บันทึกSUN
"Never look back" we said
  • มันน่าหงุดหงิดทุกครั้งที่ในช่วงเวลานี้ของทุกๆปี ฉันจะต้องมีความรู้สึกคิดถึง เรื่องราวเก่าๆ ที่ผ่านมานานแล้วขึ้นมาทุกที มันนานซะจนฉันจำรายละเอียดของภาพเหตุการณ์ในตอนนั้นแทบไม่ได้เลย แต่ความรู้สึกกลับชัดเจน ราวกับว่ามันเพิ่งเกิดขึ้น...


    มันผ่านมาสิบกว่าปีแล้ว

    ฉันเจอเขาครั้งแรกตอน ม.4 บังเอิญว่าฉันกับเขาอยู่ห้องเดียวกัน และฉันก็ไม่รู้จักเขามาก่อนทั้งๆ ที่ตอน ม.ต้น เราอยู่โรงเรียนเดียวกัน ตอนนั้นฉันเรียนสายวิทย์ ส่วนเขาเรียนสายศิลป์ แต่การขึ้น ม.ปลาย ทุกคนก็มีสิทธิ์สอบเข้าเพื่อเลือกสายที่ตัวเองอยากเรียนได้ ฉันก็งงเหมือนกันว่าทำไมคนๆนี้ ถึงเลือกสายวิทย์ เพราะเห็นเด็กสายศิลป์เกือบทุกคนก็เลือกสายเดิมทุกคน ในห้องก็เป็นเด็กสายวิทย์เกือบหมด และวิชาที่สอบตอนนั้นส่วนใหญ่ก็เป็นวิชาที่ ม.ต้น สายศิลป์ไม่ได้เรียนกันด้วยซ้ำ "คงพยายามน่าดู"  ตอนนั้นฉันคิดแบบนั้น

     

    มันเป็นความรู้สึกครั้งแรกที่ฉันสนใจคนอื่น ทั้งๆที่ปกติก็ไม่เห็นจะสนใจใคร เพื่อนในห้อง ก็ขอเรียกว่าเพื่อนร่วมห้องจะดีกว่า มันน่าแปลกใจที่สายตาของฉันมักจะมองเห็นเขาอยู่ตลอด เขาเป็นคนไม่ค่อยพูด แต่สามารถทำความรู้จักและสนิทสนมกับคนอื่นๆในห้องได้เร็วกว่าฉันซะอีก เขามักจะมีเพื่อนๆอยู่รอบตัวเสมอ เหมือนกับเขามีบางอย่างที่สามารถดึงดูดคนอื่นๆให้เข้าไปหา

     

    วิชาฟิสิกส์ ฉันจำเหตุการณ์ไม่ได้ว่าทำไมถึงไปนั่งโต๊ะเดียวกับเขาได้ หลังจากนั้นมาทุกครั้งที่เรียนฟิสิกส์ก็จะต้องนั่งโต๊ะเดียวกันตลอด เราแทบไม่ได้คุยกัน ทั้งๆที่กับคนอื่นฉันก็คุยปกติ และเขาก็คุยกับคนอื่นปกติ ตอนนั่งเรียน ฉันเห็นเขาตั้งใจเรียนมาก มองกระดานแล้วก็จดทุกอย่างลงในสมุด เขาเป็นแบบนี้เสมอ ตั้งใจเรียน มีความพยายาม ทำตัวถูกระเบียบทุกอย่าง เวลาเพื่อนหรืออาจารย์ขอความช่วยเหลืออะไร เขาก็มักจะเสนอตัวไปช่วยตลอด ตอนนั้นฉันรู้สึกหมั่นไส้คนๆนี้จริงๆ ทำไมต้องทำตัวเป็นคนดีทำไมต้องพยายามตั้งใจเรียนอะไรขนาดนี้ ทั้งๆที่พอคะแนนออกมาเขามักจะได้น้อยกว่าฉันเสมอ ตอนนั้นฉันคิดว่ามันคงหนักไปสำหรับเขา ทำไมต้องมาเลือกเรียนสายที่ตัวเองไม่ถนัดด้วยนะ ทำไมกันนะ ไม่รู้ว่าทำไมฉันถึงคอยแต่เฝ้ามองเขา รู้สึกหงุดหงิดเวลาที่เห็นเขาทำน่าเศร้าเวลาสอบไม่ผ่าน และบางครั้งฉันรู้สึกอิจฉาเขา อิจฉาในความพยายามของเขา อิจฉาความเป็นคนดีของเขา ฉันรู้สึกว่าเขาเหมือนกับเป็นคนที่ตรงกันข้ามกับฉันในทุกๆด้าน

     

    หลังจากนั้นฉันก็จำไม่ได้อีกนั้นแหละ ว่าฉันกับเขาเริ่มต้นคุยกันได้ยังไง รู้ตัวอีกทีก็กลายเป็นว่าเราคุยกันบ่อยขึ้น และเกือบจะทุกวิชาที่เรียนก็มีเขานั่งข้างๆฉันไปแล้ว หน้าหนาวช่วงเดือนตุลา วันนึงเขาก็โทรศัพท์มาหาฉันจำไม่ได้เหมือนกันว่าโทรมาทำไม จำไม่ได้เลยว่าคุยอะไรกันบ้าง จำได้แค่ว่าตอนนั้นพอฉันรับโทรศัพท์ แล้วได้ยินเสียงเขา ฉันรู้สึกใจเต้นแรงปั่นป่วนในท้องยังไงก็ไม่รู้ ฉันเลยเพิ่งเข้าใจ อ่อ... ฉันชอบเขานี่เอง

     

    หลังจากนั้นเราเริ่มคบกันเป็นช่วงเวลาที่ฉันคิดว่า ฉันโชคดีจริงๆที่เจอเขา จนกระทั่งการขึ้น ม.5 มีการจัดอันดับห้องใหม่ ฉันกับเขา ไม่ได้อยู่ห้องเดียวกันแล้ว... แต่เราก็ยังคบกันจนเข้ามหาวิทยาลัย ฉันดีใจที่เขาสามารถเข้าคณะที่เขาต้องการได้ ฉันรู้ว่าเขาพยายามมากกว่าใครๆ

     

    ปีสาม เราเลิกกัน

    ต่างคนต่างใช้ชีวิตของตัวเอง เวลาค่อยๆผ่านไป ฉันพบเจอกับผู้คนมากมาย ตามวันเวลาที่หมุนไปข้างหน้า

    เรากลับมาเจอกันอีกครั้ง ฉันไม่รู้ว่าความรู้สึกของเขาเปลี่ยนไปหรือเปล่า ฉันแอบสงสัยว่าเขาจะรู้สึกเหมือนกันกับฉันรึป่าวนะ ในตอนนั้นคนที่อยู่ข้างเขาไม่ใช่ฉัน และคนที่อยู่ข้างฉันก็ไม่ใช่เขา ตอนนั้นฉันคิดว่า ทั้งฉันและเขามีคำพูดอยู่ในใจว่า


    อย่ามองย้อนกลับไปเลย เดินไปข้างหน้าเหอะ

     

    จากวันนั้น...จนถึงวันนี้ พอเข้าหน้าหนาวทีไร ความรู้สึกในตอนนั้น มันก็จะวนกลับมาหาฉันทุกที

    มันน่าหงุดหงิดจริงๆ --''

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in