เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
丞坤 - Fake Love婉馨姐姐
Fake Love
  • Fake Love

     






    เพื่อเธอแล้ว... ฉันทำเป็นมีความสุขแม้จะเศร้าได้

    เพื่อเธอแล้ว... ฉันทำเป็นเข้มแข็งแม้จะเจ็บปวดได้

    ฉันหวังว่าความรักมันจะสมบูรณ์แบบดังเช่นความหมายของมัน

    ฉันหวังว่าความอ่อนแอของฉันจะถูกซ่อนเอาไว้

    ฉันปลูกดอกไม้ที่ไม่เคยผลิบาน ในความฝันที่ไม่มีวันเป็นจริง...


    Love you so bad Love you so bad

    คอยปั้นคำโกหกที่แสนสวยงามให้กับเธอ

    Love it's so mad Love it's so mad

    พยายามลบตัวเองและสร้างให้ฉันเป็นตุ๊กตาของเธอ





    ฉันน่ะ รักเฉิงเฉิงที่สุดเลยนะ


    หญิงสาวบอกด้วยความรู้สึกที่เต็มไปด้วยความสุขเขาตรงหน้าคือชายหนุ่มผู้เพียบพร้อม เพียบพร้อมไปด้วยหน้าตา การศึกษา และฐานะ อ้อมกอดของเขานั้นช่างอบอุ่นราวกับดาวอาทิตย์ในฤดูเหมันต์


    เขาคนที่เธออยากฝากฝังความสุขของเธอไว้ด้วยตลอดชีวิต...


    แม้ว่าเธอจะรู้จักเขาได้ไม่นานนัก แถมพวกเรายังรู้จักกันผ่านอินเทอร์เน็ตอีกต่างหากแต่เมื่อได้พบเจอกันเธอกลับรู้สึกประทับใจในตัวเขาอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับใครมาก่อน


    ฟ่านเฉิงเฉิงคนรักของเธอ...



    กรี๊ด!!!!!



    เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดของหญิงสาวก้องกังวานไปทั่วบริเวณบ้านหลังใหญ่ที่หน้าจอมอนิเตอร์ปรากฎภาพเธอกำลังร้องไห้ด้วยความหวาดกลัว ลำตัวบางถูกมัดกับเก้าอี้ไม้เก่าๆจนแน่น รอยเลือดรอบบริเวณน่าสยดสยองไม่น้อย แววตาของเธออ่อนล้าเต็มทนกับความเจ็บปวดที่ได้รับ


    ช่วยด้วย... ได้โปรด ได้โปรดปล่อยฉันไปเถอะนะ...



    จึก!!! จึก!!!



    ปึง!!! ปึง!!! ปึง!!!



    มีดด้ามยาวกระหน่ำแทงลงบนร่างกายสวยงามราวกับต้องการทำลายให้ไม่เหลือชิ้นดีค้อนปอนอันใหญ่ถูกใช้ทุบลงไปตามข้อต่อต่างๆ จนไม่อาจใช้การได้อีก แต่มันจะมีประโยชน์อะไรในเมื่อร่างของเธอหมดลมหายใจลงไปแล้ว



    เพล้ง!!!



    เสียงแก้วใสที่หล่นกระทบกับพื้นกระเบื้องเรียกความสนใจให้ชายหนุ่มไม่น้อยร่างกายผอมบางของคนที่เขาคุ้นเคยดีปรากฎขึ้นพร้อมกับดวงตาที่เบิกกว้างอันเนื่องมาจากความตกใจ


    ร่างบางพยายามเดินถอยหลังให้ห่างจากคนตรงหน้าที่สุดเท่าที่จะทำได้แววตาหวาดกลัวและตื่นตระหนกฉายชัดออกมาอย่างไม่สามารถปิดบังได้ แม้จะหันหลังเพื่อวิ่งหนีแล้วแต่ความเร็วของเขาไม่สามารถสู้อีกคนได้เลย



    ฉึก!!!



    ทันทีที่ถูกจับได้ เข็มแหลมก็ถูกทิ่มเข้าที่ลำคอของเขาอย่างจังก่อนที่ของเหลวที่ถูกบรรจุอยู่ภายในจะถูกปล่อยสู่ร่างกายของเขา...



    ช่วยด้วย....



    อย่าหนีผมเลยนะ คุนคุน


    เสียงทุ้มแหบกระซิบลงอย่างแผ่วเบาที่ข้างใบหูขาวดวงตาของคนถูกเรียกชื่อเอ่อล้นไปด้วยน้ำสีใส ริมฝีปากของใครอีกคนกดจูบลงบนลำคอขาวอย่างอ้อยอิ่งจนคนถูกกระทำสั่นสะท้านไปทั้งร่าง


    ริมฝีปากร้อนยังคงกดจูบย้ำอยู่ที่เดิมก่อนจะถูกฟันคมขบกัดจนเจ็บจี๊ดขึ้นมาร่างของช่ายสวี่คุนถูกกระชากให้หันกลับมาหาคนกระทำ กลุ่มผมสีแดงฉายชัดเป็นอันดับแรกในสายตาใบหน้าหล่อเหลากำลังเหยียดยิ้มให้เขาราวกับผู้ชนะ


    ไม่ต้องกลัวนะครับ ไม่ต้องกลัวเลย...นางฟ้าของผม


    เฉิง..."


    ริมฝีปากร้อนประทับลงบนกลีบปากนิ่มช้าๆราวกับค่อยๆ ละเลียดชิมความหอมหวานของน้ำผึ้งป่า ดวงตาคมจดจ้องดวงตาคู่สวยที่ฉ่ำไปด้วยน้ำด้วยแววตาที่สื่อความหมาย


    ความหมายที่ว่า... จะไม่ยอมปล่อยเขาไปแม้สักวินาที


    ร่างของสวี่คุนถูกวางลงบนเตียงนุ่มอย่างทนุถนอมดวงตาสวยยังคงเคลือบน้ำสีใส ร่างกายของเขาตอนนี้ไร้เรี่ยวแรงราวกับถูกเข็มเล่มนั้นดึงดูดออกไปเสียหมดดวงตาคมยังคงจับจ้องมาอย่างเขาอย่างมีความหมาย


                รอยยิ้มอ่อนโยนที่พาลให้ขนอ่อนลุกชันขึ้นเมื่อมองเห็นเสื้อตัวบางถูกถอดออกไปอย่างอ้อยอิ่ง ริมฝีปากร้อนไล่ละเลียดราวกับชิมของหวานที่แสนโปรดปรานฟ่านเฉิงเฉิงกำลังทำให้เขารู้สึกร้อน


                ร้อนไปทั่วทั้งร่ายกาย...


