#AllSungwoon #LetsFixBeautifulMViimriinb
It's ok #นยอนอุน
  • It's ok


    Hwang Minhyun x Ha Sungwoon
    #LetsFixBeautifulMV
    #ลฟออ






    "ทำไมนายถึงอยากเป็นตำรวจวะ?"


    มินฮยอนเอ่ถามยขึ้นมาระหว่างรอให้กระบวนการพองอืดของเส้นรามยอนทำงานของมัน หนึ่งในหลายสิบคำถามที่พวกเขาผลัดกันถามฆ่าเวลา ความจริงตอนนี้ดึกเกินกว่าจะมานั่งกินอะไรหนักๆ แต่เพราะใช้สมองมานานติดต่อกันหลายชั่วโมง มินฮยอนไม่เสียเวลาคิดตอบรับคำชวนของซองอูเพื่อนร่วมสถาบันกวดวิชาเลยสักนิด


    "ก็ ..อย่างที่เคยเล่าตอนแนะนำตัวอ่ะ ฉันอยากตามหาน้องชายของตัวเอง" ซองอูพูดเสียงเบาแต่แฝงด้วยความตั้งใจจริง "แล้วนายล่ะ?"


    "มันก็เหตุผลเหมือนๆ กับที่พระเอกละครชอบพูดกันนั่นแหละ" เขาตอบ "ฉันอยากปกป้องพี่น้องแล้วก็คนสำคัญ"


    "ถ้าเป็นคนอื่นตอบจะน้ำเน่ามาก บอกเลย แต่พอเป็นนายแล้วเท่ห์ชะมัด" ซองอูสูดเส้นรามยอนพลางยกนิ้วโป้ง "สู้เว้ย หัวดีอย่างนายสอบผ่านแน่"


    มินฮยอนพยักหน้าแทนคำขอบคุณ ระหว่างเหม่อมองไอความร้อนที่ลอยฉุยในอากาศ ชายหนุ่มคิดไปถึงใครคนหนึ่งที่มักจะชวนเขาออกไปซื้อรามยอนกินตอนดึกดื่นหลังจากน้องๆ หลับไปแล้ว คนที่ทำอาหารไม่ค่อยอร่อยและทำได้ดีที่สุดคือรามยอนใส่ไข่กับซุปกิมจิ คนที่มักจะแบ่งข้าวคนละครึ่งกล่องกับจีซองทั้งที่ตัวเองตัวเล็กแคระเป็นเด็กเพียงเพราะเหตุผลที่ว่าตัวเองเป็นพี่รองที่ต้องเสียสละให้น้องๆ


    คนที่พูดมากจนน้องๆ ชอบหนี ปากบอกว่าเป็นพี่รองแต่โดนน้องๆ แกล้งประจำ คอยดุเวลาจีฮุนกับอูจินทะเลาะกัน คอยปลอบแดฮวีเวลาทะเลาะกับจินยอง คนที่หวงน้องเล็กยิ่งกว่าแม่ คนที่ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็จะยอมฝืนความง่วงรอคอยเขากลับไปทุกคืน


    "เห้ๆ เหม่อถึงใครวะ" ซองอูสะกิดเขาด้วยตะเกียบ มินฮยอนส่ายหน้า เกาท้ายทอยแก้เขิน ซองอูยังคงหัวเราะและแซวเขาไม่หยุดจนรามยอนหมดถ้วย มินฮยอนบอกปัดอีกฝ่าย แสร้งทำท่าจริงจังจนโดยหัวเราะเยาะ


    กว่าจะกลับถึงห้องก็เลยเข้าวันใหม่แล้ว ความจริงทั้งแม่ใหญ่และจีซองไม่ค่อยเห็นด้วยนักที่เขาต้องเดินทางกลับดึกขนาดนี้ แต่เพราะต้องทำงานทั้งวันทำให้เขาเลือกลงเรียนช่วงค่ำแทน


