เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
When Eros falls in loveVanilla * twilight
Final act
  •            

    Eros meets the charming human that he had never seen.

     

    หมอนั่นชื่อไซลาส

               

             ค่อนข้างเป็นชื่อที่แปลกหูเหมือนกับชื่อของเขา อีรอสรีบปัดความคิดนั้นไปจากสมอง มองฝ่ามือที่ยื่นออกมาข้างหน้า สลับกับรอยยิ้มเป็นมิตรที่ประดับใบหน้าของอีกฝ่าย คิ้วทั้งสองข้างขมวดเข้าหากันเป็นปม ทิ้งระยะเวลายาวนานกว่าจะเอื้อมมือไปแตะตามมารยาท

     

                เปล่าเลย ไม่ได้มีกระแสไฟฟ้าวูบวาบหรือหัวใจที่เต้นตึกตักเหมือนอย่างในนิยายรักที่ฮาร์โมเนียอ่านแล้วชอบหัวเราะคิกคัก แค่แปลกตรงที่...เขาไม่เห็นอะไรเลย

     

                ปกติแล้วจะมีใบหน้าของคนบางคนวาบขึ้นมาในหัวอยู่ชั่วขณะหนึ่ง ไม่มีรายละเอียดเทียบเท่าขั้นเว็บหาคู่ อย่างที่จะบอกงานอดิเรกและคำอธิบายตัวตนสวยหรู มันเหมือนคลิปวีดิโอสั้น ๆ วิ่งผ่านเข้าไปในสมอง สมัยอยู่มัธยมปลาย สองฝาแฝดทำรายได้เล็กน้อยจากพรสวรรค์นี้ โดยที่ แม่หมอฮาร์โมเนียเป็นฝ่ายออกหน้า บางครั้งอีรอสไม่ต้องแตะมือ แค่อาศัยสิ่งของที่เป็นของคนคนนั้น

     

                อีรอสระลึกขึ้นมาได้ทันทีว่านี่เป็นแผนการล่อให้ออกมาดูละครเวทีของพี่สาวตัวเอง พ่วงด้วยจุดประสงค์ลับที่เขาไม่อาจรู้

               

                “รอสต์...” เขางึมงำ และหวังว่าไซลาสจะเข้าใจว่านั่นคือการแนะนำตัว

     

                “เฮ้ อีรอส” ชายหนุ่มผมน้ำตาลยิ้มกริ่ม “รู้ไหมฉันชอบชื่อนั่นมากกว่าล่ะ มันน่ารัก เหมาะกับนายดี”

     

                คำว่าน่ารักกับการเรียกชื่อต้นแบบที่เขาไม่เต็มใจจุดเชื้อไฟได้อย่างดี ฮาร์โมเนียรี่เข้ามาโอบไหล่เขา ราวกับกลัวว่าน้องชายจะซัดเพื่อนใหม่สักหนึ่งหมัดเป็นประจักษ์แห่งมิตรภาพ ในเมื่อตอนนี้อีรอสทั้งหน้าแดงหูแดงพอกับดาวอังคารที่เป็นสัญลักษณ์แทนเทพแห่งสงคราม

     

                เขาสะบัดมือออกเหมือนตอนเผลอจับภาชนะอุ่นอาหารที่เพิ่งออกจากไมโครเวฟอย่างไม่ทันระวัง อีรอสไม่รู้วิธีกำหมัดต่อยใครโดยไม่ให้นิ้วมือของตนเจ็บ แต่กลับเหวี่ยงกำปั้นออกไปลุ่น ๆ เป็นโชคร้ายของไซลาสที่มันไม่วืดไปโดนอากาศ แต่ปะทะใส่อกข้างซ้ายเข้าจัง ๆ

                 

                ฝาแฝดของเขาร้องกรี๊ดด้วยอารามตกใจ พยายามรั้งตัวน้องชายของตัวเองกลับมา แต่อีรอสก็หยุดแค่นั้น ยืนหายใจหอบ อะดรีนาลีนพุ่งพล่านในกระแสเลือดเต็มสูบ

     

                “นายมันเป็นมนุษย์ที่แย่ที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอ...” มันไม่ใช่ถ้อยคำตะกุกตะกัก แต่เป็นประโยคฉุนเฉียว หูของเขาอื้อไปหมดจนไม่ได้ยินเสียงอะไร “รู้ไหมว่ามีต้นไม้กี่ต้นที่กำลังทำงานหนักเพื่อหาอากาศให้คนอย่างนายหายใจ

     

