[Fanfic] รวมเรื่องสั้นboaykham
คุณครูของคุณอา
  • โทรุบึ่งรถมารับหลานสาวกับหลานชายที่โรงเรียนอนุบาล ลูกหลานตัวเองก็ไม่ใช่ แต่พ่อๆมันไม่ว่าง เฮ้ย! เพื่อนมีรถนี่ ไม่รับแทนทีสิ ฝากดูแลซัก 2-3 ชั่วโมงด้วยนะ จาก 1 ครั้ง กลายเป็น 2 3 4 จนกลายกิจวัติไปเสียอย่างนั้น แต่ก็ไม่ว่าไรหรอก เด็กๆน่ารักดี


    วันนี้เปิดเทอมวันแรกคงจะวุ่นๆหน่อยแหละ พ่อแม่มาดูลูกเต็มไปหมด อืม คิดถึงเจ้าก้อนสองคนนั้นตอนเข้ามาเรียนใหม่ๆจัง เจ้าตี๋น้อยเกาะพ่อมันร้องไห้จ้าไม่ยอมปล่อย ส่วนสาวน้อยก็นั่งเบะปากน้ำตาคลอ งอนเป็นตูดเป็ด
    ...ทำไมเขาถึงมีส่วนร่วมกับครอบครัวเพื่อนเยอะนักนะ แอบอยากมีเป็นของตัวเองบ้างเหมือนกันแฮะ


    ตอนที่ไปรับ เหลือเด็กๆอยู่ไม่กี่คน ช่วยไม่ได้นะกว่างานจะเสร็จก็ป่านนี้แล้ว


    เปลี่ยนชั้นเรียนก็เปลี่ยนคุณครูด้วย หน้าไม่คุ้นเลย แต่ตาใสแจ๋วอย่างกับเด็ก น่ารักจัง แอบใจเต้นเลยนะเนี่ย คุณครูคนใหม่ของเด็กๆท่าทางจะชอบเด็กมาก ยิ้มหวานเชียว เขาปรับสีหน้าก่อนจะเดินเข้าไปในห้องเรียน


    "อั่ก" โทรุร้องอย่างจุกๆเมื่อเด็กๆพุ่งเข้าใส่ ไม่ใช่แค่หลานเขา แต่เด็กๆที่คุ้นหน้ากันก็เล่นด้วย เสียงเรียกคุณอาๆดังโหวกเหวก คุณครูคนน่ารักอ้าปากหวอด้วยความงงปนตกใจ


    "สวัสดีครับ" โทรุทักยิ้มๆ กลายร่างเป็นต้นไม้ให้เด็กๆปีน ชุดสูทอย่างดียับยู่ยี่ไปทั้งตัว


    "สวัสดีครับ" คุณครูตอบเหม่อๆ


    "ผมโทรุครับเป็นเพื่อนกับพ่อของเจ้า 2 คนนี้" โทรุหิ้วตี๋น้อยกับเบบี้เกิลขึ้น สาวน้อยหัวเราะเอิ้กอ้ากอย่างชอบใจ ส่วนตี๋น้อยคล้ายจะหลับแหล่ไม่หลับแหล่


    "อ๋อ เอ่อ คุณ...ยามาชิตะ โทรุใช่ไหมครับ" คุณครูดูรายชื่อผู้ปกครอง พร้อมกับขอหลักฐานจากโทรุว่าเป็นตัวจริงไม่ใช่แก๊งลักเด็กอะไรแบบนั้น


    "จะกลับแล้วเหรอๆ" เด็กๆส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวอย่างน่าเอ็นดู แต่ละคนเกาะซ้ายป่ายขวาไม่ยอมให้ไปง่ายๆ


    "ก็ได้ๆ วันนี้จะเล่นอะไรล่ะ...ขออนุญาตนะครับ" โทรุปล่อยให้เด็กๆจับจูง โค้งให้คุณครูที่ยืนงงอยู่หน้าประตูเล็กน้อย


    "เชิญครับ" เห็นโทรุทีแรกยังนึกว่าเด็กๆจะกลัวเพราะหน้าดุ แต่ตรงข้ามเลย


    เด็กๆกระโดดกระเด้งอยู่รอบตัวโทรุ ปากก็บอกว่าร้องเพลงๆ โทรุก็เลยขอตัวแป๊บนึง ทิ้งตัวประกันไว้ 2 คน เดินออกไปเอากีตาร์ เขาถอดสูทออกแล้วเหลือแต่เชิ้ตสีขาวเนื้อบาง ปลดกระดุมบนออก ดูสบายๆไม่เคร่งครึมแบบทีแรก ร่างสูงนั่งลงกับพื้น คุณครูก็นั่งดูอยู่ใกล้ๆ สนอกสนใจ อยากรู้ว่าทำอะไรกัน


    "เพลงอะไรดี" โทรุถามเด็กๆ แต่ละคนก็บอกชื่อเพลงไม่เหมือนกันจ๊อกแจ๊กจอแจจนผู้ใหญ่หัวหมุน คุณครูแอบอมยิ้ม ลุกจากพื้นไปที่เปียโนไฟฟ้าในห้อง นิ้วเรียวสวยกดลงบนคีย์ เสียงโน้ตเรียกให้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่หันมามอง คุณครูยิ้มหวาน พรมนิ้วลงบนเปียโน


    twinkle twinkle little star โทรุกระพริบตาปริบๆมองคุณครูที่แย่งซีนเขาเฉยเลย แต่น่ารัก ให้อภัยก็ได้ เขาแอบยกมือถือขึ้นมาถ่ายรูปเดี่ยวเปียโนของคุณครู ก่อนจะทำเนียนเป็นถ่ายหลานๆที่กำลังร้องเพลงอย่างสนุกสนาน พอวนรอบที่สองเสียงหวานๆของคุณครูก็ร่วมด้วย โทรุกดอัดวีดีโอโดยไม่ได้คิดด้วยซ้ำ


    หลังจากนี้เขาจะเป็นคนมารับหลานๆทุกวันเอง


    ผ่านมาราวๆอาทิตย์นึงแล้วที่คุณครูมาสอนที่นี่ เด็กๆที่นี่น่ารัก ซนบ้างตามประสา แต่ไม่ดื้อ แถมยังมีผู้ช่วยตัวโตที่โผล่มาได้ทุกวัน ช่วงแรกๆเขาก็ปรามเด็กๆบ้างว่าอย่าไปรั้งคุณอาไว้ แต่โทรุก็ดูเต็มอกเต็มอยู่รอส่งคนนักเรียนสุดท้ายออกจากห้องได้ทุกวัน เขาก็เลยปล่อยไป


    วันนี้ก็เหมือนกัน คุณครูโบกมือบ๊ายบายเด็กน้อย ส่งขึ้นรถกลับบ้าน ก่อนจะเดินกลับเข้ามาในห้องเรียน ถอดผ้ากันเปื้อนเตรียมตัวกลับบ้าน แล้วก็ต้องเม้มปากอย่างว้าวุ่นนิดๆ คุณผู้ช่วยกิตติมศักดิ์กำลังหลับสบายอยู่ในกองหมอน บนตัวมีหลานๆนอนทับอยู่ ไม่กล้าปลุกเลย ทำไงดี


    โทรุดูเหนื่อยตั้งแต่มาถึงแล้ว แต่ก็ยังเล่นกับเด็กๆโดยไม่ปริปากบ่น เด็กๆชอบโทรุมากจนน่าแปลกใจ เขาก็ดูจะไม่รำคาญเด็กๆเลยซักนิด แถมยังตัวใหญ่แข็งแรง อย่างตอนที่เด็กปีนโต๊ะแล้วตกลงมา ถ้าเป็นเขาไปรับเองคนโดนเด็กทับจุกแอ่กไปแล้ว


    คุณครูนั่งยองๆอยู่ข้างๆคุณอา


    ท่าทางหลับสบายจังนะ


    โทรุลืมตาขึ้นช้าๆ ก่อนจะสะดุ้งเฮือก เจ้าตัวง่วงงุนกระเจิดกระเจิงหายไปหมด เขาลูบอกตัวเองเบาๆ ปลอบประโลมหัวใจที่เต้นถี่


    ทำไมคุณครูถึงมานอนอยู่ข้างๆได้ล่ะเนี่ย


    โทรุควักโทรศัพท์ออกมา แอบถ่ายใบหน้ายามหลับไหลของคุณครู


    น่ารักจังเลย…


    ขนตางอนยาวเป็นแพ แก้มเนียนใส มีจุดดำเล็กๆประดับอยู่


    ถ้าได้ตื่นขึ้นมาเห็นหน้าแบบนี้ทุกวันก็คงดี


    กำลังคิดอะไรเพลินๆคุณครูก็ยกมือขยี้ตา อ้าปากหาว ท่าทางงัวเงีย โทรุสูดหายใจเข้าลึก


    น่ารักเกินไปแล้ว! หัวใจจะรับไม่ไหวแล้ว!


    "โอ้ยตาย กี่โมงแล้วเนี่ย" คุณครูพึมพำ ท่าทางจะยังไม่เห็นเขา


    "6โมงกว่าแล้วครับ" เขาส่งเสียงตอบ คุณครูสะดุ้งโหยง ท่าทางเหรอหราก็น่ารัก คุณอาของหลานๆถอนหายใจ ช่วงนี้หัวใจเขาทำงานหนักน่าดู


    "ตายๆๆ ขอโทษนะครับ ผมนี่แย่จริง เผลอหลับได้ยังไง"


    "ไม่เป็นไรหรอกครับ ว่าแต่คุณครูกลับบ้านยังไงครับเนี่ย" ก็ถามไปงั้นแหละ เขารู้อยู่ก่อนแล้ว


    "รถไฟน่ะครับ" คุณครูยิ้มน่ารัก


    "ให้ผมไปส่งไหม" คุณอาถามด้วยรอยยิ้ม


    "ได้ยินช่วงนี้มีพวกโรคจิตมาป้วนเปี้ยนนี่ครับ" โทรุเอียงคอ แน่นอนว่าไม่ได้หลอกให้กลัว แต่มีข่าวแบบนี้อยู่จริงๆ ถึงได้ให้ผู้ปกครองมารับเด็กๆกลับบ้าน


    "ก็...ครับ" คุณครูพยักหน้า ยอมรับตรงๆเลยว่ากลัว แรงสู้ใครไม่ค่อยได้ แต่ก็...แอบเกรงใจอยู่เหมือนกัน


    "ขอโทษนะครับ แต่ว่า บ้านอยู่ทางไหนเหรอ"


    "เอ่อ ตรงxxxน่ะครับ"


    "ผมก็อยู่แถวนั้นนะ" โทรุเลิกคิ้วขึ้น ประหลาดใจจริงๆ บังเอิญจังเลยเนอะ


    "เอ๊ะ! คนละทางกับบ้านเด็กๆเลยนะ" คุณครูมองเด็กๆที่นอนอยู่บนตักคุณอา


    "ช่าย เจ้าพวกนั้นใช้แรงงานผมเนอะ" แอบเรียกคะแนนสงสารนิดๆ


    "แล้ววันนี้ไปส่งดึกไม่เป็นไรเหรอครับ" คุณครูถามด้วยความเป็นห่วง


    "ปกติก็ประมาณนี้แหละครับ"


    "อ้าว แต่ก่อนหน้านี้ก็กลับเร็วอยู่ไม่ใช่เหรอ" คนตัวเล็กเอียงคอ ไม่รู้เลยว่ามองใจสั่นขนาดไหน


    "ครับ ก็ไปเล่นที่ห้างบ้าง ร้านอาหารบ้าง ถึงเวลาก็ไปส่งที่บ้าน"


    "เหนื่อยแย่เลย" คุณครูเม้มปาก


    โทรุหัวเราะ "ไม่หรอกครับ เด็กๆเลี้ยงง่าย ไม่ดื้อ ผมเองก็ได้ผ่อนคลายด้วย สนุกดี" โทรุยิ้มตาเป็นประกาย


    "เห~" คุณครูค่อนข้างแปลกใจ เขาจำได้ว่าโทรุเป็นเพื่อนของพ่อๆ แม้แต่ญาติยังไม่ใช่ มีเพื่อนแบบนี้นี่โชคดีจังเลยนะ


    "กลับกันเถอะครับ เดี๋ยวจะมืดไปกว่านี้" โทรุประคองตี๋น้อยขึ้นอุ้ม


    คุณครูเห็นแล้วก็ช่วยอุ้มเบบี้เกิล เด็กๆหลับปุ๋ยไม่มีท่าทีว่าจะตื่น


    พวกเขาวางเด็กๆลงบนที่นั่งสำหรับเด็ก รัดเข็มขัดให้เรียบร้อย


    "ติดไว้แบบนี้ตลอดเลยเหรอครับ" คุณครูถามหลังจากประจำที่ข้างคนขับเรียบร้อย


    "ครับ" โทรุเกาจมูกเขินๆ


    "แบบนี้คนไม่เข้าใจผิดเหรอ"


    "ประจำแหละครับ ฮ่าๆ"


