PANDEMONIUMpiyarak_s
Day 5: Attach
  • “ความจริง ฉันลำบากใจนะ ฮารุ... ฟังแล้วอย่าหัวเราะ” ลีโอเอ่ยขึ้น หลังจากที่เราต่างคนต่างนอนก่ายกันอยู่บนเตียงอยู่พักใหญ่ ลมหายใจของเขาเริ่มกลับเข้าสู่จังหวะปกติ เราต่างคนต่างรู้สึกเหนอะหนะนิดหน่อย แต่ยังไม่มีใครอยากผละไปจากอีกคนหรือลุกออกไปจากที่นอน 


    “เรื่องอะไรล่ะ” ผมใช้นิ้วสางเส้นผมสีเข้มแซมเทาของเขาที่ผมทำยุ่งจนไม่เป็นทรงยิ่งกว่าเดิมจากเดิมที่ไม่ค่อยเป็นทรงอยู่แล้วให้พ้นไปจากหน้าผากของเขา “อย่าบอกผมนะ ว่าเป็นเรื่องของชิ้นส่วนมนุษย์ในขวดโหลที่ทวิคแนม”


    ลีโอเป็นคนที่ไร้ทักษะในการหลอกคนจริง ๆ นั่นละ หรืออาจเป็นเพราะผมอยู่กับเขามานานเกินไป 


    “คุณเสียดายที่จะต้องเปิดโหลแล้วเอาชิ้นส่วนพวกนั้นออกมาชันสูตร และอาจทำให้งานที่เคยสมบูรณ์แบบในฐานะงานศิลปะเสียหายใช่ไหม”


    ดวงตาสีฟ้าของเขาที่เบิกกว้างขึ้นเป็นคำตอบว่า ใช่... เป็นคำว่าใช่ที่ชัดถ้อยชัดคำมาก ๆ แม้จะไม่ได้พูด



    “ให้ตายสิ” ผมอดหัวเราะไม่ได้ 


    “ไหนบอกว่าจะไม่หัวเราะ..." เขาท้วง แต่ตัวเขาเองก็ยิ้ม "แต่คุณพูดถูก ผมอดเสียดายไม่ได้ ถึงแม้ว่ามันจะเป็นงานของอาชญากรที่พยายามเดินตามรอยศิลปะทางชีววิทยาของเฟรเดริค รุช และเป็นผลผลิตของอาชญากรรม แต่ผมก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า มันเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับพิพิธภัณฑ์นิติวิทยาศาสตร์”  


    พูดแล้ว เขาก็รวบตัวผมที่นอนซบอยู่เหนืออกเขาให้พลิกลงมานอนตะแคงหันหน้าเข้าหาเขา 


    “แต่ตอนนี้ผมต้องการคำอธิบายนะ คุณตำรวจว่า คุณรู้ได้ยังไงว่า ผมคิดถึงเรื่องนั้น แต่สาบานได้ว่า ผมไม่ได้คิดถึงเรื่องที่ว่าตอนที่เรามีอะไรกัน”


    “ลองคิดดูสิ” ผมแกล้งคาดโทษ แล้วถอนใจเบา ๆ เมื่อนึกถึงความจริงเกี่ยวกับสิ่งที่ทำให้เราต้องรีบร้อนไปยังที่เกิดเหตุ


    “ผมรู้ว่าคุณกำลังคิดอะไรอยู่ ลีโอ ในฐานะแพทย์ ในฐานะคนชอบพิพิธภัณฑ์...” ผมบอกเขาอย่างตรงไปตรงมา “ผมเองก็เสียดาย ถ้าไม่นับว่านี่เป็นสิ่งต้องสงสัยที่มีชิ้นส่วนมนุษย์เข้ามาเกี่ยวข้อง และถ้ามันเป็นของที่สามารถพิสูจน์ได้ว่า หลงเหลือมาจากศตวรรษที่ 17 หรือในยุคที่สิ่งของพวกนี้ไม่ใช่ของพิสดาร ผมก็คิดว่ามันเป็นงานศิลปะ เป็นงานสร้างสรรค์ของนักชีววิทยาที่ควรเอาไปเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์หรือห้องแสดงตัวอย่างทางชีววิทยาของมหาวิทยาลัยที่ไหนสักแห่งหนึ่งเหมือนกัน”


