My First Storydontsmileatmejn
Don’t smile at me 02
  • ดงยองไปไหน 

    ดงยองทำอะไร

    ดงยองเมื่อไหร่จะกลับ

    ดงยองมาเล่นกัน

    ดงยองเราหิวข้าว

    ถ้าพูดคุยภาษาเดียวกันได้ จอห์นนี่ ก็อยากจะบอกกับเจ้านายแบบนี้ แต่จอห์นนี่ทำไม่ได้ เจ้านายไม่เข้าใจที่จอห์นนี่พูดหรอก ก็จอห์นนี่เป็นหมานี่นา พูดอะไรไปเจ้านายก็คงไม่เข้าใจ จอห์นนี่เหมือนคุยคนเดียวมาตลอด 2 ปี

    ไม่เหงาหรอก เป็นหมาจะเหงาได้ยังไง เป็นหมามีหน้าที่อยู่เป็นเพื่อนเจ้านาย จอห์นนี่มีหน้าที่ทำให้เจ้านายอารมณ์ดี

    แต่เจ้านายของจอห์นนี่เป็นเด็กขี้หม่น ดงยองเหมือนมีเมฆฝนสีเทาคลุมอยู่บนหัวตลอดเวลา แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่พระอาทิตย์ส่องแสงอยู่บนนั้นล่ะก็ วันนั้นโลกของจอห์นนี่ก็จะสว่างจ้าเหมือนแสงแดดตอนเที่ยงวันนั่นแหละ


    ‘จอห์นนี่’

    ‘จอห์นนี่อยู่ไหน’

    'จอห์นนี่ออกมาหายายมา'

    'จอห์นนี่'

    ‘บ้อกๆ!’
    (อยู่นี่ค้าบบบ จอห์นนี่อยู่ตรงนี้)

    เจ้าหมาแสนรู้ส่งเสียงตอบกลับ และวิ่งหน้าตั้งไปหาหญิงชราเจ้าของบ้านไม้แบบทรงเกาหลีโบราณ บ้านหลังที่ให้ข้าวให้น้ำ หลังที่ให้ความรักความเอ็นดูจอห์นนี่มาตั้งแต่เป็นหมาเด็กหน้าโง่

    ‘โอ้ เจ้าจอห์นของยาย มานี่เลย มากลบหลุมที่เจ้าทำให้เรียบร้อยเลย สวนยายเละเทะไปหมด’

    ‘บ้อก! บ้อก!’
    (มันมีหนูหน้าตาน่าเกลียดอยู่ในรูนั้นด้วยนะยาย)

    ‘ไปจัดการเลย ไม่ต้องมามองหน้า’

    ‘บ้อก!’
    (ยายไม่ฟังหนู!)

    'ยังจะเถียงอีก'

    'บ้อกๆ!'
    (หนูไม่ได้เถียงนะ!)

    ‘ถ้าดื้อยายจะไม่ให้ดงยองซื้อขนมมาให้แล้ว’

    ‘บ้อกๆ! บ้อก!!’
    (ยายอย่าใจร้าย)

    'จอห์นนี่'

    'บ้อก!'
    (ไปเดี๋ยวนี้เลยค้าบบบ)

    ‘ต้องให้ขู่ตลอดเลย’ หญิงชราอมยิ้มมองเจ้าลูกหมาในตอนนั้นที่เติบโตมาอย่างสมบูรณ์ในวันนี้ด้วยความภาคภูมิใจ 

    เธออาศัยอยู่กับหลานชายเพียงคนเดียวหลังจากลูกสาวและลูกเขยประสบอุบัติเหตุและจากพวกเธอไปเมื่อ 10 ปีก่อน หลานชายของเธอ คิม ดงยอง เป็นเด็กค่อนข้างเก็บตัว นั่นคงเป็นเพราะมักจะถูกเพื่อนที่โรงเรียนล้อเรื่องพ่อแม่อยู่บ่อยครั้ง ดงยองไม่ค่อยมีเพื่อน เขาไม่ชอบสุงสิงกับใคร ไม่ชอบสัตว์ เพราะสัตว์ทำให้เขาเจ็บตัว เด็กๆ ก็มักจะเป็นแบบนี้ ฝังใจกับความเจ็บปวดเล็กๆ น้อยๆ 

