Judge A Book By Its Coverminimore
สารพัดหนังสือ How-to เคล็ดลับไม่ธรรมดาที่ต้องร้องว่า...แบบนี้ก็ได้เหรอ?
  • บางคนอ่านหนังสือคู่มือ How-to เพื่อเป็นเกร็ดเคล็ดลับหาคำตอบในชีวิต บางคนอ่านเพื่ออะไรกัน แต่ก่อนจะถามว่าคนอ่านอ่านเพื่ออะไรต้องถามก่อนว่าหนังสือ How-to หลายๆ เล่มที่จะเอามาแบ่งให้ดูกันวันนี้มันมีเพื่ออะไร เพราะพอเห็นปกแล้วต้องถามว่า เดี๋ยวนะ นี่มันมีหนังสือแนะนำคนแบบนี้จริงๆ เหรอเนี่ย แล้วเนื้อหาข้างในจะเป็นแบบที่คิดรึเปล่า 

    กลับมาอีกครั้งกับ Judge a Book by Its Cover ขึ้นต้นมาว่าหนังสือฮาวทูแล้วในบ้านเราก็คงจะคิดถึงหนังสือสอนเล่นหุ้น สอนเล่นโทรศัพท์ สอนถ่ายรูป ทำตัวอย่างไรให้รวย อะไรแบบนี้ แต่ไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่ เพราะหลายๆ คนพอหาคำตอบไม่ได้ก็คงหนไปพึ่งตำรากันใช่มั้ยล่ะ แต่ แต่ แต่! ตำราบางเล่มก็น่าสงสัยว่าจะช่วยชีวิตเราจริงๆ รึเปล่า มีคนตั้งชื่อหนังสือแปลกๆ พิเรนทร์ๆ จนมินิมอร์ถึงกับสงสัยว่าเอ๊ะ ชื่อเรื่องแบบนี้แล้วข้างในจะเป็นยังไง เลยไปเสิร์ชข้อมูลมานำเสนอวันนี้ 

    อะ แต่วันนี้พิเศษกว่าปกติ จะเดาหนังสืออยู่คนเดียวก็เหงาไป เลยจะให้คนอื่นทายกันด้วยว่าคิดว่าเจ้าหนังสือแต่ละเล่มเป็นยังไง เป็นการ Judge a book by its cover (with strangers) นั่นเอง ฮ่าๆ มาดูกันว่าแต่ละคนมีไอเดียเหมือนหรือต่างกันไปยังไง และที่เด็ดกว่านั้น จริงๆ หนังสือฮาวทูพวกนี้เกี่ยวกับอะไรกันแน่ จะต้องไขความลับพวกนี้ให้ได้! *ขยับแว่นแบบโคนัน*

    ว่าแล้วก็ไปเรื่องแรกกันเลยดีกว่า

    How to Live with An Idiot ผู้เขียน John Hoover


    เอ๊ะ...นี่มันคู่มือการสอนใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับคนโง่งี่เง่าอะไรเทือกนี้รึเปล่า หรือจะเป็นหนังสือจับผิดคนโง่ในชีวิต นี่มันไม่เหมือนกับคู่มือการใช้ชีวิตปกติเลยนะ อืม...อะ เปิดแอพข้อความส่งรูปไปถามเพื่อนดีกว่า


    “ขอคำสั้นๆ นิยามว่าหนังสือเรื่องนี้จะเกี่ยวกับอะไรหน่อยสิ”
    “คนโง่”
    “คนโง่แน่ๆ”
    “เออ...รู้แล้วว่าคนโง่ แต่คิดว่าข้างใน How to live with an Idiot จะเขียนว่าอะไร”
    “Don’t.”
    “โอเค…” 

    หลังจากคิดว่าให้เพื่อนสนิทช่วยตอบคงไม่เวิร์กแน่ๆ เพราะความลำไยของแต่ละคน *กุมขมับ* เลยลองไปถามคนอื่นดูบ้าง

    Expectation:

    “เนื้อหาน่าจะปัญญาอ่อนๆ รวมเรื่องสั้นบ้าบอๆ”  
    - พนักงานเงินเดือนอายุ 20 กว่า

