไรเยอะขึ้นกว่านี้

    "ก็คิดว่าน่าดูนะ" ธีมส่งสายตาเจ้าเล่ห์มาให้ "ไม่งั้นคนแถวนี้คงมองตาไม่กระพริบหรอก"

    "ไอบ้า ใครเขามองกันเราก็มีปะ เนี่ยๆ" ไม่พูดเปล่าแรร์ถลกเสื้อยืดสีขาวขึ้นจนเห็นหน้าท้องเนียนสวย 

    เขาต้องรีบหันกลับไปหาเสื้อผ้ามาใส่ก่อนอะไรบางอย่างมันจะตื่นตัว แรร์มันไม่เคยระวังตัวเลยจริงๆ ไม่รู้เลยว่าการอยู่กับเขามันอันตรายสะยิ่งกว่าอะไรเสียอีก

    ธีมหยิบเสื้อเชิ้ดสีขาวกับกางเกงยีนส์ตัวโปรดขึ้นมาใส่ แต่งแค่นี้สาวๆก็แทบจะร้องกรี๊ดกันแล้ว กรี๊ดเพราะหล่อ อ่อ เปล่าหรอก กรี๊ดเพราะลืมรูดซิป แฮร่ เอ้ยๆไม่ใช่เวลามาเล่นตลกสิ่งที่ต้องคิดหนักกว่านี้คือต้องไปเลือกของขวัญวันเกิดให้แฟนมันเพราะพรุ่งนี้เป็นวันเกิดแฟนมันแล้ว แต่ไอเพื่อนแรร์คงลืมอะไรอย่าง

    ว่าเขาก็เกิดพรุ่งนี้เหมือนกัน


    รถจอดอยู่ในชั้นที่3ของห้าง เขาล็อครถตรวจดูความเรียบร้อยก่อนจะเดินตามคนตัวเล็กที่เดินไปนำไปก่อนแล้ว

    วันนี้เป็นวันธรรมดาผู้คนเลยไม่ค่อยเยอะมากเท่ากับวันหยุด ทำให้การเดินห้างไม่ได้น่าหงุดหงิดเหมือนครั้งอื่นๆที่ไป จะกินอะไรแต่ละอย่างต้องรอแล้วรออีกจนบางทีก็เหนื่อยจะรอ

    "จะไปดูอะไรให้ต้นละ" ธีมหันมาถามคนที่เดินหาร้านอยู่ จะให้มาช่วยซื้อก็ไม่ยอมบอกว่าจะซื้ออะไร 

    "นาฬิกา จริงๆดูมาแล้วว่าจะเอาอันไหน" 

    เลือกมาแล้ว แล้วมันจะพกเขามาทำซากอะไรเอามาให้เจ็บใจเล่นงี้หรอ เขาไม่ใช่คนเก็บความรู้สึกเก่งอะไรหรอกนะ ยิ่งต้องมาเห็นมันเลือกนู้นนี้ให้แฟนด้วยสีหน้ามีความสุขเขาก็ยิ่งเจ็บ มันมีความสุขก็ดีอยู่หรอกแต่จะดีกว่านี้ถ้ามามีความสุขด้วยกัน

    ร้านนาฬิกาที่พวกเขาเข้ามาดูเป็นร้านที่ค่อนข้างใหญ่อย่าพูดถึงราคาเลยแพงตามที่คาดนั้นแหละ แรร์ไม่ใช่คนจนหรืออะไรครอบครัวออกจะฐานะดีด้วยซ้ำแต่มันเป็นคนประหยัดมาก ดูไม่เหมือนพวกมีเงิน เพราะฉะนั้นค่อนข้างเหลือเชื่อสักหน่อยถ้ามันจะมาซื้อนาฬิกาแพงๆให้แฟน 

    คงจะรักมากเลยสิ

    "ธีมว่าอันนี้สวยไหม เราดูอันนี้มาแหละ" แรร์ชี้ให้ดูนาฬิกาเรือนหนึ่งที่ตั้งไว้ต่างจากเรือนอื่นๆ 

    นาฬิกาสายหนังสีดำหน้าปัดสีเงินสวย เรียบหรู ดูคลาสสิก เป็นแบบที่ธีมชอบเหลือเกิน แต่พอนึกขึ้นได้เขาก็ชะงักไป เขาจำได้ว่าเคยบอกแรร์เมื่อตอนที่เลื่อนหน้าโทรศัพท์ดูรุ่นนาฬิกาแล้วไปเจอรุ่นนี้

    "สวยไหม" ธีมหันหน้าจอโทรศัพท์ให้แรร์ที่นั่งอยู่ข้างๆ

    "อืม สวยดี อยากได้หรอ" แรร์ถามคนที่ดวงตาเป็นประกายเมื่อมองดูรูปนาฬิกาเรือนนั้นในหน้าจอโทรศัพท์