    และเพราะมีซองอุนช่วยพูดและสัญญาว่าจะดูแลเขาที่กลับดึก ทั้งสองคนจึงยอม







    "กลับมาแล้วครับ" มินฮยอนเดินเข้าไปในบ้านขนาดเล็กแคบที่เป็นที่อยู่ของเด็กหนุ่มสิบคน แม้พื้นที่จะคับแคบแทบเบียดกันอยู่ แต่ในอีกมุมหนึ่ง นี่คือบ้านที่ไม่ว่าจะเหนื่อยแค่ไหน เขาก้อยากกลับมาเพื่อได้พบกับทุกคน


    "อา.. กลับมาแล้วเหรอ" เสียงงัวเงียของใครคนหนึ่งพูดดังขึ้นมาจากพื้นในห้องครัว โต๊ะตัวใหญ่ที่มีผ้าปูคลุมจนมิด มินฮยอนหัวเราะเมื่อเห็นหัวกลมๆ ที่นอนขดใต้โต๊ะอุ่นขาขยับไปมาเหมือนกระต่ายตัวเล็กๆ ง่วงแค่ไหนก็ยังฝืนรอเขาอยู่ทุกวันสิน่า เจ้าตัวเล็กคนนี้


    ""ง่วงทำไมไม่นอนไปก่อนล่ะ" มินฮยอนเดินเข้ามานั่งข้างๆ ซองอุนขยี้ตางัวเงีย แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังแสร้งว่าตัวเองตื่นเต็มตาทั้งที่มีรอยแดงจากการนอนทับเสื่อและผมยังคงชี้ฟูเหมือนเด็ก


    "เอาน่า ว่าแต่นี่หิวอะไรอีกไหม? มีข้าวผัดนะ"


    "ไม่เป็นไร ผมกินมาแล้ว" เขาตอบ จัดการพับผ้าห่มที่กองเกะกะในห้องจากฝีมือเจ้าตัวเล็กที่เดินดุ่มหายไปหลังบ้าน ก่อนจะเดินกลับมาพร้อมกับข้าวผัดจานเล็กในมือและกาน้ำชาใบใหญ่


    "กินแต่รามยอนอีกล่ะสิ กินข้าวก่อนแล้วฉันถึงจะยอมให้นายอ่านหนังสือต่อ" อีกฝ่ายว่าเสียงแข็ง แต่ไม่ว่าใครที่มาเห็นท่าทีนี้พนันได้เลยว่าต้องมองด้วยความเอ็นดูมากกว่าหวาดเกรง


    "โอเคครับ โอเค.." มินฮยอนยอมนั่งลง และเริ่มกินข้าวพร้อมกับฟังเรื่องเล่าประจำวันของซองอุนโดยไม่เบื่อ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของจีฮุนที่ได้แผลเพิ่มจากการซ้อมจนโดนอูจินดุ จินยองควานลินและแดฮวีได้คะแนนดีขึ้นหลังจากต้องหยุดเรียนไปนานเพราะไม่มีเงินจ่ายค่าเทอม แจฮวานได้งานใหม่เป็นพนักงานพาร์ทไทม์ตรงห้างใกล้สถานีกับแดเนียลที่ได้เพิ่มกะทำงาน หนักหน่อยแต่เงินดีกว่าเดิม ส่วนพี่จีซองไม่ยอมกินข้าวอีกแล้วเพราะข้ออ้างเดิมๆ ว่ากลัวน้องๆ ในบ้านกินไม่อิ่ม


    "นายก็ด้วยมินฮยอน นายน่ะ ต้องดูแลตัวเองดีๆ รู้มั้ย" เสียงเจื้อแจ้วพูดไม่หยุดมาเกือบชั่วโมง "ตั้งใจอ่านหนังสือได้ แต่ก็ต้องพักผ่อนมั่งนะ ไม่ต้องห่วงเรื่องเงินหรอก ทุกอย่างจะโอเค"