                ก้อนเนื้อในอกด้านซ้ายสั่นไหวอย่างรุนแรงตรงข้ามกับร่างกายภายนอกช่ายสวี่คุนไม่มีเรี่ยวแรงที่จะผลักไสคนตรงหน้าออกไปเลยสักนิด และถึงมีเขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองจะผลักไสสัมผัสเหล่านี้หรือไม่


                แม้จะต้องเจ็บปวดจนแทบขาดใจ


                แต่หากเป็นฟ่านเฉิงเฉิงคนนี้...เขายอม



                อย่าร้องไห้เลยนะครับคนดีคนดีของผม...


                จูบแสนหวานถูกมอบให้กับช่ายสวี่คุนอีกครั้งจูบที่แสนกระหายราวกับจะกลืนกินเขาไปทั้งร่างกาย มือหนาถูกส่งไปเคล้นคลึงส่วนต่างๆของร่างกายปลุกเร้าอารมณ์ที่มีอยู่แล้วให้เพิ่มมากขึ้นชั่วขณะเดียวที่ปล่อยความคิดไปกับสัมผัสเหล่านั้นเสื้อผ้าบนร่างกายก็ถูกปลดออกจนหมดสิ้น


                ริมฝีปากหนาไล่จูบไปตั้งแต่ริมฝีปากสันกรามก่อนจะลงต่ำไปยังยอดอกทั้งสองข้างอย่างจาบจ้วงแต่ถึงแม้จะเป็นเช่นนั้นแต่เขากลับรู้สึกพึงพอใจกับสัมผัสเหล่านั้นอย่างบอกไม่ถูก


                สัมผัสที่แสนคุ้นเคยของฟ่านเฉิงเฉิง...


    “อ๊ะ...”สวี่คุนสะดุ้งตัวโยนเมื่อมือหนาสัมผัสเข้ากับอวัยวะกลางลำตัวของตนเอง


    มือหนาแสนอบอุ่นนั่นกำลังปลุกให้ส่วนนั้นของเขาตื่นขึ้นมามากกว่าเดิมฟ่านเฉิงเฉิงรูดรั้งแกนกายขนาดพอดีมืออย่างถือวิสาสะริ้วเรียวยาวเล่นกับส่วนหัวของเขาอย่างนึกสนุก รอยยิ้มพึงพอใจฉายขึ้นบนใบหน้าหล่อริมฝีปากของอีกคนเคลื่อนต่ำลงหลังจากดูดดุนยอดอกเขาจนพึงพอใจ


    “อ๊ะ... ม... อิ๊...”


    ช่ายสวี่คุนดิ้นพล่านเมื่อถูกริมฝีปากของอีกคนครอบครองส่วนสำคัญของร่างกายตัวเองหัวสมองของเขาขาวโพลนไปหมดจนคิดอะไรไม่ออกร่างกายกำลังถูกชี้นำไปในเส้นทางแห่งอารมณ์ของใครอีกคนลิ้นร้อนของคนตัวโตทำหน้าที่ได้ดีจนเกินไป


    “เฉิง... อ๊ะ จะ... จะเสร็จ... อ๊า”


    น้ำสีขาวขุ่นถูกปลดปล่อยออกมาพร้อมกับอารมณ์ที่ถูกพาไปถึงขอบสวรรค์ของเขาคนตรงหน้าดูดกินราวกับมันเป็นของอร่อยนักหนา แม้เขาจะเสร็จสมไปหนึ่งรอบแต่ลิ้นร้อนนั่นกลับยังไม่มีท่าทีว่าจะหยุดเลยแม้แต่น้อยจนกระทั่งอารมณ์ของเขากลับขึ้นมาอีกครั้ง


    “อื้อ...”สวี่คุนผวาเฮือกขึ้นมาเมื่อนิ้วยาวรุกล้ำเข้ามายังช่องทางหลังของตัวเอง


    แม้จะเคยกับมาหลายครั้งแต่ทุกครั้งคนตรงหน้าก็ยังทำให้เขารู้สึกเหมือนครั้งแรกเสมอเขาตื่นเต้นกับสัมผัสทุกอย่างที่ฟ่านเฉิงเฉิงมอบให้สัมผัสที่เต็มไปด้วยความสุขของเราทั้งสองคน


    “อ๊ะ มัน ตรงนั้น... ย...อย่าย้ำ เฉิง อ๊ะ”


    ทันทีที่นิ้วเรียวนิ้วที่สามเข้าไปสัมผัสกับจุดกระสันภายในร่างกายเขาก็ถูกคนตัวสูงกว่าแกล้งแทบจะทันทีฟ่านเฉิงเฉิงเอาแต่กดย้ำบริเวณนั้นจนเขาเสียวกระสันไปหมดมันเสียวจนพาลให้น้ำตาไหลออกมา


    “พร้อมนะครับ... ที่รักของผม...”


    “ย... อย่าเพิ่ง อ๊า!!"


    ทั้งที่เอ่ยห้าม แต่ดูเหมือนว่ามันกลับไม่ได้ผลเลยแม้แต่น้อยลำกายขนาดใหญ่ของอีกคนที่ถูกแทรกเข้ามาในร่างกายมันคับแน่นไปหมดจนเขาแทบทนไม่ไหวแม้จะรู้ว่าความหฤหรรษ์หลังจากนี้จะทำให้เขาลอยดั่งอยู่ในสรวงสวรรค์แต่ความเจ็บเสียดที่ได้รับจากการเบิกทางที่น้อยเกินไปมันก็เกินจะทนเหมือนกัน


    คนตัวโตกว่ารอให้เขาปรับตัวพักหนึ่งโดยการกดจูบลงบนขมับ เปลือกตาก่อนจะไล่ต่ำมายังริมฝีปาก รสจูบของฟ่านเฉิงเฉิงดั่งยาพิษที่พร้อมฆ่าเขาให้ตายลงไปแต่ก็เป็นยาพิษที่แสนหอมหวานที่เขายอมตายได้เพียงได้ดื่มกินมัน