    "ลำบากแย่เลย" คุณครูพึมพำ


    "ลำบากอะไรครับ" โทรุกระพริบตาปริบๆ ถอยรถออกจากที่จอด


    "อ้าว ก็...คุณยังไม่มีแฟนไม่ใช่เหรอครับ"


    "ยังครับ"


    "แบบนี้หาแฟนลำบากแย่เลย"


    "ถ้าผมชอบเขาผมก็ต้องทำให้เขารู้แหละครับว่าผมโสด ไม่มีเรือพ่วง" โทรุหัวเราะเบาๆ ยิ้มเจ้าเล่ห์


    พวกเขานั่งด้วยกันเงียบๆ เด็กๆยังหลับอยู่ บรรยากาศอึดอัดนิดหน่อย เพราะคุณครูยังเกร็งๆ แต่เจ้าของรถกลับนั่งฮัมเพลงเคาะพวงมาลัยอย่างสบายอารมณ์


    ไฟเขียวแล้ว พอดีกับที่สมาร์ทโฟนเครื่องหรูสั่นครืดอยู่ข้างๆ


    "ขอโทษครับ ช่วยรับให้หน่อยได้ไหม" คุณครูทำหน้าเหรอหรา แต่ก็ยอมกดรับ


    "สวัสดีครับ" เสียงหวานปรับโทนให้นุ่มลง ปลายเสียงสั่นเล็กน้อยเพราะความตื่นเต้น


    "เอ่อ ผมเป็นครูของเด็กๆน่ะครับ ใช่ครับ ทากาฮิโระครับ ไม่ใช่ๆ กำลังไปส่งครับ..." โทรุอมยิ้ม แอบดูคุณครูออกท่าออกทางคุยโทรศัพท์กับเพื่อนเขา ไม่นานก็วาง ร่างเล็กถอนหายใจเฮือก


    "ขอบคุณครับ"


    "ครับ" คุณครูพยักหน้า


    ทากาฮิโระส่งเด็กๆถึงอ้อมกอดแม่ มองเจ้าของรถยืนคุยอะไรซักอย่างกับเพื่อน กระสับกระส่าย ยืนอยู่ข้างรถอย่างเก้ๆกังๆ ในขณะที่คนที่บอกว่าจะไปส่งเขายังหัวเราะอยู่กับเพื่อนอยู่เลย หิวข้าวแล้ว แต่จะเรียกก็ไม่กล้า


    "ไปนะ" โทรุลาเพื่อน เห็นคนตัวเล็กเหลือบมาทางนี้หลายรอบ ท่าทางอยากกลับเต็มที


    "หิวไหมครับ" โทรุถามเมื่อนั่งประจำที่เรียบร้อย


    "นิดหน่อยครับ" คุณครูตอบอ้อมแอ้ม


    "ปกติทานอะไรเหรอ ซื้อหรือว่าทำเอง"


    "แล้วแต่นะครับ แต่ส่วนใหญ่จะทำเอง" โทรุโคลงศีรษะ พึมพำแบบที่แน่ใจว่าคนข้างๆจะได้ยิน


    "ดีจังเลยน้า กับข้าวโฮมเมดเนี่ย"


    "ถ้าไม่รังเกียจ ทานด้วยกันไหมครับ" โป๊ะเช๊ะ!


    คุณครูหลุดปากออกไปแล้วใจหวิวๆ ไม่ได้สนิทกันเสียหน่อย เรื่องอะไรไปชวนเขามากินข้าวที่บ้านล่ะเนี่ย


    "ได้เหรอครับ" โทรุเบิกตากว้าง


    "เอ่อ ถ้าคุณไม่รังเกียจนะครับ"


    "ไม่ๆๆๆ ไม่เลยครับ ผมซื้อกินจนเบื่อจะแย่แล้ว แต่ว่าจะรบกวนไปหรือเปล่าครับ"


    คุณครูส่ายหน้า "ไม่หรอกครับ มีเพื่อนกินด้วยก็ดี"


    โครก~


    คุณครูหน้าแดงแจ๋ โทรุเม้มปากกลั้นหัวเราะ เด็๋ยวจะอายไปกว่านี้


    "ไว้วันหลังแล้วกันเนอะ วันนี้ทานข้างนอกกันก่อนดีไหมครับ"


    "ครับ..." ทากาฮิโระตอบเสียงแผ่ว ก้มหน้างุด น่าอายเป็นบ้าเลย


    ทั้งสองคนแวะทานอาหารที่ร้านแถวนั้น


    "มีอะไรที่ทานไม่ได้หรือเปล่าครับ" โทรุถามอย่างเอาใจใส่


    "นมกับไข่น่ะครับ"คุณครูเหลือบมองคนข้างๆที่ยังก้มหน้าก้มตาดูเมนู


    "อืม..." เขารับคำในคอ สั่งอาหารง่ายสองสามอย่าง ทั้งสองคนทานข้าวเงียบๆเพราะหิวมาก ไม่ยอมเสียเวลาคุยแม้แต่นิดเดียว


    อร่อย... ทากาฮิโระรวบช้อนเก็บ แต่คนข้างๆสังทานไม่หยุด


    "ของหวานที่นี่ก็อร่อยนะครับ" ร่างสูงส่งเมนูให้


    ทากาฮิโระเลือกขนมญี่ปุ่นมาสองอย่าง ส่วนโทรุเป็นไอศครีมชาเขียวน้าอร่อย


    "มีไอติมที่ใช้นมถั่วเหลืองด้วยนะ" คุณครูเบิกตากว้างอย่างประหลาดใจ แต่ก็สั่งมาด้วย


    "บ้านอยู่ตรงไหนเหรอครับ" โทรุตักไอศครีมเข้าปาก


    "อพาร์ทเม้นyyyน่ะครับ" คุณอาคาบช้อนไว้ในปาก นึกเส้นทางอยู่ในหัว


    "เลยตึกผมไปหน่อย"


    "ปะ กลับกัน" ทั้งคู่ลุกขึ้นจากโต๊ะ โทรุเตรียมจ่ายเงินที่เคาท์เตอร์


    "หารกัน" คุณครูพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง


    โทรุทำหน้าเศร้า "ผมไม่ได้เอาเงินสดมาเลยนะครับ ไว้คราวหน้าคุณค่อยเลี้ยงผมแทนดีไหม"


    ทากาฮิโระครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้า


    ไม่ได้เฉลียวใจกับคำว่า 'ครั้งหน้า' ซักนิด


    ที่โรงเรียนจัดงาน ให้เด็กๆแต่งตัวตัวร้องเพลงเล่นละครกันไป แน่นอนว่าพ่อแม่มันว่างมา แต่เขาจะมาด้วย ใครจะทำไม บอกตามตรงเลยว่ามาดูคุณครู ส่วนเด็กๆนะผลพลอยได้ แต่นึกไม่ถึงเลยว่าจู่ๆจะโดนลากไปหลังเวที โดนจับใส่หมวกประหลาดๆกับผ้าคลุมสีแดง แล้วก็ยัดกีตาร์มาให้ตัวนึง คุณครูส่งยิ้มแห้งๆมา


    "ขอโทษครับ คุณครูอีกคนไม่สบาย จะสะดวกไหมครับ" โทรุยิ้มแหยๆ สะดวกไม่สะดวกเด็กๆก็จับเขาแต่งตัวไปแล้วล่ะ


    "อ่า แต่ผมไม่ได้ซ้อมอะไรเลยนะ"


    "ร้อง Thousand miles ได้ไหมครับ"


    โทรุยิ้มแห้งเข้าไปใหญ่ "เล่นน่ะได้นะครับ แต่ร้องนี่..."


    "เอ่อ หมายถึงผมร้องเองน่ะครับ" คุณครูเกาท้ายทอยเขินๆ


    โทรุชะงัก เอ่ยปากขอตัวแล้ววิ่งกลับไปหาเพื่อนที่มองมาอึ้งๆ


    "ทำอะไรของนายเนี่ย" เรียวตะถามงงๆ


    "ช่างเหอะน่า เดี๋ยวอัดวีดีโอให้หน่อย"


    "วีดีโอเด็กๆอะนะ อัดอยู่แล้วนี่ไง"


    "ไม่ใช่ ของฉันกับคุณครูต่างหาก"


    "อ้อ เออ ได้ๆ" โทโมยะรับสมาร์ทโฟนมาจากมือเพื่อน กล้องวีดีโอก็มี ลำบากไปทำไมนิ


    if I could just hold you tonight


    คุณครูทิ้งปลายเสียงเล็กน้อย เสียงหวานใสจางไปในอากาศ ห้องประชุมเงียบกริบ จนคนแสดงได้แต่มองหน้ากันเก้อ โทรุลูบหน้าตัวเองเบลอๆ


    หลังจากนั้นหลายวินาทีก็มีเสียงปรบมือเปาะแปะ เด็กๆพากันวิ่งมาหาร้องเรียกคุณครูคุณอา อย่างน่าเอ็นดู


    พวกผู้ใหญ่ก็พากันปรบมือตามด้วยสีหน้าทึ่งจัด โทรุค่อยโล่งอก นึกว่าจะทำงานเขาเจ๊งซะแล้ว คุณครูน่ะร้องดีอยู่แล้วไม่ต้องพูดถึง แต่เขานี่สิได้ซ้อมแค่แป๊บเดียวเอง


    โทรุเงยหน้าขึ้นมองคนที่นั่งข้างๆก่อนจะอึ้งไป รอยยิ้มน่ารักสดใสถูกส่งมาให้จนใจเต้นไม่เป็นส่ำ


    ทำไงดีตกหลุมรักขึ้นมาจริงๆซะแล้ว


    หลังจากคุณครูแสดงเสร็จ เด็กก็ได้รับความกล้ามากขึ้น แต่ละคนส่ง้สียงเจี๊ยวจ๊าวตามบทอยู่บนเวที เรียวตะถึงกับซับน้ำตาด้วยความยินดี ลูกสาวเขาโตแล้ว คงต้องไว้หนวดอีกรอบ ส่วนโทโมยะก็นั่งหัวเราะความเอ๋อของลูกชาย ตบขาตัวเองอย่างถูกอกถูกใจ ทั้งหมดนี้ไม่ได้อยู่ในสายตาโทรุเลย


    โทรุนั่งเหม่ออยู่ข้างๆเวที ไม่รู้เลยว่าคนข้างๆกำลังมองมาอย่างเป็นห่วง


    "โทรุซัง"


    "อ้ะ ครับๆ"


    "เย็นนี้ว่างหรือเปล่าครับ" โทรุสบตากับคุณครู


    "ว่างครับ" แอบใจเต้นอยู่นะ คุณครูที่เขินหน่อยๆนี่น่ารักจัง ทำอะไรก็น่ารักไปหมดเลย


    "ถ้ายังไง ให้ผมเลี้ยงมื้อค่ำจะสะดวกไหมครับ" คุณครูเบนสายตาออก


    "สะดวกครับ!" โทรุโพร่งออกไป แล้วก็อึ้ง โอ้ย เก็บอาการหน่อย เขาลูบท้ายทอยเขินๆ บรรยากาศกระอักกระอ่วนเล็กน้อย


    "ถ้าอย่างนั้น...อาจจะต้องรบกวนโทรุซัง ไปซื้อของกันก่อน" โทรุตาโต


    "ไม่รบกวนครับ ไม่รบกวนเลย ผมซะอีกที่รบกวนเซนเซย์"


    "คือว่า...เรียกทากะก็ได้นะครับ เรียกเซนเซย์แล้วมันเขินๆ"


    "ได้เหรอครับ!" โทรุเผลอเสียงดังอีกแล้ว เขาอยากเอาหัวโขกกำแพง ทำตัวเป็นหนุ่มน้อยวัยใสไปได้ เพื่อนมีลูกโตขนาดนี้แล้วแท้ๆ


    "ได้สิครับ" ทากะยิ้มขำ โทรุกำมือแน่น ห้ามใจไม่ให้ดึงคนน่ารักมากอด ยิ้มน่ารักจนใจอ่อนยวบยาบไปหมด
    หลังจากนั้นโทรุก็จำอะไรไม่ค่อยได้ มันล่องๆลอยๆไปหมด


    จนถึงตอนเย็น


    ทั้งสองคนเดินซื้อของในซุปเปอร์ โทรุเข็นรถเข็นเดินตามทากะไปช้าๆ คนตัวเล็กหยิบนู่นจับนี่ เลือกนู่นเลือกจนเขาตาลาย บางครั้งก็หันมาถามว่ากินได้ไหม ชอบหรือเปล่า นาทีนั้นเขากินได้ทุกอย่างแล้วล่ะ มัวแต่มองตามคนตาใส เลือกของเก่งจังเลยน้า เป็นแม่บ้านจงเลย ใครได้เป็นแฟนต้องโชคดีมากแน่ๆ


