MY LIFE IS WRITEPurin
Garden of Eden
  • "เข้าร่วมกับฉันดีกว่าน่า..." เสียงทุ้มต่ำน่ารังเกียจนั่นพยายามล่อหลอก "เข้าพวกกับฉันซะ แกก็จะได้สำรวจทุกโบราณสถานที่แกต้องการ ทำอะไรก็ได้ที่อยากทำ หัวหน้าฉันเงินหนา นักโบราณคดีเก่งๆ อย่างแกน่ะ เขายอมซื้ออยู่แล้ว"

    "แล้วทรยศต่อเขางั้นเหรอ?" อีกเสียงที่ดูเจ็บแค้นนั่นหัวเราะในลำคอ "...ฆ่าฉันให้ตายก่อนสิ"


    คุณอยากฟังเรื่องราวนี้ไหม?

    เรื่องราวของชายหนุ่มนักโบราณคดี ที่ใฝ่ฝันจะค้นหาหมู่บ้านลี้ลับ แต่ดันเข้าไปพัวพันกับการตามล่ากล่องอาถรรพ์ในตำนาน ที่จะนำพาผู้ถือครองไปสู่พลังอำนาจและการหลุดพ้น ทำให้เขาได้พบกับทหารหนุ่มผู้ยอมทำทุกสิ่ง เพื่อให้ได้ชีวิตที่เป็นอิสระ

    "นายเองก็ต้องการกล่องนั่นเหมือนกันเหรอ?"

    "ใช่"

    "เพื่ออะไรล่ะ?"

    "เพื่อการหลุดพ้น"

    "หลุดพ้น...จากอะไรล่ะ?"

    "...ฉันไม่รู้"

    ดวงตาสีชานั่นเลื่อนลอยผ่านหน้าต่างออกไปยังม่านราตรี ใบหน้าด้านข้างเงียบสงบ ยากที่จะคาดเดาว่าขณะนี้เขากำลังคิดอะไรอยู่

    "ฉันไม่รู้..."


    มือของเอเดนถูกจับมัดไขว้ไว้ด้านหลัง เสื้อผ้าเปรอะเลอะไปด้วยฝุ่นและโคลน เนื้อตัวมีแต่บาดแผลฟกช้ำ ทั้งจากการเดินทาง และการถูกทารุณ

    เอเดนหลับตา หวนนึกถึงในคืนหนึ่งที่ชาร์ล เอ. ไวเปอร์ เพ้อฝันถึงชีวิตอันเป็นอิสระที่จะได้ในอนาคต แม้ว่าเขาจะไม่รู้ถึงความหมายที่แท้จริงของมันเลยก็ตาม

    ชาร์ล...

    ฉันกลัวเหลือเกิน

    ยิ่งกว่ากลัวที่จะตาย คือกลัวที่จะไม่ได้อยู่ข้างนายในเฮือกสุดท้ายของลมหายใจ

    "เดี๋ยว..." วูบหนึ่งที่เสียงนั้นสั่นเครือ "ฉันเปลี่ยนใจแล้ว" ทว่าแววตานั้นมุ่งมั่น ไร้การลังเล

    "ฉลาดนี่" คนโง่เย้ยหยัน "สุดท้ายแกก็ต้องเลือกเงินอยู่ดี" คนโง่ไม่เคยมองอะไรไกลจากตัวเอง

    มือของเอเดนถูกคลายออก วิทยุสื่อสารที่มีคลื่นเฉพาะถูกโยนมาตรงหน้า วิทยุที่มีแต่เขาและชาร์ลเท่านั้นที่เชื่อมต่อถึงกันได้

    "บอกมันว่าแกได้กล่องแล้ว ให้ไปเจอกันที่โบถส์ริมแม่น้ำด้านล่างของหมู่บ้าน" ผู้การวิลเลี่ยมสั่ง เขาเป็นหัวหน้าหน่วยปฏิบัติการอิสระที่ทำภารกิจตามหาสิ่งลี้ลับในครั้งนี้ ครึ่งชีวิตในอดีตของชาร์ลอยู่กับเขา

    แต่จะไม่ใช่อีกครึ่งหนึ่งที่เหลือ

    วิทยุดังซ่าๆ ก่อนจะมีเสียงสะอึกของสัญญาณ อันบ่งบอกว่าวิทยุหาคู่ของมันเจอแล้ว

    "..."

    เอเดนหลับตา 

    "ไวเปอร์..."

    [เอเดน?] ปลายสายตอบกลับ น้ำเสียงนั้นปิติและร้อนรน [ให้ตายเถอะ ขอบคุณพระเจ้า นายอยู่ที่ไหน?]

    "ฉันปลอดภัยดี ฉันปลอดภัย...นายล่ะ?"

    [ฉันสบายดี อยู่กับพวกแอลและคนอื่นๆ ] มีเสียงดังแว่วมาจากปลายสายไกลๆ ไวเปอร์พูดต่อ [เราเกือบไม่รอดในเหมืองนั่น แต่โชคยังเข้าข้าง] 

    เอเดนถอนหายใจก่อนจะยิ้มออกมา "ดีจัง..."

    [นายได้กล่องแล้วใช่ไหม? เดี๋ยวฉันจะไปหา ไปเจอกันที่สะพานเก่าใกล้สุสานนะ แต่ระวังตัวด้วยล่ะ]

    "..."

    [เอเดน?]

    วิลเลี่ยมจับปลายกระบอกปืนเป็นสัญญาณ

    "ไวเปอร์..."

    [ว่าไง?]

    "ไวเปอร์...ชาร์ล...นายเชื่อใจฉันไหม?"

    เสียงของสายลมพัดผ่านใบหู ทว่าเอเดนไม่ได้ยิน

    [เชื่อใจสิ]

    "แม้ว่า...มันจะหมายถึงการนำพานายไปสู่ความตายอย่างนั้นเหรอ?"

    จุกก้อนในลำคอทำให้เขาไม่สามารถควบคุมน้ำเสียงได้

    [...แน่นอน]

    ริมฝีปากแหกผากถูกกัดแน่น เปลือกตาไม่อาจลืมขึ้นได้ แม้กระทั่งหัวใจก็ไร้ซึ่งการตอบสนอง

    "ฉันก็เหมือนกัน" เอเดนกระซิบ

    ชาร์ล...ชาร์ลของผม...

    [เอเดน?]

    พริบตานั้นเอง ความหวาดกลัวถูกกระชากออก "ชาร์ล ฉันอยากให้นายฟังฉันให้ดีๆ นะ" ชายหนุ่มเน้นถ้อยคำ รอบข้างเงียบสงัด เอเดนมองตรงไปข้างหน้า แววตาหนักแน่นและแน่วแน่ ดุจท้องฟ้าที่ไม่อาจพังทลาย

    "วิลได้กล่องไปแล้ว และเขาอยู่ที่นี่พร้อมฐานกำลังบนหุบเขา นายต้องหนีไปซะ"

    "ไม่!!" เสียงอันเกรี้ยวกราดนั่นคำรามเมื่อถูกเปิดโปง เอเดนถูกฟาดด้วยปลายกระบอกปืน วิทยุสื่อสารกลิ้งหลุดจากมือ เอเดนได้ยินเสียงตะโกนของชาร์ลก่อนสัญญาณจะถูกตัดไป

    "แกไอ้เด็กเวร!" วิลเลี่ยมชี้ปืนมาทางเขา ทว่าเอเดนกลับยิ้มให้กับมัจจุราช

    "ฉันบอกแกแล้วไง..." 

    "ว่าให้ฆ่าฉันให้ตายก่อน"


    งูและเอเดน
    01/10/2018
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in