    “น่าจะเขียนจากอคติล้วนๆ เลย” 
    - เด็กฝึกงานรายการโทรทัศน์ A

    “เหมือนเป็นเรื่องผู้ชายมานินทาเมียไรงี้เลยอะ คือหน้าตัวตลกมันร้ายๆ เลยเหมือนผู้ชายด่าผู้หญิงว่าเป็น idiot แล้วก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับชีวิตคู่อะ น่าจะเป็นเรื่องตลก แต่แบบสำหรับผู้ใหญ่ๆ นิดนึง”
    - นักศึกษาหญิงเอกประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง

    “เล่าแบบบุคคลที่หนึ่งแทนตัวเองว่าฉัน (I narrator) เกี่ยวกับผู้หญิงเล่าว่ามีผัว idiot ประหลาด ทำอะไรแปลกๆ น่าอ๊ายน่าอาย แต่จริงๆเป็นพ่อที่ดีมาก” 
    - นักศึกษาโทวรรณคดีเปรียบเทียบ

    อะ มาเฉลยกันบ้าง คำตอบจริงๆ ของเรื่องนี้เป็นยังไง



    Reality:

    หนังสือเรื่องนี้เป็นคู่มือแนะนำความสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์กับคนรัก สมาชิกในครอบครัว เพื่อน เพื่อนร่วมงานหรือกับรูมเมท หรือบางทีก็รวมถึงตัวคนอ่านเองด้วย เป็นหนังสือที่หน้าปกดูกวนนิดๆ แต่รีวิวบอกว่าเนื้อหามีประโยชน์จริงๆ ไม่ได้สร้างมาเพื่อให้กวนประสาทคนข้างๆ แต่อย่างใด แต่มินิมอร์แนะนำว่าถ้าไม่สนิทกับใครอย่าให้เห็นนะว่าอ่านเล่มนี้ เดี๋ยวคนข้างๆ นึกว่าเรากำลังว่าอย่างอ้อมๆ ฮ่าๆ

    หนังสือสอนให้ยอมรับตัวตน ฝึกทักษะความสัมพันธ์ก็มีมากตามตลาด แต่จะปกเล่มนี้สะดุดตาจริงๆ

    ดูเพิ่มเติม 


    How to Do Nothing with Nobody All Alone by Yourself ผู้เขียน Robert Paul Smith


    แว๊บแรกที่เห็นคือคิดว่าหนังสือเล่มนี้ต้องเขียนโดยอินโทรเวิร์ทแน่ๆ แถมยังดูย้ำนะว่าเป็นฮาวทูการอยู่คนเดียว ไหนมาดูว่าแต่ละคนคิดยังไงกันบ้าง

    Expectation:

    “เป็นหนังสือเกี่ยวกับอิชั้นเอง ฮ่าๆๆ”
    “เหมือนมนุษย์ทุกคนมันเกิดมาแบบปัจเจกอยู่แล้วไรงี้ เลยเป็นหนังสือที่นำเสนอด้านการมีความสุขได้แม้ไม่ต้องมีใคร ซึ่งฉันถนัดเหลือเกิน #ความโสดมานาน”
    - นักศึกษาโทวรรณคดีเปรียบเทียบคนเดิม

    “นิยายที่เล่าเรื่องคนคนหนึ่งที่ไม่ค่อยมีเพื่อน”
    - ฟรอนท์เดสก์โฮสเทล

    “คิดว่าโทนกวนๆ อะ ชื่อหนังสือกับคำนิยมโดย lemony snicket ไม่กวนตีนก็ต้องกำลังเสียดสีสถานการณ์ที่คนในสังคมนิยม solitude อะไรสักอย่างอยู่อะ”
    - นักศึกษาจบใหม่ไฟแรงเฟร่อ



    Reality:

    อะ จริงๆ แล้วหนังสือเล่มนี้เป็นคู่มือสำหรับหาอะไรทำด้วยตัวเอง คนเดียวไม่ต้องมีเพื่อนจริงๆ! ไม่ได้เป็นการเสียดสีแต่อย่างใด หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือสำหรับเด็กที่ผู้ใหญ่ก็อ่านได้ เกี่ยวกับกิจกรรมยามว่าง สอนพับโน่น ประดิษฐ์นี่ นานาสาระ เพราะในวัยเด็กของทุกคนก็มีช่วงเวลาที่เราอยากอยู่คนเดียวหรือต้องอยู่คนเดียวใช่มั้ยล่ะ หนังสือเล่มนี้เป็นการบอกเด็กทางอ้อมว่า นี่ไง เธอชอบอยู่คนเดียวก็เป็นเรื่องปกตินะ แถมยังมีเกมหรือกิจกรรมอะไรสนุกๆ ให้ทำได้ด้วย