    ที่สำคัญคือทำกับข้าวอร่อยด้วย โทรุไม่ได้กินข้าวในบ้านมานานมากๆแล้ว


    ทากะกินช้าๆมองคนฝั่งตรงข้ามที่ตักใส่ปากไม่หยุด ไม่รู้หิวโหยมาจากไหน แล้วก็ยิ้ม กับข้าวที่เขาทำน่ะอร่อยอยู่แล้ว แต่พอมีคนมานั่งกินเป็นเพื่อน เหมือนจะอร่อยกว่าทุกวัน


    "เป็นไงครับ" คุณครูอมยิ้มถาม


    โทรุชะงัก นึกขึ้นได้ว่ามีคนมองอยู่ก็หน้าแดงขึ้นมา ตะกละอะไรขนาดนี้ น่าอายสุดๆ


    "อร่อยมากเลยครับ" เขาตอบเขินๆ


    "ดีใจจัง" ทากะยิ้มหวาน มีคนชมมันก็ต้องดีใจอยู่แล้ว


    หัวใจโทรุเต้นสะดุดไปหลายจังหวะ คนเราจะหัวใจวายตายเพราะความน่ารักได้ไหมนะ


    "ขอบคุณสำหรับอาหารครับ" คุณอายิ้มบางๆ


    "มีเพื่อนทานข้าวก็ดีเนอะ"


    "ปกติทานคนเดียวเหรอ" โทรุช่วยเก็บโต๊ะ "เดี๋ยวผมล้างจานเองครับ"


    "อืม ส่วนใหญ่นะครับ ผมแพ้อาหารหลายอย่างก็เลยไม่ค่อยได้ทานข้างนอก....ถุงมืออยู่ข้างล่างนะ" โทรุพยักหน้ารับ หยิบถุงมือมาสวม ล้างจานทีละใบ คุณครูยืนอยู่ข้างๆ รับจานจากมือเขาไปเช็ดและเก็บเข้าที่


    "เป็นครูนี่ยากไหมครับ" คุณอาชวนคุย


    "ถ้าที่นี่ก็ไม่ยากนะครับ เด็กๆไม่ดื้อเลย น่ารัก"


    "ใช่เหรอ ยัยหนูน่ะตัวแสบเลยนะ" โทรุยิ้มขำ


    "ไม่เห็นจะเป็นแบบนั้นเลย"


    "ส่วนตาตี๋น้อยนั่นก็กินทั้งวัน"


    "อืม ใช่ๆ แล้วก็ชอบนอนด้วย" ทั้งสองคนสบตากันแล้วก็หัวเราะออกมาเบาๆ


    "โทรุซังรักหลานๆมากเลยนะครับ"


    "อืม ก็รู้จักพ่อๆมานานแล้วนี่ครับ เด็กๆก็เห็นมาตั้งแต่เกิด ไม่ใช่ญาติก็เหมือนญาติ"


    "น่าอิจฉาจังเลยนะ" คุณครูก้มหน้าลง เพราะเหม่อลอยก็เลยปล่อยจานตกแตก "โอ๊ะ"


    "อย่าจับครับ...นั่นไงล่ะ" โทรุคว้าข้อมือเล็กไว้แต่ไม่ทัน เลือดสีแดงไหลย้อมเศษกระเบื้อง


    "ใครสอนให้ใช้มือเปล่าจับเศษแก้วฮึ"


    ทากะเงยหน้าขึ้นมองคนที่จับมือเขาไปล้างน้ำ ปากก็บ่นไปด้วย ขอบตาร้อนผ่าวอย่างห้ามไม่อยู่


    นานแล้วที่ไม่ได้สัมผัสความอบอุ่นจากใครซักคน


    "เฮ้ย เจ็บมากเหรอครับ ไปหาหมอไหม" โทรุหน้าซีดเผือด มือไม้เก้งก้างขึ้นมากระทันหัน


    "เอ๊ะ อ๋อ ไม่เป็นไรครับๆ" คนตัวเล็กเพิ่งรู้ตัวว่าน้ำตาไหลลงมาแล้ว "แค่ดีใจนิดหน่อย"


    โทรุงงเป็นไก่ตาแตก ดีใจอะไร ที่โดนกระเบื้องบาดเหรอ แต่เจ้าตัวบอกไม่เป็นอะไร แผลก็ไม่ลึกมาก แต่พรุ่งนี้น่าจะปวดอยู่ดี เขาถามหาอุปกรณ์ปฐมพยาบาล พันแผลให้ช้าๆ


    "แบบนี้ก็เล่นเปียโนไม่ได้สิ" เขาก้มหน้าทำแผลอย่างตั้งใจ เลยไม่เห็นว่าคนเจ็บกำลังมองเขาอยู่


    "ฮื่อ" ทากะตอบเหม่อๆ


    "อย่าให้โดนน้ำนะครับ นั่งพักก่อน เดี๋ยวผมไปเก็บในครัวให้" โทรุเก็บอุปกรณ์ ลุกขึ้นยืน แต่ยังไม่ทันได้เดินไปไหนก็ถูกคว้ามือไว้ก่อน


    "ขอบคุณนะครับ" คุณครูพูดเสียงค่อย โทรุเอียงคอนิดๆ สุดท้ายก็ยิ้มออกมา


    "ไม่เป็นไรครับ"


    "อย่าให้แผลโดนน้ำนะ"


    "รู้แล้วครับ ย้ำเป็นร้อยรอบแล้ว" คุณครูพูดกลั้วหัวเราะ ดูไม่ออกเลยว่าขี้เป็นห่วงขนาดนี้ ก็หน้าไม่ให้เอาเสียเลย


    "งั้นผมกลับแล้วนะ" โทรุยืนละล้าละลังอยู่หน้าประตู ก่อนจะถอนหายใจ หยิบนามบัตรออกมาเขียนอะไรยุกยิก


    "อันนี้เบอส่วนตัวผม มีอะไรก็โทรมานะ" ทากะรับกระดาษแผ่นน้อยมา


    "อะเดี๋ยวก่อน" โทรุดึงนามบัตรคืนมา เขียนอะไรลงไปอีกบรรทัดนึง


    "ส่วนอันนี้ไลน์นะ" เขาส่งคืนพร้อมขยิบตาเล็กๆ ทากะยิ้มบางๆ


    "ขอบคุณครับ"


    "เอาไปแล้วอย่าเอาไปทิ้งนะ" โทรุทำหน้าเศร้าอย่างเสแสร้ง คุณครูแอบคันมือนิดนึง อยากยื่นมือไปดึงแก้มคนทำตัวเป็นเด็กๆ


    "เดี๋ยวแอดไปนะ"


    "งั้น...ผมไปละนะ"


    "อื้อ ขับรถดีๆนะครับ" ทากะยืนส่งโทรุอยู่หน้าห้อง พอกลับเข้าไปแล้วคล้ายห้องจะกว้างกว่าที่เคย


    วันนี้โทรุไม่ได้ไปรับหลาน เนื่องจากว่าต้องมางานแต่งงานของเพื่อน ถือโอกาสไลน์ไปหาคุณครูด้วยซะเลย แอดมาซักพักแล้วแต่ไม่รู้จะคุยอะไร


    เพื่อนของเขาเป็นเจ้าสาว นางเอกของงานวันนี้ ดูสวยกว่าทุกครั้งที่เจอ ออร่าความสุขแผ่ออกมาจนสัมผัสได้ น่ายินดีจริงๆ


    "โทรุ มาคนเดียวเหรอ" เจ้าสาวแหย่เขา


    "จะมากับใครล่ะ" เขายิ้มขำ


    "มีสาวๆอยากรู้จักนายเยอะแยะเลยนะ" เธอควงแขนเขาหลวมๆ โทรุจิ้มหน้าผากเจ้าสาวคนสวยเบาๆ


    "ยุ่ง...ไง" โทรุชกไหล่เจ้าบ่าวแทนการทักทาย


    "มือน่ะมือ" ชายหนุ่มท้วงยิ้มๆ


    "ทำเป็นหวง" โทรุแหย่กลับ


    "ทำไมมาคนเดียวได้"


    "ทำไมถามเหมือนกันหมด" คนตัวสูงถอนหายใจหน่ายๆ


    "แหม มันต้องมีซุกไว้บ้างล่ะว้า หน้าตาก็ดี" เพื่อนๆเริ่มมารวมกันรอบๆตัวเขา


    "ไม่มีเว้ย" ระหว่างกำลังหยอกล้อกันโทรุก็เหลือบไปเห็นใครบางคนยืนเก้ๆกังๆอยู่หน้างาน เขาเบิกตากว้าง เดินเร็วๆเข้าไปหา คนตัวเล็กที่ใส่ชุดสูทกระพริบด้วยความประหลาดใจ


    "มาได้ไงครับ" ทั้งคู่พูดพร้อมกัน


    "เจ้าสาวเป็นเพื่อนกับผมเองครับ" โทรุยิ้ม เดินเคียงไหล่กันเข้าไปในงาน


    "โลกกลมจัง" ทากะยิ้มกว้าง


    "ถ้ารู้ว่าจะมางานเดียวกันก็ไปรับแล้ว/ถ้ารู้ว่าจะมางานเดียวกันก็ไม่ต้องนั่งรถไฟแล้ว"


    "งั้นขากลับ กลับด้วยกันนะ" โทรุสบตากับคุณครู


    "รบกวนด้วยครับ" ทากะโค้ง ไม่ปฏิเสธความหวังดี


    เพื่อนๆพากันมองคนสองคนที่ไม่น่าจะรู้จักกันซักนิดเดินคุยหนุงหนิงประหนึ่งโลกนี้มีเพียงเราสอง


    "หวัดดี" ทากะยิ้มเกร็งๆ


    "นึกว่าจะไม่ซะแล้ว" เจ้าบ่าวแซว


    "จะไม่มาได้ไง" คุณครูหัวเราะ ก่อนจะขยับไปกอดเพื่อน "ยินดีด้วยนะ"


    "ขอบคุณๆ ถ้าไม่ได้นาย ฉันคงยังไม่มีเมียซักที" ทุกคนหัวเราะครืน


    "เฮ้ยๆ ไปรู้จักกับโมริซังได้ไง" เจ้าสาวกระซิบถาม


    "ก็นู่นนี่นั่น" โทรุขี้เกียจเล่า


    "แล้วตะกี้นี้นะ วิ่งไปหาเขา หางกระดิกริกๆๆ" เพื่อนๆเจ้าสาวปิดปากหัวเราะคิกคัก


    "ยุ่ง" โทรุชักสีหน้าแบบไม่จริงจัง


    "สเปคโทรุเลยนี่ ตัวเล็ก น่ารัก ยิ้มหวาน เสียงเพราะ"


    "นู่น ไปได้แล้ว ผู้ใหญ่มาแล้วนั่น"


    โทรุพยักเพยิดไปทางแขกกลุ่มใหม่


    "ชิ แขกของป๊ากับม๊าทั้งนั้น เพราะต้องเชิญพวกนี้มาเลยจัดงานสนุกๆไม่ได้" เจ้าสาวพึมพำ


    "เสียมารยาทน่ะเธอ ค่อยจัดปาร์ตี้กันทีหลังก็ได้...ขอตัวก่อนนะ" เจ้าบ่าวลากเจ้าสาวที่หน้าหงิกจากไป ซักพักพวกเพื่อนๆก็แยกย้าย ทากะถอนหายใจโล่งอก


    "ดูเกร็งๆนะครับ"


    คุณครูยิ้มหวาน รับแก้วน้ำส้มมาจากมือคุณอาของนักเรียนเขา


    "นิดหน่อยครับ ก็โดนแซวนี่นา ความผิดโทรุซังเลย" เขาจิบน้ำส้ม รสชาติแปลกๆแต่ก็อร่อยดี


    "ก็ทากะดูงงๆ ผมก็นึกว่ามีปัญหาอะไร" หัวใจคนฟังเต้นกระตุกไปวูบ ทำไมเขาถึงไม่กล้าเดินเข้ามาน่ะเหรอ ก็เพราะโทรุอีกน่ะสิ


    ไม่ใช่ว่าเห็นโทรุเลยไม่กล้าเข้ามา แต่ว่าภาพเจ้าสาวที่ควงแขนโทรุในชุดสูท ทำให้เขาขาแข็ง ก้าวไม่ออก ในท้องมันวูบโหวงแปลกๆ แต่ตอนที่โทรุกึ่งเดินกึ่งวิ่งมาหาเขาก็นึกได้...เจ้าบ่าววันนี้คือเพื่อนเขาต่างหาก


    "หิวจัง" คนตัวโตพึมพำเบาๆ


    "ไปหาอะไรกินกัน"


    "มีแต่ของกินเล่น ไม่อิ่มเลย"


    ทากะอมยิ้มกับท่าทางกระปอดกระแปด


    "เห็นทากะแล้วอยากกินแกงกะหรี่จัง"


    "ติดใจเหรอ" คนทำกับข้าวยิ้มหวาน


    "อร่อยมากๆๆๆ"


    "ของเมื่อวานยังไม่หมดเลย ถ้าโทรุซังไม่ว่าอะไร--"


    "กินครับ!" ไม่รอให้เจ้าบ้านเชิญให้จบ โทรุก็โพร่งคำตอบสวนไป ทากะหัวเราะเสียงดังกับความกระตือรือร้นของคนตัวใหญ่


