เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
Alive : กำเนิดกลายพันธุ์NO.W
Alive : กำเนิดกลายพันธุ์ ตอนที่ 12
  • ..........

     

    ตอนที่ 12 : หนี #3

     

                คราวนี้ดูท่าจะต้องใช้ปืนแต่ผมก็ไม่เคยใช้ปืนกลมาก่อน จึงหยิบปืนสั้นบนชั้นมาแทน เห็นซอมบี้ตัวหนึ่งอยู่บนขอบกำแพงแล้วปัง ! นัดแรกผมยิงใส่ร่างมันร่วงกลับไปข้างล่างเจ้าหน้าที่สองคนนั้นมันออกไปทางไหน ผมพยายามหาทางออก ก่อนจะเจอเข้ากับประตูเหล็กบานเล็กแต่ก็ยังเห็นเจ้าเครื่องใส่รหัสอยู่ดีถ้าจะใช้ระเบิดก็ใกล้ไปด้วย ดูท่าต้องพังกำแพงออกไปสินะ

     

                ผมดึงระเบิดออกมาจากสายที่คล้องอยู่กับตัวดึงสลัก ขว้างออกไป คราวนี้สุดแรง เล็งไปยังกำแพง แต่ผมเลือกปาไปทางซ้ายที่เป็นกรงขังพวกประหลาดแทนเพราะพวกในหลอดทดลองดูจะโหดกว่ามาก ถึงผมจะยังไม่เห็นเจ้าตัวที่ผมเพิ่งทำหลอดมันแตกไปก็เถอะบางทีมันอาจจะตายไปแล้วก็ได้

        

                ตูม ! เสียงระเบิดดังสนั่นและยังคงตามมาด้วยเสียงแหมะ ! ของร่างซอมบี้ที่โดนแรงระเบิดอัดจนเละเป็นชิ้นๆมีเสียงเหมือนปูนแตกดัง ครึ่กๆ ผมวิ่งไปที่กำแพง ปีนขึ้นไปเพียงแค่ยื่นหัวพ้นขอบภาพตรงหน้าที่เห็นก็ไม่ต่างกับนรกแตก เหล่าซอมบี้เกือบร้อยตัวอัดแน่นกันอยู่ทั่วห้องเหยียบย่ำไปมาบนพื้นที่เต็มไปด้วยเศษเนื้อของพวกพ้องมันเอง พื้นนองไปด้วยเลือดสีเข้ม   และข้าวของที่ถูกชโลมด้วยเลือด แต่สิ่งที่เด่นสะดุดตาผมที่สุดคือ  เจ้ายักษ์  มันสูงร่วมสามเมตรได้ สูงกว่ากำแพงที่ผมเกาะอยู่ซะอีกร่างกายกำยำใหญ่โต ไม่มีคำไหนจะเหมาะไปกว่า ยักษ์ อีกแล้ว

      

                ผมมองไปยังกำแพงที่ผมโยนระเบิดไปมันยังไม่ระเบิดจนเห็นห้องอีกฝั่ง ผมรีบทิ้งตัวลงมา ก่อนโยนระเบิดไปยังทิศเดิมอีกลูกตูม ! คราวนี้เสียงผนังพังครืนลงมาชัดกว่าเดิมพร้อมกับแสงจากอีกห้องหนึ่งที่สว่างวาบเข้ามาในห้อง ไม่ต้องเดาผมก็รู้ว่าพวกซอมบี้คงกรูกันออกไปแล้วแน่เพราะผมได้ยินเสียงกรีดร้องของพนักงานข้างนอก แต่ผมคงออกทางนั้นไม่ได้แน่ๆ คงมีเจ้าหน้าที่ติดอาวุธแห่กันมาตรึมดังนั้นต้องเปิดอีกช่อง

     

                ผมขว้างไปทางขวาไม่สนใจว่าจะทำให้หลอดทดลองแตก ตูม ! ที่หนึ่งดังขึ้นผนังยังคงแข็งแกร่ง ผมเขวี้ยงอีก ตูม ! คราวนี้กำแพงพังครืนลงมาเสียง หวอ เตือนภัยดังขึ้นพร้อมกับไฟสีแดงที่หมุนติ้วๆ อยู่บนเพดาน มีสายน้ำฉีดพ่นลงมาเป็นสายเกิดฝนตกหนักทั่วทั้งห้องเพื่อดับเพลิงไหม้จากการระเบิด ควันไฟลอยโหมกระหน่ำถ้าผมยังไม่ออกไป คงไม่รอดสำลักควันไฟแน่   

     

                ผมปีนข้ามกำแพงมายืนอยู่ข้างบนมองความวุ่นวายข้างล่าง ซอมบี้พวกหนึ่งเริ่มหันมาสนใจผม มันกวัดแกว่งใบมีดไปมา เฉียดปลายเท้าผมไปหลายรอบ  

     