    ดูเพิ่มเติม 


    How to Make Money in Your Spare Time ผู้เขียน 673126 (J.M.R. Rice)


    Expectation:

    “555 หนังสือสอนเป็นแฮกเกอร์ เป็นโจรอะไรเทือกๆ นั้น แบบหารายได้เสริมเป็นโจรงี้”
    - นักศึกษาคณะบริหารธุรกิจ

    "นิยายอาชญากรรม รับจ้างฆ่าคนจนติดคุกแล้วมาเขียนหนังสือเล่า ที่ติดคุกเพราะนามปากกาเป็นหมายเลขนักโทษไง"
    - นักศึกษาเอกประวัติศาสตร์

    "I think it's a half serious book about ways to make money. It probably has dozens of ideas, many of which people would never think about. Some of the ways are probably illegal haha"
    - ครูสอนภาษาอังกฤษชาวอเมริกัน



    Reality:

    เห็นชื่อหนังสือคู่มือหาเงินในเวลาว่างก็คงไม่แปลกใจเท่าไหร่ แต่พอเห็นหน้าปกเท่านั้นแหละ ดูไม่น่าไว้ใจ...หนังสือเรื่องนี้ก็เป็นแบบที่หน้าปกบอกเลย เป็นหนังสือฮาวทูล้อเลียนขำๆ คือสอนหาเงินจริงๆ ด้วยความรู้แบบมิจฉาชีพ ไม่จริงจัง เปิดมาบทแรกก็เป็นการหาเงินด้วยการขู่กรรโชกทรัพย์ ต้องเตรียมตัวยังไง สเต็ปทำยังไงบ้าง โดยมีคำเตือนตั้งแต่แรกว่า หนังสือเรื่องนี้เขียนมาเพื่อความบันเทิงเท่านั้นนะจ๊ะ อย่าทำตาม แหงล่ะ ถ้าทำตามคงได้ไปอยู่ในคุกเป็นเพื่อนคนเขียน (ดูจากนามปากกา)

    ดูเพิ่มเติม


    How to Become a Schizophrenic: The Case Against Biological Psychiatry ผู้เขียน John Modrow 


    Expectation:

    “หนังสือแบบ เขียนในมุมมองผู้ป่วยจิตเภท ว่า perception เป็นไง รู้สึกยังไง”
    - นักศึกษาแพทย์ปี 4

    “Possibly, but unlikely, the book could be talking about treating mental illness with healthy food -- just guessing haha”
    - ครูสอนภาษาอังกฤษชาวอเมริกันคนเดิม

    “ก็น่าจะบทความแนวๆ จิตวิทยาปะ แบบวิเคราะห์ว่าคนเราจะเป็นอะไรแบบนั้นมาจากแบ๊คกราวด์ยังไง แต่น่าจะจิตเภทอย่างแรงๆ แบบไปทางฆาตกรรมไรงั้น เพราะสีมันสีแดง”
    - นักศึกษาบริหารธุรกิจ

    "เหมือนตำนานหลอกเด็กวันคริสมาสต์"
    - พนักงานบริษัท

    "สีเหมือนนาซี"
    - นักศึกษาฝึกงานรายการโทรทัศน์ B

    "คิดว่าเป็นหนังสือเกี่ยวกับเคสโรคจิต เขียนโดยนักจิตวิทยาไม่ก็จิตแพทย์ เคสโรคจิตพีคๆ"
    - นักศึกษาคณะจิตวิทยาปี 4

    Reality:

    หนังสือเล่มนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับผู้ป่วยจิตเภทแน่ๆ ชื่อบอกแบบนั้น แต่ไม่ใช่ฮาวทูการเป็นผู้ป่วยด้านนี้แน่ๆ เพราะหนังสือเล่มนี้กำลังพูดถึงประสบการณ์ส่วนตัวของผู้เขียนที่คิดว่าโรค Schizophrenic ไม่ได้มีผลมาจากร่างกาย สมอง แต่มีผลมาจากชีวิต ประสบการณ์ที่เจอด้วย คุณคนเขียนก็เลยมาเล่าว่าเขามีอาการนี้ได้ยังไง และค่อยๆ รักษาให้ดีขึ้นได้ยังไง แต่คนที่เห็นครั้งแรกคงอดตกใจไม่ได้น่ะนะ



