Head in the clouds #ficheadinthecloudshalomynameisiq
a deep world, night is hell there’s no rules in my dark room.
  • #ficheadintheclouds
    15 ; a deep world, night is hell there’s no rules in my dark room.
    pairing : jc x jj
    warning : Vampire AU, Crossdressing



    นอกจากจูชานแล้วยังมีผีดูดเลือดตนอื่นในโรงเรียนนี้อีกไหม


    แน่นอนว่าผมเองเคยถามเขาไปแต่จูชานไม่ได้ตอบอะไรกลับมา บ่ายเบี่ยงเปลี่ยนเรื่องไม่ก็ดูดเลือดปิดปากให้ผมสลบไปแล้วจะได้ไม่ถามต่อ


    'พี่จะถามทำไม จะไปหาคนอื่นเหรอ?'


    หลังจากเขาพูดแบบนั้นออกมาเราก็ไม่เคยพูดกันเรื่องนี้อีกเลย ที่ถามไม่ได้หมายความว่าจะไปหาคนอื่นสักหน่อย ก็แค่อยากรู้เฉย ๆเองว่าเขาจะมีเพื่อนบ้างไหม ทำไมต้องพูดจาประชดกลับมาด้วยนะ


    "จางจุน ระวัง!"


    จะว่าไปตอนนี้ผมอยู่ในคาบพละและเรากำลังเล่นบาสเก็ตบอลกันอยู่แต่ถึงจะปัดให้บอลไม่กระแทกเข้าหน้าจัง ๆได้นิ้วก็ซ้นอยู่ดี เพื่อนในห้องรีบวิ่งเข้ามาถามทันทีแต่ผมบอกปัดไปว่าเดี๋ยวเดินไปห้องพยาบาลเองคนเดียวได้ พวกเขาเลยกลับไปเล่นบาสเก็ตบอลในสนามกันต่อ


    "ขอโทษนะครับ พอดีว่านิ้วซ้นตอนเล่นบาส...อ้าว"


    พอมองไปรอบ ๆห้องพยาบาลเลยเห็นในห้องไม่มีใครอยู่เลย อาจารย์ไม่อยู่งั้นเหรอ


    "อาจารย์ไม่อยู่ครับ"


    มีเสียงดังตอบผมกลับมาจากเตียงที่ถูกม่านปิดอยู่ นี่ผมไปปลุกเขาเหรอเนี่ย แต่มือของเขายื่นออกมาจากหลังผ้าม่านแล้วกวักเรียก ผมเลยเดินเข้าไปหาข้าง ๆเตียงแต่ก็ยังไม่เห็นอยู่ดีว่าหลังม่านนั้นเป็นใคร


    "เอามือคุณมาสิ"


    ผมยื่นมือไปจับมือเขาอย่างงง ๆ เขาดึงมือเข้าไปหลังม่านแล้วก็จูบลงบนนิ้วที่ซ้นก่อนจะค่อย ๆเลียมัน ถึงจะอยากชักมือกลับมาทันทีแต่เรี่ยวแรงที่เคยมีหายไปไหนหมดก็ไม่รู้ ความรู้สึกแบบนี้มันเหมือนกับ...


    "คุณมีกลิ่นของหมอนั่นนี่นา เขาต้องไม่พอใจแน่ ๆเลยแต่ช่างมันเถอะ"


    ทันทีที่ได้สติกลับมาผมก็รีบชักมือกลับมาทันที เขาพูดจบแล้วหัวเราะออกมาเบา ๆและกลับไปทิ้งตัวนอนต่ออย่างที่กล่าวเอาไว้ ผมมองที่นิ้วของตัวเองที่ค่อย ๆกลับมาเป็นปกติ ไม่ผิดแน่ เขาเป็นเหมือนจูชาน


    แต่เขาเป็นใครกันนะ


    "พี่จางจุน ทำอะไรอยู่เหรอ?"


    "ตกใจหมดเลย!"


    ผมเผลอหันไปสะบัดน้ำจากมือใส่จูชานที่แอบมายืนอยู่ข้างหลังผมตอนล้างมืออยู่หน้ากระจกตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ การที่ไม่มีเงาในกระจกของเขานี่ขี้โกงเกินไปแล้ว 


    "แค่ล้างมือน่ะ"


    เห็นเขาคนนั้นพูดเรื่องกลิ่นก็เลยรีบมาล้างมือที่ตอนนี้หายเป็นปกติแล้วทันที ถ้าเขาได้กลิ่นบางทีหมอนี่เองก็อาจจะได้กลิ่นเหมือนกัน


    "ผมว่าผมรู้สึกแปลก ๆนะ เอามือพี่มาดูหน่อยสิ"


    นั่นไง จูชานหรี่ตามองผมอย่างไม่ไว้วางใจ ผมรีบชักมือกลับไปด้านหลังอัตโนมัติแต่ก็ไม่ทันเขาที่คว้าข้อมือของผมเอาไว้ได้ทันอยู่ดี เขามองไปยังนิ้วของผมที่ได้รับบาดเจ็บตาไม่กระพริบแถมยังบีบข้อมือผมแรงจนคิดว่าตอนปล่อยมือออกไปข้อมือคงเป็นรอยแดงอย่างแน่นอน


    "รอยอะไร?"