    มีคนชอบสิ่งที่เราทำ มันก็น่าดีใจ ดวงตาของทากะเป็นประกาย อบอุ่นไปทั้งใจ


    "อา อยากกลับบ้านแล้วเนี่ย" โทรุเอนหลังพิงกำแพง จิบไวน์แดงด้วยสีหน้าเบื่อๆ


    "อดทนหน่อยสิครับ งานมงคลของเพื่อนทั้งที" ทากะเอ็ด มือก็เอื้อมไปหยิบแก้วน้ำส้มจากบริกร


    "อืม ดูมีความสุขกันดีจัง" ร่างเล็กมองตาม


    "นั่นสิ" คุณครูอมยิ้ม ภาพบ่าวสาวอยู่ในสายตา ออร่าแห่งความสุขแผ่ออกมาจากร่างของทั้งคู่ พาให้บรรยากาศชื่นมื่น


    "กล้าหาญมากนะครับ ที่รับเอาใครซักคนเข้ามาเป็นส่วนนึงของชีวิต" โทรุพูดอย่างทึ่งๆ


    "เพราะเขามีค่ามากพอมั้งครับ" แววตาของทากะเต็มไปด้วยความยินดี "ทั้งสองคนลำบากมาเยอะพอแล้ว"


    "ทากะหน้าแดงๆนะ เป็นอะไรหรือเปล่า" โทรุโค้งเอวลงดูคนตัวเล็กให้ชัดๆ


    "อืม ร้อนนิดหน่อยนะครับ" คนหน้าแดงยิ้มจนตาเยิ้ม โทรุหยิบแก้วน้ำส้มมาจิบ...ชัดเลย


    "ดื่มไปกี่แล้วแล้วเนี่ย" ทากะส่ายหน้าดุ๊กดิ๊ก แต่ก่อนที่จะได้บ่น กลับถูกคนบนเวทีเรียกเสียก่อน


    "ขึ้นมาเร็วๆ" เจ้าสาวเร่งยิก


    จะเล่นอะไรอีกล่ะเนี่ย ไม่ได้เตี๊ยมไว้เลย โทรุจูงทากะตามไปด้วย ไม่กล้าทิ้งไว้คนเดียว กลัวจะโดนใครไม่รู้หิ้วไป


    "อะ" เจ้าบ่าวส่งกีตาร์โปร่งมาให้ ตามด้วยเก้าอี้จากพิธีกร โทรุรับมาด้วยสีหน้าเอือมระอา จู่ๆคนข้างๆก็หัวเราะคิกคัก


    "โทรุซังจะร้องเพลงเหรอ"


    "ทากะจะช่วยผมเหรอ"


    คุณครูยิ้มหวาน


    "ส่งไมค์มาสิ" มือเล็กรับไมค์มาจากเจ้าสาวที่มองมางงๆ


    "เพลงอะไรดี" โทรุถามยิ้มๆ อารมณ์ดีขึ้นมาทันตา ทากะป้องปากกระซิบข้างหู


    "เล่นได้ไหม"


    "ไม่มีปัญหา" โทรุตอบ จัดท่านั่งของตัวเองให้เรียบร้อย ทากะขยับเข้ามาใกล้ ยกมือให้สัญญาณ


    โน้ตตัวแรกดังขึ้น ไฟในโถงดับลงมืดสนิท เหลือเพียงแสงบนเวที


    แสงจากสปอร์ตไลท์ส่องลงตรงคู่บ่าวสาวที่จับมือกันแน่น บรรยากาศในงานเปลี่ยนเป็นหวานละมุนที่เจือไปด้วยความเร่าร้อนเล็กๆ


    ถ้าทากะไม่เมา คงไม่มีทางเลือกเพลงนี้แน่ๆ เพลงรักก็จริง แต่มันก็ชวนให้เขินนิดๆ แต่ก็เหมาะกับคู่แต่งงานดี


    โทรุมองแก้มแดงๆของคนข้างๆที่ดำดิ่งลงสู่เพลง


    แม้จะอยู่ในความมืด แต่ใบหน้าด้านข้างนั้นประทับลงในหัวใจเขาอย่างแนบแน่น อาจจะจ้องมากไปจนรู้ตัว ทากะจึงหันมาหาเขา สายตาสานสบ โทรุใจเต้นระทึกจนดีดผิดคอร์ด


    เพลงจบลง เสียงของทากะจางไปในอากาศช้าๆ แต่กลับสลักแน่นอยู่ในความทรงจำ บ่าวสาวกำลังจับมือยิ้มหวานฉ่ำอยู่ใต้แสงไฟ รอบๆยังมืดสนิท


    ร่างเล็กขยับมาใกล้ โทรุตัวแข็งทื่อ ริมฝีปากหนาประทับเข้าที่แก้มเขาหนักแน่น


    บางที...วิญญาณคงหลุดออกจากร่างตอนนี้นี่เอง


    มีความสุขจนตายมันเป็นแบบนี้นี่เอง


    แต่หลังจากนั้นก็ต้องสะดุ้งโหยง ทากะล้มพับลงมา เขาแทบจะโยนกีตาร์ทิ้งรีบรับร่างเล็กไว้ไม่ให้กระแทกพื้น เขาประคองทากะไว้ในอ้อมแขน พลิกตัวขึ้นมาดู กำลังหลับสบายเชียวแหละ พอเห็นว่าไม่เป็นอะไรโล่งอก เขาช้อนร่างเล็กขึ้นอุ้ม พาไปหลังเวที


    โทรุคงจะลืมไป ว่าถึงมันจะมืด แต่ก็ยังมีคนมองเห็นอยู่


    ปวดหัว...คุณครูคนดีเอาหน้าซุกหมอนนิ่ง ไม่ยอมกระติกตัว ดีที่เป็นวันหยุด สภาพคุณครูขี้เมาตอนนี้ไม่ควรให้เด็กๆเห็นเป็นที่สุด


    ใครจะไปรู้ว่าน้ำส้มนั่นเป็นค็อกเทล


    ระหว่างนอนโอดโอยอยู่บนเตียงก็ได้ยินเสียงเปิดประตู ทากะตัวแข็งทื่อ ห้องนี้เขาอยู่คนเดียว ถือกุญแจคนเดียว
    หรือว่าจะเป็นขโมย


    เขาคลานลงจากเตียงช้าๆ แอบย่องไปที่ประตู แล้วก็ต้องสะดุ้งโหยงเพราะคนข้างนอกเปิดเข้ามา


    "ตื่นแล้วเหรอครับ" โทรุกระพริบตาปริบๆมองคนตัวเล็กนั่งตาเหวออยู่ข้างประตู


    "หิวหรือยัง ผมซื้ออาหารเช้ากับยาแก้แฮงค์มา...อ้อ แล้วก็ขอโทษที่ถือวิสาสะเอากุญแจคุณมานะครับ" โทรุวางกุญแจลงบนมือทากะ


    "ไม่เป็นไรครับ" มือเล็กกำกุญแจอย่างงงๆ พอเขาส่งมือมาให้ก็วางลงไปง่ายๆ โทรุยิ้มขำ ดึงคนตัวเล็กขึ้นยืน


    "อาบน้ำก่อนไหมครับ"


    "อืม เอ่อ ก็ดี..ครับ"


    "งั้นผมขอใช้ครัวนะ"


    "เชิญครับ" ทากะมองตามเงาหลังโทรุไปมึน สุดท้ายก็ตัดสินใจว่าเอาน้ำราดหัวซักรอบก่อนค่อยว่ากัน…


    โทรุพับแขนเสื้อขึ้น จัดโต๊ะไปพลาง ฮัมเพลงไปพลาง วางชามที่มีโจ๊กที่ส่งกลิ่นหอมฉุยไว้บนโต๊ะ เทน้ำส้มลงในแก้วทรงสูง
    ทากะเดินออกมาจากห้องน้ำ เขาชะงักมือที่กำลังเช็ดผม กลิ่นหอมชวนหิวโชยมาแตะจมูก รู้สึกแปลกๆที่มีใครอีกคนอยู่ในห้อง แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่ชอบ


    เขาหยิบเครื่องดื่มแก้แฮงค์ขึ้นกระดกรวดเดียวหมด แล้วก็ต้องเบ้ปาก โทรุเปิดประตูเข้ามาเห็นคนตัวเล็กทำหน้าประหลาดๆพอดี เขากระแอมกลบเกลื่อน


    "อาหารเช้าพร้อมแล้วครับ" ทากะหันควับ คุณอาของนักเรียนเขายืนอยู่ตรงนั้น ยังแต่งตัวเหมือนเมื่อวานเป๊ะ ขาดแต่สูทตัวนอก แสดงว่าไม่ได้กลับบ้านเลย?


    "ขอบคุณครับ" คุณครูเอ่ยเสียงอ่อย รู้สึกอายนิดหน่อยที่ต้องให้คนที่เพิ่งรู้จักกันมาคอยดูแลแบบนี้


    โทรุเลิกคิ้วขึ้น อมยิ้ม ไม่ได้พูดอะไร แค่เดินออกไปให้เวลาทากะทำใจ


    "ไม่ได้กลับบ้านเลยเหรอครับ" ทากะถามระหว่างที่ทานอาหารเช้าด้วยกัน


    "กลับไปแล้วครับ ใกล้ๆแค่นี้เอง" ทากะร้องอ้อเบาๆ


    คุณอาของเด็กๆคลี่ยิ้มอย่างเอ็นดู อันที่จริง เขายังไม่ได้กลับไปหรอก ก็คนตัวเล็กนอนฝันร้ายเขานั่งเฝ้าอยู่ข้างๆทั้งคืน จนใกล้เช้านั่นแหละถึงจะหลับสนิท ส่วนเขาก็ได้งีบไปนิดหน่อย ก่อนจะลงไปซื้ออาหารเช้า


    แต่ตอนนี้ทากะก็ดูปกติดี คงลืมไปหมดแล้วว่าฝันถึงอะไร


    ทานข้าวก็ล้างจานให้ด้วย ทากะเกรงใจจนทำตัวไม่ถูก ห้องก็ห้องเขาเองแท้ๆ ยังต้องให้แขกทำนู่นนี่ให้ เกรงใจจนกลายเป็นความละอาย แต่พอโทรุมองมายิ้มๆก็ขัดเขินบอกไม่ถูก


    โทรุเข้าใจว่าคงทำให้เจ้าของห้องอึดอัดเสียแล้ว เมื่อทำอะไรเรียบร้อย รอดูจนแน่ใจว่าคุณครูไม่เป็นไรแล้วก็ขอตัวกลับ


    หลังจากวันนั้นโทรุก็ไม่ได้ติดต่อมาเลย เด็กๆก็มีคุณพ่อผลัดกันมารับ คุณครูเริ่มรู้สึกร้อนรนขึ้นทุกวันจนกลายเป็นกระวนกระวาย เขาทำอะไรผิดไปหรือเปล่า ถึงหายไปไม่เห็นหน้า หยิบโทรศัพท์ออกมาเปิดๆปิดๆอยู่อย่างนั้น เลื่อนผ่านชื่อของโทรุครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่กล้าส่งไลน์ไป ไม่เคยทักไปก่อนเลย


    แอบฟังที่เด็กๆคุยกัน เจ้า 2 คนนั้นก็ไม่รู้เหมือนกัน หรือว่าเป็นอะไร สุดท้ายก็เลยตัดสินใจทักไป โทรุตอบกลับมาเร็วมาก ไม่สิ กลายเป็นทักมาพร้อมกัน
    โทรุไม่สบาย ลุกไม่ไหว เป็นหวัดมา 2 วันแล้ว ไข้ขึ้นๆลงๆ มึนๆเบลอๆ ข้าวปลาก็ไม่ได้กิน ถามว่าคุณครูว่างไหม ช่วยซื้อข้าวกับยามาให้หน่อย


    ทันทีที่ส่งเด็กๆกลับบ้านครบทุกคน คุณครูทากะก็รีบบึ่งกลับบ้าน แท็กซี่ไม่เคยนั่ง ก็ได้ลองมันวันนี้นี่แหละ แวะซื้อยากับกับข้าวสำหรับทำข้าวต้ม


    กว่าจะไปถึงห้องของโทรุก็ค่ำแล้ว โทรุหน้าซีดขาว แต่ปากแดงก่ำ ไข้น่าจะสูงพอดู ตาปรือๆลืมแทบไม่ขึ้นแล้วด้วยซ้ำ ทากะรีบรุนหลังร่างสูงเข้าไปในห้อง


    เป็นครั้งแรกที่มาห้องโทรุ ไม่รู้ว่าปกติเป็นแบบนี้ไหม แต่ตอนนี้ห้องรกมาก เสื้อผ้าระเกะระกะ เอกสารกระจายเต็มไปหมด เขาจัดการประคองโทรุให้นอนบนเตียง ห่มผ้า แล้วก็เปลี่ยนผ้าผืนเลกบนหน้าผากให้