    “อื้อ อึก อื้อ อื้อ”ไม่ทันที่จะได้ปล่อยให้ริมฝีปากเป็นอิสระแรงกายด้านหลังก็ถาโถมเข้ามาโดยที่ไม่ได้ทันตั้งตัวแม้แต่น้อยแรงกระแทกกระทั้นรุนแรงขึ้นจนได้ยินเสียงอย่างชัดเจนขณะที่ริมฝีปากหนายังคงไม่ปล่อยให้ปากเขาเป็นอิสระ


    สายตาร้อนแรงของอีกคนกำลังแผดเผาเขาพร้อมกับแรงกระทำกับร่างกายที่ไม่ผ่อนเบาลงเลยสักนิดตรงกันข้ามมันกลับรุนแรงขึ้นจนลำแขนแกร่งต้องกอดล็อคตัวเองเขาไม่ให้ไถลไปไกลด้วยซ้ำ


    “อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ เฉิง อ๊า มัน มันอ๊า”ทันทีที่ริมฝีปากถูกปล่อยให้เป็นอิสระเสียงครวญครางของเขาก็ดังขึ้นแทบจะทันทีคนตรงหน้ายกยิ้มอย่างพึงพอใจที่ทำให้เขาร้องออกมาได้


    “แน่น... ซี๊ด แน่นมากคุน อึก อึก เสียวชิบหาย”


    ถ้อยคำหยาบคายเริ่มออกมาจากปากของคนตัวสูงและนั่นก็ยิ่งทำให้เขารู้สึกขนลุกขนชันขึ้นมาด้วยความกระสันที่มากกว่าเดิมความเจ็บปวดในช่วงแรกหายไปแล้ว ตอนนี้มีเพียงความสุขสมกับสัมผัสที่ได้รับเท่านั้น


    แรงกระแทกกระทั้นของฟ่านเฉิงเฉิงราวกับเครื่องยนต์หลายร้อยแรงม้าและลูกสูบที่ทำงานอย่างหนักแต่เขาจะไม่ปฏิเสธหรอกว่ามันช่างดีเหลือเกิน เขาอยากให้คนรักทำเขาแรงกว่านี้ตอกย้ำเข้ามาว่าเขาเป็นของอีกคนจนช่องทางมันยับเยินไปให้หมด


    ร่างกายของเขาเป็นของอีกคนโดยสมบูรณ์แบบที่สุด


    “ซี๊ด รัดอีก อย่างนั้นคุน อืม ดี ซี๊ด ดีมาก”


    “เสียว อ๊ะ อิ๊ อ๊า อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ ไม่ไหว แรงไม่ไหวแล้ว”


    “พร้อมกันนะครับที่รัก อืมพร้อมกัน”ใบหน้าของฟ่านเฉิงเฉิงยามนี้ช่างดูดีเหลือเกินใบหน้าที่กำลังจะเสร็จสมตอนนี้เขาควรจะเป็นคนเดียวที่มีสิทธิ์เห็น สวี่คุนอยากเป็นคนนั้น


    ฟ่านเฉิงเฉิงก็เช่นกัน


    “มัน มัน... เสร็จแล้ว เสร็จ เสร็จแล้ว อ๊า”


    น้ำร้อนของสวี่คุนทลักทลายออกมาอย่างไม่สามารถอดกลั้นได้อีกต่อไปเช่นเดียวกับอีกคนที่ฉีดพ่นน้ำรักเข้าไปในตัวของคนตัวเล็กกว่าโดยการกระแทกให้ช่องทางบีบเค้นมันออกมาหลายระลอกจะเอ่อล้นออกมา


    แต่เพียงไม่กี่อึดใจร่างกายของเขาก็ถูกจับอุ้มขึ้นสูงโดยที่ส่วนกลางกายที่เชื่อมกับร่างกายของเขาอยู่ยังคงไม่หลุดออกจากกันสวี่คุนถูกกระแทกกระทั้นอยู่กลางอากาศแบบนั้นจนต้องหลั่งออกมาอีกครั้งการทำรักในท่านี้ทำให้แกนกายของอีกคนสอดเข้าไปลึกกว่าเดินจนพาลให้หูอื้อตาลายไปหมด


    “อ๊ะ อ๊ะ เฉิง แตก แตกอีกแล้ว อ๊า”ทั้งที่เขาเสร็จสมแต่ร่างกายของฟ่านเฉิงเฉิงกลับยังแข็งและแท่งตรงอยู่เหมือนเดิมอีกคนดันร่างเขาเข้ากับผนังห้องก่อนจะเริ่มบรรเลงเพลงรักอีกครั้ง


    “ซี๊ด คุน คุนสุดยอด มัน มันดีมาก อึก แบบนั้น อา”


    “มะ... ไม่ไหว ไม่ไหวแล้ว เสียวเกินไปเฉิง อ๊า เสียวเกินไป”


    ใบหน้าสวยส่ายสะบัดไปมาจนผมเผ้ายุ่งไปหมดน้ำสีใสจากดวงตาไหลออกมาเพราะความเสียดเสียวที่ได้รับมันช่างเกินจะทนช่ายสวี่คุนกำลังรู้สึกเหมือนคนกำลังจะตายเขากำลังจะตายเพราะเซ็กและความสุขที่ฟ่านเฉิงเฉิงมอบให้


    พั่บ พั่บ พั่บ พั่บ


    เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้องไปทั่วห้องนอนกว้างคนตัวโตกระแทกกระทั้นจนในที่สุดต่างคนก็ต่างปลดปล่อยออกมาพร้อมกับอีกครั้งสวี่คุนหอบหายใจราวกับเพิ่งวิ่งมาหลายร้อยเมตรคนตัวสูงเพียงซุกหน้าลงพักกับซอกคอขาวผ่องของเขาเท่านั้น


    “คุนของผมสุดยอดที่สุดเลย”คำพูดนั้นถูกเปล่งออกมาด้วยเสียงหอบเล็กน้อยก่อนที่ริมฝีปากร้อนจะประทับจูบลงบนลำคอของเขา กดจูบย้ำๆ ซ้ำๆและกัดลงมาจนรู้สึกเจ็บจี๊ด แล้วจึงเคลื่อนไปขบใบหูนิ่มที่ทำให้เขาขนลุกชันขึ้นมา