    "หะ รอยอะไร..."


    เขาจับมือของผมมาจ่อตรงหน้าทำให้ผมเพิ่งเห็นรอยแดงจาง ๆที่เหมือนเป็นรอยขบกัดเบา ๆ เขาไม่ได้เลียเฉย ๆหรอกเหรอ ผมไม่รู้สึกตัวเลย...


    "ถามว่ารอยอะไร"


    "อย่ามาขึ้นเสียงใส่พี่ได้ไหม"


    ผมรีบดึงมือกลับมาแล้วหลบสายตาของเขาที่ยังคงจ้องมาอย่างคาดโทษ ถ้าเงยหน้าไปมีหวังต้องเผลอหลุดพูดแน่ ๆ ถ้าพูดออกไปมีหวังได้เถียงกันยาวเหยียดอีก 


    "เอาเถอะ"


    คนตรงหน้าผมยกมือยอมแพ้แล้วพูดพึมพำออกมาเบา ๆจนผมแทบจะไม่ได้ยินก่อนจะเดินออกจากห้องน้ำไปโดยไม่หันกลับมามองผมเลยและยังถีบประตูห้องน้ำอย่างแรงไปทีนึงด้วย 


    นี่ผมกำลังโดนเขาโกรธอยู่รึเปล่านะ


    เพราะนิ้วของผมมีรอยกัดเล็ก ๆของผีดูดเลือดตนอื่นงั้นเหรอ นี่ถ้าไม่ได้คิดเข้าข้างตัวเองแปลว่าเขาหวง...คิดไปเองแหง ๆ เขาไม่คิดอะไรแบบนั้นหรอก


    สรุปแล้วทั้งวันก็เอาเรื่องจูชานออกจากหัวไม่ได้จนตอนเย็นพาตัวเองมาที่หน้าบ้านของเขา ถึงจะไม่ค่อยเข้าใจว่าโมโหอะไรก็เถอะแต่ถ้ามาขอโทษแล้วเล่าให้ฟังก็คงจะอารมณ์ดีขึ้นล่ะมั้ง อีกอย่างทะเลาะกันที่โรงเรียนมันก็แย่กว่าทะเลาะกันที่นี่ ผมกดกริ่งหน้าบ้านอย่างคุ้นชินไม่นานนักแม่บ้านก็ออกมาต้อนรับ


    "จูชานอยู่ไหมครับ?"


    "คุณชายอยู่ค่ะแต่ตอนนี้กำลังมีแขกอยู่"


    คนอื่น? เขามีคนอื่นมาที่บ้านหลังนี้ด้วยเหรอ ผมไม่เคยเห็นมาก่อนเลยนะ


    "งั้นเดี๋ยวผมนั่งรอก็ได้"


    แม่บ้านยืนนิ่งไปสักพักเหมือนกำลังตัดสินใจก่อนที่เธอจะพยักหน้าแล้วพาผมเข้าไปในบ้านแต่เสียงแรกที่ได้ยินคือเสียงแก้วแตกที่ดังไปทั่วและไม่ใช่แค่ใบเดียว


    "ทำไมต้องโกรธขนาดนั้นด้วยก็พี่เขาเจ็บมา ฉันก็แค่ช่วยไง"


    "เวลากลิ่นนายมาติดมันหมดอารมณ์ในการกินอาหาร"


    "แน่ใจนะว่าแค่นั้น?"


    "เออสิ จะให้มีเหตุผลอื่นเหรอ"


    "ที่นายปาแก้ว ปาจาน ปาทุกอย่างในบ้านใส่ฉันนี่เพราะแค่กลิ่นฉันไปติดอาหารนายเนี่ยนะ เชื่อเขาเลย"


    ภาพตรงหน้าราวกับหนังแฟนตาซีที่ดูในจอโทรทัศน์ ผู้ชายที่ผมไม่รู้จักกำลังบินหลบข้าวของสารพัดที่จูชานขว้างปาใส่เขาและบทสนทนาของพวกเขาที่ผมได้ยินชัดเจนทุกคำพูด แค่อาหารจริง ๆสินะ ถึงจะเตรียมใจมาแล้วแต่ก็เจ็บชะมัด


    "คุณพี่ตรงนั้นคิดดังมาถึงนี่เลยนะ ถ้ามาแล้วก็หัดส่งเสียงทักทายกันหน่อยสิ"


    จูชานรีบหันมามองทางผมทันทีที่ผู้ชายคนนั้นพูดจบ ผมฝืนยิ้มแห้ง ๆให้เขาเพราะหลังจากได้ยินบทสนทนาเมื่อครู่ทำเอายิ้มไม่ออกเลยแหะ 


    "พี่จางจุน พี่มาถึงตั้งแต่เมื่อไหร่?"


    "เอ่อ..."


