once rememberedployapha.j
Portland #2 | หิมะแรกของเขา





  • ตอนนั้น... จำได้ว่า...






    เรานัดเจอเหาและเพื่อนแถวๆ Food Cart กลางเมือง
    ที่มีรถขายอาหารไทยที่โคตรอร่อยสมศักดิ์ศรีอาหารไทยในครัวโลก




    และใกล้ๆกันนั้นก็มีร้านโดนัทชื่อดังแห่งพอร์ตแลนด์แดนคนฮิป
    นั่นก็คือออออออ


    Voodoo Doughnut นั่นเองงงงงงงง









    ร้านเพิ่งเปิดนะ แต่ดูแถว
    โอ้โหหห มวลมนุษย์นี้มาจากไหนนนน






































    ในที่สุดก็ได้เข้ามาในร้านแล้วจ้าาาาา วู้ฮู้ววววววว





    ยัยผู้หญิงผมหลากสีในภาพคือฉันเอง...
    ทั้งสีผมหลุด ทั้งโดนกัดกร่อนจากแสงอาทิตย์ โว๊ะ!





































    ที่นี่มีโดนัทหลากแบบหลายสไตล์ให้เลือกมากมาย
    มีทั้งแบบโรยน้ำตาลธรรมดาไปจนถึงแฟนตาซีสุด

    แต่ที่น่ากินที่สุดคือคนขาย ในแว่นมุ้งมิ้งมาก แอร๊















    มีเก้าอี้นั่งด้านนอก

















    มีให้เลือกเยอะมากจริงๆจนเลือกกินไม่ถูก

















    จำได้ว่าสั่งอันนี้มา กับอันโอริโอครีมด้านซ้าย แบบธรรมดา และช็อคโกแลต


















    Good things come in pink boxes. จริงๆจ้ะ






    เมื่อเทียบกับ Doughnut Time ท่ี่เราไปลองตอนไปเมลเบิร์น --> อ่าน

    เราว่า Voodoo Doughnut มีความหลากหลายให้เลือกลิ้มลองมากกว่า
    โดนัทที่นี่คือวาไรตี้สุด ฟู่ฟ่าอลังการดาวล้านดวง

    แต่ด้วยความฟู่ฟ่ามันทำให้ตัดสินใจยากมากว่าจะลองชิมอันไหน
    และพอกินไปเรื่อยๆเรารู้สึกว่าแบบธรรมดาที่หน้าตาเหมือนคริสปี้ครีมอร่อยสุด
    รองลงมาคืออันที่ราดช็อคโกแลต

    back to basic สุดๆ
    เป็นความอร่อยแบบคลาสสิกที่ไม่ต้องอาศัยการปรุงแต่งใดๆ
    ก็มีดีงามในแบบของมันเองอยู่แล้ว
    เพราะแบบอื่นกินไปครึ่งชิ้นก็ชักเลี่ยน อยากดื่มน้ำตามเยอะๆ
    หวานเกิ๊นนน



    ความรักก็เช่นกัน



    ฮั่นแน่!












































  • เราขับรถออกไปนอกเมือง ดื่มด่ำกับบรรยากาศสีเขียวและสายหมอกสองข้างทาง
    สลับกับสายฝนที่ตกมาพอให้รู้สึกชุ่มช่ำ






    เราแอบเช็คสภาพอากาศก็ใจชื้นว่ายังคงมีหิมะหลงเหลืออยู่บ้าง
    เพราะนี่จะเป็นการพาเขาไปเจอหิมะครั้งแรกในชีวิต















    จุดหมายของเราคือ Mount Hood ภูเขาที่สูงที่สุดในรัฐโอเรกอน
    และเป็นภูเขาหิมะที่สูงเป็นอันดับสองรองจากภูเขาไฟภูจิ (ข้อมูลจากการเสิร์จกูเกิลกัน)
    โดยภูเขานี้ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของพอร์ตแลนด์





















































    ขับหลงกันนิดหน่อยด้วยความงง













    พอพ้นจากป่าสนสีเขียวก็พบกับภูเขาตั้งตระหง่านอยู่ด้านหน้า
    ที่ปลายยอดขาวโพลนหายไปกับสายหมอก








    จุดนี้เราลงไปจอดรถถ่ายรูปกันนิดหน่อย




















    ด้วยความที่มันเป็นหน้าร้อนทำให้หิมะบางส่วนละลายไปบ้าง
    แต่อากาศหนาวมากๆอยู่ดี
    จนต้องเอาเสื้อกันหนาวมาใส่ทับไว้อีกตัว
    ห่อจนกลมเป็นแหนม