    แกนกายใหญ่ภายในตัวของเขากำลังผงาดขึ้นมาอีกครั้งจนรู้สึกได้ อีกคนค่อยๆกระทุ้งมันอย่างอ้อยอิ่งเพื่อแกล้งให้เขาทรมาณเล่น ฟ่านเฉิงเฉิงน่ะเป็นคนใจร้าย


    “ย... อย่า พอ พอแล้วเฉิง... อ๊ะ”


    “ไม่หรอก ยังไม่พอหรอกครับ”


    บทเพลงรักเริ่มต้นอีกครั้งโดยการกลับไปยังเตียงกว้างคนตัวโตบังคับให้เขานั่งอยู่ด้านบนโดยที่ตัวเองยังโอบกอดร่างกายเขาอยู่ เสียงทุ้มกระซิบข้างหูแหบพร่ากำลังพาให้อารมณ์ของเขากระเจิดกระเจิง


    “ขย่มลงมาสิครับ คนสวยของผม”


    “อ๊ะ ลึก มัน อ๊า มันลึก อ่า”


    สวี่คุนทำตามคำบอกของอีกคนโดยการยกตัวขึ้นก่อนจะทิ้งตัวลงมาอย่างแรงจนจุกเขาทำแบบนั้นซ้ำไปซ้ำมาจนรู้สึกว่าช่องทางเริ่มเคยชินขึ้น แล้วจึงจัดการโยกขย่มแท่งเอ็นร้อนราวกับกับกำลังควบม้าในทุ่งกว้างแต่ติดที่ม้าตัวนี้ดันมีเข็มมันใหญ่ปักเข้ามาในร่างกายเท่านั้นเอง


    “อย่า อิ๊ อย่าสวน อย่าสวนสิ อ๊ะ มัน มันเสียวนะ”


    “เสียวสิครับดี”


    บทเพลงรักของพวกเขายังคงดำเนินไปเรื่อยๆ จนไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไรแล้วพวกเราทำกันในทุกๆ ที่ของบ้าน ราวกับจะย้ำว่าร่างกายของเขาเป็นของฟ่านเฉิงเฉิงย้ำให้เขารู้ว่าช่ายสวี่คุนคนนี้ไม่สามารถหนีเจ้าของร่างกายนี่ไปไหนได้อีก


    ไม่มีใครจะมอบความสุขให้ช่ายสวี่คุนไปได้มากกว่าฟ่านเฉิงเฉิง


    ไม่มีอีกแล้ว...



    .


                .


                .



                "ฟ่านเฉิงเฉิง นี่เจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดประตูเดี๋ยวนี้"



                ปึง!!!



                ประตูบานใหญ่ถูกเปิดออกโดยกำลังของเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายสิบนายอาวุธครบมือร่างของช่ายสวี่คุนถูกดึงแยกออกไปอยู่ในความคุ้มครองของเจ้าหน้าที่โดยมีฟ่านเฉิงเฉิงที่ถูกควบคุมตัวอยู่ใกล้กัน


                “เอาคุนคืนมา!! ฉันบอกว่าให้เอาคุนคืนฉันมา!!


                ชายหนุ่มโวยวายเมื่อร่างของคนรักถูกพาตัวออกห่างไปจากสายตาเขาคุ้มคลั่งจนต้องใช้กำลังเจ้าหน้าที่ถึงสี่นายควบคุมตัวไว้และถูกพาตัวออกไปพร้อมหลักฐานภายในบ้านที่พอจะเก็บได้



                “ศพปริศนาของหญิงสาวถูกพบบริเวณพื้นที่ป่าข้างทางหลวงแห่งหนึ่งสภาพแน่ชัดว่าถูกทำร้ายร่างกายอย่างหนักและฆาตกรรมอย่างโหดเหี้ยมเมื่อสืบสวนจนระบุตัวตนได้จึงพบว่าเธอมีความสัมพันธ์กับชายหนุ่มคนหนึ่งทางเจ้าหน้าที่จึงออกหมายเพื่อตรวจค้นก่อนจะพบนายฟ่านเฉิงเฉิงและแฟนหนุ่มที่สันนิษฐานว่าน่าจะถูกเขากักขังไว้ภายในบ้านขณะนี้คดียังอยู่ระหว่างการสืบสวน...”



                เสียงจากโทรทัศน์เงียบหายไปเมื่อทีวีในห้องถูกปิดลงด้วยรีโมตของเจ้าหน้าที่ตำรวจไฟแรง ซึ่งคนที่ตกเป็นผู้สงสัยอย่างฟ่านเฉิงเฉิงก็ไม่ได้มีท่าทีอะไรไปมากกว่าการนั่งจับโซ่กุญแจมือเชื่อมระหว่างมือทั้งสองข้างของเขาเอาไว้


                “การเงียบไม่ใช่คำตอบนะฟ่านเฉิงเฉิง”เจ้าของชื่อไม่ถือสากับท่าทีขึงขังของคนตรงหน้าแม้แต่น้อยตรงกันข้าม เขากลับเหยียดยิ้มกว้างออกมา


                “เชื่อผมเถอะว่าคุณอยากคุยกับทนายผมมากกว่าหมวดจื่ออี้”


                ผู้หมวดหนุ่มถอนหายใจออกมาแรงๆก่อนจะคว้าสมุดบนโต๊ะออกไปเนื่องจากมีสัญญาณจากด้านนอกเข้ามาว่าหมดเวลาของเขาแล้ว


                หลังจากการจากไปของชายหนุ่มประตูบานใหญ่ก็ถูกเปิดขึ้นอีกครั้งด้วยมือของหญิงสาวหน้าตาสละสวยที่เดินเข้ามาพร้อมแฟ้มประวัติขนาดใหญ่เธอมีท่าทีสงบกว่าหมวดจื่ออี้อยู่มาก และนั่นทำให้ฟ่านเฉิงเฉิงรู้สึกถูกใจไม่น้อย


                ความเงียบกลายเป็นช่องว่างขนาดใหญ่เมื่อเธอเอาแต่นั่งอ่านรายงานในแฟ้มราวกับไม่สนใจว่ามีใครอยู่ในห้องนี้อีกและแน่นอนว่าผู้ต้องสงสัยของคดีก็ไม่ได้กังวลใจอะไรเขายังคงนั่งมองเธอด้วยรอยยิ้มน่าขนลุกอยู่แบบนั้นแม้เวลาจะผ่านไปเป็นสิบนาทีแล้วก็ตาม


                “ฟ่านเฉิงเฉิง...”