    "ขอบคุณครับ" เสียงทุ้มของโทรุแหบแห้ง


    ทากะส่ายหน้า รินน้ำอุ่นวางไว้ข้างเตียง "เดี๋ยวทานโจ้กนะ"


    "เอ่อ ครับ" โทรุกระพริบตางงๆ ทากะลุกขึ้นไปปิดม่าน ทำกับข้าว พอกลับมาโทรุก็หลับไปแล้ว ลมหายใจสม่ำเสมอ ตอนแรกก็ไม่อยากปลุก แต่พอเห็นว่าเสื้อผ้าของโทรุชุ่มไปด้วยเหงื่อ ก็ได้แต่ทำใจแข็ง


    "โทรุซังข้าวต้มเสร็จแล้วนะ" โทรุสะดุ้งเฮือก ไม่ชินกับการถูกปลุก


    "ทานข้า ทานยา แล้วก็เช็ดตัวนะครับ"


    โทรุขยับตัวจะลุกออกจากเตียง แต่ถูกมือเล็กกดไว้ คุณครูตั้งหมอนขึ้นจัดการให้นั่งพิงดีๆ แล้วก็เดินไปยกข้าวต้มในครัวมาให้ วางยากับน้ำอุ่นไว้ข้างเตียง คนป่วยมองตามดารเคลื่อนไหวอย่างเงียบงัน หัวใจเขาอุ่นวาบ เขาออกจากบ้านมาอยู่คนเดียวตั้งแต่วัยรุ่น ไม่ว่าอะไรก็ต้องดิ้นรนเอาเอง


    ไม่มีใครดูแลเขามานานแล้ว เพื่อนมีครอบครัวกันหมด เป็นไปได้ก็ไม่อยากรบกวน กับคุณครูเขาก็ชั่งใจแล้วชั่งใจอีก แต่เพราะอยู่ใกล้กันคงไม่ทำให้ลำบากมากนัก โทรุตักข้าวต้มเข้าปากเงียบๆ ทากะไม่ได้มองมาทางนี้เลย กำลังเก็บนู่นนี่เข้าที่ แผ่นซีดีเกลื่อนพื้น กระดาษที่ขยำทิ้งๆขว้างๆ ทากะนิ่วหน้า


    เพราะแบบนี้เลยไม่หายป่วยซักที ฝุ่นก็เยอะ อากาศไม่ถ่ายเท ข้าวก็ไม่ทาน ยาก็ไม่กิน หงุดหงิด ไม่ได้ดั่งใจเลย โดยพื้นฐานแล้วทากะเป็นคนช่างดูแล ขี้บ่น และจู้จี้ แต่โทรุคงยังไม่รู้ เขารอดูจนโทรุนอนเรียบร้อยแล้วก็เอาจานไปล้าง ยังดีที่ไม่มีจานเน่าๆในบ้าน ไม่งั้นเขาจะว้ากให้ยับเลย


    โทรุลืมตาขึ้นมาอีกทีก็เช้าแล้ว ไข้ลดลงแล้ว ตัวไม่หนัก หัวไม่ปวด คงเพราะได้รับยาและพักผ่อนเพียงพอ เขาลุกจากเตียงแล้วก็ยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น ห้องรกๆของเขาเปลี่ยนไปจนแทบจำไม่ได้ มันสะอาดเรียบร้อยเสียจนเขาเห็นห้องตัวเองเงาแว๊บ ร่างสูงเดินออกมาจากห้องนอน เขาเม้มปากคุกเข่าลงข้างโซฟา


    คุณครูนอนขดอยู่ตรงนี้ มีเสื้อคลุมอยู่บนไหล่ ท่าทางจะหนาว โทรุมองนาฬิกา คิดว่าน่าจะยังพอมีเวลา ถ้าเขาไปส่งที่โรงเรียนคงไม่นาน เขาตัดสินใจ เปลี่ยนผ้าปูที่นอนที่เต็มไปด้วยเหงื่อออก ช้อนร่างเล็กบางของคุณครูที่หลับสนิทไปวางบนเตียงที่หอมสะอาด ก่อนจะเปลี่ยนเสื้อผ้า ลงไปซื้ออาหารเช้า


    ทากะสะดุ้งตื่น เหลียวมองไปรอบๆด้วยความงุนงง จำได้ว่าเขางีบหลับที่โซฟา แต่ทำไมตื่นขึ้นมาบนเตียง พอกำลังจะออกจากห้องนอนประตูก็เปิดผางออก และก็เป็นโทรุที่ยืนอยู่ตรงหน้า เดจาวูอะไรขนาดนี้


    "ตื่นแล้วเหรอครับ/หายแล้วเหรอครับ" ทั้งคู่ชะงัก แล้วหัวเราะออกมาเก้อๆ


    "ดีขึ้นแล้วครับ ขอบคุณนะ"


    เป็นอีกครั้งที่ทั้งคู่ทานอาหารเช้าด้วยกัน


    "เดี๋ยวผมไปส่งนะ" โทรุบอกระหว่างเก็บจาน ทากะชั่งใจเล็กน้อยแล้วก็พยักหน้า ถ้าไปเองคงไม่พ้นสาย "ผมอาบน้ำก่อน"


    คุณครูขมวดคิ้ว "เพิ่งหายไข้นะครับ อย่าเพิ่งอาบเลย"


    "ผมจะรีบๆอาบแล้วกันครับ ไปทำงานสภาพเน่าๆแบบนี้ไม่ได้หรอก" ทากะจนใจ จะพูดอะไรได้


    เขาเก็บจานล้างระหว่างรอโทรุ ใช้เวลาไม่นานร่างสูงก็กลับมาในเสื้อเชิ้ตสีขาวเรียบๆ เข้าเอวเล็กน้อยทำให้ดูสูงเพรียว โทรุไปส่งเขาที่ห้อง จิบชารอ ทากะรู้สึกแปลกๆไม่น้อยกับความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูกนี้ เขาที่พึ่งพาตัวเองมาตลอดไม่เคยมีใครมานั่งคอย ไปรับไปส่ง แว้บนึงที่รู้สึกดี แต่ก็กลัว


    กลัวว่าจะติดใจ ทั้งความอบอุ่นที่ได้รับ การเอาใจใส่แบบเงียบๆ ความสะดวกสบายที่มีใครอีกคนมาเป็นที่พึ่ง กลัวว่าถ้าวันนึงสิ่งเหล่านี้หายไปแล้วเขาจะยืนไม่ไหว เศษซากของหัวใจที่ไม่เคยหายดีของเขาทนรับความผิดหวังครั้งที่สองไม่ได้หรอก เพราะฉะนั้นเขาจะไม่ให้ความอ่อนโยนของโทรุมาทำให้หวั่นไหว


    โทรุไม่ได้รับรู้ถึงกำแพงที่ทากะตั้งขึ้นมาด้วยซ้ำ อาจจะเพราะความมองโลกในแง่ดี เหรอเอ๋อจนไม่เข้าในสิ่งที่ทากะจะสื่อ แต่ไม่ว่าทากะเมิน หรือปฏิเสธความหวังดีของเขาก็ครั้ง โทรุก็ไม่เคยรู้สึกรู้สา เช้ามารับ พอบอกว่าไปเองได้โทรุก็แค่ลิกคิ้ว บอกว่าทางผ่าน แต่พอเขายืนกรานโทรุก็ไม่เซ้าซี้


    ราวกับว่าแค่ทางผ่านจริงๆ ตอนเย็นก็จะมาส่ง ไม่ใยว่าถูกบอกปัด เข้าเวรบ้าง ตรวจการบ้านนักเรียนบ้าง มีธุระบ้าง โทรุก็ยังถามทุกวัน วันนี้ก็เหมือนกัน


    "กลับด้วยกันไหมครับ" โทรุถามด้วยรอยยิ้ม...อย่างเคย ทากะเม้มปากด้วยความอึดอัด โทรุคิดยังไงกันแน่ เขาต้องการเว้นระยะห่าง


    บางทีโทรุอาจจะไม่ได้คิดอะไรกับเขา ถึงได้เยือกเย็นอยู่อย่างนี้ บางทีอาจจะเป็นเขาคนเดียวที่หวั่นไหว


    "ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมจะอยู่ดูข้อสอบของเด็กๆอีกหน่อย" ทากะยิ้มขื่นๆ โทรุนิ่งไปเล็กน้อย ก่อนพยักหน้าและจูงหลานๆออกไป


    ไม่เคยตื๊อ ไม่เคยเซ้าซี้ หรือจะเป็นแค่ความใจดีที่มีต่อทุกคนจริงๆ


    โทรุถอนหายใจเฮือก เขารู้ว่าคุณครูพยายามจะหลบหน้าเขา พยายามคิดแล้วคิดอีกว่าทำอะไรผิดไป แต่ก็ไม่มีนี่นา เขาก็ได้ทำทุกอย่างให้ปกติที่สุด บางทีคุณครูอาจจะรำคาญ เขาไม่อยากเซ้าซี้มากเกินไป กลัวว่าจะถูกเกลียด


    "คุณลุงทะเลาะกับคุณครูเหรอ" สาวน้อยถามอย่างเด็กหัวไว


    "เปล่าครับ" โทรุได้แต่ทอดถอนใจ ขนาดเด็กยังดูออก ว่าเขากับทากะมีปัญหากัน อยากจับมานั่งคุยเสียจริงๆ แต่อีกใจก็กลัวคำตอบที่จะได้รับ


    ถ้าคุณครูรำคาญเขา เกลียดขี้หน้าเขา เขาจะมีชีวิตอยู่ต่อไปยังไง สุดท้ายก็ได้แต่นั่งเครียดเพียงลำพัง


    ทากะไม่ได้รับรู้ความคิดของโทรุซักนิด เขาทำงานอยู่จริงๆ พยายามทำตัวให้ยุ่งเข้าไว้ จะได้ไม่ฟุ้งซ่าน แต่คงเพลินไปหน่อย ก็เลยอยู่จนดึกดื่น ออกจากโรงเรียนฟ้าก็มือตื๋อ บรรยากาศเงียบเหงาวังเวง เขาเดินออกมาช้าๆเพื่อไปขึ้นรถไฟ สังหรณ์ไม่ดีเลย เหมือนมีคนตามมา เขาเริ่งฝีเท้าขึ้น


    เสียงฝีเท้าสะท้อนก้องอยู่ในหู ลมหายใจกระชั้น มีคนตามมาจริงๆ แต่แถวนี้เปลี่ยวเหลือเกิน จะทำยังไงดี เขาเดินเร็วจนแทบจะวิ่ง แต่คนข้างหลังก็ตามมา ระยะห่างลดลงเรื่อยๆจนสัมผัสได้ มือเล็กกุมกันแน่นด้วยความเครียด ทำยังไงดีๆ ฝ่ามือร้อนจัดวางลงบนไหล่ ทากะหันกลับไปฝาดมือใส่เต็มแรง


    "ผมเอง" ฝ่ามือแข็งแรงคว้าข้อมือเขาไว้ ทากะเข้าอ่อนทรุดฮวบ แต่ได้โทรุคว้าเอวไว้ไม่ให้ล้มลงกับพื้น


    "มีคนตามคุณมา รู้ตัวไหมเนี่ย" โทรุกระชับอ้อมแขน "ทำไมกลับดึกนัก"


    "รู้ได้ยังไง" เสียงของทากะแหบพร่า


    "อย่าเพิ่งกลัว ผมไม่ได้ไปยืนอยู่หน้าตึกคุณหรอก ปกติเวลาคุณกลับบ้านต้องเดินผ่านตึกผมอยู่แล้ว แต่วันนี้ไม่เห็นกลับมาซักที เรียวตะบอกผมว่าช่วงนี้มีคนน่าสงสัยมาด้อมๆมองๆอยู่หน้าโรงเรียน ผมเป็นห่วงเลยมาดู" โทรุหยิบมือถือออกมา "พอมันเห็นผมก็วิ่งหนีไป"


    ทากะตัวสั่น ภาพในจอคือตัวเขาที่มีใครบางคนตามหลังอยู่


    "มันตามคุณมาตั้งแต่หน้าโรงเรียน คุณควรเปลี่ยนยามนะ ไม่ได้เรื่องเลย" โทรุส่ายหน้า


    "ใคร..." ทากะถามเสียงสั่น


    "ไม่รู้ครับ ผมมองไม่ทันจริงๆ ขอโทษนะ" ทากะส่ายหน้าระรัว จะโทษโทรุได้อย่างไร คนที่เป็นห่วงเขาจนออกมาตาม


    "ให้ผมไปส่งนะ"


    คราวนี้ทากะไม่ได้ปฏิเสธ ยอมนั่งรถไปกับโทรุแต่โดยดี หน้าเล็กๆยังซีดอยู่ มือชื้นเหงื่อกำเข้าหากันแน่น โทรุเหลือบมามอง แล้วตบรถเข้าจอดข้างทาง มือหนาวางลงบนมือเขา


    "ไปแจ้งตำรวจก่อนนะครับ" ทากะสบกับดวงตาที่มองมาอย่างเป็นห่วง เขาลังเลแต่สุดท้ายก็พยักหน้า