    ผ่านไปไม่นาน ใบหน้ากลมขาวซบอยู่บนโต๊ะตาปรือใกล้ปิด มินฮยอนหัวเราะเบาๆ เขาจัดการล้างจานเก็บกวาดข้าวของให้เป็นระเบียบ คลี่ผ้าห่มที่เพิ่งพับเสร็จไปเมื่อชั่วโมงก่อนคลุมตัวเจ้าก้อนเอาไว้


    "พี่เองก็เหมือนกัน.." มินฮยอนพึมพำ เหม่อมองซองอุนที่นอนขดตัวจนแทบจมหายไปในกองผ้าห่ม "ตัวเล็กแค่นี้เอง อย่าป่วยไปเลยนะ"


    "งือ..ถ้าสอบผ่าน" ซองอุนละเมอออกมาเบาๆ ด้วยสติที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด "ฉันจะเอาเงินเก็บ ไปซื้อเค้กก้อนใหญ่ให้นายเอง"


    "ฮะๆ ..โอเค" เขาเอื้อมมือไปดึงผ้าห่มให้คลุมทั้งตัว อากาศตอนกลางคืนหนาวจนน่ากลัว "ทำไมเก่งได้ขนาดนี้ หืม?.."


    เหม่อมองใบหน้าที่จมอยู่ในนิทรา ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าซองอุนเองก็เหนื่อยแค่ไหน เจ้าคนตัวเล็กทำงานหนักไม่แพ้คนอื่นๆ ทั้งงานแบกหาม งานโบกไฟจราจรตามทางก่อนสร้าง ถึงจะทำฝืนว่าไม่เหนื่อย แต่ทุกคนในบ้านต่างก็รู้ดีว่าทุกคนกำลังพยายามเพื่ออนาคต


    มินฮยอนจ้องไปยังแพขนตาที่ปิดสนิท เหม่อลอยจนเอื้อมมือไปอีกเพียงไม่กี่เซน ปลายนิ้วของเขาก็จะแตะผิวเนียนขาวนั้นแล้วแท้ๆ





    "ช่วยด้วย"




    ชายหนุ่มชะงักงัน ก่อนจะค่อยๆ รั้งมือและหัวใจของตัวเองกลับมา
    ภาพความทรงจำที่โหดร้ายและกรีดลึกไหลย้อนเข้ามาในหัว เขายังจำได้ดี วันนั้นอากาศร้อน แสงแดดสดใสเกินกว่าจะอุดอู้ในบ้าน กลิ่นของหญ้า เสียงหัวเราะจากในสนาม แรงบีบจนแน่นตรงต้นแขน และลมหายใจสั่นไหวของจีฮุน


    เขาเห็น เขาได้ยิน เขารู้สึกได้
    แรงกระเสือกกระสนและอ้อนวอน


    แต่เขาทำไม่ได้ แม้แต่ขยับขาก็ก้าวไม่ออก เขาร้องไห้ แต่ไม่มีแม้แต่เสียงสะอื้น ตัวชาไปทั้งตัวจนแทบไม่รู้สึกเลยว่าเล็บของจีฮุนจิกฝังเข้ามาในเนื้อ ไม่รู้สึกกระทั่งเสียงหัวใจของตัวเองที่แตกสลายอยู่ข้างใน




    ตั้งแต่วันนั้น เขาก็ไม่กล้าแม้แต่จะแตะต้องซองอุนอีกเลย


    "ตัวก็เล็กแค่นี้ ..ทำไมถึงได้เข้มแข็งนักนะ"

    ขอโทษที่ปกป้องพี่ไม่ได้นะ ..ซองอุน












    ผ่านพ้นช่วงเวลาแห่งความยินดีและสุขใจ พวกเขาไม่เคยหัวเราะและยิ้มกว้างแบนี้มาก่อน ตอนที่แดเนียลแนะนำให้พวกเขารู้จักพี่ชายที่พลัดพรากจากไปนาน บังเอิญเหลือเกินที่ซองอูคือพี่ชายคนนั้น มินฮยอนไม่เคยรู้สึกขอบคุณพระเจ้าเท่าช่วงเวลานี้มาก่อน