    "คิดว่านะ แต่ราคาขนาดนี้คงต้องเก็บเงินยาวๆ"

    ไม่คิดเลยว่าแรร์จะลืมว่าเขาอยากได้เรือนนี้แล้วพาเขามาซื้อให้แฟนแทน เขาเก็บเงินอยู่ตั้งหลายเดือนตอนนี้ยังไม่พอราคาของมันเลย อิจฉาผู้ชายคนนั้นของมันจังนะได้อะไรหลายๆอย่างที่เขาชอบ อย่างเช่น แรร์

    "ว่าไงธีม ทำไมเงียบละไม่สวยหรอ" แรร์เรียกสติเพื่อนตัวสูงที่ยืนนิ่งมาสักพักแล้ว หรือว่ามันจะไม่สวยจริงๆ 

    "เปล่า ก็สวยดี" อืม มันสวยมากๆไม่งั้นเขาคงไม่อยากได้ 

    "ว่าแล้ว งั้นเอาอันนี้เลยเนอะ" แรร์เลือกเรือนนั้นแล้วตามไปจ่ายเงินเลยโดยไม่มีคิดทบทวนอีกสักหน่อย ต้องรักขนาดไหนกันที่ทำให้คนที่ใช้เงินอย่างรู้คุณค่าดูไม่เสียดายสักนิด ไม่มีลังเล ต้องเป็นคนแบบไหนที่จะได้ใจแรร์

    แต่คนๆนั้นไม่ใช่เขาอย่างแน่นอน 

    จบจากภารกิจซื้อของขวัญให้แฟนของแรร์ พวกเราก็พากันมาฝากท้องที่ร้านบุฟเฟต์อย่างชาบูชิ เป็นแบบสายพานวนไปเรื่อยๆไม่ต้องเดิน ซึ่งก็ดีเหมือนกันเพราะเขาไม่ชอบไปเดินแย่งใครแต่มันก็ไม่ดีอย่างนั่งแล้วไม่เดินอย่างนี้มันก็อิ่มง่ายน่ะสิ อย่างน้อยๆก็มีซูชิของโปรดให้เดินไปหยิบบ้างสักหน่อย

    ถ้าว่ากันตามจริงเขากินแต่ซูชิมากกว่าของบนสายพานนี่สะอีก เลยเป็นเหตุให้ต้องเดินไปตักอยู่บ่อยๆจนแรร์มันบอกให้เขาไปกินร้านซูชิแทนชาบูเถอะ 

    พวกเขานั่งกินกันเงียบๆจะมีพูดคุยกันบ้างในบางที มันอาจจะดูแปลกสำหรับคนอื่นที่ส่วนมากเวลานั่งกินข้าวกับเพื่อนจะต้องพูดคุยเฮฮายิ่งกินบุฟเฟต์ด้วยแล้วยิ่งต้องคุยเพื่อเป็นการย่อยไปในตัว แต่สำหรับสองคนเป็นแบบเงียบๆมาตั้งแต่ไหนแต่ไร

    ไม่ค่อยพูดแต่ก็ไม่ได้แปลว่าต่างคนต่างไม่สนใจกันและกัน ถึงปากจะเคี้ยวอยู่แต่ตายังคงมองไปที่กันและกัน ต่างฝ่ายต่างตักเนื้อหมู ลุกชิ้น ผักต่างๆใส่ถ้วยของคนตรงข้ามเป็นระยะๆ นี่แหละที่หาได้ยากในกลุ่มเพื่อนส่วนมากก็กินใครกินมัน

    เขาถึงรู้สึกดีทุกครั้งเวลาที่กินข้าวด้วยกัน แสดงให้เห็นว่าพวกเราใส่ใจกัน

    ไม่ใช่แค่ช่วงเวลาที่กินข้าวด้วยกันพวกเราถึงใส่ใจกันหรอก แต่มันรวมไปถึงช่วงเวลาอื่นที่ต่างฝ่ายต่างทำให้กันโดยไม่นึกสังเกต อย่างที่ถ้าเขาทำห้องรกแรร์ก็จะมาเก็บให้ เขาไม่ชอบกินผักบางชนิดที่มีกลิ่นเหม็นเขียว แรร์ก็จะสรรหาวิธีทำให้กลิ่นหายไปแล้วให้เขากินเพราะมันมีประโยชน์กับผู้ชายที่ขี้โรคแบบเขาด้วย แต่นั่นมันก็แค่ตอนเด็กๆ

    กลับกันแรร์ไม่ชอบนอนปิดไฟเขาก็จะมาอยู่เป็นเพื่อนจนมันหลับแล้วปิดไฟให้ตลอด แรร์มันไม่ค่อยเช็ดผมชอบปล่อยทิ้งไว้ให้แห้งเองแต่ส่วนมากมันก็หลับก่อนผมแห้งทุกทีเดือดร้อนเขามาเช็ดผมให้แห้งตลอดเลย