    ผมควรจะบอกเขาดีไหมนะว่าได้ยินทุกอย่างที่เขาพูด


    "ไม่ต้องหรอก พี่เขาเพิ่งมาถึงเมื่อกี้น่ะ"


    ผู้ชายคนที่ลอยอยู่ด้านบนค่อย ๆลงมาอยู่ด้านหลังแล้วจับไหล่ของผมเอาไว้เบา ๆแถมยังแอบขยิบตาให้ทีนึงด้วย ราวกับเขาอ่านความคิดของผมออกได้งั้นแหละ


    "ถูกต้อง เก่งมาก หัวไวเหมือนกันนะเนี่ย"


    "นี่นายอ่านใจพี่เขาเหรอ รสนิยมแย่ชะมัด"


    "ไม่เท่ากับที่นายทำกับเขาหรอก"


    พอพูดจบจานใบสุดท้ายในมือจูชานก็ลอยเฉียดหัวผมไปหาคนที่อยู่ด้านหลังทันที พอมองไปรอบห้องแล้วเริ่มสงสารแม่บ้านขึ้นมาแล้วสิ


    "ไม่เป็นไรหรอกครับ แม่บ้านของหมอนี่น่ะเก่งจะตาย"


    เลิกตอบทุกอย่างในใจคนอื่นสักทีเถอะ


    "โกรธแล้ว ๆ"


    เขาปล่อยมือออกจากไหล่ผมทันทีที่ผมหันไปมองเขาแล้วหัวเราะร่าเดินถอยออกไปแต่ยังไงก็ต้องขอบคุณเขาเรื่องที่ห้องพยาบาลอยู่ดี


    "ไม่ต้องขอบคุณหรอก เรื่องนิดหน่อยเอง"


    เอาล่ะ ผมเกลียดไอหมอนี่



    "ถึงจะไม่อยากแนะนำให้รู้จักสักเท่าไหร่แต่นี่เพื่อนผมเอง"


    หลังจากที่จูชานได้โยนข้าวของทุกอย่างหมดแล้ว เราสามคนก็ย้ายมายังห้องอ่านหนังสือของจูชานเพราะว่าห้องนั่งเล่นสภาพราวกับมีพายุลงคงไม่เหมาะกับการใช้นั่งคุยกัน


    "คิมจีบอม ยินดีที่ได้รู้จักนะครับพี่จางจุน"


    ฉันยังไม่ทันได้แนะนำตัวเลยนะ


    "จูชานเล่าเรื่องคุณให้ฟังบ่อยน่ะ"


    เขาที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามตอบคำถามในใจผมแล้วยิ้มออกมาทำให้เห็นว่าตรงมุมปากของเขามีเขี้ยวที่ชัดเจนเหมือนจูชานไม่มีผิด


    แต่เดี๋ยวก่อน


    ถ้าเขาอ่านใจผมได้แสดงว่าที่ผ่านมาจูชานก็ได้ยินเสียงในหัวผมหมดเลยน่ะสิ


    "พวกเราก็มีความสามารถที่แตกต่างกันไป อย่างผมคืออ่านใจใช่ไหมล่ะแต่ของหมอนี่น่ะ..."


    พอจีบอมกำลังจะอ้าปากพูดจูชานที่นั่งอยู่ข้าง ๆเขาก็หันขวับไปมองเป็นการห้ามทันที ทำไมเรื่องแค่นี้ถึงไม่ยอมบอกกันนะ เราก็อยู่ด้วยกันมาตั้งนานแล้ว น่าน้อยใจชะมัด


    "เบื่อเขาเมื่อไหร่ก็มาหาผมได้นะ ผมเองก็ชอบเลือดกรุ๊ปเอเหมือนกัน"


    ก่อนที่จะได้ตอบอะไรกลับไปคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆเขาก็เอาส้อมที่พกไว้ตรงไหนก็ไม่รู้จ่อไปที่คอของเพื่อนร่วมชั้นอย่างรวดเร็วทันที 


    "หวงอะไรขนาดนี้เนี่ย"


    จีบอมยกมือขึ้นยอมแพ้แล้วแค่นหัวเราะออกมาเขาเลยยอมลดมือลงไป เขาไม่ได้หวงผมสักหน่อย เขาก็แค่เด็กที่หวงอาหารของตัวเองเท่านั้นแหละ ต่อให้เขาจะเป็นผีดูดเลือดที่อายุยืนแค่ไหนแต่นิสัยเขามันเด็กจริง ๆ คิดแล้วก็หงุดหงิดขึ้นมาอีกแล้ว


    "ถ้าพี่หงุดหงิดเมื่อไหร่ก็มาหาผมได้ตลอด รับรองมือเบากว่าจูชานเยอะและไม่ดูดเลือดพี่จนเป็นลมหรือให้แต่งตัวแปลก ๆแน่นอน"


    "จะหยุดพูดได้รึยัง"


    ครั้งนี้ไม่ได้ยกส้อมมาขู่แต่ลุกขึ้นตบโต๊ะอย่างแรงพอ ๆกับที่ถีบประตูห้องน้ำวันนี้ ทำให้ทั้งจีบอมและผมไม่มีใครกล้าพูดอะไรออกมาต่อ