                ผมเดินบนขอบกำแพงกั้นนี่ไปจนสุดผนังฝั่งซ้ายออกแรงกระโดดเกาะขอบกรงเหล็กที่ขังพวกซอมบี้ ดึงตัวเองขึ้นไปก่อนที่พวกมันจะตวัดขาผมขาดผมเดินไปบนกรงเหล็ก จนถึงทางออกที่ผมระเบิดเอาไว้ ทางเดียวคือโดดลงไปหน้าประตูแล้วฝ่าฝูงซอมบี้ออกไป โชคดีที่เจ้ายักษ์นั่นไปทางขวาที่ผมเพิ่งระเบิด

     

                ผมลังเลชั่วครู่ก่อนกระโดดลงไปหน้าปากทางและบาดแผลแรกก็เกิดขึ้นทันทีที่เท้าผมสัมผัสพื้น กรงเล็บยาวตวัดแหวกอากาศโดนเข้ากลางหลังพอดี รู้สึกเจ็บแสบขึ้นมา ผมรีบลุกขึ้น  ยิงเข้าที่หัวมันไปหนึ่งนัด หมุนตัวถีบซอมบี้อีกตัวไปกระแทกกับผนังรีบวิ่งสุดฝีเท้า โดยมีพวกมันรายล้อม

     

                ผมเห็นพนักงานหลายสิบคนกำลังวิ่งวุ่นหนีซอมบี้บางกลุ่มเลือกที่จะหยิบเครื่องใช้ต่างๆ มาเป็นอาวุธ ไม่รู้ผมชินกับพละกำลังของตัวเองตั้งแต่เมื่อไหร่ผมเพิ่งรู้ว่าตัวเองเพิ่งจะใช้มีดที่หยิบมา จับในลักษณะคว่ำ ขณะวิ่งก็กวัดแกว่งมีดในมือกำจัดซอมบี้ไปตลอดทาง ผมได้แต่หวังว่าความโหดเหี้ยมที่ผมทำนี่เป็นเพียงแค่ผลจากการทดลอง

     

                ข้างหน้าถัดจากผมไปไม่กี่เมตรเป็นทางแยกสองทาง ตรงไปกับเลี้ยวซ้าย ผมเลือกทางซ้ายแบบไม่ต้องคิดเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ติดอาวุธนับสิบตั้งการ์ดเตรียมพร้อมจะระดมยิงถ้าให้เดา พวกนั้นยังไม่เห็นผมหรือเห็นไม่รู้ ผมเร่งฝีเท้าขึ้นอีกคราวนี้แน่ใจว่าพวกนั้นเห็นแน่ เพราะมีหนึ่งในเจ้าหน้าที่ตะโกนขึ้นมาว่า  “นั่นมันหมายเลข 7 นี่”    

     

                ผมหักซ้ายตรงทางเลี้ยวขณะเจ้าหน้าที่กำลังชุลมุนกันว่าจะไปจับผมหรือคุมสถานการณ์ตรงหน้าดี

      

    พลั่ก !  ผมที่มัวแต่มองระแวงพวกเจ้าหน้าที่เลยไม่ได้มองข้างหน้าชนเข้ากับร่างๆ หนึ่งเต็มเปา

     

    “เจค ! ” 

     

    “วอลเทอร์ ! ”   ผมไม่เชื่อสายตาตัวเองว่าคนที่ผมชนไปจะเป็นวอลเทอร์และดูท่าเขาเองก็ไม่อยากจะเชื่อเหมือนกัน

    “รีบไปเร็วเข้า พวกมันไล่หลังมาแล้ว”  ผมบอกกับเจค หันหลังกลับไปเห็นกลุ่มซอมบี้ที่คงไม่มีโอกาสจะได้หักซ้ายตามผมมาแน่ๆเพราะห่ากระสุนยิงกระหน่ำกำจัดพวกมันอย่างไม่ปรานี 

    “นายมาอยู่นี่ได้ไง? ”  วอลเทอร์ถามผม ขณะเราทั้งคู่วิ่งไปตามทางเดิน

    “นายต่างหากมาอยู่นี่ได้ไง”

    “บิลพาฉันมา” วอลเทอร์ตอบ

    “ฮะ?! ”  ผมคิดว่าตัวเองหูฝาดไปแต่สีหน้าวอลเทอร์บ่งบอกว่าเป็นความจริง

    “เขาพาฉันมาอยู่ในตึกนี่ รวมกับพวกอายุรุ่นเดียวกับพวกเรา”

    “เขาทำไปทำไม” ผมถาม หยุดวิ่งเมื่อเห็นว่าข้างหลังไม่มีใครตามมาและข้างหน้าก็เงียบสนิท

    “แข็งแกร่งขึ้น เหมือนนายตอนนี้ไง นายไม่สงสัยเลยรึไง พละกำลังที่มากเกินมนุษย์ธรรมดาจะมี  นี่ให้เดานายยังเอามันมาใช้ไม่เต็มร้อยด้วย”วอลเทอร์พูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ผมไม่เคยเห็นเขาเป็นแบบนี้มาก่อน