    การเลี้ยงเด็กสักคนเพียงลำพังของหญิงแก่อย่างเธอค่อนข้างยากในยุคสมัยที่ห่างจากช่วงเวลาของเธอหลายทศวรรษ ครั้งที่รู้ว่าหลานจะเลี้ยงเจ้าลูกหมาหน้าซื่อตัวนี้ หญิงชราทั้งดีใจ ประหลาดใจ แน่นอนความกังวลใจก็ต้องมีตามมาบ้าง ความรู้สึกมันผสมปนเปกันไปหมด แต่ในเมื่อหลานออกปากเองเธอก็ไม่อยากขัดใจ ในตอนนั้นดูเหมือนดงยองจะซึมๆ ไปด้วยหลังจากได้ยินว่า ยองโฮ เพื่อนร่วมหมู่บ้านที่เล่นด้วยกันมาตั้้งแต่เด็กจะไปเรียนต่อเมืองนอก

    หญิงชรารู้จักกับเด็กชายตัวโตเพื่อนของหลานชายตัวเองเป็นอย่างดี เขาเป็นเด็กผู้ชายยิ้มง่าย ร่าเริง ขณะเดียวกันก็มีท่าทางเป็นผู้ใหญ่ สมกับเป็นลูกชายของผู้ดี ตระกูลเก่าแก่ท้ายหมู่บ้าน เขาเล่นกับดงยองอย่างดีเลยล่ะ 

    ถ้าหากหลานชายของเธอจะเจอเพื่อนใหม่ๆ ที่ทำให้เธอได้เห็นรอยยิ้มของเขาเหมือนครั้งนั้นได้ เธอก็คงจะมีความสุขไม่น้อย








    'บ้อกๆ! บ้อก!'

    'รู้แล้วๆ อย่าเร่งได้ไหม ใครๆ เขาก็หิวกันทั้งนั้้นแหละ' ดงยองหน้ามุ่ย ปากก็บ่นพึมพำตามนิสัยในขณะที่มือก็วุ่นอยู่กับการแกะมื้อเย็นให้เจ้าตูบที่นั่งจุ้มปุกลิ้นห้อยอยู่ข้างๆ เจ้าขนปุยส่งเสียงเร่งเป็นระยะจนอดบ่นไม่ได้

    'ให้เขาหน่อย วันนี้ช่วยยายรื้อแปลงผักทั้งวัน'

    'ช่วยหรือป่วนกันแน่' ว่าพร้อมกับยกมื้อเย็นของคนวางบนโต๊ะ ก่อนจะหันไปหยิบมื้อเย็นของหมาวางลงที่พื้นซึ่งมีเจ้าของอาหารมองตามตาเป็นประกาย

    'ไม่ต้องมามองเลยไอ้หมาโง่ โอ้ย! ยาย' เจ้าเด็กปากดีร้องเสียงดังเพราะถูกคนเป็นยายฟาดเข้าให้ที่ต้นแขนเสียงดังเพี๊ยะ

    'ดุบ่อยๆ เดี๋ยวเขาก็ไม่รักหรอก'

    'กล้าไม่รักเหรอ ฮะ นายกล้าไม่รักฉันเหรอไอ้อ้วน'

    'บ้อกๆ บ้อก!'

    'เห็นไหม' 
    หญิงชราส่ายหัวพร้อมอมยิ้มให้กับหลานชายที่หันมายักคิ้วยักไหล่ให้หลังจากเจ้าหมาอ้วนส่งเสียง บ้อกๆ ตอบกลับมา แถมยังเอาใจเจ้าของด้วยการเลียไม้เลียมือแทนชามข้าวตรงหน้าอีกต่างหาก เนี่ยแหละนะ มันช่างเอาใจเก่ง ดูเจ้าเด็กหน้ามุ่ยเมื่อครู่สิ ท่าทางจะอารมณ์ดีขึ้นแล้วล่ะ