                “...”ไร้เสียงตอบรับของชายหนุ่มมีเพียงแววตาท้าทายที่ส่งมาให้เธอเท่านั้น


                “ฉันขอเข้าคำถามเลยก็แล้วกัน คุณเป็น Hypersexual Disorder ใช่ไหม”


                “คุณหมายถึง... โรคติดเซ็ก น่ะหรอฮะๆ เข้าใจผิดแล้วล่ะครับ คุณหมอ...”ชายหนุ่มตอบด้วยรอยยิ้มยียวน


                “ฉันไม่ใช่หมอ”


                “งั้น... ผมต้องเรียกคุณว่าอะไรดีล่ะ”


                “อย่าคิดจะมากวนประสาทฉัน...”หญิงสาวพยายามกัดฟันข่มอารมณ์ที่ถูกคนตรงหน้าปั่นหัวเข้าแม้เธอจะเป็นนักจิตวิทยาแต่คนตรงหน้านี้ดูเหมือนจะเป็นมากกว่าคนป่วยเสียอีก


                “ผมทำหรอ”


                “นี่คุณ!!



                ก๊อก ๆ ๆ



                หลังจากเสียงที่ประตูบานใหญ่ดังขึ้นก่อนจะถูกเปิดโดยผู้หมวดคนเดิมที่เพิ่งออกไปแววตาของเขาไม่สามารถซ่อนความสับสนเอาไว้ได้ซึ่งนั่นก็เป็นสิ่งที่ผู้ต้องสงสัยอย่างฟ่านเฉิงเฉิงไม่ได้รู้สึกว่ามันแปลกประหลาดอะไร


                ในเมื่อทุกอย่างมันกำลังจะเป็นอย่างที่เขาต้องการ...


                “ขอโทษที่ต้องรบกวนคุณ เฉิงเซียว แต่ตอนนี้ฟ่านเฉิงเฉิงได้รับการปล่อยตัวแล้ว”


                “คุณว่าอะไรนะ!!


                “คุณตำรวจเขาบอกว่าผมไม่ใช่คนร้ายไงครับคุณหมอ”


                “นี่คุณจะปล่อยตัวอันตรายแบบนี้ไปไม่ได้นะจื่ออี้”หญิงสาวหันมาเอาเรื่องกับนายตำรวจหนุ่มแทนเมื่อถูกกวนประสาทเข้าให้อีก


                “แต่เรามีหลักฐานไม่พอ”


                “อะไรนะ เป็นไปไม่ได้ ฉันไม่เชื่อ”


                “นั่นมันก็เรื่องของคุณแต่ตอนนี้เราต้องปล่อยตัวเขา”จื่ออี้ยืนยันหนักแน่นจนนักจิตวิทยาสาวต้องเก็บแฟ้มประวัติของเธอออกจากห้องไปอย่างไม่สบอารมณ์นักทิ้งไว้เพียงนายตำรวจหนุ่มและผู้ต้องสงสัยที่เวลานี้หลุดพ้นจากคดีความอย่างสมบูรณ์แบบ


                กุญแจมือเหล็กถูกปลดออกด้วยกุญแจจากคนเป็นเจ้าหน้าที่ฟ่านเฉิงเฉิงยิ้มอย่างพอใจเมื่อมือทั้งสองข้างของตนได้รับอิสระดวงตาคมสบกับดวงตาที่เต็มไปด้วยความสับสนนั่นอีกครั้งก่อนจะเอ่ยคำพูดที่แสนแผ่วเบาออกมาเมื่อเดินผ่านร่างเขาไป


                “ขอให้การผ่าตัดของน้องสาวคุณเป็นไปด้วยดีนะ...คุณตำรวจ”



                .


                .


                .



                บรรยากาศในบ้านหลังเดิมตอนนี้เงียบสงัดราวกับป่าใหญ่ในช่วงเวลาค่ำคืนตัวบ้านมืดมิดเพราะไม่มีใครใช้งานไฟฟ้าในบ้านเลยแม้แต่อย่างเดียวฟ่านเฉิงเฉิงเดินเข้ามาในบ้านด้วยจิตใจที่ร้อนรน เขาเชื่อเชื่อว่าคนรักของเขาต้องยังอยู่ที่นี่


                ช่ายสวี่คุนต้องอยู่ที่นี่สิ...


                แม้จะตามหาจนแทบพลิกบ้านหาทว่าเขากลับไม่พบร่างของใครภายในบ้านหลังนี้เลยชายหนุ่มทึ้งหัวตัวเองด้วยความหงุดหงิดที่หลายอย่างกำลังไม่เป็นอย่างที่เขาคิดแต่กลุ้มอยู่ไม่นานแสงไฟจากหน้าบ้านหลังข้างกันสาดผ่านเข้ามาในสายตาเสียอย่างนั้น


                ไม่น่า...


                นั่นมัน... บ้านของเขา


                ไม่รอช้าร่างสูงพาตัวเองวิ่งจากชั้นบนของตัวบ้านลงไปยังรั้วหน้าบ้าน ที่ตอนนี้ไฟดวงนั้นดับลงไปเรียบร้อยแล้ว คิ้วเรียวขมวดมุ่นด้วยความไม่พอใจนักก่อนที่เสียงเครื่องยนต์เร่งความเร็วจะดังขึ้นพร้อมกับความรู้สึกสุดท้ายที่ถูกของแข็งกระแทกอย่างจัง จนร่างกายลอยออกไปไกลหลายเมตร


                ดวงตาคมพยายามอย่างหนักที่จะมองภาพตรงหน้าและประคองสติของตนเองให้ได้ภาพตรงหน้าคือรถยนต์ที่เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดี ไฟหน้ารถกำลังสาดส่องมายังเขากระโปรงหน้ารถยุบลงไปตามแรงที่กระแทกเข้ากับร่างกายของตัวเอง ภาพใบหน้าของคนขับที่เรียบนิ่งกลายเป็นสิ่งสุดท้ายที่ได้เห็น


                ภาพที่เขาทั้งอยากเห็นและไม่อยากเห็นที่สุดในช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต...