    เย็นวันนั้นเราสามคนทานอาหารเย็นด้วยกัน พวกเขาก็กินอาหารแบบคนปกติได้แต่จูชานเคยบอกว่ายังไงมันก็แทนเลือดไม่ได้อยู่ดี ถึงอย่างนั้นแม่บ้านของเขาก็ทำอาหารของมนุษย์ได้อร่อยจนน่าอิจฉา
     

    "จูชานมันก็แค่หาข้ออ้างดูดเลือดพี่เท่านั้นแหละ"


    จีบอมที่นั่งอยู่ข้าง ๆผมหันมากระซิบตอบคำถามในใจ ไร้มารยาทชะมัด 


    "ใจร้าย"


    หุบปากแล้วกินข้าวไปเถอะน่า


    "เปลี่ยนเป็นเลือดของพี่แทนได้ไหม?"


    ผมเงยหน้าขึ้นมาจากอาหารเย็นเพื่อที่จะหันไปต่อว่าจีบอมที่นั่งข้าง ๆแต่สายตาดันไปประสานกับจูชานที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามและจ้องตาไม่กระพริบอยู่พอดี ถึงผมจะอ่านใจไม่ออกแต่ก็พอจะรู้ว่าเขาไม่พอใจ


    "กระซิบกระซาบอะไรกันอยู่ได้"


    "อยากรู้ก็อ่านใจเอาสิ"


    จีบอมหัวเราะออกมาเสียงดังทั้ง ๆที่บรรยากาศบนโต๊ะอาหารมันมาคุไปหมดเพราะเขา ผมเริ่มสงสัยขึ้นมาแล้วว่าพวกเขาเป็นเพื่อนกันจริงรึเปล่า


    "เป็นครับ สนิทกันด้วย"


    ขอบคุณสำหรับคำตอบ



    ในวันนั้นผมตัดสินใจค้างที่บ้านของจูชานเพราะจีบอมร้องขอไว้ว่าถ้าพี่ไม่อยู่ต้องโดนฆ่าแน่ ๆ แต่พวกเขาเป็นอมตะไม่ใช่เหรอ ช่างเถอะ ยังไงก็ตามที่ผมค้างที่นี่ไม่ใช่เพราะจีบอมขอเอาไว้แต่เป็นเพราะวันนี้ผมยังไม่ได้คุยกับจูชานดี ๆเลยต่างหาก หลังจากอาบน้ำเสร็จผมตัดสินใจจะไปคุยกับเขาที่ห้อง


    "จูชาน นี่พี่เองนะ"


    ประตูห้องเปิดออกทันทีที่เคาะไปสองสามครั้งก็เห็นเขานั่งเขียนหนังสืออยู่ที่โต๊ะในห้องที่มืดสนิทมีแต่แสงจากโคมไฟบนโต๊ะทำงานและแสงจากดวงจันทร์นอกหน้าต่างเท่านั้น


    "ห้องจีบอมอยู่ห้องถัดไป"


    "ก็ไม่ได้จะมาหาจีบอมไหมล่ะ"


    "ก็เห็นกระซิบกระซาบหัวเราะคิกคักกัน แอบคุยอะไรกันในหัวผมก็ไม่รู้เลยคิดว่าคืนนี้จะแอบนัดกันไปกินอาหารมื้อดึกในบ้านของผมซะอีก"


    ประโยคที่เขาพูดออกมาทำเอาผมเจ็บเสียยิ่งกว่าตอนที่เขาบอกว่าผมเป็นแค่อาหารอีก เขาคิดว่าผมจะไปหาคนอื่นจริง ๆเหรอ ผมไม่ใช่เขานะที่จะได้เปลี่ยนอาหารไปเรื่อย


    "ตอนกลางวันพี่ก็ยอมให้มันมาแตะตัวพี่แล้วไม่เล่าให้ผมฟังอีก จะให้ผมรู้สึกยังไง"


    ถ้าเล่าไปก็โกรธอยู่ดีนี่ ผมติดนิสัยการตอบในใจจากการคุยกับจีบอมเยอะเกินไปรึเปล่านะ


    "พี่ไม่ได้ตั้งใจสักหน่อยอีกอย่างจีบอมก็ไม่ได้ดูดเลือดพี่ไปเลยสักหยดนะ"


    "ถ้าอยู่นานกว่านั้นมันทำแน่"


    ตอนนี้ก็ยังอยากถามขึ้นมาอีกครั้งว่าเป็นเพื่อนกันจริงไหม จูชานวางปากกาในมือลงแล้วหมุนเก้าอี้หันมาทางผม ในห้องที่มืดสนิทมีแต่แสงจันทร์ด้านนอกกับโคมไฟเล็ก ๆบนโต๊ะทำงานของเขาก็ยังทำให้เห็นใบหน้าของเขาที่มองมาอย่างชัดเจน 


    "พี่ขอโทษ..."


    ถึงจะไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรผิดไปก็เถอะแล้วเหตุผลที่เขาไม่พอใจคืออะไรตัวผมเองก็ยังตอบไม่ได้เหมือนกันแต่สิ่งที่ในตอนนี้อยากทำคือการเดินเข้าไปกอดเขาที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ ร่างกายของเขายังเย็นเฉียบไม่เปลี่ยนแต่อ้อมกอดนี้ก็ทำให้ผมรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาอย่างแปลกประหลาด


    จูชานดันตัวผมออกหลังจากที่อยู่ในอ้อมกอดของผมสักพักแล้วคว้ามือของผมข้างที่จีบอมทิ้งรอยกัดไว้ไปมองอีกครั้ง ก่อนที่เขาจะกัดลงมาโดยที่ผมไม่ทันตั้งตัวจนเผลอมีเสียงเล็ดรอดออกไปเล็กน้อยเพราะความเจ็บปวดที่แล่นเข้ามาผ่านปลายนิ้วอย่างไม่ทันตั้งตัว เขาดูดเลือดจากนิ้วของผมสักพักพอผละออกมาแล้วก็เลียเป็นการรักษาอย่างที่เคยทำเพียงแต่ครั้งนี้เขาเลือกที่จะทิ้งรอยที่ตัวเองทำเอาไว้เมื่อครู่


    "หายกันแล้วนะ"


    เขายังจับมือของผมเอาไว้ไม่ปล่อยแล้วเอามือของผมไปจูบเบา ๆอีกครั้ง คงเป็นวิธีการขอคืนดีในแบบของเขา เป็นครั้งแรกเลยที่เขาหยุดตัวเองตอนดื่มเลือดของผมได้โดยไม่ต้องออกปากเตือน


    "นายอิ่มแล้วเหรอ?"


    "พี่จะบ้าเหรอไง ผมดูดเลือดพี่ไปแค่นั้นเองนะ ใครจะไปอิ่มกัน"


    "งั้นก็กินให้อิ่มสิ ใครห้ามกันล่ะ"


    จูชานที่นั่งอยู่บนเก้าอี้เงยหน้าขึ้นมามองผมที่ยิ้มให้เขาแล้วหัวเราะออกมาจนผมเองก็หัวเราะตามเขาไปด้วย 


    "ถ้าอย่างนั้นก็..."


    ทำไมรอยยิ้มของเขาหลังจากเราหัวเราะด้วยกันเสร็จทำให้ผมรู้สึกเสียใจที่พูดแบบนั้นออกไปกันนะ



    ผมเสียใจกับคำพูดของตัวเองจริง ๆ


    ที่ทำให้ตอนนี้ต้องมาอยู่ในชุดนางพยาบาลสีขาวที่สั้นยิ่งกว่ากระโปรงนักเรียนหญิง แถมยังถุงน่องสีขาวบางที่ยาวขึ้นมาจนเกือบปิดต้นขาทั้งหมด หมวกสีขาวที่เข้ากันกับชุดรวมไปถึงรองเท้าที่เป็นสีขาวเช่นกัน โชคดีที่อย่างน้อยในวันนี้เขาก็ไม่ให้ผมใส่ส้นสูงอีก


    "มองอะไรเล่า"


    "ก็มองพี่ไง"


    ถึงแสงในห้องจะมีเพียงน้อยนิดแต่ก็เห็นได้อย่างชัดเจนว่าคนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้จ้องมายังผมอย่างตาไม่กระพริบและใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงไปจนถึงใบหู ท่าทีแบบนั้นของเขาทำให้ผมอดยิ้มออกไม่ได้ก่อนจะเดินเข้าไปหาเขาแล้วมองหาเก้าอี้เพื่อที่จะนั่งลงข้าง ๆเขาแต่ในห้องนั้นกลับมีเก้าอี้แค่ตัวเดียว


    "นั่งนี่สิ จะได้สะดวก ๆไง"


    คนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ตบลงบนหน้าตักของตัวเองเบา ๆ ผมมองเขาอย่างชั่งใจว่าควรไปดีไหม เขาที่เห็นผมลังเลเลยดึงมือผมให้ลงไปนั่งเองเสียเลย 


    ใจร้อนจริง ๆ


    แน่นอนว่าชุดพยาบาลนี่ขยับตัวลำบากกว่าชุดนักเรียนหญิงเลยไม่ได้นั่งคร่อมเหมือนวันนั้นแค่นั่งห้อยขาไปด้านข้างและนั่งไขว่ห้างเพราะสะดวกกว่าในชุดแบบนี้ มือของเขาโอบเอวผมเอาไว้เพื่อไม่ให้หล่นลงไป ว่าแต่ผมควรเอามือตัวเองไปไว้ตรงไหนดีนะ หลังจากลังเลอยู่นานผมก็ตัดสินใจเอามือโอบคอเขาไว้


    เป็นท่าที่ใครเข้ามาเห็นคงเข้าใจผิดไม่น้อย


    หรือเข้าใจถูกแล้วกันนะ


    "วันนี้คุณพยาบาลจะมาตรวจอาการอะไรผมกันนะ"


