MORE, babe, more. xBabeBunnag
006. @diet_prada แด่เธอผู้ทำซ้ำและดัดแปลง


  • "ถ้ามันเป็นสิ่งที่ทุกๆคนทำ มันก็จะไม่ใช่แฟชั่น เพราะมันสูญเสียความเป็นต้นฉบับและความพิเศษ รวมถึงไม่สามารถแสดงความเป็นปัจเจกชนได้ซึ่งเป็นเป้าหมายของแฟชั่นในปัจจุบัน  แต่ถ้าสิ่งนั้นไม่มีใครทำตามเลย นั่นแปลว่าสิ่งนั้นไม่ใช่แฟชั่นเช่นกัน เพราะมันไม่สามารถทำให้เกิดเทรนด์ได้ และถ้าไม่มีเทรนด์ ก็ไม่มีแฟชั่น"  

    เป็นคำพูดที่อาจารย์เคยสอนเอาไว้ในวิชาแฟชั่นและสังคมศาสตร์ตอนเรียนที่มิลาน มันทำให้เราคิดว่าดีไซเนอร์ที่เก่งหรือ "คนแฟชั่น" เจ๋งๆ ก็คือคนที่สามารถจะทำการบาลานซ์สองสิ่งนี้ให้เกิดความพอดีได้

    หลายครั้งที่ในโลกแฟชั่นเกิดการ "ก๊อปกันหน้าด้านๆ" ขึ้น เราคนไทยเองเดินไปไหนมาไหนในกรุงเทพก็เห็นของก็อปกันเกลื่อนกลาดถูกมั้ย แต่การทำซ้ำและดัดแปลงก็เป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญของแฟชั่นนะ

    และในโลกแฟชั่นที่ตอนนี้แทบจะไม่มีอะไรใหม่ให้เห็นอีกต่อไปแล้ว (เพราะทุกอย่างโดนทำมาหมดแล้ว) ไม่อยากรู้หรอว่าอะไรมันก็อปอะไรมาบ้าง??

    เชิญฟอลโลว์ไอจีที่ชื่อว่า @diet_prada ได้เลย



    นางเป็นแอคเคานท์สำหรับคนที่รู้สึกว่า "เอ๊ะ ทำไมมันคุ้นๆ" เวลาเจอชุดสวยๆที่ออกใหม่ เอาไอเท็มชิ้นใหม่ๆมาแปะข้างๆชุดเจ้าของ"แรงบันดาลใจ"พร้อมใส่แคปชั่นเผ็ชๆคันๆแซะนิดแซะหน่อยพอให้กรุบกริบ แต่ก็ไม่ได้ตั้งใจสร้างแอคมาเพื่อใส่ร้ายใคร เจ้าของแอคเคานท์ที่ขอปิดตัวตนเงียบนั้นเป็นคนในวงการแฟชั่นตัวจริงที่เพียงแค่ทำในสิ่งที่เหล่าเด็กเนิร์ดคนแฟทั้งหลายชอบกันอยู่แล้ว นั่นก็คือการเรียนรู้ว่าเทรนด์ในโลกปัจจุบันนั้นเกิดมาจากอดีตได้อย่างไรนั่นเอง

    จุดเริ่มต้นของแอคนี้เกิดจากการเลื่อนดูเว็บอย่าง style.com แล้วเม้าท์มอยกับเพื่อน "โอ๊ยยย นี่มันโคตรกัลลิอาโน่ปี 2000 เลย จะบ้าหรอ ๕๕๕๕" จนลุกลามถึงขนาดกลับบ้านไปเอารูปมาทาบโชว์กัน จนรู้สึกว่า "ไม่ได้ละ แบบนี้ต้องขอเอาลงเน็ตซักหน่อย"

    สิ่งที่แอคนี้สนใจไม่ใช่แบรนด์ระดับล่างๆจำพวก fast fashion อย่าง h&m, zara, mango หรืออะไรแถบๆนั้นเพราะนั่นคือ business cycle ของแบรนด์เหล่านี้ แต่เป็นพวกแบรนด์ไฮเอนด์ที่ก็อปกันเองวนไปเรื่อยๆต่างหาก (ดูไปดูมาก็เหมือนทุกคนก็อปกุชชี่และกุชชี่ก็อปทุกคนเหมือนกันเนอะ)