                เป็นคุณจริงๆ หรอ...


                คุนคุน



     


                ปัง!!!



                ประตูบานใหญ่ถูกปิดลงอย่างแรงร่างเพรียวของช่ายสวี่คุนเดินโซเซเข้ามาในห้องกว้างด้วยท่าทางไม่ดีนัก มือขาวกุบศีรษะของตัวเองที่ปวดราวกับมีคีมอันใหญ่บีบเอาไว้


                “อ้าก!!!


                เสียงกรีดร้องดังไปทั่วบริเวณน้ำสีใสไหลออกมาจากดวงตาเพราะความเจ็บปวดที่กำลังได้รับมือขาวปัดข้าวของในห้องระบายอารมณ์เพื่อหวังเพียงจะช่วยให้อาการเลวร้ายนี่หายไปเสียที


                “ช่วยด้วย ใครก็ได้... เฉิง...เฉิงช่วยคุนด้วย ฮึก”


                รูปภาพของคนรักที่หลุดออกมาจากกรอบที่ตกแตกเพราะฝีมือตัวเองกลายเป็นสิ่งที่ปรากฏชัดที่สุดในสายตาช่ายสวี่คุนหยิบภาพใบเล็กออกมาจากเศษแก้วพวกนั้นทั้งน้ำตาภาพใบหน้าของฟ่านเฉิงเฉิงที่กำลังส่งยิ้มให้เขา


    "ฉันน่ะ รักเฉิงเฉิงที่สุดเลยนะ"


                ภาพหญิงสาวหน้าตาสละสวยกำลังกอดคนที่เขารักอย่างมีความสุขขณะที่เขาทำได้เพียงยืนมองภาพบาดตานั่นอยู่ข้างหน้าต่างชั้นบนของบ้านตัวเองราวกับเข็มหลายพันเล่มทิ่มลงมาในหัวใจ ร่างกายและอ้อมกอดนั้นต้องเป็นของเขาคนเดียว


                ฟ่านเฉิงเฉิงต้องเป็นของช่ายสวี่คุนคนเดียวเท่านั้น!!



    กรี๊ด!!!!



    "อย่านะ อย่าทำอะไรฉันเลยฉันไปทำอะไรให้คุณ ปล่อยฉันไปเถอะ ได้โปรดล่ะ"


    เสียงร้องไห้ร้องขอชีวิตและใบหน้าของหญิงสาวที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตาทำให้หัวใจของเขาเต้นแรงใบหน้าของคนที่เคยแย่งความสุขของเขาไป ตอนนี้กำลังเต็มไปด้วยความหวาดกลัวนั่นเรียกให้รอยยิ้มแห่งความพึงพอใจปรากฎขึ้นบนใบหน้าสวย


    "ลงโทษไง ลงโทษคนที่คิดจะแย่งของของคนอื่น"มีดคมถูกเฉือนลงบนผิวหนังขาวช้าๆพร้อมรอยยิ้มน่ากลัว ความเจ็บปวดในตอนนี้ทำให้หญิงสาวกรีดร้องออกมาเสียงดัง


    แม้พยายามดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอด แต่เพราะร่างกายที่ถูกพันธนาการไว้ด้วยเชือกเส้นหนากับเก้าอี้เก่าๆกลับไม่สามารถขยับหนีความอันตรายตรงหน้าได้เลย ความทุกข์ทรมาณตอนนี้ของเธอแม้แต่พระเจ้าก็ยังไม่อาจช่วยได้


    "ฉัน... ฉันไม่เคยแย่งอะไรจากคุณ"


                คำพูดปฏิเสธของเธอไม่อาจช่วยให้อะไรดีขึ้นตรงกันข้าม มันกลับดูเหมือนว่าจะไปเพิ่มไฟโกรธให้กับคนตรงหน้าด้วยซ้ำดวงตาคู่สวยแข็งกร้าวขึ้นอย่างน่ากลัว คำพูดต่อมาของเขาทำให้เธอขนลุกชันไปทั้งตัวเธอรู้แล้ว เธอรู้สาเหตุที่ถูกทำร้ายในครั้งนี้แล้ว


                เธอไปยุ่งกับคนที่ไม่ควร...


    "โกหก!!! แกจะแย่งฟ่านเฉิงเฉิงไปจากฉันฟ่านเฉิงเฉิงเป็นของฉันคนเดียว คนเดียวเท่านั้น!!!"


                กล้องบันทึกวิดีโอตัวเล็กถูกจับตั้งกับขาตั้งปรับซูมเข้าไปยังใบหน้าของหญิงสาวที่กำลังร้องไห้อยู่ด้วยความหวาดกลัว


    “มีอะไรจะสั่งเสียไหม สั่งเสียถึงคนที่แกอยากจะแย่งไปจากฉัน...”


    แม้จะถูกสั่งแบบนั้น แต่เพราะความกลัวเธอจึงไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยอะไรออกมากลัวว่าหากพูดอะไรออกไปแล้วจะทำให้คนตรงหน้าไม่พอใจขึ้นมาอีกแต่เหมือนเธอจะคิดผิด...


    พูดสิ!! ฉันบอกให้พูด!!!”


    "ช่วยด้วย... ได้โปรด ได้โปรดปล่อยฉันไปเถอะนะ..."เสียงอันแสนอ่อนแรงของเธอถูกเปล่งออกมาสั่นไปด้วยความกลัวน้ำสีใสไหลออกมาจากดวงตาไม่รู้จักจบสิ้น เมื่อไรกันเมื่อไรที่ความทรมาณเหล่านี้มันจะจบลงไปเสียที


    "มันจะไปแล้วล่ะเฉิงเฉิง คนที่มันจะมาพรากนายไปจากฉันมันกำลังจะถูกทำลายแล้ว"ใบหน้าสวยฉีกยิ้มกว้างให้กับกล้องรอยยิ้มแห่งความเป็นผู้ชนะ


    สวี่คุนเดินเข้าไปยังเก้าอี้ที่มีร่างของหญิงสาวถูกพันธนาการอยู่พร้อมกับมีดเล่มยาวเขาส่งยิ้มอ่อนโยนให้เธอราวกับจะผูกมิตรแต่หญิงสาวรู้ดีว่ารอยยิ้มนั่นน่ากลัวแค่ไหนคำพูดเย็นเหยียบจากริมฝีปากอิ่มนั่นทำให้เธอหลั่งน้ำตาออกมาอีกครั้ง


    หลั่งน้ำตาครั้งสุดท้าย...