    คงจะเป็นอาการทางจิตล่ะมั้งเพราะเขามันเป็นแวมไพร์โรคจิตบ้าคอสเพลย์ที่ในตอนนี้นั่งยิ้มร่าอย่างมีความสุข นี่ผมเผลอตอบในใจอีกแล้ว เขาไม่ใช่จีบอมสักหน่อย


    ถ้าเขาอยากเล่นตามบทบาทของชุดที่ใส่ผมก็ทำให้ได้ล่ะมั้ง ว่าแต่ปกติพยาบาลเขาตรวจอะไรกันนะ ผมคิดออกแค่อย่างเดียวในตอนนี้เลยเอามือข้างนึงเสยผมหน้าม้าที่ปรกอยู่บนหน้าตัวเองออกและเอาหน้าผากไปแตะกับหน้าผากของคนที่นั่งอยู่


    อย่างที่คิดเลย เย็นชะมัด


    "ดูเหมือนจะไม่มีไข้นะ"


    คนที่มีไข้คงจะเป็นผมมากกว่า ตอนนี้รู้สึกได้เลยว่าใบหน้าของตัวเองร้อนไปหมดแล้วเพราะสายตาของเราบังเอิญประสานกันในระยะใกล้จนหนีไม่ได้ นัยน์ตาสีแดงของเขาเวลามองใกล้ ๆมันสวยขนาดนี้เลยเหรอ ไม่ว่าจะกี่ครั้งผมก็ยังถูกมันดึงดูดเข้าไป


    "พี่ต่างหากที่ตัวร้อนไปหมดแล้ว"


    ผมรีบผละออกมาทันทีหลังจากเขากระซิบประโยคนั้นออกมา ใบหน้าแดง ๆที่ซ่อนไม่มิดนี่มันน่าอายเป็นบ้า 


    "แต่ยังมีอีกอย่างนี่นา..."


    เพิ่งคิดได้ว่าตัวเองหยิบของอย่างนึงมาจากกล่องพยาบาลที่คุณแม่บ้านหามาให้ตอนไปแต่งตัว ผมควานหามันในกระเป๋าก่อนจะหยิบเข็มฉีดยาอันเล็ก ๆออกมา


    "ของจริง?"


    "คงไม่เจ็บเท่าที่นายดูดเลือดฉันหรอก"


    พอพูดจบผมก็เอาเข็มฉีดยาจิ้มลงที่ปลายนิ้วของตัวเองแล้วสูบเลือดออกมา เจ็บน้อยกว่าที่เขาดูดเลือดผมเยอะ ผมมองเลือดในเข็มฉีดยาอย่างรู้สึกสงสัยว่านี่เป็นสิ่งที่เขาดื่มมาตลอดสินะ ก็คงจะใช่ เพราะคนที่ตอนนี้ผมนั่งอยู่บนตัวเขาจ้องมายังเลือดในเข็มตาไม่กระพริบ


    "อยากได้เหรอ?"


    ท่าทีของเขาที่พยักหน้าตามอย่างว่าง่ายทำให้ผมอดยิ้มออกมาไม่ได้ ก่อนจะกลับไปมองของเหลวสีแดงที่มาจากตัวเองในเข็มฉีดยาแล้วค่อย ๆกดตรงปลายลูกสูบเพื่อดันของเหลวในกระบอกฉีดยาให้ไหลออกมาจากปลายเข็ม เลือดในเข็มตอนนี้ค่อย ๆไหลหยดลงมาตามมือลงไปยังชุดนางพยาบาลสีขาวที่ตอนนี้ผมดันทำมันเปรอะเปื้อนไปด้วยสีแดงเสียแล้ว


    "ขอโทษนะที่ทำเปื้อน"


    ในตัวตอนนี้ไม่มีทิชชู่ที่จะเช็ดเลือดพวกนี้ได้ ผมเลยตัดสินใจเลียเลือดที่ตอนนี้ไหลตามมือของตัวเองไปทีล่ะนิ้ว ในปากตอนนี้มีกลิ่นคาวเลือดไปหมดเหมือนเวลาที่เผลอกัดปากตัวเองแต่สำหรับเขามันคงอร่อยสินะเพราะผมได้ยินเสียงกลืนน้ำลายอึกใหญ่จากเขาที่จ้องมายังผมที่ยังคงทำความสะอาดมือของตัวเองอย่างไม่วางตา


    "นี่พี่กำลังแกล้งกันใช่ไหมเนี่ย"


    "อะไร ฉันไม่ได้แกล้งนายสักหน่อย"


    ยอมรับนิดนึงก็ได้ว่าแกล้งเพราะท่าทีแบบนี้ของเขาสำหรับผมมันน่ารักเป็นบ้า


    เขาที่หมดความอดทนคว้ามือของผมไปเลียเลือดที่ยังคงหลงเหลืออยู่อย่างรวดเร็ว คงหิวมากจริง ๆสินะ ผมทำได้แต่นั่งมองเขาที่เลียเลือดบนมือของผมไปทีล่ะนิ้วราวกับไม่ต้องการให้เลือดเหล่านั้นหลงเหลืออยู่บนตัวผมเลยแม้แต่หยดเดียว


    "ทำความสะอาดเสร็จแล้วเหรอ?"