    (แปลแบบเด๋อๆ: diet_prada: นิวยอร์คแฟชั่นวีคสปริงซัมเมอร์ 2018 เริ่มต้นได้ออริจินอลมากค่าา @ทอมฟอร์ด ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก @บาเลนซิอาก้า สมัยเกสเกียร์ (ดีไซเนอร์สมัยก่อน) #ชุดฟินาเล่ #บาเลนซิอาก้า #ทอมฟอร์ด #นิโคลัสเกสเกียร์ #2000s #แฟชั่นปี2000 #เดรป #สไตล์โลกอนาคต #แถมได้แขนเสื้อบอลดิสโก้มาจากมาร์เจล่าไปอี๊ก (แบรนด์ maison martin margiela) #เดรสนู้ด #นางแบบ #เก๋ #ชุดวันนี้ #อยากอยู่นั่นจังเลยพี่ #ไดเอทพราด้า )

    ไดเอทพราด้าพูดตอนให้สัมภาษณ์กับเว็บ i-D.com ว่า สมัยเนี้ยคนก็อปกันเร็วมากๆ แบบ คือถ้าคุณจะก็อปแจ๊กเก็ตจากบาเลนซิอาก้าในปี 50 ก็คงแบบ แล้วไงอ่ะ มันก็แฟร์นะ แต่การที่จะมาก็อปลุคจากบาเลนซิอาก้าเมื่อซีซั่นที่แล้วเนี่ย... มันเป็นเรื่องของเทรนด์ เทรนด์ แล้วก็เทรนด์​แล้วมันทำให้ทุกอย่างดูเหมือนๆกันไปหมดเลย" 

    ซึ่งเราเองก็เห็นด้วยมาก ยิ่งทำเร็ว ยิ่งมองไม่เห็น life cycle มันก็ทำให้เป็นแค่การทำซ้ำเหมือนโรงงานเฉยๆป่าว ยังไม่ทันจะเชยแล้วก็หายไปเลย แล้วมันจะเรียกว่า "การกลับมา" ได้ยังไงกัน

    นางเห็นว่า "การได้แรงบันดาลใจ" และ "การลอกเลียนแบบผลงาน" หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า plagiarism เนี่ยมันมีความต่างกันอยู่ คนเราเดี๋ยวนี้เห็นสินค้าตัวหนึ่งขายดี ก็ก็อปตามบ้างเพราะคิดว่าเราจะได้ขายดีด้วย ไม่ใช่เพราะว่ามันสวยหรือว่าเพราะชอบผลงานด้วยซ้ำ

    (แปลแบบเด๋อๆ: diet_prada: @ฟอร์เอเวอร์21 โทดๆ หมายถึง @นูเมโร่เวนตูโน่ (แบรนด์อิตาเลียน) ใส่เฟอร์ปลอมได้เหมือนพราด้าเปี๊ยบเลยเด้อ ก็เอาที่เพื่อนสะดวกกก #เฟอร์ฟรีเฟอร์ (แคมเปญเลิกใช้ขนสัตว์ของstella mccartney) #อย่างน้อยตูก็ไม่ได้ถลกหนังหมาคอลลี่มาทำกระเป๋าเป้ #no21 #พราด้า #อเลซซานโดนเดลลัควา (ชื่อดีไซเนอร์) #นูเมโรเวนตูโน (แปลว่าเบอร์21ภาษาอิตาเลียน) #เฟอร์ #เฟอร์ปลอม #โค้ทเฟอร์ #ฟอลวินเทอร์17 #เน้นๆ #นักสืบไดเอทพราด้า #แฟชั่นวีค #แฟชั่นอ่อนแอ #ก็อป #ปลอมเปลือก #นางแบบ #เก๋ #ชุดวันนี้ #อยากอยู่นั่นจังเลยพี่ #ไดเอทพราด้า)