    เขาปล่อยให้โทรุจัดการทุกอย่าง


    รู้สึกว่าโชคดีเหลือเกินที่โทรุอยู่ตรงนี้ ไม่อย่างนั้นก็ไม่รู้ว่าเขาจะเป็นยังไงบ้าง ความรู้สึกหนาวเยือกยังคงเกาะกุมจิตใจ แต่พอเห็นแผ่นหลังกว้างของคนที่กำลังคุยกับตำรวจอย่างเคร่งเครียดคนนั้นหัวใจทั้งดวงก็อุ่นวาบ


    เป็นของเขาคนเดียวได้ไหมความใจดีของโทรุ เขาโลภได้ไหม ครอบครองไว้ได้ไหม


    ตำรวจให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี พวกเขาไปดูภาพจากกล้องวงจรปิดหน้าโรงเรียน มีคนแอบตามทากะอยู่จริงๆ ทั้งยังหลายวันแล้วด้วย แต่เขากลับไม่รู้ตัวแม้แต่น้อย ช่างเทคนิคซูมใบหน้าของคนน่าสงสัยให้ทากะดู แต่เขาส่ายหน้า ไม่รู้จัก คุณครูหน้าซีดเผือด มือสั่นระริกซ่อนไว้ข้างหลัง


    ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยกลับหลังพระอาทตย์ตก มันจึงตามไปได้ไม่ไกลนัก เพราะเส้นทางที่เขาใช้มีคนผ่านไปมาตลอด แต่ตอนค่ำกลับเปลี่ยวร้าง ถ้าโทรุไม่ได้สังเกตเขาจะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้


    โทรุมองคนตัวเล็กด้วยความเป็นห่วง เขาหลุบตาลง ถึงได้เห็นว่ามือน้อยที่จับกันอยู่ข้างหลังสั่นสะท้าน


    โทรุลังเล แต่เมื่อทากะไม่ทีท่าทีว่าจะหยุดสั่น เขาก็ยื่นมือไปกุมมันไว้ คุณครูเงยหน้าขึ้นมองอย่างตกใจ แต่เห็นว่าเป็นใครเขาก็ผ่อนลมหายใจ เป็นฝ่ายกระชับมือหนาไว้แน่น อุ้งมือของทั้งคู่แนบสนิท ไออุ่นจากมือโทรุส่งผ่านฝ่ามือที่เย็นเฉียบของเขา อุ่นระอุไปถึงหัวใจ


    เขาจะปลอดภัย


    คุณครูนั่งตรวจการบ้านอยู่ที่โต๊ะ ในขณะที่โทรุกำลังเล่นกับเด็กๆ โทรุเป็นสัตว์ประหลาดที่ถูกเด็กๆรุมตี เขาร้องโอดโอยแล้วล้มลงนอนแกล้งตาย ทากะส่ายหน้าอมยิ้ม


    "เซนเซย์ๆ" เด็กหญิงคนนึงวิ่งมาเขย่าแขนเขา "ลูกชายนุไม่ฉะบายค่ะ"


    ทากะลุกขึ้นปล่อยให้เด็กน้อยจับจูง


    คิดว่าเธอคงเล่นพ่อแม่ลูกกับตุ๊กตาอย่างเคย ที่ไหนได้ลูกชายของเธอกลับเป็นสัตว์ประหลาดที่นอนพังพาบอยู่ที่พื้น


    "เซนเซย์ ผมเจ็บมากเลยครับ" โทรุครางเสียงอ่อน


    "เจ็บตรงไหนเหรอครับ" เพื่อไม่ให้เด็กๆผิดหวัง คุณครูก็ได้แต่คุกเข่าลงข้างๆสัตว์ประหลาด


    "ตรงนี้ครับเซนเซย์ เจ็บมากเลย"


    แก้มนวลขึ้นสีเรื่อ โทรุดึงมือเขาไปวางแปะบนอกข้างซ้าย


    "เป็นโรคหัวใจครับ ต้องการความรักจากเซนเซย์ โอ้ย--" โทรุกลิ้งหนีมือน้อยแต่แรงไม่น้อยที่หยิกเนื้อเขา เด็กๆหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน ทากะมองค้อน แต่แก้มแดงจนฟ้องความรู้สึกที่แท้จริงออกมา โทรุยิ้มอย่างได้ใจ


    "เซนเซย์ใจร้าย ทำคนป่วยได้ยังไง" โทรุโอดท่ามกลางเสียงสนับสนุนของเด็กๆ


    คุณครูทำหน้าบึ้งกลบเกลื่อนอาการเขิน


    "ผมเจ็บจริงๆนะ จะตายแล้วเนี่ย ผายปอดให้หน่อยเร็ว" โทรุชักดิ้นชักงอ กระเถิบมาอยู่บนตักคุณครู ทำปากจู๋ พริ้มตาหลับ


    "ทะลึ่ง ต่อหน้าเด็กๆ" ทากะตีหน้าผากคนบนตัก


    "แปลว่าถ้าลับหลังเด็กๆทำได้ใช่ไหมครับ" โทรุดึงมือที่ประทุษร้ายเขามาจูบเบาๆ


    "ทะลึ่ง" มืออีกข้างที่ว่างบิดเอวโทรุแรงๆจนคนตัวโตร้องโหยหวน สร้างเสียงหัวเราะขำขันให้เด็กๆ


    หลังจากส่งคุณครูและทานมื้อเย็นด้วยกันโทรุก็กลับห้อง เขาฮัมเพลงควงกุญแจรถอย่างอารมณ์ดีไปตลอดทาง แต่จู่ก็มีคนออกมาขวางหน้าเขา บรรยากาศไม่น่าไว้ใจ


    "อย่ายุ่งกับทากาฮิโระ!" ทันเงยหน้าขึ้น เขาจำได้ทันที มันคือคนที่คอยตามทากะนั่นเอง ที่ไม่เจอมันอีกเพราว่ามันเลิกตามทากะแล้วมาตามเขานี่เอง


    เพราะมัวแต่ตกใจจึงไม่ทันระวัง มันพุ่งเข้ามา ช่วงท้องเสียววาบ โทรุงอตัวลง เลือดไหลย้อมมือของเขาที่กุมมีดซึ่งเสียบคาพุง


    "อย่ายุ่งกับทากาฮิโระ ไม่งั้นแกตายแน่!" สตอล์กเกอร์ทิ้งท้ายก่อนจะหนีไป


    โทรุทรุดฮวบลงกับพื้น เลือดไหลเจิ่งนอง เจ็บจนชา สายตาพร่าเลือนลงทุกที ก่อนสติจะดับวูบ


    ลืมตาขึ้นมาในห้องขาวๆ คิดว่าคงเป็นโรงพยาบาล เพราะจำได้ว่าโดนแทง หรืออาจจะเป็นสวรรค์ ก็มีเทวดาอยู่ด้วยนี่นา คุณเทวดาที่พอเห็นเขาตื่นขึ้นมาก็ร้องไห้น้ำตานองหน้า


    "อรุณสวัสดิ์ครับ" สิ้นเสียงแหบแห้งคุณเทวดาก็ปล่อยโฮ ซบอยู่ข้างๆเขา โทรุพยายามจะลูบหัวปลอบ แต่แค่ยกมือขึ้นแผลก็เจ็บจี้ด


    "หมอบอกว่าช้าอีกนิดเลือดจะหมดตัวตายแล้ว" ทากะหน้ามุ่ย เช็ดน้ำตาป้อยๆ โทรุได้แต่นอนนิ่งๆไม่กล้าขยับตัวส่งเดช กลัวเจ็บ


    "แล้วก็จับหมอนั่นได้แล้วนะ"


    "อ้อ ดีจัง แบบนี้ก็ไม่ต้องห่วงทากะแล้ว" โทรุยิ้มยิงฟัง


    "ห่วงตัวเองเถอะ!" ทากะดุเสียงห้วน


    "ก็ไม่เป็นไรแล้วนี่ไง"


    คุณครูแนบหน้ากับเตียง สบตากับคนเจ็บที่มองมางงๆ


    "ครับ?" โทรุพลิกตัวนอนตะแคงช้าๆ


    "นึกว่าจะตายซะแล้ว" นิ้วเรียวจิ้มแก้มสากแรงๆ


    "ไม่ตายง่ายๆหรอก ก็ทากะยังไม่รับรักผมเลยนี่" เขาทำแก้มตุ่ย


    "หายไวๆสิ" ทากะว่าเสียงแผ่ว หน้าขึ้นสีเรื่อ ตาปรือๆของโทรุเบิกกว้าง


    "พูดจริงเหรอ"


    "ไม่รู้สิ"


    เพราะว่าไม่โดนจุดสำคัญโทรุจึงฟื้นตัวเร็วมาก แค่ 2 วันก็ออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว คุณพ่อของตี๋น้อยมารับ อยู่คนเดียวก็ทำอะไรไม่สะดวก แต่จะไปอยู่กับเพื่อนก็ไม่ได้ คุณครูอึกอัก 2-3 รอบแล้วก็อ้อมแอ้มถาม


    "ถ้าไม่รังเกียจ มาอยู่ห้องผมก่อนก็ได้" โทรุเอ่ยเกรงใจซักหลายคำก่อนจะพยักหน้าตกลง


    กลางวันคุณครูต้องไปโรงเรียน ทิ้งคนเจ็บไว้ที่ห้องคนเดียว ก็จะกระวนกระวายอยู่ซักหน่อย พักกลางวันก็โทรเช็ค ทานข้าวหรือยัง ที่เตรียมไว้อุ่นเป็นไหม ระหว่างคาบก็แชทไป เจ็บแผลหรือเปล่า นอนได้ไหม พอไม่เห็นคนก็ออกอาการวิตกจริต แสดงความเป็นห่วงจนอีกคนยิ้มแก้มปริ


    ที่จริงโทรุก็ไม่ได้น่าเป็นห่วงขนาดนั้น อาจจะขยับไม่สะดวกอยู่บ้างเพราะแผงตึงเปรี๊ย ขยับแล้วเจ็บ ยังทานอาหารเองได้ เดินไปห้องน้ำเองได้แม้จะทะลักทุเลไปหน่อยก็เถอะ และที่สำคัญคือยังทำงานได้อยู่


    ภาพที่ทากะเห็นตอนกลับมาถึงห้องคือคุณอากำลังเคาะโน้ตบุคหน้าเคร่งอยู่บนเตียง


    "ทำอะไรอยู่"


    "พอดีมีคนเมลงานมา" โทรุตอบโดยไม่เงยหน้า เลยไม่เห็นหน้ามุ่ยๆของคนถาม


    "หมอบอกว่าอย่าขยับตัวมากไม่ใช่เหรอ มันกระเทือนแผล"


    "แป๊บเดียว งานสำคัญ"


    "สำคัญกว่าตัวเอง?" เสียงดุห้วนอยู่ใกล้มาก โทรุหันไปมองช้าๆ สันหลังเย็นวาบ


    ทากะกอดอกหน้ามุ่ย ในมือถือถุงยาสำหรับทำความสะอาดแผล


    ซวยแล้ว


    "เจ็บๆๆๆๆ เบาหน่ยบอย โอ้ย!" โทรุร้องลั่นขณะที่ทากะกำลังเช็ดไปรอบๆแผล คนตัวเล็กขมวดคิ้วงุ่น ก้มหน้าก้มตาทำภารกิจ ปากก็บ่นไปด้วย


    "ทีอย่างนี้ละทำโวย เมื่อกี้แลปท็อปจะทับแผลอยู่แล้ว"


    "ขอโทษครับ ต่อไปจะเอาโต๊ะ..มา...ตั้ง" โทรุหดคอ เสียงแผ่งลงเรื่อยๆ เพราะสายตาเขียวปั๊ดที่ทากะส่งมา


    "แผลหายแล้วค่อยทำไม่ได้เหรอ" คุณครูจัดการปิดแผลแล้วดึงเสื้อลงมาปิดหน้าท้องที่มีกล้ามเนื้อเรียงกันสวยอย่างเบามือ


    "แค่งานนี้งานเดียวเอง มันเป็นงานที่ผมทำค้างไว้" โทรุดึงมือเล็กมากุม "เสร็จจากงานนี้แล้วจะนอนอยู่เฉยๆจนแผลหายเลยนะ"


    ทากะหลุบตาลง ความจริงเขาก็ไม่ได้มีสิทธิอะไรไปห้ามโทรุ


    ก็แค่...เป็นห่วง ภาพโทรุที่ซีดเผือดไปทั้งตัวยังติดตาเขาอยู่เลย ช่วงเวลาสองวันที่คนตัวโตหลับสนิท เขากลับหลับไม่ลง


    ...กลัวจะหายไป


    ทากะรู้ดีว่าการเอาหัวใจไปผูกไว้กับใครซักคนมันเป็นบ่อเกิดของความทุกข์ แต่ขณะเดียวกันก็เป็นความสุข อบอุ่นในหัวใจ