    ผมพูดติดตลกทันทีที่เขาผละออกมาจากปลายนิ้วของผมแล้วเงยหน้าขึ้นมามองแบบไม่มีคำพูดใด ๆแต่หากมองดี ๆจุดที่สายตาของเขาจับจ้องมาคือริมฝีปากของผมที่ตอนนี้ยังมีกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งอยู่เต็มไปหมด


    อ่า ผมดื่มเลือดของตัวเองไปนิดหน่อยนี่นา


    "นายคิดจะดื่มเลือดในหลอดเมื่อกี้ทั้งหมดเลยหรือไง"


    "ทั้งหมดของพี่ก็เป็นของผมอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ"


    มือข้างที่โอบเอวอยู่โอบแน่นขึ้นเพื่อให้ผมขยับเข้าไปใกล้เขา ผมเลยเอามือทั้งสองข้างไปโอบคอเขาไว้อย่างตอนแรก ระยะห่างของเราในตอนนี้แทบจะเป็นศูนย์ ในห้องที่มืดสนิทที่นัยน์ตาสีแดงของเขาเป็นอย่างเดียวที่ผมเห็นอย่างชัดเจนในตอนนี้ เขาจะได้ยินเสียงหัวใจที่ดังจนหนวกหูนี้ไหมนะและไม่นานระยะห่างของเราก็ไม่เหลืออีกแล้วเพราะริมฝีปากของเขาที่แนบลงมายังริมฝีปากของผม ถึงจะไม่ใช่ครั้งแรกของเราแต่ก็ยังทำให้ใจเต้นอยู่ดี


    รู้สึกได้เลยว่าลิ้นของเขากวาดไปทั่วเพื่อจะลิ้มรสเลือดที่ติดค้างอยู่ในปากของผมจนหมด ตามเทคนิคแล้วนี่คงเป็นการจูบที่ร้อนแรงไม่น้อยแต่สำหรับเขามันก็เป็นแค่การกินอาหารเท่านั้นและมันคงจะเป็นแบบนั้นตลอดไป ถึงในใจจะรู้อยู่แล้วแต่ก็อดใจเต้นไม่ได้กับสัมผัสจากเขา มือของเขาที่โอบเอวผมไว้ขยับอย่างสะเปะสะปะไปทั่วจนปัดหมวกบนหัวตกลงไป 


    รวมถึงริมฝีปากของเราที่ยังไม่แยกออกจากกันแม้ว่าในตอนนี้รสชาติที่หลงเหลืออยู่จะไม่มีกลิ่นคาวเลือดอีกต่อไปแล้วเหลือแต่เพียงความหวานที่เขามอบให้เท่านั้น


    "คุณพยาบาลมีไข้รึเปล่าครับ?"


    เขากระซิบออกมาหลังจากเราผละออกจากกันและเอามือที่เย็นเฉียบมาแตะหน้าผากที่คงจะร้อนจี๋ของผม


    "ไม่ได้ดูดเลือดเลยแท้ ๆ ทำไมหน้าแดงขนาดนี้กันเนี่ย"


    จูชานหัวเราะออกมาโดยที่สายตายังคงจ้องมาที่ใบหน้าของผมอย่างไม่วางตา ไม่ใช่เพราะโดนดูดเลือดเลยหน้าแดงสักหน่อย ไม่ว่าจะครั้งไหน ๆก็เถอะ


    "อย่าไปทำแบบนี้กับใครนะ"


    มืออีกข้างที่ว่างอยู่ของเขาเอื้อมมากอดผมแน่นแล้วเอาหน้าพิงลงมาตรงไหล่และกระซิบออกมาแบบนั้นแต่ในห้องที่เงียบขนาดนี้ต่อให้พูดเบาแค่ไหนก็ได้ยินอย่างชัดเจน


    "ฉันทำแค่กับนายนั่นแหละ"


    ผมเอามือที่โอบคอเขาในตอนแรกลูบหัวเขาเบา ๆ ถึงจะเป็นผีดูดเลือดแต่ก็ยังเป็นเด็กจริง ๆ


    "พูดอีกทีได้ไหม?"


    "พี่ทำแค่กับจูชานคนเดียว"


    คนที่ก้มหน้าอยู่ในตอนแรกเงยหน้าขึ้นมาหลังจากผมกระซิบคำขอร้องที่เอาแต่ใจของเขาที่ข้างหู ทำมาเป็นบอกผมหน้าแดงใบหน้าของเขาในตอนนี้ก็ไม่ต่างกันนั่นแหละแต่ไม่พูดแล้วกัน


    "พูดอีกได้ไหมว่าพี่จะยอมให้ผมดูดเลือดพี่แค่คนเดียว"


    "ก็บอกแล้วไงว่าพี่ทำกับจูชานแค่คนเดียว"


    รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาที่ซ่อนไว้ไม่มิดทำให้ผมอดยิ้มตามออกมาไม่ได้ 


    "ถ้าอย่างนั้นผมเองก็จะดูดเลือดพี่แค่คนเดียว..."