    How to Talk About Books You Haven't Read
    ผู้เขียน Pierre Bayard ผู้แปล Jeffrey Mehlman


    Expectation:

    “ผลสะท้อนของการแหกซื้อหนังสือในงานหนังสือแห่งชาติ 
    เป็น How to ปลอบหนังสือที่ซื้อมาแล้วไม่ได้อ่านคงจะเหมาะที่สวด
    I narrator ของผู้เขียนที่แหกไปงานหนังสือและไฝว้ซื้อแต่เสือกไม่มีเวลา วันหนึ่งเขารู้สึกผิดขึ้นมาจึงเข้าไปหากองหนังสือพวกนั้นแต่เปิดอ่านไม่ได้เพราะหนังสือโกรธมาก เลยต้องหาวิธีง้อ เป็นแบบ Magical realism”
    - นักศึกษาโทวรรณคดีเปรียบเทียบ

    "อะก็เป็นความกวนตีนต่อเนื่องจากชื่อหนังสือที่ยกมา 555 ถ้ามีอะไรแบบนี้ออกมามันดูเสียดสีและสะท้อนภาพสังคมที่มีคนที่พยายามจะเป็น intellectual ดูจากชื่อหนังสือบนปก เป็นหนังสือคลาสสิกแบบ War and Peace, Moby dick, Ulysses ไรงี้ ใช้สีฟ้าเหลืองให้ดูสะดุดตาและกลืนไปกับฮาวทูอื่นๆ ทั่วไปปกติในท้องตลาด"
    - นักศึกษาปี 4

    "เกี่ยวกับการพูดถึงหนังสือที่เราไม่เคยอ่าน แต่มันอาจจะดัง แบบ The Prince อาจจะสอนให้เก็บข้อมูลจากที่คนอื่นพูดเพื่อดูว่าหนังสือมันเกี่ยวกับอะไรรึเปล่า เพราะเราไม่เคยอ่านงี้ ฟีลแบบเดาศัพท์จากบริบท 55"
    - นักศึกษาเอกประวัติศาสตร์


    Reality:

    เราจะพูดถึงหนังสือที่ไม่เคยอ่านได้ยังไง? มันเป็นไปได้แล้วกับหนังสือเล่มนี้ หนังสือเล่มนี้ไม่ได้ล้อเลียนคนแต่อย่างใด แต่เป็นหนังสือที่เขียนขึ้นเพื่อพูดถึงวัฒนธรรมการอ่านหนังสือคลาสสิค แล้วก็เกร็ดเล็กผสมน้อยของคนเขียนซึ่งเป็นอาจารย์ชาวฝรั่งเศส มันคงมีหนังสือบางเล่มแหละที่เคยเผลอเออออไปว่าเคยอ่าน ทั้งที่ไม่เคยอ่าน หนังสือเรื่องนี้อาจจะมีทริคดีๆ แนะนำก็ได้

    ดูเพิ่มเติม



    จากที่หลายๆ คนคิดว่ามันเป็นหนังสือเสียดสี คงเป็นเพราะเราเห็นหนังสือฮาวทูในลิสต์หนังสือขายดีจนรู้สึกจำเจ ถึงกับมีคนต้องมาเขียนเสียดสีกันอยู่บ่อยๆ หนังสือหลายๆ เรื่องตั้งชื่อเป็นหนังสือฮาวทูเพื่อทำให้สะดุดตาเพราะหลายๆ คนเลือกจะอ่านหนังสือเคล็ดแนะนำชีวิต แต่ปรากฎว่าพอมาเจอหนังสือที่ยกมาแล้วมีทั้งบันทึกชีวิตส่วนตัว เรื่องเล่าต่างๆ สำหรับใครที่อยากเขียนอะไรที่โดดเด่น ลองใช้ชื่อเรื่องที่สะดุดตา น่าสนใจ มีการเล่นคำดู อาจจะเพิ่มความสนใจได้ไม่มากก็น้อยนะ สำหรับนักอ่าน หนังสือบางเล่มที่เห็นอาจจะไม่ใช่แบบที่คิดก็ได้ ลองกลับมาหยุดมองหนังสือที่มองข้ามไป อาจจะเจอเรื่องที่คาดไม่ถึงก็ได้นะ :>

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in