    พอคิดๆไปแล้วธีมเพิ่งคิดได้ว่าในทุกๆการกระทำทุกช่วงเวลาที่ดำเนินไปมีแรร์ร่วมอยู่ด้วยแทบจะทุกเหตุการณ์ แม้แต่ตอนที่มันมีแฟนมันก็ยังเลือกที่จะมาอยู่ดูแลเขาเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยนไปเลย

    ขาดไปไม่ได้จริงๆ นับวันเขาก็ยิ่งชินกับการมีแรร์อยู่ข้างๆ

    "ธีม" เขาเรียกเพื่อนตัวสูงที่นั่งเหม่อคิดอะไรไปไกลเหลือเกินให้กลับมาสนใจกัน "เป็นอะไรไม่อร่อยหรอ ไม่เห็นกินเลย"

    ธีมเพิ่งได้สติรู้ตัวว่าตัวเองคงคิดอะไรเพลินเกินไปแล้วเลยรีบตักอาหารเข้าปากเคี้ยวหมับๆ "เปล่าๆ ของฟรีอร่อยอยู่แล้ว" เขาว่าพลางยิ้มขันไปหน่อยได้แกล้งแรร์แบบนี้แล้วสนุกดี

    "เดี๋ยวๆฟรีอะไรคุณธายุกร" พอแหย่มันเรื่องเงินนี่มีเรียกชื่อเต็มยศเลยวุ้ย

    "อ่า ก็คุณพลลภัตม์บอกจะเลี้ยงไม่ใช่หรือไง" ยังเขายังไม่หยุดแหย่มันง่ายๆเวลาแรร์มันโมโหแล้วน่ารักน่าหยิกแปลกๆ

    "ฝันหรือไง กินใครกินมัน อย่ามามั่วนิ่ม" ร่างเล็กบิดจมูกโด่งเป็นสันไปที นึกแล้วหมั่นไส้จริงเชียวคนอะไรหาเรื่องกวนประสาทได้ทุกวัน

    ธีมได้แต่หัวเราะชอบใจอยู่คนเดียวที่ยั่วไอ้ตัวเล็กของเขาได้จนไม่ทันสังเกตสีหน้าอีกฝ่ายที่แก้มขึ้นสีแดงระเรื่อเล็กน้อย

    หลังจากกินกันจนอิ่มแปร่แล้วก็พากันกลับหอ เขาไม่ค่อยได้กลับหอตัวเองเท่าไรเพราะไม่อยากให้ธีมมันอยู่คนเดียว ดูจากสภาพห้องที่อยู่ได้ไม่ถึงเดือนก็ได้แต่ถอนหายใจ อีกอย่างเขาก็ไม่ชอบการอยู่คนเดียวด้วยในเมื่อบอกให้มาอยู่ด้วยกันก็ไม่เอาเขาเลยย้ายมาอยู่ด้วยแบบเนียนๆไปเลย

    ของใช้บางอย่างเริ่มมีของแรร์เพิ่มเข้าไปอย่างเสื้อผ้า แปรงสีฟัน รองเท้า หนังสือเรียน ของใช้จิปาถะที่จำเป็นต้องใช้ก็มาอยู่ล้วนมาอยู่ในนี้ทั้งหมด เอาเป็นว่าเขานอนที่นี้ใช้ชีวิตในห้องนี้มากกว่าห้องตัวเองเสียอีก กุญแจสำรองก็มี เข้าออกจนคนแถวนี้คิดว่าเขาเป็นเจ้าของห้องนี้ไปแล้ว

    "ไม่รู้จักกลับห้องตัวเอง" ร่างสูงพูดขึ้นแต่ตายังคงจับจ้องไปที่หน้าจอคอม

    "ธีมอยากให้เรากลับหรอ" 

    ธีมชะงักไปนิดก่อนจะพูดเสียงเบาอยู่คนเดียว "เปล่า"

    ต่อให้พูดเบาแค่ไหนแต่คนหูดีอย่างแรร์ก็ได้ยินชัดแจ๋วเลยละ

    "เปล่าก็ดี เพราะเราจะอยู่กับธีมตลอดนี่แหละ" คนพูดอารมณ์ดีเดินไปล้มตัวนอนอยู่บนเตียงอย่างเกียจคร้านจากความอิ่มและเหนื่อยล้าเพราะเดินห้างสะนาน

    "ทำไม" เขาไม่เข้าใจทำไมแรร์ต้องอยู่กับเขาขนาดนี้ด้วย อยู่ใกล้กันก็ดีแต่ยิ่งใกล้มันก็ยิ่งหวั่นไหว 

    "ก็" เงียบไปครู่ "เราเป็นเพื่อน สนิทกัน นี่"








Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in