    "ทากะ ผมไม่เป็นไร...นะ จะกลับไปเล่นกับเด็กๆได้เหมือนเดิม เชื่อสิ...ได้ไหม" จะไม่ทิ้งให้อยู่คนเดียว...โทรุสัญญาอยู่ในใจ ต่อดวงตาที่โดดเดี่ยวและแสนเศร้าคู่นั้น


    "อืม เด็กๆเป็นห่วงกันใหญ่เลย" ทากะแกว่งมือที่กุมกันอยู่ ไออุ่นที่ส่งผ่านมาบอกเขาว่าโทรุยังอยู่ตรงนี้ ไม่ได้หายไปไหน


    "งั้นพรุ่งนี้โทรไปดีไหม" คุณครูคิดเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้า


    "คุณอาา" เสียงเด็กเจี้ยวแจ้วออกมาจากลำโพง โทรุยิ้มกว้างอย่างยินดี คุณครูคนน่ารักก็อยู่ในจอด้วย กำลังถือโทรศัพท์อย่างยากลำบากเพราะถูกเด็กๆเบียด


    คุณอาๆ เจ็บไหม จะตายไหม เป็นอะไรไหม เสียงเล็กแย่งกันถาม โทรุค่อยๆตอบอย่างอดทน รอจนโทรุสัญญาว่าหายแล้วจะกลับไปเล่นด้วยถึงได้แยกย้ายกันไป


    "ทานยาตรงเวลาหรือเปล่า" ทันทีที่เหลือกันสองคน รอยยิ้มอ่อนโยนของคุณครูก็หายวับ กลายเป็นเข้มงวดขึ้นมาทันที คุณอาของเด็กๆทำหน้าจ๋อย ผิดครั้งเดียวจำฝังใจเลยสินะ เขาแค่ทำงานเพลินไปหน่อย เลยลืมกินยาเท่านั้นเอง


    "กินแล้ว" เขาตอบเสียงอ่อนอ่อย "งานก็ไม่ได้ทำ นอนเป็นผักอยู่บนเตียงทั้งวันเลย"


    คุณครูพยักหน้าอย่างพึงพอใจ บอกลา แล้วก็ตัดสาย ไม่ทันได้เห็นหน้างอๆของคนที่นอนเป็นผักอยู่ในห้อง


    คุณครูกำลังคิดว่ามื้อเย็นวันนี้จะทำอะไรดี ตั้งแต่มีคนทานอาหารเย็นด้วย เขาก็มีความสุขกับการทำอาหารเพิ่มขึ้นไม่น้อย คุณอาของเด็กๆกินเก่งนัก แถมยังไม่เรื่องมาก ทำอะไรก็กินได้หมด เลี้ยงง่าย


    กว่าโทรุจะหาย ก็กลายเป็นตัวขี้เกียจ ถึงเวลาย้ายกลับห้องตัวเองก็นอนก่ายหมอนข้างไม่ยอมลุก คุณครูยืนเท้าสะเอวอยู่หน้าเตียง แต่เรี่ยวแรงน้อยนิดไม่อาจลากผู้ชายตัวโตๆโยนออกไปนอกห้องอย่างใจนึก


    "เดี๋ยวต้องกลับซื้อข้าวกินแบบเมื่อก่อนแล้วสิเนี่ย" เสียงทุ้มเอ่ยลอยๆ ทากะถอนหายใจ


    "ตะกละ"


    โทรุทำหน้าบึ้งเหมือนเด็กๆ "ทากะไม่เข้าใจหรอก ก็ทากะมีของอร่อยกินทุกวัน"


    "ทำไม" คุณครูก้มลงคุยกับเด็กโข่ง "กลับไปแล้วจะไม่มากินข้าวด้วยกันอีกเหรอ"


    "ได้เหรอ" ตาปรือๆแปล่งประกายวาววับ


    "ทำไมไม่ได้ล่ะ" คนตัวเล็กกระพริบตาช้าๆ


    "่ฮื้มม ดีจัง" โทรุกระตุกมือทากะโดยไม่ทันตั้งตัว


    ร่างเล็กปลิวหวือลงมาแปะที่เตียง บนอกคนร้ายที่ดึงเขาลงมา ถูกกอดเต็มรัก แต่แผลหายแล้ว ไม่มีจุดที่ทำให้ใจอ่อนอีก ทากะฟาดแผ่นอกที่เขาซบอยู่แรงๆจนโทรุร้องโอดโอยแต่ก็ไม่ยอมปล่อยมือ


    "ปล่อยได้แล้ว" เสียงหวานเหวทั้งที่หน้าแดงจัด


    "จะไม่ตื่นมาเจอทากะแล้ว"


    "ไม่ได้กู้ดไนท์แล้ว"


    "เหงาแย่เลย"


    เด็กโข่งจอมงอแง อย่าคิดว่าเขาจะใจอ่อนเชียว กลับห้องไปเลยนะเจ้าคนชอบเอาเปรียบ


    ใกล้คริสต์มาสแล้ว ทางโรงเรียนมีการจัดงานเลี้ยงแต่ละห้อง แต่ละบ้านอาหารมาทานกัน โดยอนุญาตให้ผู้ปกครองเข้าร่วมกิจกรรมด้วยได้ แน่นอนว่าโทรุไม่พลาดมาร่วมแจมด้วย เขาซื้อขนมกับเค้กแล้วก็น้ำหวานมา รวมทั้งเครื่องประดับน่ารักๆอย่างหมวกด้วย


    แน่นอนว่าแต่ละห้องถูกประดับตกแต่งโดยฝีมือของนักเรียน โทรุเองก็มีส่วนร่วมกับการแต่งห้องครั้งนี้ด้วย ซึ่งคุณครูชอบใจมากที่มีคนมาช่วย จะได้ไม่เหนื่อย ตอนกลางคืนเขายังต้องทำเค้กให้เด็กๆอีก


    ภาพคุณครูในผ้ากันเปื้อโทรุเห็นบ่อยจนเริ่มชิน แต่ก็อดไม่ได้ที่จะมองตาม น่ารักจัง


    "ทำไมเป็นแซนตี้ล่ะ"


    "อ้าว ก็คริสต์มาสนี่"


    "ไม่ใช่อย่างนั้น"


    "แล้วอย่างไหน"


    "แล้วทำไมโทรุเป็นซานต้า"


    "แล้วจะให้ผมเป็นแซนตี้เหรอ"


    "ถึงได้ถามไงว่าทำไมผมต้องแต่งเป็นแซนตี้!" คุณครูเสียงดังอย่างเหลืออด ในขณะที่อีกคนหัวเราะร่วนอย่างน่าหมั่นไส้
    ทากะเบะปาก มือจับชายกระโปรงสั้น ไม่ชินเลย


    "โทรุจะมาแย่งชุดทำไมเนี่ย"


    "ทากะใส่ได้ที่ไหน ตัวแค่นี้" โทรุยีหัวทากะที่หน้ามุ่ยขึ้นเรื่อยๆ


    "น่าอายจะตาย" เสียงหวานบ่นอุบอิบ


    "น่าอายตรงไหน น่ารักออก"


    "โดนบอกว่าน่ารักไม่เห็นจะน่าดีใจ" ปากว่าแบบนั้นแต่แก้มก็ขึ้นสีเรื่อๆ


    "น่ารักจนไม่อยากให้คนอื่นเห็นเลย" ปลายนิ้วแตะลงบนริมฝีปากอิ่ม


    "งั้นเปลี่ยนกลับ"


    "ขอถ่ายรูปก่อน" โทรุล้วงมือถือออกมา


    "ไม่ๆๆๆ ออกไปเดี๋ยวนี้เลยจะเปลี่ยนชุด" คุณครูรีบรุนหลังคนตัวโตออกจากห้อง เปลี่ยนมาใส่ชุดธรรมดาด้วยความโล่งอก พอออกมาจากห้องก็เจอโทรุกำลังคุยกับคุณครูห้องข้างๆ


    "อะ ออกมาพอดี ทากะครับ เขาอยากยืมชุดแซนตี้น่ะ"


    "อ๋อ ได้สิครับ"


    ทากะเริ่มคิดว่าตัวเองคิดผิดทีให้ยืมชุดไป เขายืนหงุดหงิดงุ่นง่านอยู่ในห้อง เด็กๆกับผู้ปกครองลากโทรุออกไปตั้งแต่แรก ร่างสูงยืนถ่ายรูปคู่กับคุณครูสาวที่ใส่ชุดแซนตี้


    โทรุยืนตัวแข็งทื่อ ทำท่าตามที่เด็กๆสั่ง สันหลังเย็นวาบๆ เหมือนมีใครจ้องอยู่


    ช่วยไม่ได้นี่นา ก็แต่งมาเสียเต็มยศ


    "เซนเซย์ขา คุณอาโทรุโดนขโมยไปแล้วนะ" เด็กนักเรียนในห้องยืนล้อมคุณครูตาแป๋ว


    ทากะอึกอัก "เดี๋ยวก็กลับมาแล้วแหละ" ...มั้ง เขาก็ไม่แน่ใจเท่าไหร่ ตากลมเหลือบไปมองคนในชุดแดงที่อยู่กลางวงล้อม
    หนุ่มหล่อสาวสวย...เหมาะสมกันดีนะ


    โทรุไม่รู้ซักนิดว่าตัวเองทำอะไรผิด ทากะไม่คุยกับเขาเลยตลอดทางกลับบ้าน บรรยากาศมาคุไปหมด ถามอะไรก็ตอบอือๆอาๆ แล้วแบบนี้เขาจะชวนไปเดทยังไง เขากลั้นใจถาม


    "ทากะ ไปหาอะไรทานข้างนอกไหม"


    "อืม"


    "อยากกินอะไรหรือเปล่า"


    "อะไรก็ได้" โทรุอยากจะเอาหัวโขกพวงมาลัยนัก เขาทำอะไรให้โกรธเนี่ย


    อุตส่าห์จองโต๊ะโรงแรมหรูไว้ บรรยากาศดี อาหารอร่อย แต่ทากะกลับนั่งเหม่อ เขี่ยข้าวในจานไปมา โทรุเม้มปาก ถอนหายใจ


    "ทากะรำคาญผมหรือเปล่า" ร่างสูงเอนหลังพิงพนัก แขนท้าวโต๊ะ กับข้าวแทบไม่พร่อง


    ทากะกระพริบตาช้าๆ คล้ายจะคิดตามไม่ทัน


    "ถ้าไม่ชอบก็บอกตรงๆได้ไหม เงียบแบบนี้ผมไม่เข้าใจหรอก"


    "ทำไม เหนื่อยแล้วเหรอ" ทากะยิ้มนิดๆแต่แววตาหมองลง


    "ถ้าเหนื่อยผมจะมานั่งอยู่กับทากะตรงนี้เหรอ" ร่างสูงโน้มเข้าหา คิ้วขมวดมุ่น "ผมอยากให้ทากะยิ้มนี่นา" เขาเอื้อมมือไปกุมมือเล็ก ทากะหลุบตาลงมองมือข้างนั้น มือใหญ่ อบอุ่น เขาคู่ควรแล้วเหรอ ทากะชักมือออก โทรุรีบกุมไว้แน่น


    "ทากะรังเกียจเหรอครับ" เสียงทุ้มแผ่วมาก ทั้งยังสั่นเครือ


    ทากะส่ายหน้าผมกระจาย


    "ถ้าอน่างนั้น..เพราะอะไรครับ หืม?" โทรุดึงมือน้อยมาจรดที่ริมฝีปาก ไล่จูบทีละนิ้วๆ อย่างอ้อยอิ่ง สายตาคมกล้าไม่คลาดจากคุณครูที่ก้มหน้างุด คางชิดอกแม้แต่วินาทีเดียว


    ทากะเหลือบตามอง แก้มแดงระเรื่อ


    "ทากะคิดอะไรอยู่ บอกผมได้ไหม" คุณครูหลบตา ส่ายหน้าศีรษะอีกครั้ง


    "ไม่เป็นไร ไว้ทากะอยากบอกค่อยบอกก็ได้ แต่อย่าเมินผมเลยนะ" โทรุแนบแก้มกับอุ้งมือน้อย


    "ขอโทษ" ทากะพึมพำ


    "ไม่เป็นไร ไปเดินเล่นกันดีไหมครับ"


    "ไปสิ" ทากะลุกขึ้น ปล่อยให้โทรุกุมมือไว้แบบนั้น


    แสงไฟประดับประดาเต็มท้างถนน โทรุจูงมือทากะเดินไปช้าๆ อากาศค่อนข้างหนาว เขากระชับมือน้อย ทากะก้มหน้าก้มตาเดิน เหลือบมองคนข้างๆบ้งเป็นครั้งคราว ไฟหลากสีสาดกระทบใบหน้าหล่อเหลา เผยให้เห็นเหลี่ยมมุมชัดเจน ทากะหยุดเดินกระทัน ร่างสูงก็หยุดตาม โทรุหันกลับมา เขามองคุณครูอย่างตั้งใจ เฝ้ารอ