    ตอนที่เห็นหิมะอยู่ไกลๆ
    เขาตื่นเต้นมาก ตาวาบวับเป็นประกายเลยล่ะ
    ทำให้คนที่เห็นหิมะอย่างเราอดที่จะตื่นเต้นตามไปด้วยไม่ได้





    เราผลัดถ่ายรูปไว้สองสามภาพแล้วก็กลับขึ้นรถ
    ปรับฮีตเตอร์แรงสุด ก่อนที่จะมุ่งหน้าขึ้นเขาไปเรื่อยๆจนกระทั่งถึงสกีรีสอร์ตด้านบน





    ไปตะลุยหิมะกัน!













    เราไม่ได้เล่นสกี พอถึงปุ๊บก็เลยเดินไปที่ลานหิมะด้านนอกรีสอร์ต
    และก็เล่น!














    เราเอง ผู้ไม่มีบูท ไม่มีรองเท้าหนัง
    มีแต่แวนส์ผ้าใบที่เปียกโชก


















    เขา และ เขา









    โชคดีนะที่ได้มาที่นี่ด้วยกัน
    เป็นการพาเขามาสัมผัสหิมะจริงๆเป็นครั้งแรก
    ไม่ใช่เกล็ดน้ำแข็งปลอมในสวนสนุก


    ได้ปาหิมะใส่กัน แกล้งกัน ถ่ายรูปด้วยกัน
    ลงไปนอนแล้วกางแขนกางขาทำเป็นรูปแองเจิ้ลคู่กัน
    นึกถึงแล้วก็น่ารักดีแหะ



    เป็นช่วงหนึ่งในความทรงจำที่ดีและอุ่นอยู่ในใจ





    ดีใจที่ครั้งนี้เป็นการเจอหิมะแรกของเขา
    และเสียดายที่ครั้งนี้เป็นการเล่นหิมะสุดท้ายของ "เรา"






    สนุกเกิ๊นนนนนน
















  • เล่นกันไปได้ซักพักก็ได้เวลาเดินออกสำรวจบริเวณรอบๆ
    เราค้นพบทุ่งดอกไม้บานกลางหิมะด้วยล่ะ!



























    งดงาม แข็งแกร่ง และอดทนมากเลยนะ













    พอเริ่มทนหนาวไม่ไหวก็เข้าไปด้านในตึกเพื่อรับไออุ่น

















    นี่คือแผนที่เส้นทางการเล่นสกีและเคเบิลคาร์ทั้งหมดทั้งมวล

























    เรานั่งพักกันจนตัวแห้ง หายเหนื่อย เข้าห้องน้ำเรียบร้อยแล้วก็สตาร์ทรถไปต่อ











  • ก่อนจะขับรถลงจากเขา
    เราก็มาแวะนั่งชมวิวที่ทะเลสาบกันก่อน















    น้ำใสมากราวกับกระจก
    อากาศเย็นก็สบายกำลังดี

    เป็นช่วงที่ไม่มีใครพูดอะไรกันพักใหญ่
    และยืนมองวิวกันอยู่เงียบๆ
















































































































    เราจบทริปเล่นหิมะกันที่ร้านปิ้งย่างเกาหลีริมทาง
    ก่อนที่เพื่อนของเหาจะขับรถมาส่งที่ที่พัก


    เรากล่าวขอบคุณเขาอีกครั้งในความใจดีที่ขับรถพาเราไปด้วย
    และเขาก็อวยพรให้การเดินทางที่กำลังท่องเที่ยวของเราจะเดินทางเข้าสู่โค้งสุดท้าย
    เต็มไปด้วยความสนุกสนานและปลอดภัย









    วันรุ่งขึ้นเหามาส่งพวกเราที่สถานีรถไฟ เซย์กู๊ดบายกันที่นี่
    ก่อนที่จะเจอกันใหม่ตอนเปิดเทอมในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า






    เรานั่งรถไฟสายแสงดาวไปยังจุดหมายสุดท้ายของทริปเที่ยวอเมริกา
    เพื่อสานฝันการข้ามสะพานสีแดงที่ต้องเจ๊งในหนังภัยพิบัติแทบทุกเรื่อง
    เดินทางกลับไปสู่แคลิฟอเนียอันเรืองรองด้วยแสงตะวันอีกครั้ง




    เดี๋ยวเราก็จะได้เจอกันแล้วนะ

    ซานฟรานซิสโก







Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in