                “เอาล่ะ แม่หมอฮาร์โมเนีย” ไซลาสหัวเราะ ฝ่ามือแตะที่ตำแหน่งที่โดนต่อย “ความสามารถของเธอสมราคาคุยมาก และสำหรับนาย ฉันชอบคำพูดของนายจัง มันแบบ...โคตรเจ็บแต่ก็เจ๋ง” หมอนั่นเว้นจังหวะไอค่อกแค่ก “และยิ่งกว่านั้นนะ การกระทำยังเจ็บกว่าคำพูดด้วย”

     

                อีรอสพบว่าตนเองเพิ่งเจอกับคนบ้า ถ้าใช้คำแบบสุภาพชนอ้อมค้อมถนอมน้ำใจ คงเป็นคนที่มีสไตล์เฉพาะตัวหรืออะไรประมาณนั้น

     

                เขาหันไปมองฝาแฝดของตนด้วยสายตาพิศวง ฮาร์โมเนียโผเข้ากอดน้องชาย

     

                ใช่ คนบ้าสองคน บนถนนแฉะ ๆ ในขณะที่ ณ โลกคู่ขนาน อีรอสอาจกำลังนั่งจดจ่อกับซีรีส์เรื่องใหม่บนเน็ตฟลิกซ์อย่างสงบสุข

     

                “ดีใจจัง นายยังไม่เคยพูดยาวขนาดนั้นกับฉันเลย!” พี่สาวของเขากรี๊ดกร๊าด อ้อมกอดรัดแน่นเข้าไปอีกจนแทบหายใจไม่ออก “ไซลาสต้องเป็นเพื่อนที่ดีได้แน่”

     

                คนที่ถูกเอ่ยถึงยกมือถึงกอดอก ทำเสียงกระแอมในลำคอ ราวกับกำลังต้องกล่าววรรคสำคัญในบทละคร “แต่เธอบอกว่าจะหาเนื้อคู่ให้ฉันนะ แม่หมอ แบบที่เคมีตรงกันเป๊ะ”

     

                ฮาร์โมเนียกลืนน้ำลายเสียอึกใหญ่ ขณะที่สายตาสองคู่จับจ้องใบหน้า นัยน์ตาสีฟ้าเฉดเดียวกับของฝาแฝดสาวเข้มขึ้น มองด้วยความงงงวยปนหัวเสีย ส่วนสายตาอีกคู่คาดคั้นปนสนุก “เรื่องแก้เบื่ออย่างที่นายชอบไงไซลาส แบบที่ตอนนั้นฉันแกล้งอำนายว่าจะได้ไปบรอดเวย์ที่นิวยอร์ก! ฝันเฟื่องที่ฟังแล้วหัวเราะไปด้วยกัน แล้วเราทั้งคู่ก็รู้ว่ามันแค่เรื่องตลก!

     

                “ฮ่า-ฮ่า-ฮ่า”เสียงหัวเราะเน้นชัดทุกพยางค์ แววตาของไซลาสพราวระยับ สำทับด้วยการยักไหล่ “เผอิญว่าฉันเผลอเชื่อไปแล้วสิโมน่า”

     

                “ให้ตาย ให้ตายเลยสิไซลาส!” ฝาแฝดคนพี่ของเขาทำเสียงฮึดฮัด “ตอนนั้นนายบอกว่าไม่มีทางเชื่อหรอก แถมยังบอกว่ามันไร้สาระ”

     

                “เฮ้ ไม่เอาน่าโมน่า เราต่างเป็นนักแสดง และบังเอิญว่าตอนนั้นฉันก็เล่นบทคนไม่เชื่อโชคลางได้อย่างสมบทบาท”

     

    There is a story that had been told; about a man who lives in his own darkest palace.   

     

    “ฉันแค่หวังว่านายจะช่วยเป็นเพื่อนกับเขา” หูของเขาอื้อไปหมดเพราะเสียงของคนสองคนที่กำลังถกเถียงกันอย่างไม่เว้นวรรคหายใจ “ตอนเล่าให้นายฟังเรื่องอีรอส นายบอกว่าจะไม่ยอมเจอเขา แล้วตอนนี้ดันมาเปลี่ยนใจเพราะเรื่องที่นายเคยบอกว่าจะไม่เชื่ออย่างเนื้อคู่...ให้ตาย!

     

                อีรอสรู้สึกเหมือนกำลังดูละครอีกองก์หนึ่ง โชคร้ายที่บังเอิญว่าในบทมีเขาเข้าไปเป็นตัวประกอบจำเป็น และตัวประกอบที่ว่ากำลังอยากจะปีนลงจากเวทีเสียเต็มแก่

     

    That charming being seems to be sograteful, not  scare.

    Not what he had been expecting.


Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in