    “ลาก่อนนะ”


    จึก!!! จึก!!! จึก!!!


                มีดเล่มยาวถูกแทงเข้าที่ร่างกายของหญิงสาวอย่างแรงส่วนแหลมคมของมีดหายเข้าไปกับร่างกายของเธอจนหมด มีดปักเข้าและดึงออกอยู่หลายครั้งบาดแผลฉกรรจ์ปรากฏบนร่างกายหลายจุดก่อนที่จุดสุดท้ายมันจะไปปักลงบนขั้วหัวใจของเธอ


                ก่อนที่ลมหายใจสุดท้ายแห่งความทรมาณของเธอจะสิ้นสุดลงพร้อมกับร่างกายของคนกระทำที่เต็มไปด้วยหยาดเลือด


                ปัง!!!


                ประตูบานใหญ่ถูกเปิดออกอย่างแรงพร้อมกับการปรากฏตัวของชายหนุ่มที่กำลังเหนื่อยหอบดวงตาคมเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นเหตุการณ์ตรงหน้า ร่างของช่ายสวี่คุนหันกลับมามองยังที่มาของเสียงรอยยิ้มสวยถูกส่งให้คนมาใหม่ราวกับคนไร้สติ


                “เฉิง... เฉิงมาแล้ว”


                รอยยิ้มสุดท้ายถูกส่งมาให้คนมาใหม่ก่อนที่ร่างของคนตรงหน้าจะหมดสติลงไปร้อนให้ฟ่านเฉิงเฉิงต้องรีบเข้ามาประคองไว้ ดวงตาคมลอบสำรวจไปรอบห้องเก็บของเก่าๆ ที่มีแต่บรรยากาศแห่งความสยดสยองด้วยความสับสน


                ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้ใยดีร่างไร้วิญญาณที่อยู่บนเก้าอี้สักเท่าไรฟ่านเฉิงเฉิงเลือกที่จะอุ้มร่างของคนรักที่หมดสติไปไว้อีกมุมหนึ่งของห้องเป็นอันดับแรกมีดเล่มยาวถูกหยิบขึ้นมาใช้เสื้อตัวเองเช็ดให้หมดสิ้น ก่อนที่จะหันไปทำความสะอาดส่วนอื่นๆที่คาดว่าจะเป็นหลักฐานให้เรียบร้อย


                ค้อนปอนมุมห้องถูกหยิบขึ้นมาก่อนที่เขาจะฟาดลงไปบนร่างไร้วิญญาณของหญิงสาวตามข้อต่อต่างๆอย่างแรง เลือดสีข้นสาดลงบนร่างกายของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่าทุกครั้งที่ลงแรงไป



    ปึก!!! ปึก!!! ปึก!!!



                เพล้ง!!



                เสียงแก้วใสที่หล่นกระทบกับพื้นทำให้ฟ่านเฉิงเฉิงรู้ดีว่าอีกคนในห้องตื่นขึ้นมาแล้วและคงเห็นว่าเขากำลังจัดการศพอย่างไรเข้าแววตาสวยกำลังแสดงความรู้สึกหวาดกลัวกับสิ่งที่เขากำลังทำออกมาขาเรียวก้าวถอยเขาทีละน้อยราวกับกำลังจะหนีไป


                ฟ่านเฉิงเฉิงรั้งตัวของอีกคนเอาไว้ก่อนจะปักเข็มฉีดยาที่บรรจุสารบางอย่างที่อีกคนคุ้นเคยดีลงไปบนลำคอสวยฉีดมันเข้าสู่ร่างกายของคนรักตรงหน้าช้าๆคำพูดปลอบประโลมถูกปล่อยออกมาพร้อมกับรอยจูบที่ประทับลงบนลำคออย่างแผ่วเบา


                อย่าหนีผมเลยนะ คุนคุน


                ร่างของช่ายสวี่คุนถูกอุ้มออกมายังห้องที่เป็นที่เกิดเหตุฟ่านเฉิงเฉิงรู้ดีว่าแค่นี้ไม่อาจทำให้คนตรงหน้าเขาสิ้นสติลงไปได้ เขาค่อยๆวางอีกคนลงบนเตียงกว้างอย่างทนุถนอม ร่างกายของอีกคนมีค่ามากกว่าที่ใครหลายคนคิด


                รอยจูบถูกประทับลงบนหลายตำแหน่งของร่างกายอย่างที่ต้องการจะปลอบโยนยาที่อีกคนได้รับเข้าไปนอกจากจะช่วยทำให้ผ่อนคลายลงแล้วผลข้างเคียงอีกอย่างของมันคือการไปกระตุ้นให้เกิดความต้องการทางเพศเพิ่มขึ้น



    โดยเฉพาะกลุ่มคนที่เป็น HypersexualDisorder


    โรคเสพติดเซ็ก...



    อย่าร้องไห้เลยนะครับคนดี คนดีของผม...


    เขาใช้เวลาอยู่นานหลายชั่วโมงกว่าจะช่วยให้ร่างกายของสวี่คุนสงบลงแม้มันจะเป็นเพราะยาที่ทำให้อีกคนสามารถทนได้นานขนาดนี้แต่ฟ่านเฉิงเฉิงก็ไม่คิดปฏิเสธว่าทุกครั้งที่เรามีความสัมพันธ์กันเขาลุ่มหลงในร่างกายขาวนี่มากแค่ไหน...


    ผมรักคุนนะ รักคุนแค่คนเดียว เชื่อผมนะครับคนดี...