    “แต่ฉันไม่ต้องการมัน” ผมตอบ สีหน้าวอลเทอร์เปลี่ยนไปทันที

    “นายจะบ้ารึไง นายควรดีใจด้วยซ้ำ ใครๆ ก็ต้องการแข็งแกร่ง ไม่งั้นเราอยู่ไม่รอดในโลกที่เต็มไปด้วยพวกกลายพันธุ์หรอก”วอลเทอร์พูด

    “นายไม่รู้รึไงว่าพวกกลายพันธุ์มันเกิดจากการทดลองบ้านี่แหละ”  ผมโต้  “ฉันไม่รู้หรอกนะว่าบิลพูดกับนายอย่างไรบ้างแต่หมอนั่นไม่ใช่คนดีอย่างที่นายคิด”

    “บิลเป็นคนพาพวกแซลลี่มาที่นี่ อยู่ในที่ปลอดภัย ให้โอกาสฉันได้เลือกที่จะสู้เพื่อปกป้องผู้คนที่อยู่ข้างล่างนั่นจากพวกกลายพันธุ์ที่รายล้อมพวกเขาอยู่ ไม่เหมือนกับนายหรอกที่เอาตัวเองรอดแล้วปล่อยให้แมกส์ต้องตายน่ะ”วอลเทอร์พูด ประโยคหลังทำเอาผมอึ้งไปเต็มๆ

    “ฉันเนี่ยนะปล่อยให้แมกส์ตาย” ความรู้สึกแรกที่เกิดขึ้นคือผมอยากจะใช้มีดที่ถือในมือฆ่าบิลซะให้ได้พูดกับวอลเทอร์ตอนนี้ก็ดูจะเป็นผมเองที่เป็นฝ่ายผิดและเหมือนจะแก้ต่างให้กับตัวเอง

    “พวกแซลลี่อยู่ไหน”  ผมถาม ต้องดูให้เห็นกับตาว่าทั้งสองยังอยู่

    “ไม่ต้องห่วงหรอก ทั้งคู่คงไม่อยากจะเจอหน้านายหรอกเจค คนที่ทำให้แมกส์ต้องตายน่ะ”วอลเทอร์เน้นย้ำประโยคหลัง

    “ฉันไม่ได้ทำ ! ”  ผมตะโกน เริ่มหัวเสียปนเสียใจที่ตัวเองช่วยแมกส์เอาไว้ไม่ได้หลังจากตอนนั้นบิลทำอะไรกับแมกส์ เป็นสิ่งที่ผมต้องไปเค้นถามจากเจ้าตัว

    “นายจะไปไหน นายต้องกลับไปห้องทดลองเดี๋ยวนี้”  วอลเทอร์พูด เมื่อเห็นผมกำลังจะเดินกลับไป

    “นายจะหยุดฉันรึไง” ผมหันกลับมา

    “นายคงคิดว่าระหว่างรอฉันไม่ได้ทำอะไรเลยสินะ” วอลเทอร์พูด  “ดูท่าฉันต้องลากนายกับไป”เขาว่าก่อนวิ่งพรวดเข้ามา ชกหมัดเข้าใส่ ผมเอี้ยวตัวหลับ ย่อตัวพุ่งเข้าและชกเข้าท้อง แต่วอลเทอร์หมุนตัวหลบได้หวุดหวิดก่อนตวัดขาเตะเข้าที่กลางหลังผมเซไปข้างหน้า ใช้มือยันผนังกำแพง รีบหันกลับมา 

    “หมัดนายแรงก็จริง แต่ถ้าชกไม่โดนก็ไร้ผล”  เขาพูดกวักมือเรียกให้ผมเข้าไปหา แต่ยังไม่ทันที่ผมจะก้าวขาด้วยซ้ำ เสียงฝีเท้าในชุดเครื่องแบบติดอาวุธนับหลายสิบคู่กำลังย่ำเท้ามาจากทั้งสองทางวอลเทอร์มองผมพลางยิ้ม  “ดูท่านายจะไปไหนไม่รอดแล้วนะเจค”

       

    “ทิ้งอาวุธซะหมายเลข 7 แล้วยกมือขึ้น”  เจ้าหน้าที่คนหนึ่งตะโกนสั่ง ผมมองไม่เห็นทางไปต่อ  เมื่อสองข้างมีหน่วยติดอาวุธ และข้างนึงก็มากกว่าสิบคนผมทิ้งมีดลงกับพื้น ค่อยๆ ยกมือขึ้น มองวอลเทอร์ที่ไม่ใช่คนเดิมที่ผมรู้จักอีกต่อไป

    “ดูสิฉันเจอใครเอ่ย? ”  เสียงชายคนหนึ่งดังขึ้น ขณะเดินฝ่าเจ้าหน้าที่ออกมา ผมมองไปยังกลุ่มเจ้าหน้าที่ที่ค่อยๆ แหวกทางให้จนพบกับเจ้าของเสียงในที่สุด

     

    บิล !  

     

    ..........

    

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in