    อากาศที่ค่อนข้างหนาวเย็นในช่วงเดือนมีนาชวนให้คนติดเตียงอย่างดงยองไม่อยากขยับตัวทำอะไรเลย กิจกรรมหลังมื้อเย็นที่ตกลงจะใช้เวลาร่วมกันเป็นประจำกับผู้เป็นยายเพื่อลดช่องว่างระหว่างอายุ และคงความสัมพันธ์ยายหลานที่ทำกันมาตั้งแต่เด็กก็เลยกลายเป็นการนอนซุกตัวใต้ผ้านวมพร้อมทำการบ้านที่เพิ่งได้มาหลังจากเปิดเทอมได้เพียงสัปดาห์เดียวแทนที่จะเป็นการนวดไหล่หรือเหยียบหลังให้ยายอย่างเช่นทุกครั้ง โดยมีเจ้าสัตว์ปุกปุยนอนอ้วนตุบอยู่ตรงหน้าราวกับจะช่วยทำการบ้านยังไงยังงั้น 

    'ข้างบ้านเรามีคนมาอยู่แล้วเหรอยาย' เอ่ยถามเมื่อนึกขึ้นได้ว่าตอนเย็นที่กลับจากมหาวิทยาลัยนั้นเห็นรถบรรทุกคันเล็กขนของเข้ามา ช่วงมื้อค่ำก็เห็นเปิดไฟสว่างโร่หลังจากไม่เห็นมีคนอยู่มาหลายเดือน

    'โอ้ ยายก็ลืมบอกไปเลย' หญิงชราที่กำลังง่วนอยู่กับกิจกรรมถักไหมพรมตรงหน้าร้องขึ้น 'เห็นว่าเป็นนักศึกษาน่ะ ไม่ชอบอยู่หอ อยากมาเช่าบ้านเป็นส่วนตัวมากกว่า เขามาทักทายก่อนย้ายของเข้ามาเมื่อบ่าย เหมือนว่าจะเรียนที่เดียวกับเราด้วยนะ หล่อด้วย' 

    ดงยองกรอกตากับตอนท้ายที่ผู้เป็นยายกระซิบพร้อมขยิบตาส่งให้

    'ชอบจังเลยคนหล่อๆ เนี่ย ผมก็หล่อ ไม่เห็นจะชอบเลย'

    'เสียดายตอนเย็นก็มัวแต่พิรี้พิไรอยู่ในห้องไง จะให้เอากับข้าวไปฝากเขาเสียหน่อย อดเจอกันเลย' ดงยองคว่ำปากให้กับยายที่เก่งจริงๆ เรื่องการเฉไฉเปลี่ยนเรื่อง มือเรียวยื่นไปลูบจมูกลื่นๆ ของเจ้าหมาอ้วนที่นอนหลับปุ๋ยอย่างมีความสุขจนเจ้าอ้วนสีน้ำตาลอ่อนสะดุ้งโหยงเผลอส่งเสียงขู่ผู้เป็นเจ้าของ แต่เมื่อถูกตีหน้าดุใส่ก็หน้าหงอยไปและกลับมาวางคางแหมะลงที่พื้นดังเดิมเพราะเคลิ้มกับมือที่เปลี่ยนจากชี้หน้าดุมาลูบหัวเบาๆ แทน

    'เป็นอะไรอยากให้เจอนักเนี่ย บ้านอยู่ข้างกันแค่นี้ สักวันก็ต้องเจอนั่นแหละ' 

    'อยากให้เรารู้จักผูกมิตรกับคนอื่นเข้าไว้' หญิงชราว่าเสียงอ่อนโยน ดงยองหลานของเธอเป็นเด็กดี ถึงจะดื้อเงียบในบางครั้ง แต่ถ้าบอกถ้าสอนเขาดีๆ ก็สามารถทำให้เขาเป็นเด็กน่ารักและเชื่อฟังได้ไม่ยาก จนกระทั่งตอนนี้ที่เลี้ยงเขามายี่สิบปี เธอยังไม่เคยผิดหวังในตัวเด็กคนนี้เลยสักครั้งเดียว

    'ถ้าวันนึงยายไม่ได้อยู่ด้วยแล้วเราจะเป็นยังไง' มือที่ลูบหัวจอห์นนี่อยู่ชะลอลง หญิงชราเห็นเพียงเสี้ยวหน้าด้านข้างของหลานชาย ถึงจะไม่รู้แต่ก็พอเดาได้ว่าเจ้าเด็กคนนี้น่ะ กำลังคิดตามที่เธอกำลังบอกอยู่แน่ๆ 

