Me and my saturday nightRingo
Ruby Sparks
  • ค่ำคืนของวันเสาร์แสนเหงาโคจรและจู่โจมเราแบบไม่ทันตั้งตัว

    อย่างน้อยคืนนี้ต้องหาอะไรทำ..อะไรสักอย่าง 
    เราบอกกับตัวเองแบบนั้น


    -

    Ruby Sparks (2012) คือชื่อเพื่อนที่เราเลือกให้มาอยู่ด้วยกันคืนนี้ถึงแม้จะเคยดูมาแล้วหนึ่งถึงสองหน แต่ก็ไม่เป็นปัญหาเลยหากนี่จะเป็นการดูหนังซ้ำที่ปาเข้าไปเป็นรอบที่สามหรือสี่แล้ว สาเหตุคือเราลืมรายละเอียดเล็กน้อยไปหมดสิ้น จะเหลือก็เพียงแต่ โครงเรื่องที่จดจำได้เฉพาะบางฉากบางตอนแบบเลือนรางเต็มที แต่จำได้อย่างแม่นยำว่ามีจุดไคลแม็กซ์ของเรื่องที่ทำให้เจ็บปวดมากอยู่พอสมควร


    “ I couldn’t see you when you were here.And now 
    that you’re gone, I see you everywhere ”


    Ruby Sparks ที่มองเผินๆก็เหมือนๆหนังรอมคอมทั่วไป หากตัดสินเพียงแต่ trailer หรือ ใบปิด poster …แต่ถ้าได้มีเวลาดูหนังเรื่องนี้แบบจริงจัง ก็ต้องยอมรับว่าเป็นเนื้อเรื่องที่สะท้อนถึงความสัมพันธ์ของคนสองคนได้อย่างลึกซึ้งมากเรื่องหนึ่ง การดำเนินเรื่องที่ไม่น่าเบื่อ มีปมปัญหาที่น่าสนใจ ส่วนสำคัญที่ชอบที่สุดคงเป็นจุดไคลแมกซ์ตอนเกือบท้ายเรื่อง จุดพีคที่ทำเอาจุกเหมือนโดนหมัดหนักๆต่อยกระแทกท้องและทำให้พูดไม่ออกไปหลายชั่วโมง, แต่ถึงอย่างนั้นเราก็รักหนังเรื่องนี้มากอยู่ดี 

    -
    ตัวเรื่องเล่าถึง  แคลวิน (พอล เดโน่) นักเขียนหนุ่มผู้จริงจังไปเสียทุกเรื่องเขาประสบความสำเร็จในด้านการเขียนจนเป็นที่ยอมรับ แต่ในขณะเดียวกันก็ดูเหมือนว่าเขาจะให้ความสำคัญกับตัวเองมากเกินไป เป็นคนประเภท “โลกส่วนตัวสูง” อยู่มาวันหนึ่งก็เกิดปาฎิหารย์อย่างตลกร้าย ชีวิตของแคลวินไม่ธรรมดาอีกต่อไป ในเมื่อตัวละครที่เขาเขียนอยู่ในหนังสือกลายเป็นคนจริงๆขึ้นมา! จับต้อง มองตาและสามารถปฎิสัมพันธ์กับทุกอย่างรอบข้างได้อย่างไม่น่าเชื่อ เหตุการณ์มันชักจะไปกันใหญ่ เมื่อตัวละครหญิงผู้นั้นคือหญิงในอุดมคติของเขา คือผู้หญิงในฝัน คือผู้หญิงที่เขาตกหลุมรักอย่างหมดหัวใจ  รูบี้ สปาร์ค (โซอี้ คาซาน) ปรากฎตัวครั้งแรกในบ้านของเขาอย่างช็อคๆ(ที่ทำเอาคนดูก็ช็อคไปด้วยเหมือนกัน) แถมโผล่มาก็เข้าใจว่าตัวเองกำลังคบหากับ แคลวิน แล้วด้วย พระเอกที่เกือบจะเสียสติ ไปแล้วในตอนแรกเมื่อปรับจูนความเข้าใจอะไรบางอย่างได้ก็ดำเนินชีวิตอย่างปกติสุขกับผู้หญิงในอุดมคติของเขาอยู่ช่วงหนึ่ง
    ในระยะแรก เขารักเธอมาก ถึงแม้จะเป็นคนที่ได้สร้างมาจากจินตนาการของตัวเองก็ตาม แคลวินรักรูบี้ อย่างที่รูบี้เป็นและไม่พยายามคิดจะเปลี่ยนตัวเธอด้วยการกลับไปเขียนเรื่องที่เขาแต่งขึ้นอีก 