    ภาพของเหล่าน้องๆ ที่หัวเราะและตะโกนด้วยความยินดี เค้กก้อนโตที่จีซองและซองอุนลงทุนซื้อมาเซอร์ไพรส์เขาและซองอู


    เหนือสิ่งอื่นใด ภาพของซองอุนที่กอดคอจินยองอยู่ตรงข้ามเค้กก้อนนั้น รอยยิ้มและท่าทีที่ดีใจจนฉายชัดในดวงตา


    มันทำให้เขาดีใจเหลือเกินที่ทำให้อีกฝ่ายมีความสุขได้ขนาดนี้

    และได้ปกป้องซองอุนตามที่ตั้งใจไว้ได้เสียที














    "กลับมาแล้วเหรอ"


    ยังคงเป็นคนเดิมที่รอคอยเขากลับมา ไม่ว่าจะดึกสักแค่ไหน


    "ทานอะไรมารึยังล่ะ?" คนตัวเล็กกว่าเดินเข้ามาหาเขา ดวงตาที่บวมช้ำกับจมูกแดงบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าอีกฝ่ายร้องไห้มาอย่างหนัก มินฮยอนปล่อยให้อีกฝ่ายรับเอาหมวกและกระเป๋าของเขาไปเก็บ แผ่นหลังเล็กๆ ที่ขยับทำอะไรคล่องแคล่วเหมือนเดิมดูเหนื่อยล้าและอ่อนแรงมากจนเขาปวดไปทั้งใจ


    กลิ่นชาอุ่นยังคงเหมือนเดิม กลิ่นหอมของข้าวผัด และมือที่เล็กกว่าเขา มือเล็กนิดเดียวคู่นั้นที่ยื่นมาบีบมือของเขาแน่น "ไม่เป็นไรหรอกนะ มินฮยอนอา.."


    "เท่ห์ว่ะ" คำพูดของซองอูดังขึ้นในหัว ภาพของเพื่อนสนิทที่มองมายังเครื่องแบบบนตัวของเขา กับรอยยิ้มที่หน่วงใจเขาจนเจ็บ"มึงทำตามฝันได้แล้วไอ้เพื่อนยาก ได้ปกป้องคนที่มึงรัก"


    ไม่.. เขาทำอะไรไม่ได้เลย


    เพราะซองอุนในตอนนี้ไม่มีแม้แต่รอยยิ้ม

    ในตอนที่ทุกคนเศร้าและเสียใจ เขากลับเป็นคนเดียวที่ประสบความสำเร็จ เขาดีใจ และในวินาทีเดียวกันทุกคนที่เขารักกลับร้องไห้ ความรู้สึกผิดที่แม้จะสารภาพบาปยังไงก็ไม่ช่วยบรรเทาทำให้เขากลั้นน้ำตาไม่อยู่



    เขาตัวสูง แข็งแรงและหัวดี ข้อดีทั้งหมดที่เขามี เขาหวังและพยายามเพื่อให้มันปกป้องคนที่เขารัก


    "นายน่ะ เท่ห์ที่สุดเลยรู้มั้ย?"


    แต่ในเวลานี้ กลับเป็นคนที่ตัวเล็กที่สุดที่ประคองเขาจากความเศร้าและแตกร้าว ปลอบประโลมเขาด้วยความเข้มแข็งที่ใหญ่เกินตัว


    "นายทำดีที่สุดแล้วรู้มั้ย ทุกอย่างจะโอเค.."



    END




    งานมโน งานเร่ง งานเผา

    #แด่แอร์ไทม์
    ฟาดเราได้ใน #ลฟออ

    รัก
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in