    ก่อนเขาจะพูดจบผมเอานิ้วชี้ไปแตะเบา ๆที่ริมฝีปากของเขาเพื่อไม่ให้พูดมันออกมา สำหรับอายุขัยที่ยาวนานของเขา ช่วงเวลานี้ก็คงเป็นแค่ช่วงเวลาสั้น ๆสำหรับเขา จะมาเห็นแก่ตัวให้คำสัญญาอะไรแบบนี้ไม่ได้หรอก ยังไงซะผมก็เป็นแค่อาหารสำหรับเขาอย่างที่เขาคุยกับจีบอมเมื่อตอนเย็นนั่นแหละ 


    รอยยิ้มบนใบหน้าของเราสองคนในตอนแรกหายไปทันทีเหลือทิ้งไว้เพียงความเงียบงันและบรรยากาศที่ชวนอึดอัดอย่างแปลกประหลาดเท่านั้น ผมเลยตัดสินใจทำลายความเงียบนี้ลง


    "ว่าแต่นายยังไม่ได้ดูดเลือดฉันเลยนะ อิ่มแล้วเหรอ กินไปแค่นั้นน่ะ"


    "ยังหรอก พี่ยังไหวเหรอ?"


    "ไหวสิ ฉันเสนอตัวมาเป็นอาหารของนายเองนะ"


    "ถ้าอย่างนั้นก็..."


    คนที่นั่งอยู่ด้านล่างขยับปกเสื้อของผมออกเพื่อให้สะดวกต่อการกินอาหารของเขาและจูบลงบนคอของผมเบา ๆเป็นการบอกให้เตรียมตัว ผมหลับตาปี๋และกำแขนเสื้อของเขาเอาไว้แน่นเพราะเตรียมใจรอกับความเจ็บที่กำลังจะแล่นเข้ามา 


    "ขอโทษที่มาขัดจังหวะนะแต่เสียงพวกนายดังจนฉันนอนไม่ได้เลย"


    เรารีบผละออกจากกันทันทีหลังได้ยินเสียงเปิดประตูดังขึ้นพร้อมกับเสียงของคนที่เปิดประตูเข้ามา


    "ฉันว่าเราก็ไม่ได้เสียงดังขนาดนั้นนะ จีบอม"


    จูชานที่นั่งอยู่ด้านล่างตัวผมตอบกลับไปอย่างหัวเสีย เขาไม่ชอบให้ใครมาขัดจังหวะตอนกินอาหารนี่นะ ข้อนี้ผมน่าจะรู้ดีที่สุดเลย


    "ไม่ใช่เสียงนายสักหน่อย เสียงความคิดของคุณพี่พยาบาลสุดสวยบนตัวนายต่างหาก"


    ลืมไปเลยว่าตัวเองใส่ชุดนางพยาบาลอยู่แต่ที่น่าอายกว่านั้นคือเขาได้ยินเสียงความคิดของผมทั้งหมดเลยงั้นเหรอ ผมรีบลุกออกจากตัวจูชานทันที เขาเองก็ลุกตามผมมาแล้วเดินไปหยิบผ้าห่มที่เตียงโยนมาให้ผมคลุมตัวเองไว้


    "ไม่ต้องปิดหรอก ของดี ๆปิดไว้ทำไม"


    จีบอมยิ้มให้และโบกมือมาทางผมที่กำลังเอาผ้าห่มที่จูชานโยนมาให้ปิดตัวอยู่


    "ออกไปคุยกันข้างนอกหน่อยสิ แค่ฉันกับนาย"


    "นายจะไม่ต่อยฉันใช่ไหม จูชาน"


    "ไม่รับประกัน ส่วนพี่ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วไปนอนเถอะ"


    เขามองมาทางผมและหันกลับไปตีหลังเพื่อนร่วมชั้นของเขาอย่างแรง


    "ราตรีสวัสดิ์"


    "อืม ราตรีสวัสดิ์"


    นั่นเป็นบทสนทนาสุดท้ายระหว่างเราในวันนี้ก่อนที่เขาจะปิดประตูไปโดยทิ้งให้ผมยังอยู่ในห้องของเขาในชุดบ้า ๆนี่


    ในสถานการณ์ที่โดนขัดจังหวะแบบนี้ก็อดคิดคำนึงในหัวที่คิดมาตลอดทั้งวันไม่ได้จริง ๆและเจ้าตัวก็คงได้ยินมันอย่างชัดเจนด้วย ซึ่งนั่นก็เป็นสิ่งที่ผมต้องการ


    ผมเกลียดไอหมอนั่นชะมัด



    //

    ยังคงต่อจาก 12, 13 มีแขกรับเชิญด้วยในตอนนี้ ในอนาคตจะมีบทและออกมาอีกไหมนะและจะมีคนอื่นอีกไหมก็ต้องดูกันต่อไป ว่าแต่ยังจะเขียนอีกเหรอ คนบอกเบื่อแล้วว้อย #ficheadintheclouds










เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in