Because He LiveSally isn't a duck but chicken
Because He lives พระองค์ทรงพระชนม์
  • อีกหน่อยหนึ่งโลกก็จะไม่เห็นเรา แต่พวกท่านจะเห็นเรา เพราะเรามีชีวิตอยู่ พวกท่านก็จะมีชีวิตอยู่ด้วย
    ยอห์น 14 : 19


    เพลงนี้คนแต่งคือ Gloria Gaither และ Bill Gaither ทั้งสองคนได้เจอกันที่ Alexandria Monroe High School ตั้งแต่ตอนที่พวกเขายังเป็นวัยรุ่น พวกเขาเลยตัดสินใจเริ่มต้นเขียนเพลงด้วยกัน และตอนหลังพวกเขาก็รักกันและแต่งงานกัน จนกลายมาเป็นคู่สามีภรรยานักแต่งเพลงนั่นเอง ( ขอเรียกว่าลุงบิล กับป้ากลอเรีย คู่รักนักแต่งเพลงละกัน )
    ป้ากลอเรียกับลุงบิล ได้เขียนบทเพลงเกี่ยวกับศาสนาคริสต์ที่เรียกว่า Gospel song เป็นร้อยๆเพลง และทุกวันนี้เพลงที่ทั้งสองคนแต่งไว้ หลายเพลงก็ถูกนำมาใช้กันอย่างแพร่หลายในโบสถ์

    Story behind the song
    ในช่วงประมาณปี ค.ศ. 1960 คู่รักนักแต่งเพลงคู่นี้ ได้พบเจอกับช่วงที่ยาก และทุกขืทรมานที่สุดในชีวิต คือ ลุงบิล ป่วยเป็นโรค mononucleosis (คล้ายไข้หวัดใหญ่ แต่รุ่นแรงกว่า) ส่วนป้ากลอเรียก็ดันท้องและให้กำเนิดลูกชายคนที่สาม ชื่อว่า เบนจี้ (หลังแต่งงานทั้งสองมีลูกสาวที่รักมากๆแล้วสองคน) และในช่วงเวลานั้นดันเป็นช่วงของยุค God is dead ( ยุคที่คนเริ่มหันมาเชื่อทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ และเชื่อว่าพระเจ้าตายแล้วนั่นเอง ) และช่วงนั้นเองก็กำลังเกิดสงครามเวียดนามอยู่ด้วย ตอนแรกก็ไม่เข้าใจว่าสองคนนี้ไม่ได้เป็นคนเวียดนามแล้วเกี่ยวอะไรกัน แต่เพราะสงครามเวียดนามตัวดีนี่แหละที่ส่งผลให้ภาวะเศรษฐกิจในอเมริกาตกต่ำอย่างหนัก ยังไม่หมดช่วงนั้นดันเป็นช่วงที่ยาเสพติดกำลังเข้ามาในอเมริกา ถือว่าสภาพสังคมในยุคนั้นค่อนข้างหนักเลยนะนั่น ทั้งป้ากลอเรียและลุงบิลก็เลยเครียดหนัก แกคงกังวลแหละว่าจะเอาเงินที่ไหนเลี้ยงลูก 
    วันหนึ่ง (ช่วงนั้นเป็นเทศกาลปีใหม่พอดี) ป้ากลอเรียที่กำลังนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่น ด้วยความกลัวและกังวลสุดๆพร้อมกับจ้องมองไปยังเบนจี้ ก็เริ่มคิดว่าทำไมพระเจ้าถึงส่งเบนจี้มานะ ในสถานการณ์ที่ยากลำบากแบบนี้ ฉันจะทำยังไงดี ก็เข้าใจป้าแกแหละนะ บ้านเมืองก็มีปัญหา สามีก็ป่วย ดันมามีลูกน้อยอีก แต่แล้วทันใดนั้นเอง ป้ากลอเรียก็คิดขึ้นมาได้ว่า ชีวิตของเธออยู่ในพระหัตถ์ของพระเจ้า ป้ากลอเรียจึงเล่าเรื่องนี้ให้กับลุงบิลฟัง ความกลัวในจิตใจของทั้งสองก็ถูกแทนที่ด้วยความสันติสุขภายในจิตใจแทน ทั้งคู่เลยได้แต่งเพลงนี้ขึ้นมา โดยหยิบยกเอาพระคำยอห์น บทที่ 14 ข้อที่ 19  ในคัมภีร์ไบเบิ้ลมาแต่งเพลงที่ชื่อว่า "Because He lives" นั่นเอง



    นี่เป็นเวอร์ชั่นที่เราชอบที่สุด ขับร้องโดยวงประสานเสียง Gracias Choir 

    God sent his son, they called him Jesus,
    พระเจ้าประทานพระบุตรของพระองค์นามว่า พระเยู
    He came to love, heal and forgive.
    พระองค์ทรงรัก ทรงดูแล และทรงให้อภัย
    He lived and died to buy my pardon,
    พระองค์ทรงอยู่และสิ้นพระชนม์เพื่อซื้อการให้อภัยกับข้า (การไถ่บาปนั่นเอง) 
    An empty grave is there to prove my savior lives.
    อุโมงค์ว่างเปล่านี้ ได้ยืนยันว่าพระผู้ช่วยทรงพระชนม์อยู่
           ***อุโมงค์ที่ว่างเปล่านี้พูดถึง ตอนที่พระเยซูทรงสิ้นพระชนม์ สาวกของพระองค์ได้ห่อพระศพด้วยผ้าแล้วนำไปวางไว้ในอุโมงค์ฝังศพ จากนั้นจึงกลิ้งหินก้อนใหญ่ปิดปากอุโมงค์ แต่หลังจากนั้น 3 วัน เมื่อเปิดปากอุโมงค์ออกกลับไม่พบร่องรอยของพระเยซู ซึ่งก่อนหน้านี้พระองค์ได้ทรงบอกกับเหล่าสาวกว่าหลังจากที่พระองค์สิ้นพระชนม์สามวัน พระองค์จะทรงฟื้นชีวิตอีกครั้งหนึ่งนั่นเอง***
    Because he lives
    เพราะพระองค์ทรงอยู่
    I can face tomorrow
    ข้าสามารถเผชิญวันพรุ่งนี้ได้
    Because he lives
    เพราะพระองค์ทรงอยู่
    All fear is gone
    ความกลัวทั้งหมดได้หายไป
    Because i know he holds the future
    เพราะข้ารู้ว่า พระองค์นำหนทางข้างหน้า
    And life is worth the living Just because he lives
    ชีวิตมีค่า แค่เพราะพระองค์ทรงพระชนม์อยู่

    How sweet to hold a newborn baby,
    มันดีแค่ไหนที่ได้โอบอุ้มเด็กทารกคนนี้
    And feel the pride and joy he gives,
    พระองค์ทรงมอบความรู้สึกภาคภูมิใจและความสุขให้
    But greater still the calm assurance
    แต่สิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าคือความสงบในจิตใจ
    This child can face uncertain day because he lives.
    เด็กคนนี้สามารถเผชิญวันไม่แน่นอน เพราะพระองค์ทรงพระชนม์อยู่


    อ้างอิง : Story behind the song Because he lives





Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in