                ภาพสุดท้ายที่เขาจำได้คือใครอีกคนกำลังบอกรักเขาบนเตียงกว้างฟ่านเฉิงเฉิงทำความสะอาดคราบเลือดทั่วร่างจนหมดสิ้นอีกคนมองมายังเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นอย่างที่เคยเป็นประโยคบอกรักและขอให้เชื่อใจนั่นเป็นสิ่งที่ทำให้เขาอบอุ่นหัวใจที่คิดถึงมัน


                แต่ภาพในหัวก็ถูกทับซ้อนด้วยร่างกายเปื้อนเลือดของคนรักร่างที่ถูกแสงไฟของรถยนต์สาดส่องลงบนตัวแววตาที่มองมาที่เข้าด้วยความสับสนและผิดหวังก่อนที่มันจะแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มอบอุ่นรอยยิ้มที่ช่ายสวี่คุนคนนี้ได้รับมาตลอด...


    “ฮึก... ทำไม ทำไม!! ฮึก ขอโทษ ฉัน... ฉันขอโทษ ฟ่านเฉิงเฉิง ขอโทษ!!!”


    เสียงร่ำไห้ของเขาคงดังไปไม่ถึงสรวงสวรรค์ดังไม่ถึงในที่ที่อีกคนอยู่คำขอโทษที่ไม่มีความหมายเพราะคนที่อยากขอโทษไม่สามารถอยู่ฟังได้อีกต่อไปคนที่รักเขามากกว่าใครทั้งหมด


    คนรักที่เขาฆ่าให้ตายด้วยน้ำมือของตัวเอง


    ฟ่านเฉิงเฉิง...



    ปัง!!!



    เสียงประตูถูกพังเข้ามาโดยกำลังของเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายรายช่ายสวี่คุนเพียงนั่งนิ่งให้คนพวกนั้นจับเขาใส่กุญแจมือแม้จะดูเหมือนกับการยอมจำนนธรรมดาทว่าหากใครสังเกตที่ดวงตาคู่สวยจะเห็นว่าอีกคนกำลังเหม่อลอยอยู่กับความคิดของตัวเองไม่จบสิ้น


    เฉิง... คุนขอโทษ...



    .


    .


    .


     

    ความเงียบไม่ช่วยให้คุณพ้นโทษหรอกนะ”


    เป็นหวังจื่ออี้อีกครั้งที่ได้รับมอบหมายให้ทำคดีที่เกี่ยวกับฟ่านเฉิงเฉิงลูกชายคนเล็กของนักธุรกิจใหญ่ผู้มีบุญคุณกับเขาการผ่าตัดของน้องสาวเขาเป็นไปได้ด้วยดีแต่ทันทีที่เธอปลอดภัยเขาก็ได้รับแจ้งว่าผู้มีพระคุณคนนั้นได้เสียชีวิตลงแล้ว


    เสียชีวิตลงเพราะคนรักขับรถชน...


    “ช่วยพูดอะไรสักอย่างได้ไหมวะ!! คุณฆ่าฟ่านเฉิงเฉิงทำไม!!!



    ก๊อก ๆ ๆ



    ประตูของห้องสอบสวนถูกเปิดขัดจังหวะพร้อมกับการเข้ามาของคนที่หวังจื่ออี้คุ้นเคยเป็นอย่างดีหญิงสาวในชุดทำงานตัวเก่งเข้ามาพร้อมกับแฟ้มหนาในมือเช่นเคย


    “คุณมาทำไมอีกเฉิงเซียว หรือสงสัยว่าผู้ต้องหาของผมเป็นโรคจิตอีก”


    “ไม่ได้สงสัย แต่สวี่คุนป่วยจริงๆ”เธอบอกพร้อมกับยื่นแฟ้มที่ถือมาให้เขาได้เปิดอ่าน


    “วิตกกังวล หวาดระแวง สองบุคลิก ? นี่มัน...”


    “อืม... จะให้ฉันจัดการแทนคุณได้หรือยัง”จื่ออี้ลอบถอนหายใจก่อนจะพยักหน้าให้เธอเขาเดินออกไปทั้งที่สายตาเหลือบกลับมามองคนในห้องที่ไม่ยอมพูดยอมจาอีกครั้ง


    บางทีช่ายสวี่คุนอาจจะน่าสงสารกว่าที่คิด...



    “สวัสดีสวี่คุนฉันชื่อเฉิงเซียวนะ”เสียงของหญิงสาวเรียกให้ใบหน้าเนียนสวยเงยขึ้นมามองได้เธอกำลังส่งยิ้มให้เขาด้วยแววตาเป็นมิตร


    “...”


    “เธอพูดกับฉันได้ไหม ฉันรับรองว่าไม่มีใครทำอะไรเธอแน่นอน”


    “...”


    “ฉันอยากปกป้องเธอนะสวี่คุน เล่าให้ฟังได้หรือเปล่า ทำไมเธอถึงชนเขาล่ะเธอโกรธเขาที่ทำร้ายเธอใช่ไหมสวี่คุน”ดวงตาคู่สวยสบเข้ากับดวงตาของคนตรงหน้าด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสับสน


    “ผม...ผมไม่รู้”มือเรียวสวยถูกส่งมากุมมือของคนที่ได้ชื่อว่าผู้ต้องหาและเผยรอยยิ้มแสนสวยเพื่อหวังส่งมอบความอบอุ่นและความไว้วางใจให้คนตรงหน้าดูเหมือนผ่านอะไรมามากเหลือเกินเหมือนกับเด็กน้อยที่กำลังสับสนและหลงทางจนเธออดนึกสงสารไม่ได้


    “ไม่ต้องกลัวนะ ฉันจะปกป้องเธอปกป้องเธอจากอันตรายบนโลกใบนี้เอง”ดวงตาคู่สวยมองไปยังคงตรงหน้าด้วยความสนใจเมื่อได้ยินประโยคเหล่านั้นจากเธอ


    “ปกป้อง... หรอ”


    “ใช่ฉันจะปกป้องเธอเองนะจ๊ะ”ริมฝีปากบางจะเผยรอยยิ้มกว้างออกมาเมื่อได้ยินประโยคนั้นจากปากของเธออีกครั้งเขากำลังยิ้มยิ้มที่คงจะมีรู้ความหมายเพียงเขาและใครอีกคนที่อยู่บนฟ้าเท่านั้นที่รู้ความหมาย



    รอยยิ้มที่กำลังเจอสิ่งที่ถูกใจ



    ขอบคุณ... ขอบคุณนะครับ”



    -THE END -

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in