    ซึ่งถ้าถามว่าทำไม๊ทำไม โลกแฟชั่นมันเต็มไปด้วยลูกอีช่างก็อป ก็น่าจะเป็นเพราะว่ามันคือวงการที่เน้นสื่อทางภาพมากๆ แถมยังมีตารางการออกของใหม่อย่างตายตัวอีกด้วย เพราะมันก็ต้องเข็นคอลเล็คชั่นใหม่ออกมาทุกฤดูกาลถูกมั้ย มันก็เลยมองเห็นง่ายว่ามีการก็อปกันเกิดขึ้น 

    คือโอเคเทรนด์มันมีอยู่ในทุกวงการนั่นแหละ แต่แบบเห้ย ถ้าเป็นโลกอาหาร คงไม่ดูออกง่ายขนาดนี้ว่าฤดูใบไม้ผลิปี 2018 นี้มันจะต้องเป็น โพเกโบลว์จากฮาวายเท่านั้นนะคะ! 

    ไดเอทพราด้ายังตอบด้วยว่าแบรนด์ที่โดนทำตามมากที่สุดน่าจะเป็นชื่อเดียวกันกับแอคเคานท์ ซึ่งก็คือ พราด้า นั่นเอง "ไม่ใช่อะไรนะคือพราด้ามีความหลากหลายมาก เสื้อผ้าบางตัวมันอาจจะกลายเป็นว่าเหมือนพราด้าเพราะความบังเอิญล้วนๆก็ได้ เพราะขอบเขตของแบรนด์กว้างมาก แต่เราก็จะรู้นะถ้ามีใครพยายามทำตามสูตรของพราด้า เช่น ความเป็นเด็กสาว หรือการสไตลิ่งแบบ เอาชุดชั้นในมาใส่ไว้ด้านนอก หรือพวกการเลือกใช้สี ขนนก แล้วก็พลอยสีปลอม เห็นแล้วก็จะรู้เลยแบบ อู้ยย นี่มันพราด้ามากกก"

    แต่แบรนด์ที่สมัยนี้โดนเลียนแบบการมากกกกกที่สุด น่าจะเป็น Balenciaga และ Vetement (เวตมองต์) ซึ่งเป็นของตา Demna Gvasalia ทั้งคู่ "เราว่ามันตลกมากเลยเพราะพวกนี้ก็เอามาจากมาร์เจล่า (Maison Martin Margiela) จากปี 90 อีกทีนะ" 

    (แปลแบบเด๋อๆ: diet_prada: โอ๊ยยยย ขอบคุณพระเจ้าค่าา ที่ส่ง @แมธธิวอดัมส์โดแลน ที่มาโปรดนิวยอร์คแฟชั่นวีค ด้วยดีไซน์เก่าๆจาก @เวตมองต์ออฟฟิเชี่ยล (มองบน) #นิวยอร์คแฟชั่นวีค #สปริงซัมเมอร์18 #นิวยอร์คแฟชั่นวีตสปริงซัมเมอร์18 #แมธธิวอดัมส์โดแลน #เวตมองต์ #สไตลิ่ง #สูท #เด๋อสุด #แขนยาว #เหมือนไปช็อปปิ้งกับด็อคเตอร์ซูส #90s #คลูเลสมาก #หลับดีกว่า #ก็อป #บรรยากาศ #รันเวย์ #นางแบบ #แฟชั่นวีค #แฟชั่นอ่อนแอ #ชุดวันนี้ #อยากอยู่นั่นจังเลยพี่ #ไดเอทพราด้า)

    แต่ก็อย่างที่บอกไป การทำซ้ำและดัดแปลงเองก็เป็นหนึ่งในดีเอ็นเอที่สำคัญของโลกแฟชั่น ซึ่งในโลกปัจจุบันที่ตอนนี้ไม่มีอะไรออริจินอล ไม่เหลืออะไรใหม่ๆให้ทำแล้ว สิ่งสำคัญน่าจะเป็นการเลือกใช้สิ่งที่มีอยู่แล้ว เพื่อมาเป็น เอ่อ...แรงบันดาลใจ..? มากกว่านะ

    -------------

    sources:
    หลักๆแล้วเอามาจากบทความนี้ค่ะ @dietprada is schooling instagram on fashion history  (i-D.vice.com)


    หากชอบหรือถูกใจอยากอ่านอีกสนุกจังเลย เชิญไลค์ที่ MORE's fb page เพื่อเป็นกำลังใจค่า
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in