    แต่..
    ถึงอย่างนั้นเรื่องราวก็ไม่ได้สวยหรูเสมอไป เมื่อความสัมพันธ์เดินทางมาได้สักระยะเรื่องไม่เข้าใจกันมันย่อมเกิดขึ้นได้อยู่ดี เริ่มทวีรุนแรงขึ้นเรื่อยๆจากจุดเล็กๆกลายเป็นเรื่องใหญ่ เป็นสาเหตุให้แคลวินต้อง การเปลี่ยนเธอ ด้วยการแอบกลับไปเขียนเรื่องของเธออีกครั้ง จึงกลายเป็นว่าเขาคือคนกำหนดว่าจะให้เธอเป็นอย่างไรก็ได้ตามอย่างที่เขาเขียน ตามอย่างที่ใจเขาอยากให้เป็น…


    -
    ชอบตรงที่หนังพูดถึงจุดนี้ มันทำให้เราเข้าใจได้ว่า ถึงแม้จะสามารถกำหนดให้คนรักเป็นไปตามอย่างที่เราต้องการได้ ขนาดทำได้มากถึงขนาดนั้น…แต่ก็ยังไม่สามารถทำให้คนสองคนอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขได้อยู่ดี ถ้าทั้งคู่ไม่ได้เข้าใจและยอมรับกันและกัน ถ้าทั้งคู่ไม่มีจุดของความพอดีที่จะให้ซึ่งกันและกัน

    -
    จุดไคลแมกซ์คือจุดพีค คือสิ่งที่เราเซอไพรส์จากเรื่องนี้มากที่สุด ไม่คิดว่าจะได้เห็นฉากที่จัดว่าดาร์คแบบลึกๆมาจากหนังแบบนี้เท่าไหร่ มันค่อนข้างหักมุม เพราะเราเดาไม่ถึง  ตอนที่แคลวินเฉลยความจริง
    ทุกสิ่งทุกอย่างให้รูบี้รู้ ด้วยการยื่นปึ๊งกระดาษที่มีแต่เรื่องราวปูมหลัง อดีต ความเป็นมาและครอบครัว เรื่องส่วนตัวทั้งหมดทั้งมวลที่เกี่ยวกับตัวรูบี้ให้เธออ่าน เราเสียใจไปพร้อมกับแคลวิน เสียน้ำตาไปพร้อมกับเขาในตอนที่ดูครั้งแรก และคิดว่าเขาตัดสินใจถูกต้องอย่างที่สุดที่ปล่อยรูบี้ให้เป็นอิสระ ในตอนท้ายเรื่อง, ซึ่งถ้าเป็นเราเองก็คงต้องทำอย่างนั้นเช่นกัน

    แต่ก็ไม่ได้จบเศร้านะ
    หนังรอมคอมน่ารักก็ยังคงเป็นหนังรอมคอมที่น่ารักอยู่เหมือนเดิมวันยันค่ำ
    หนังรอมคอมไม่เคยใจร้ายกับเราเหมือนอย่างในชีวิตจริงหรอก

    จริงไหมล่ะ...เนอะ



    scene ที่ดูแล้วรักที่สุดตลอดกาล

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in