    'คนเราจะอยู่คนเดียวไปตลอดมันไม่ได้หรอกนะ เหงาแย่เลย'

    หญิงชราอมยิ้มกับตัวเองหลังจากเป็นฝ่ายทำให้บ้านตกอยู่ในความเงียบ เธอยกผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กขึ้นซับหัวตาก่อนจะเก็บอุปกรณ์ถักไหมพรมของตัวเองลง ร่างอวบขยับตัวไปใกล้หลานชายที่ยังคงนอนลูบหัวเจ้าหมาอ้วนอยู่เช่นเดิม ก้มลงหอมหัวหลานชายด้วยความรัก บอกฝันดี พร้อมเอื้อมมือไปลูบหัวจอห์นนี่อย่างที่ทำเป็นประจำด้วยความเอ็นดู 

    'อย่านอนดึกนะลูก'













    'ยายก็อย่าไปดิ' 
    เสียงแหบหลุดออกมาเบาๆ ให้ได้ยินเพียงผู้เดียวพร้อมกับหยดน้ำใสที่แหมะลงกับหมอนสีขาวสะอาด





    ดงยองร้องไห้


    ยามค่ำคืนของฤดูหนาวยิ่งทำให้บรรยากาศเงียบสงัด เสียงสะอื้นของดงยองยิ่งดัง และชัดที่สุดในโสตประสาทของจอห์นนี่ 

    เจ้าเด็กขี้แยละมือไปจากหัวของจอห์นนี่ ดงยองฟุบหน้าลงกับแขนที่ขัดกันอยู่บนหมอนตรงหน้า ตัวบางๆ สั่นจนน่ากลัว จอห์นนี่ไม่ชอบเวลานี้เลย ให้ดงยองลุกขึ้นมาคิ้วขมวดใส่จอห์นนี่ก็ได้ ลุกขึ้นมาดุเหมือนตอนที่จอห์นนี่ทำหนังสือเรียนดงยองขาดก็ได้ ดงยองจะดึงแก้มจอห์นนี่เล่นหรือดีดหน้าผากจอห์นนี่ก็ได้ แต่ไม่ร้องไห้ได้ไหม ดงยองของจอห์นนี่ไม่เหมาะกับน้ำตาหรอกนะ 



    จอห์นนี่เป็นเจ้าหมาโง่, ดงยองว่าอย่างนั้น

    เจ้าหมาโง่ของดงยองเลิกนอนแหมะให้เจ้านายลูบหัวเหมือนตุ๊กตาไม่มีชีวิต มันขยับตัวลุกขึ้นและเดินไปทิ้งตัวลงข้างๆ เจ้าของที่ยังคงสะอื้นจนตัวโยน เจ้าหมาโง่วางคางบนแผ่นหลังที่สั่นน้อยๆ พร้อมกับหลับตาลงเงียบๆ 

    ไม่เป็นไรนะดงยอง

    ผมอยู่ตรงนี้

    จอห์นนี่อยู่กับดงยองตรงนี้นะ

    ถ้าพูดคุยภาษาเดียวกันได้ จอห์นนี่ ก็อยากจะบอกกับเจ้านายแบบนี้ เจ้านายจะเข้าใจหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่มีอีกอย่างที่จอห์นนี่อยากบอก


    ดงยองน่ะ เหมาะกับรอยยิ้มที่เหมือนแสงของดวงอาทิตย์ที่สุดแล้ว,

    ดวงอาทิตย์ของจอห์นนี่.






    -----------------------------------------------------





    'จอห์นนี่'

    'จอห์นนี่'

    'จอห์นนี่อยู่ไหนอ่ะ ออกมาเดี๋ยวนี้เลยนะไอ้หมาอ้วน กล้าดียังไงมากัดการ์ตูนฉันแบบนี้เนี่ยฮะ จอห์นนี่!' เสียงโวยวายของเจ้านายทำเอาจอห์นนี่สะดุ้ง เจ้าสัตว์ขนปุยตื่นตัวกับความผิดที่ตัวเองได้กระทำเอาไว้ ขาสั้นๆ ของมันไม่อยู่นิ่ง วิ่งวนรอบตัวใครอีกคนที่นั่งลูบหัวอยู่เมื่อครู่ ดูเหมือนดงยองจะโกรธมากด้วย ฟังจากการกระแทกเสียงในทุกๆ ท้ายประโยคนั่นน่ะ

    'จอห์นนี่!!'