    ทากะสบสานสายตา เขาลังเล ไม่มั่นใจ มือน้อยถูกดึงออกจากอุ้งมือใหญ่ โทรุมองตามมันไป แววตาสั่นไหวด้วยความกลัว ทากะวางมือข้างนั้นลงบนเอวสอบ รู้สึกเลยว่าโทรุสะท้านไปเล็กน้อย เขาก้มหน้ายิ้ม กอดเอวโทรุแน่น แนบหูกับอกข้างซ้าย เสียงหัวใจเต้นระรัว ทว่าหนักแน่น สะก้อนก้องอยู่ในหู ในหัวใจ


    มือของโทรุสั่น เขากอดตอบด้วยความไม่แน่ใจ แต่พอคนตัวเล็กกระชับอ้อมแขน เขาถึงได้รั้งร่างน้อยเข้ามาแนบชิด ซบลงบนบ่าเล็ก สูดกลิ่นกายเข้าไปเต็มปอด หอมเย็น สบายใจ
    ไม่มีคำพูดใดๆระหว่างทั้งสองคน มีเพียงอ้อมกอดและไออุ่นที่มอบให้แก่กัน


    "โทรุชอบผู้หญิงแบบนั้นเหรอ" ทากะถามเสียงอู้อี้


    "หืม? หมายถึงสเปคเหรอ"


    "อืม จะว่าแบบนั้นก็ได้" โทรุนิ่งไปเล็กน้อย หัวใจเต้นช้าลง สงบ เขาดันตัวออกช้า ถอดถุงมือทั้งสองข้าง ประคองดวงหน้าเล็กๆที่เขาเฝ้ามองอยู่เสมอไว้กลางฝ่ามือ


    นิ้วเรียวสวยลากช้าๆจากหน้าผากมน


    "ทากะมีไรผมตรงนี้"


    "คิ้วของทากะสวยเสมอเลย" เขายิ้มให้กับหน้าแดงๆของทากะ


    "ขนตาทากะก็ยาวมากเหมือนกัน" โทรุแตะเบาๆที่ขนตองอนสวย


    "ตาของทากะสวยมาก ทั้งกลมโต ทั้งสุกใส เหมือนบรรจุดาวนับล้านไว้ในนั้น แค่ทากะมองผม ไม่ว่าจะเรื่องอะไรผมก็ยินดีทำให้ทั้นนั้น"


    "จมูกโด่งรั้นนิดๆที่บอกทากะเป็นคนดื้อ"


    "แก้มใสๆที่แกล้งนิดแกล้งหน่อยก็เปลี่ยนสี เวลาโกรธก็พองลม...บางทีทากะคงไม่รู้ตัวว่าน่ารักมากแค่ไหน"
    "ริมฝีปากที่ทากะชอบตำหนิว่าหนาบ้างแห้งบ้าง" ทากะมองค้อน "ที่จริงมันนิ่มมาก เวลามันโค้งขึ้นเป็นรอยิ้มสดใส รอบๆตัวทากะก็พลอยสดใสไปด้วย ผมก็ด้วย" หัวแม่มือของโทรุไล้ริมฝีปากนุ่มช้าๆ


    "เสียงของทากะเพราะมอง เวลาพูด เวลาร้องเพลง เวลาดุเด็กๆ เวลาดุผม" คำสุดท้ายเขาลดเสียงลงเป็นกระซิบ เสียงทุ่มพร่าสั่นนิดชวนให้เขินอย่างบอกไม่ถูก


    "ทากะชอบบ่นว่าตัวเล็ก ที่จริงก็ชอบนี่ครับ แต่งตัวง่าย แบบไหนก็ออกมาดูดี" โทรุรวบร่างเล็กมากอดอีกครั้ง


    "สเปคของผมคือคนที่มีไรผมตรงนี้" โทรุจุมพิตหน้าผากมน


    ไล่ลงมาที่คิ้วเรียวสวย "คนที่กันคิ้วเก่งๆ"


    ดวงตากลมโต แพขนตาสั่นระริก "คนที่มีตากลมๆ ที่ชอบอ้อนไม่รู้ตัว"


    ปลายจมูกที่เชิดขึ้นน้อยๆ "คนที่ชอบย่นจมูกเวลาดื้อ"


    แก้มเนียนใสที่บัดนี้แดงก่ำท่ามกลางแสงไฟ "คนที่แก้มหอมๆเหมือนเด็ก"


    เขาผละออกมา ยิ้มอย่างอ่อนโยน ทากะสบตาอย่างเขินอาย ก่อนพริ้มหลับลงเมื่อโทรุก้มลงมาอีกครั้ง ริมฝีปากของทั้งคู่สัมผัสกัน นุ่มนวล แผ่วเบา

    หิมะโปรยปรายลงมาช้าๆและเงียบงัน คล้ายเป็นการอวยพรแด่คนทั้งคู่


    "ผมชอบทั้งหมดที่เป็นทากะ ทั้งหมดเลย"



    ช่วงนี้งานเยอะมากจนไม่ได้ไปรับหลานๆ มื้อเย็นก็โยนเข้าเวฟเอา ไม่ได้เจอคุณครูมาหลายวันแล้ว แต่ก็โทรคุยกันทุกวันล่ะนะ คุณครูเองก็ยุ่งๆอยู่ไม่แพ้กัน


    โทรุถอดแว่นป้องกันแสงออก นวดหว่างคิ้วอย่างล้าๆ กำลังอยากได้ยินเสียงหวานๆมาเป็นกำลังใจ สมาร์ทโฟนก็สั่นครืด หน้าจอโชว์ชื่อคนที่เขาคิดถึง


    โทรุรับอย่างรวดเร็ว


    "อยู่ไหน" เสียงหวานปนหอบนิดๆ ฟังดูลนลาน โทรุยืดตัวตรง


    "ที่ห้อง"


    "เหมือน...เหมือนมีคนแอบตามเรามา"


    ร่างสูงลุกพรวด หยิบเสื้อคลุมที่พาดส่งๆไว้แถวนั้นมาใส่ "อยู่ไหน จะไปเดี๋ยวนี้แหละ"


    "จะถึงอพาร์ทเม้นโทรุแล้ว"


    "ระวังตัวด้วยนะ" โทรุบอกด้วยความเป็นห่วง


    "อื้อ"


    วางสายแล้วทากะก็เดินลิ่วๆ ไม่กล้าหันไปมองข้างหลัง มือกำเข้ากัน ชื้นเหงื่อยเย็นเฉียบ เขาเร่งฝีเท้า มันก็เร่งด้วย ไหล่ถูกคว้าจับ แต่ครั้งนี้รู้ดีว่าไม่ใช่โทรุ ทากะกัดฟัน หลับตาปี๋ วิ่งหนีมันดื้อๆนี่แหละ


    เพราะไม่ได้มองทางเลยชนปั้กเข้ากับอะไรซักอย่าง พริบตาถัดมาร่างกายก็คลายลง


    ตัวเบา ใจสงบ กระทันหันจนเข่าอ่อน


    โทรุประคองร่างเล็กไว้ในอ้อมแขน สีหน้าเครียดเขม็งจดจ้องคนที่ทำให้คุณครูที่น่ารักของเขาหวาดกลัว


    "อะ...เอ่อ ขอโทษครับ ไม่คิดว่าจะทำให้เซนเซย์ตกใจขนาดนี้" ชายวัยกลางคนลูบท้ายทอยอย่างเขินๆ


    "มิคางามิซัง..." ทากะจับแขนโทรุเพื่อประคองตัวขึ้น


    "คือว่า..ผม...ผมอยากปรึกษาเซนเซย์เรื่องลูกชายน่ะครับ" คุณครูถอนหายใจอย่างโล่งอก


    "ถ้าอย่างนั้นก็ไม่เห็นต้องทำลับๆล่อเลยนี่ครับ"


    "ผมไม่รู้จะเข้าไปทักยังไง เหอะๆ ขอโทษด้วยนะครับ" ชายคนนั้นหัวเราะแห้งๆ


    "ถ้าอย่างนั้นก็ไปหาที่นั่งคุยกันเถอะครับ" ทากะยิ้ม


    "ใต้ตึกผมมีคาเฟ่อยู่" โทรุบอก


    "เอาเป็นที่นี่ก็ได้ นำไปสิ" โทรุโอบเอวทากะเดิน ยังหวาดระแวงยิ่งกว่าเจ้าตัวเสียอีก


    "ใครน่ะ" เสียงทุ้มกระซิบถาม


    "พ่อของมี่คุงไง" โทรุร้องอ้อเบาๆ มี่คุงคือนักเรียนในห้องของทากะ เป็นเด็กชายที่น่ารัก เสียแต่เงียบขรึมผิดเด็กไปซักหน่อย เขาค่อนข้างสนิทกับเด็กน้อย เพราะมี่คุงชอบกีตาร์มากๆ


    "แล้วมี่คุงมีปัญหาอะไร" โทรุถามต่อ แต่คุณครูส่ายหน้า ไม่รู้เหมือนกัน คงได้แต่รอถามคุณพ่อ


    "คือว่าลูกชายไม่คุยกับผมเลยครับ" ทันทีที่นั่งลง คุณพ่อก็พุ่งเข้าประเด็น "ที่โรงเรียน..เขาคุยปกติไหมครับ"


    "มี่คุงอาจจะพูดน้อย แต่ก็คุยปกตินะครับ แล้วก็เข้ากับเพื่อนได้ดีมาก" ทากะหลุบตาครุ่นคิด


    โทรุเองก็นึกถึงเด็กชายตาวาวยามมองเขาเล่นกีตาร์


    'คุณอาสอนผมเล่นได้ไหมครับ' เสียงเล็กๆที่บอกกับเขาด้วยความเขิน


    'เอาสิ' กับเด็กชายที่มีความตั้งใจ เขาย่อมไม่ปฏิเสธ ดูๆไปแล้ว...มี่คุงไม่เหมือนเด็กมีปัญหาซักหน่อย ตามร่างกายก็ไม่มีร่องรอยการทารุณกรรม


    "มี่คุงไม่คุยกับคุณตั้งแต่เมื่อไหร่"


    เสียงของโทรุทุ้มต่ำมากๆ พอเจ้าตัวทำเสียงเรียบเย็น บรรยากาศก็ดิ่งลง หนาวเยือกขึ้นมา รวมกับสีหน้านิ่งสนิท และดวงตาคมกล้าคู่นั้น คุณพ่อถึงกับสะท้านเบาๆ


    "ราวๆ 2 อาทิตย์ก่อนครับ"


    "วันนั้นคุณพูดอะไรกับเด็ก" โทรุจิบกาแฟ


    "วันนั้นผมก็กลับจากทำงานปกติ ไม่มีอะไรนะครับ" คุณพ่อกรอกตาเล็กน้อย


    "ไม่มีหรือจำไม่ได้ครับ" โทรุจ้องเขม็ง ริมฝีปากบางโค้งเป็นรอยยิ้ม "ผู้ใหญ่ก็แบบนี้ คิดแต่ว่าตัวเองเหนื่อย ตัวเองลำบาก ไม่รู้หรอกครับว่ากิริยาท่าทาง คำพูดจามันส่งผลกับเด็กๆมากแค่ไหน"


    "พูดเหมือนตัวเองไม่ใช่ผู้ใหญ่" ทากะพึมพำ อมยิ้ม


    "เป็นเด็กชายโทรุของคุณครูไง" โทรุกระซิบตอบ เกี่ยวมือคุณครูที่อยู่ใต้โต๊ะมากุมไว้


    "ผมเป็นผู้ปกครองของเด็กในคลาส ผมรู้จักมี่คุงพอสมควร เขาไม่ใช่เด็กเหลวไหล ไม่ดื้อ อาจจะมีซนบ้างตามประสา คุณควรคิดให้ดีๆว่าวันนั้นคุณทำอะไรแสดงออกแบบไหน" คุณขมวดคิ้วมุ่น


    "หรือไม่ คุณก็ควรคุยกับมี่คุงตรงๆ อย่าคิดว่าเขาเป็นแค่เด็ก เด็กน่ะ ฉลาด แล้วก็ความรู้สึกไวนะครับ โดยเฉพาะกับพ่อแม่" โทรุลุกขึ้นยืน


    "ผมเห็นด้วยที่ว่าคุณควรคุยกับมี่คุงตรงๆนะครับ ปฏิบัติต่อลูกเหมือนมนุษย์คนนึง อย่างมองว่าเขาไม่รู้เรื่อง อย่าเห็นเขาเป็นแค่เด็ก ลองดูนะครับ" ทากะยิ้ม


    โทรุจ่ายเงินแล้วพาทากะออกจากร้าน จูงมือกันไปจนถึงอพาร์ทเม้นของทากะ


    "ขอบคุณนะ" ทากะหันมายิ้มหวาน โทรุปล่อยมืออย่างอ้อยอิ่ง


    "งั้น...ไปแล้วนะ โทรุไปทำงานเถอะ"


    "มาถึงนี่แล้วยังไล่อีกเหรอ" เด็กชายโทรุงอแงหน้ามุ่ย


    "อ้าว ก็งานเยอะ--" เสียงสุดท้ายขาดหาย เพราะเจ้าตัวถูรวบเข้าไปในอ้อมกอด


    "คิดถึง"

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in