    “นายพูดสิ่งที่ฉันคิดออกมาหมดแล้ว” 


    นี่เป็นการกระทำที่ไม่เข้ากับหัวข้อที่เรากำลังคุยกันเอาซะเลย นิ้วของเขากำลังไล้ไปมาตามแนวสันหลังผม ในขณะที่เรากำลังคุยกันเรื่องพฤติกรรมของฆาตกรรมและแผนการชันสูตรชิ้นส่วนศพในโหลดอง
    “ที่โหลแต่ละใบมีเลขแปะติดเอาไว้ด้วย แต่ไม่ใช่วันเวลา เหมือนเป็นรหัสอะไรสักอย่างที่พิพิธภัณฑ์ใช้กัน”
    “นายคิดว่า คนทำมันขึ้นมามีส่วนเกี่ยวข้องกับห้องสมุดหรือพิพิธภัณฑ์หรือเปล่า”


    ผมส่ายหน้าแทนคำตอบว่า ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกัน “ตอนนี้มีความเป็นไปได้หลายอย่าง ผมยังไม่อยากยึดติดกับข้อสันนิษฐานอย่างใดอย่างหนึ่งจนกว่าจะได้ข้อมูลมากกว่านี้ ทั้งเกี่ยวกับเจ้าของบ้านที่ปล่อยขาย และชิ้นส่วนศพในโหล”


    “แสดงว่านายมีอะไรอยู่ในใจแล้วใช่ไหม”


    “อืม...” ผมรับ “แต่ตอนนี้ผมคิดอะไรไม่ออกหรอกนะ ตราบใดที่มือของคุณยังอยู่ไม่สุขขนาดนี้”


    “รำคาญเหรอ” ปลายจมูกของเขาปัดใส่ปลายจมูกของผม


    “เปล่า...” ผมตอบ “นี่คุณคิดว่า ผมจะทำ profiling อาชญากรรอดระหว่างที่คุณกำลังจะ...” 


    โอย ให้ตายเถอะ... คอนเฟอเรนซ์สองวันที่เดอแรม และอีกสามวันที่นิวคาสเซิลทำให้เขาเปลี่ยนจากเจไดกลายเป็นซิธลอร์ดบนเตียงไปได้ยังไงเนี่ย (แต่ผมไม่รังเกียจที่เขาเป็นแบบนี้นะ ไม่เลยจริง ๆ)


    “ว่าต่อไปสิ”


    “คนร้ายที่เราตามหาน่าจะเป็นผู้ชาย อยู่ตามลำพัง อาจมียานพาหนะเป็นของตัวเอง”


    ผมคงจะไม่รู้สึกอะไรเลย ถ้าตอนนี้ เสียงหัวเราะของเขาไม่ได้สะเทือนอยู่บริเวณหน้าท้องของผม 


    “นิสัยล่ะ”


    “รักสันโดษ มีความละเอียดอ่อน มีเซนส์... ด้านศิลปะ... มีความรู้ทางชีววิทยา... อาจมีประสบการณ์ด้านการสตัฟฟ์สัตว์หรือรักษาซากสัตว์... มากกว่าจะทำงานที่เกี่ยวข้องกับการรักษาศพหรือเอมบาล์มมิ่ง... ” 


    ผมเริ่มรู้สึกว่า เสียงของตัวเองขาดเป็นห้วง ๆ เมื่อรู้สึกว่าหนวดและเคราของคนร่วมเตียงเลื่อนต่ำลงไปเรื่อย ๆ 


    “บ้าเอ๊ย... ลีโอ... ผมทำสองอย่างพร้อมกันไม่ได้" ผมสะดุ้งเฮือกกับสัมผัสที่ชักจะลงต่ำและเลยเถิดเกินไปแล้ว "คุณต้องเลือกแล้วว่า จะให้ผมหยุดพล่ามเรื่องคดีแล้วหันมาสนใจคุณ หรือคุณจะหยุดแล้วฟังผมพล่ามลักษณะของคนร้ายให้คุณฟัง”


    แน่นอนว่า เขาเลือกข้อแรก ผมก็เช่นกัน


    To be continued... Day 6: ตุ๊กตากระดาษ

    ---------------------------- 

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in