    'ครับ' 
    ดงยองชะงักกึกเมื่อเดินปึงปังมาเจอเข้ากับคนแปลกหน้าที่กำลังเล่นกับจอห์นนี่อยู่หน้าบ้าน และเป็นคนที่ส่งเสียงขานรับเขาแทนเจ้าหมาอ้วนเมื่อครู่ หนอย เจ้านี่ เป็นหมาประสาอะไรมาเล่นหัวกับคนแปลกหน้าแบบนี้ ถ้าเกิดเป็นโจรเป็นผู้ร้ายขึ้นมาก็คงถูกยกเค้าไปหมดบ้านแล้วมั้งเนี่ย


    พาล

    ก็ยอมรับนั่นแหละ จากโมโหเรื่องหนังสือการ์ตูนที่ถูกกัดจนแหว่ง มาเห็นเจ้าหมาโง่ไม่รักดีเป็นมิตรกับใครต่อใครไปทั่วแบบนั้นยิ่งแล้วใหญ่ อารมณ์ที่ไม่ดีอยู่แล้วยิ่งพาลแย่ลงไปอีก นิสัยเสีย รู้ตัวดี ก็ไม่อยากให้ไปเล่นกับคนอื่นนี่นา นายเป็นหมาฉันนะเจ้าโง่ 


    ดงยองไม่ได้สนใจคนแปลกหน้าข้างๆ จอห์นนี่ เขาสนใจเพียงแค่เจ้าหมาอ้วนที่ยืนอยู่กับที่ยอมรับชะตากรรมที่เจ้านายขี้หงุดหงิดจะมอบให้ อย่างมากก็แค่โดนยืดแก้มหรือไม่ก็งดแทะกระดูก ช่วงนั้นคงต้องทนคันฟันนิดหน่อยแต่จอห์นนี่จะยอมก็ได้


    'ฮ่าฮ่า ตลกจัง' 
    เพราะมัวแต่สนใจจะลงโทษจอห์นนี่ทำให้ดงยองลืมใครอีกคนไปเลย จนกระทั่งเสียงหัวเราะของเขาเรียกความสนใจจากเจ้าของบ้านอย่างดงยองไปได้ คนแปลกหน้าย่อตัวลงข้างๆ พร้อมกับยื่นมือมาลูบหัวจอห์นนี่ นั่นทำให้ดงยองได้เห็นหน้าเขาชัดๆ 


    ดงยองชะงักอีกครั้ง ความร้อนที่ไม่รู้ที่มาแล่นปราดเข้าสู่ใบหน้า ดวงตาร้อนผ่าวไม่ต่างจากเมื่อคืน ดงยองรู้สึกว่าทุกอย่างรอบๆ ตัวกำลังหยุดนิ่ง นิ่งไปเสียหมด แม้แต่ริมฝีปากที่คิดว่าคงต้องการจะยิ้มเยาะเขาอยู่แน่ๆ ก็หยุดนิ่งไปด้วย แต่ไม่ใช่กับหัวใจ มันเป็นเพียงสิ่งเดียวที่ยังคงตื่นตัว สั่นกระตุกราวกับจะหลุดออกมานอกอก


    'นายคงเป็นหลานของคุณยายดายองสินะ ฉันเพิ่งย้ายมาบ้านข้างๆ เมื่อวานนี้เอง' จับใจความที่เขาพูดไม่ได้เลย ดงยองจับอะไรไม่ได้แม้แต่ความรู้สึกของตัวเอง เขายังคงมองคนตรงหน้าไม่ละสายตาพร้อมกับหัวใจที่เต้นไม่คงจังหวะหนักขึ้นเรื่อยๆ 


    'ยินดีที่ได้รู้จักนะ ฉันจอห์นนี่, จอห์นนี่ ซอ'


    'ฝากตัวด้วย'











    end.

    เหมือนว่าจะมีหลายตอนค่ะ #dontsmileatmejnd เอ็นดูน้องหมาจอห์นนี่ด้วยนะคะ 






Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in